- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เต้าจวินไร้พ่ายแค่ข้าก้มหัว เทพยุทธก็ยังต้องคุกเข่า
- บทที่ 10 - ลู่เหลิ่งซวงตื่นขึ้น
บทที่ 10 - ลู่เหลิ่งซวงตื่นขึ้น
บทที่ 10 - ลู่เหลิ่งซวงตื่นขึ้น
บทที่ 10 - ลู่เหลิ่งซวงตื่นขึ้น
"อึก!"
ไม่รู้ว่าใครกลืนน้ำลายอึกใหญ่ สายตาของทุกคนจ้องเขม็งไปที่ศพของหวังหมิงที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้น
ต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ!
เป็นไปได้อย่างไร เป็นไปได้อย่างไรกัน!
นั่นมันยอดฝีมือระดับเซียนเทียน ผู้คุ้มกันราชวงศ์เชียวนะ ต่อให้อยู่ในวังหลวงที่มีแต่ยอดฝีมือมากมาย ก็ยังถือว่าเป็นผู้มีฝีมือเก่งกาจยืนหยัดได้ด้วยตัวเองเลย!
กลับถูกชายหนุ่มคนหนึ่งฆ่าตายง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ!
ภายในใจของเว่ยอ๋องกำลังแผดเสียงคำราม แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่า เขาต้องรีบหนีไปแล้ว
"ใครขวางมันไว้ได้ เปิ่นหวังมีรางวัลให้อย่างงาม!" ร่างของเว่ยอ๋องถอยกรูด วิ่งหนีไปทางเส้นทางเล็กๆ หลังป่าไผ่
แต่เห็นได้ชัดว่าเว่ยอ๋องประเมินความจงรักภักดีของกลุ่มที่ปรึกษาเหล่านี้สูงเกินไป หากเป็นวันธรรมดาที่คอยตามใจเว่ยอ๋องวางอำนาจบาตรใหญ่ รังแกชาวบ้านตาดำๆ ล่ะก็ พวกเขาถนัดนัก
ศพของยอดฝีมือระดับโฮ่วเทียนขั้นเก้าที่กองอยู่บนพื้น เลือดยังไม่ทันแห้งเลยด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะผู้คุ้มกันราชวงศ์อย่างหวังหมิงที่นอนตายอยู่บนพื้น ช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนัก
จะให้ไปเป็นแพะรับบาปแทนเว่ยอ๋องงั้นหรือ? พวกเขารู้จักนิสัยใจคอของท่านอ๋องผู้นี้ดีเกินไปแล้ว คาดว่าท้ายที่สุดนอกจากจะไม่ได้อะไรกลับมาแล้ว ดีไม่ดีอาจจะเสียชีวิตเอาได้
"ฝ่าบาท พวกกระหม่อมจะออกไปตามกำลังเสริมมาช่วยพ่ะย่ะค่ะ!" กลุ่มที่ปรึกษาร้องตะโกนเสียงหลง แล้วแตกฮือหนีไปคนละทิศคนละทาง
"ไอ้พวกลูกเต่าเอ๊ย!"
เว่ยอ๋องเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตา แต่ก็ไม่มีเวลาไปคิดบัญชีกับคนพวกนี้แล้ว หนีเอาตัวรอดก่อนดีกว่า
เว่ยอ๋องผู้นี้ก็พอจะมีพลังฝึกปรืออยู่บ้าง เขาเติบโตมาในกองเงินกองทอง กินโอสถวิเศษมานับไม่ถ้วน แม้ปกติจะไม่ค่อยได้ฝึกปรือ แต่ก็ยังถือว่าเป็นยอดฝีมือระดับโฮ่วเทียนขั้นสี่แล้ว
ตอนนี้ เว่ยอ๋องพยายามรีดเร้นปราณแท้ที่แสนจะงูๆ ปลาๆ ออกมาสุดชีวิต เพื่อหนีเอาตัวรอดไปทางด้านหลัง
"เจ้ายังคิดจะหนีอีกงั้นหรือ!"
จู่ๆ เว่ยอ๋องก็ได้ยินเสียงของลู่อวี่ดังก้องอยู่ข้างหู ก็ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อ หันขวับกลับไป ก็เห็นลู่อวี่ยืนอยู่ข้างๆ พอดี มือข้างหนึ่งบีบคอเขาไว้แน่นแล้ว
"อย่า โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!" เว่ยอ๋องกรีดร้องโหยหวน แต่กลับถูกลู่อวี่ยกตัวขึ้นมาทั้งๆ แบบนั้น
ในแววตาของลู่อวี่เผยจิตสังหารอย่างปิดไม่มิด ที่ฝ่ามือขวา ปราณดาบสีดำราวกับน้ำหมึกเข้มข้นสายหนึ่งกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
ในตอนนั้นเอง
"เสี่ยวอวี่?"
เสียงเรียกแผ่วเบาดังเข้าหูของลู่อวี่ ลู่อวี่จึงหันกลับไปมอง ก็เห็นลู่เหลิ่งซวงผู้เป็นพี่สาวที่แต่เดิมหมดสติอยู่ บัดนี้กำลังค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
แม้ลู่เหลิ่งซวงจะถูกวางยา แต่เนื่องจากนางเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ต่อให้ตอนนี้ระดับพลังจะถูกผนึกเอาไว้ นางก็ฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ในแววตาของลู่เหลิ่งซวงก็มีความประหลาดใจวาบผ่าน
ก่อนหน้านี้ นางกำลังทานอาหารอยู่ในกองทัพ แต่ไม่นานก็รู้สึกหน้ามืด
ก่อนที่จะหมดสติ นางก็รู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ความวิงเวียนอย่างรุนแรงทำให้นางสลบเหมือดไปในทันที จนกระทั่งตอนนี้ที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมา
เมื่อมองดูเสื้อผ้าบนเรือนร่าง ลู่เหลิ่งซวงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
บนตัวของนางยังคงสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมเหมือนตอนก่อนจะหมดสติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ไม่นาน ลู่เหลิ่งซวงก็ทอดสายตาไปมองซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่รอบๆ
กลิ่นคาวเลือดบริเวณโดยรอบคละคลุ้งไปหมด หลายคนถูกลู่อวี่ซัดหมัดจนตายคาที่ สภาพศพน่าสยดสยองยิ่งนัก เลือดไหลนองแทบจะกลายเป็นสายน้ำ
โดยเฉพาะเมื่อนางเห็นหวังหมิงนอนอยู่บนพื้น บนหน้าผากมีรูกลวงโบ๋สีดำสนิท ดวงตาเบิกโพลง ราวกับตายตาไม่หลับ
"ถึงกับมีคนฆ่าหวังหมิงเชียวหรือ!"
กองทัพหลงอู่ที่ลู่เหลิ่งซวงสังกัดอยู่คือกองทหารรักษาพระองค์ ย่อมรู้ดีถึงสถานะของผู้คุ้มกันราชวงศ์
ยอดฝีมือระดับนี้ ถึงกับมาตายอยู่ตรงหน้าลู่เหลิ่งซวง ความรู้สึกในใจของลู่เหลิ่งซวงถูกสั่นคลอนจนยากจะบรรยาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนางเห็นน้องชายของตัวเองกำลังบีบคอคนๆ หนึ่ง พร้อมกับข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา!
นั่นมัน เว่ยอ๋อง!
น้องชายที่สติปัญญาไม่สมประกอบมาแต่กำเนิดของนาง ตอนนี้มาโผล่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ ลู่เหลิ่งซวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เอ่ยปากถาม "เสี่ยวอวี่ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
(จบแล้ว)