เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - ข้าไม่สนใจสำนักเซียน

บทที่ 30 - ข้าไม่สนใจสำนักเซียน

บทที่ 30 - ข้าไม่สนใจสำนักเซียน


บทที่ 30 - ข้าไม่สนใจสำนักเซียน

หลังจากที่ลู่เหลิ่งซวงกลืนโอสถลงไปได้ไม่นาน นางก็สัมผัสได้ถึงพลังยาอันแข็งแกร่งที่พัดพาไปทั่วร่างกาย

พลังยานี้ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน เพียงชั่วพริบตา เส้นลมปราณทั้งหมดของลู่เหลิ่งซวงก็อัดแน่นไปด้วยพลังยา

ในขณะที่ลู่เหลิ่งซวงกำลังทำอะไรไม่ถูก นางก็สัมผัสได้ถึงมืออันหนาใหญ่คู่หนึ่ง วางทาบลงบนไหล่บอบบางของนาง แล้วพยุงนางให้ลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา

"พี่หญิง ทำใจให้สงบ ทำตามที่ข้าบอก" เสียงของลู่อวี่ดังมาจากด้านหลัง

เมื่อได้ยินเสียงของน้องชาย จิตใจของลู่เหลิ่งซวงก็สงบลงทันที นางพยักหน้าตอบรับ

จากนั้น ลู่อวี่ก็หันไปบอกคนอื่นๆ ว่า "พวกท่านออกไปก่อน ข้าจะขับพิษยาอ่อนกระดูกให้พี่หญิง!"

ฮูหยินอวี่โหรวยังไม่ทันหายตกตะลึงจากภาพแสงสีทองเมื่อครู่ ก็เห็นหมอเทวดาต่งผู้หยิ่งยโสค้อมตัวลง พลางกล่าวว่า "เช่นนั้นพวกข้าไปรอข้างนอก ไม่รบกวนซื่อจื่อน้อยแล้ว"

พูดจบ หมอเทวดาต่งก็พาลูกศิษย์เดินออกไป

เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น ฮูหยินอวี่โหรวก็ให้พ่อบ้านพาทุกคนออกไป ส่วนตัวเองก็ปิดประตูห้องตามหลัง

ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งห้องก็เงียบสงบลงทันที

"พี่หญิง ตอนนี้ทำตามที่ข้าบอก โคจรปราณแท้ ทะลวงผนึกนั่นซะ!" ลู่อวี่ใช้นิ้วจี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผ่นหลังของลู่เหลิ่งซวง

ตึง!

ทันใดนั้น ปราณแท้อันเกรี้ยวกราดก็พวยพุ่งขึ้นมา กระแทกเข้าที่จุดตันเถียนของลู่เหลิ่งซวงโดยตรง

...

หน้าห้อง

ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

แม้ฮูหยินอวี่โหรวจะร้อนใจ แต่ก็กลัวจะไปรบกวนลู่อวี่ จึงทำได้เพียงยืนรออยู่ด้านนอก

ส่วนบรรดาบ่าวไพร่ วันนี้ถือว่าได้เปิดหูเปิดตากันแล้ว แม้จะไม่กล้าคุยกันเสียงดัง แต่ก็ยังกระซิบกระซาบกันอยู่ดี

ในตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกเปิดออก

ทุกคนหยุดคุยกันแล้วหันไปมอง ก็พบว่าคนที่เปิดประตูออกมา กลับเป็นลู่เหลิ่งซวง!

เวลานี้ ลู่เหลิ่งซวงไม่มีท่าทีอ่อนแรงเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว นางกลับมาเป็นขุนพลแห่งกองทัพหลงอู่ผู้สง่างามดังเดิม

หลายคนสัมผัสได้ว่า กลิ่นอายของลู่เหลิ่งซวง ดูเหมือนจะลึกล้ำยากหยั่งถึงยิ่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

"ท่านแม่ ข้าหายเป็นปกติแล้ว!"

ลู่เหลิ่งซวงเดินเข้าไปหาฮูหยินอวี่โหรว พร้อมรอยยิ้มหวานบนใบหน้า

อาจจะมีเพียงตอนที่อยู่ข้างกายครอบครัวเท่านั้น สาวงามน้ำแข็งผู้นี้จึงจะยอมเผยรอยยิ้มอันมีเสน่ห์เช่นนี้ออกมาได้

วันนี้ฮูหยินอวี่โหรวผ่านเรื่องราวมามาก นางอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความปีติยินดี

"ชายชราผู้นี้มีตาหามีแววไม่ ซื่อจื่อน้อยเป็นถึงอัจฉริยะ ภายหน้าย่อมต้องประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แน่นอน แต่ชายชราผู้นี้ยังมีคำถามอีกข้อ อยากจะขอคำชี้แนะจากซื่อจื่อน้อย"

จู่ๆ หมอเทวดาต่งก็เปลี่ยนท่าที เอ่ยกับลู่อวี่ด้วยความเคารพนบนอบ

ทุกคนจึงหันไปมองลู่อวี่ ฮูหยินอวี่โหรวยิ่งน้ำตาคลอเบ้า วันนี้บุตรชายของนางได้มอบความประหลาดใจให้นางมากเหลือเกิน

"หากข้าเดาไม่ผิด สิ่งที่ซื่อจื่อน้อยหลอมออกมา น่าจะเป็นโอสถระดับสุดยอดใช่หรือไม่?" หมอเทวดาต่งเอ่ยถามเสียงเบา

ลู่อวี่พยักหน้า "ใช่แล้ว มันคือโอสถระดับสุดยอด"

หมอเทวดาต่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าโอสถระดับสุดยอดนั้นล้ำค่าเพียงใด แต่เขารู้ดี

ในวัยหนุ่มที่เดินทางรักษาผู้คนไปทั่ว แม้หมอเทวดาต่งจะไม่ได้ฝึกตน แต่ก็รู้ถึงความหายากของโอสถระดับสุดยอด

เขารู้ด้วยซ้ำว่า แม้แต่ในสำนักเซียน โอสถระดับสุดยอดก็มีเพียงหยิบมือ กระทั่งบางสำนักก็ไม่มีโอสถระดับสุดยอดเลยแม้แต่เม็ดเดียว

"ด้วยฝีมือการหลอมโอสถของซื่อจื่อน้อย หากไปยังสำนักเซียน ย่อมสามารถเป็นถึงศิษย์สายในได้อย่างสบายๆ" หมอเทวดาต่งทอดถอนใจ

สำนักเซียน!

แววตาของทุกคนเป็นประกายขึ้นมา

ฮูหยินอวี่โหรวเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า "หมอเทวดาต่ง ท่านพูดจริงหรือ?"

หมอเทวดาต่งลูบเคราพลางหัวเราะ "ฮูหยิน ข้าไม่พูดปดหรอก หากโอสถระดับสุดยอดเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของซื่อจื่อน้อย ต่อให้เป็นเจ้าสำนักเซียนมาเห็นเข้า ก็ยังต้องเกรงใจซื่อจื่อน้อยอยู่หลายส่วนเลยล่ะ"

สิ้นคำพูดนี้ ทุกคนก็ตกตะลึง

สำนักเซียนสำหรับพวกเขาแล้ว นั่นคือสถานที่ที่เหล่าเซียนเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้!

แม้แต่เซียนยังต้องเกรงใจลู่อวี่งั้นหรือ?

"ขอโทษที ข้าไม่สนใจที่จะเข้าสำนักเซียนหรอก" จู่ๆ ลู่อวี่ก็เอ่ยขึ้น

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 30 - ข้าไม่สนใจสำนักเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว