- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เต้าจวินไร้พ่ายแค่ข้าก้มหัว เทพยุทธก็ยังต้องคุกเข่า
- บทที่ 102 - ไป๋ซู่ชิง
บทที่ 102 - ไป๋ซู่ชิง
บทที่ 102 - ไป๋ซู่ชิง
บทที่ 102 - ไป๋ซู่ชิง
"แค่ก แค่ก แค่ก!"
ตามมาด้วยเสียงไออย่างรุนแรง ปรมาจารย์ค่ายกลหลายคนกระเด็นลอยถอยหลังไปพร้อมๆ กัน
"ค่ายกลแข็งแกร่งมาก พวกเราร่วมมือกันแล้วก็ยังไม่สามารถทำลายมันได้!" มุมปากของปรมาจารย์เจิ้งมีเลือดไหลซึมออกมา ไม่เหลือเค้าความเยือกเย็นเหมือนดั่งตอนแรกอีกแล้ว
ปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆ ก็มีสภาพไม่ต่างกัน ภายในดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก จ้องมองไปยังเมืองโบราณที่อยู่ห่างออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ปรมาจารย์ค่ายกลอีกคนส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า "สมกับเป็นโบราณสถานของยอดฝีมือนอกฟ้าจริงๆ ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ค่ายกลของโบราณสถานแห่งนี้อ่อนแอที่สุด แต่พวกเรากลับไม่สามารถเปิดช่องโหว่ได้แม้แต่นิดเดียว"
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ พากันเข้ามาล้อมรอบบรรดาปรมาจารย์ค่ายกล มอบศิลาวิญญาณให้เพื่อฟื้นฟูพลังปราณที่สูญเสียไปในร่างกาย
"ขนาดปรมาจารย์ค่ายกลยังทำไม่ได้ ข้ายังไม่เคยเห็นค่ายกลที่แข็งแกร่งขนาดนี้มาก่อนเลย" เจินอวี่ฉินพึมพำ
ลู่อวี่ยังคงจ้องมองตำหนักเซินหลัวปรโลกอย่างเหม่อลอย
และในตอนนั้นเอง เบื้องหน้าเมืองทั้งเมืองก็ปรากฏเรือมังกรสีทองอันหรูหราลำหนึ่งขึ้นกะทันหัน
เรือมังกรลำนั้นลอยเค้งคว้างอยู่กลางอากาศ รอบๆ มีองครักษ์และผู้ติดตามที่คอยพัดโบกอยู่มากมาย ทุกคนล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรแล้วทั้งสิ้น
บนเรือมังกร มีหอเก๋งสุดหรูหราอลังการตั้งตระหง่านอยู่นับไม่ถ้วน ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ในแต่ละชั้นมีผู้คนยืนอยู่เป็นจำนวนมาก
"คนของสำนักหลิงเซียวนี่นา" น้ำเสียงของเจินอวี่ฉินแฝงความหวาดหวั่นเอาไว้เล็กน้อย
เมื่อเรือมังกรปรากฏขึ้น ผู้คนทั้งหมดในที่นั้นราวกับหยุดพูดคุยกันไปชั่วขณะ เอาแต่จ้องมองเรือมังกรลำนี้เงียบๆ
นี่คือขุมกำลังอันดับหนึ่งแห่งจงถู่ สำนักหลิงเซียวเชียวนะ
ความแข็งแกร่งของมัน แม้แต่สำนักใหญ่และดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนในจงถู่ ก็มิกล้าเอาตัวไปเปรียบเทียบด้วย
เรือมังกรหยุดลงที่หน้าเมือง จากนั้นหอเก๋งบนเรือก็ค่อยๆ เปิดออก กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา
คนเหล่านี้มีทั้งคนแก่และคนหนุ่มสาว แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือกลิ่นอายอันแข็งแกร่งดุดัน แม้จะมองจากที่ไกลๆ ก็ยังสามารถสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง
ผู้นำคือหญิงสาวในชุดคลุมกว้าง หญิงสาวผู้นี้มีเรือนผมสีเงินซึ่งหาได้ยากยิ่ง ในมือยังถือแส้ปัดฝุ่นเอาไว้ ระหว่างคิ้วแฝงไปด้วยกลิ่นอายอันบริสุทธิ์และล่องลอยดุจเทพเซียน
ทันทีที่หญิงสาวผู้นี้ปรากฏตัว ราวกับว่าสายตาทุกคู่บริเวณนั้น ล้วนจับจ้องไปที่เธอเพียงผู้เดียว
"ที่แท้ก็คือผู้อาวุโสไป๋ซู่ชิง ยินดีที่ได้พบ" เมื่อเห็นหญิงสาวเดินออกมา บรรดาปรมาจารย์ค่ายกลคนอื่นๆ ก็รีบเข้าไปห้อมล้อมทันที ด้วยสีหน้าที่เคารพนบนอบเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนยอดฝีมือจากขุมกำลังต่างๆ ที่ได้รับการเชิญจากสำนักเซียนระดับสูงเบื้องหลัง ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป พวกเขามองหญิงสาวผมเงินผู้นี้ด้วยความหวาดหวั่นยิ่งนัก
เจินอวี่ฉินใช้สองมือประคองแก้ม ถอนหายใจพลางกล่าว "อัจฉริยะผู้เลื่องชื่อแห่งสำนักหลิงเซียว อายุเพียงสิบเก้าปีก็กลายเป็นผู้อาวุโสของสำนักหลิงเซียวแล้ว ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
"จริงสิ หนุ่มน้อยธรรมดา เจ้า..." เจินอวี่ฉินหันหน้ากลับมา จู่ๆ ก็พบว่าลู่อวี่หายตัวไปแล้ว
แปลกจริง เขาไปไหนแล้วล่ะ?
...
ไป๋ซู่ชิงพยักหน้าให้กับทุกคน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังเมืองแห่งนั้นตลอดเวลา
"ผู้อาวุโสไป๋ ตอนนี้ไม่สามารถเปิดค่ายกลใหญ่ได้ ไม่ทราบว่าทางสำนักหลิงเซียวมีวิธีใดบ้างหรือไม่?" ปรมาจารย์ค่ายกลคนหนึ่งเอ่ยปากถาม
คนอื่นๆ รีบหันไปมอง หากแม้แต่สำนักหลิงเซียวยังไม่สามารถเปิดค่ายกลใหญ่ได้ พวกเขาก็ยิ่งหมดหนทาง
ไป๋ซู่ชิงลูบเส้นผมสีเงินของเธอเบาๆ "วิธีของพวกท่านผิดทั้งหมด หากต้องการเปิดค่ายกลใหญ่นี้ การโจมตีจากภายนอกไม่มีทางเปิดมันได้อย่างเด็ดขาด"
ค่ายกลใหญ่ระดับนี้ หากไม่เปิดจากภายนอก หรือว่าจะให้ไปเปิดจากภายในกันเล่า?
คนอื่นๆ มีสีหน้างุนงงสงสัย แต่กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยปากคัดค้าน เพราะพวกเขาต่างรู้ดีว่า หากพูดถึงความสำเร็จในด้านค่ายกล พวกเขาคงเทียบไป๋ซู่ชิงไม่ได้แม้แต่น้อย
ไป๋ซู่ชิงไม่สนว่าคนอื่นจะเชื่อหรือไม่ จู่ๆ เธอก็หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากของวิเศษมิติ
จากนั้นเธอก็เปิดกล่องไม้ใบนั้นออก ทันใดนั้นแสงสีทองอันเจิดจ้าก็สาดส่องออกมาจากภายใน
"ทำลาย!" ไป๋ซู่ชิงชี้ปลายนิ้วเรียวงามไปยังค่ายกลใหญ่ของเมือง
(จบแล้ว)หห