เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

MATOP ตอนที่ 20

MATOP ตอนที่ 20

MATOP ตอนที่ 20


หลังจากไฟบนภูเขามอดลงจนหมด โรแลนด์ก็สลัดเศษใบไม้และขี้เถ้าที่ติดอยู่ตามร่างกายออก จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่เมืองเรดเมาน์เทน

เขานั้นเดินช้ามาก ๆ เพราะพลังเวทย์ในตัวเขานั้นถูกใช้ไปจนหมดแล้ว และการฟื้นฟูที่ได้จากอุปกรณ์สวมใส่ของเขาก็ไม่ได้มากมายนัก เมื่อไม่มีพลังเวทย์ตัวเขานั้นก็ดูอ่อนแรงลงอย่างมาก

เมื่อเขากลับมาถึงที่สะพานทางเข้าเมือง เขาก็ได้รับการต้อนรับจากฟอลเคนและชาวเมืองจำนวนมาก

เมื่อเห็นว่าเขากลับมาแล้ว ชาวเมืองต่างก็เข้ามาทักทายและถามไถ่ว่าเขานั้นสบายดีไหม

ฟอลเคนก็เดินเข้ามาหาเขา และร่ายความสามารถทางภาษาใส่เขา จากนั้นฟอลเคนก็บอกเขาด้วยรอยยิ้มว่า “มันเป็นเพราะเรื่องน่าตกใจ ที่นายเป็นคนทำเองนะ”

โรแลนด์หันกลับไปทางป่าที่เขาพึ่งเดินกลับ แล้วพบจุดดำบนเนินเขาสีเขียวที่มองเห็นได้ในระยะไกล มันสะดุดตาพอ ๆ กับจุดหัวล้านบนศีรษะของหญิงสาวสักคน

โรแลนด์ยักไหล่และยิ้มเจื่อน ๆ

“พวกมันเป็นยังไงบ้าง ?”

ชาวเมืองคนอื่น ๆ ต่างก็มองเขาอย่างมีความหวัง ทุกคนในเมืองเรดเมาน์เทนเกลียดแมงมุมยักษ์และหวังว่าจะมีใครสักคนที่จะฆ่าพวกมันได้

“มันเป็นการต่อสู้ครั้งแรกของผม ผมประหม่าและไม่มีประสบการณ์มากนัก ผมก็เลยใช้เรี่ยวแรงมากเกินไป” โรแลนด์กล่าวด้วยความลำบากใจ  “ผมฆ่าแมงมุมยักษ์ได้แค่ตัวเดียวเท่านั้น”

หลังจากเงียบไปชั่วครู่ ชาวเมืองก็โห่ร้องออกมา พวกเขาเกลียดพวกแมงมุมเข้าไส้ แต่ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้เลย

ชาวเมืองที่เป็นมิตรสองสามคนเดินเข้ามาหาโรแลนด์และตบไหล่ของเขา พลางเชิญชวนเขาให้แวะไปเยี่ยมบ้านของพวกเขาบ้าง

โรแลนด์ปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาอย่างสุภาพ เพราะรู้ว่านั่นเป็นเพียงการแสดงความยินดีของพวกเขาเท่านั้น

สุดท้ายพวกชาวเมือง ก็แยกย้ายกันกลับ ทิ้งฟอลเคนและโรแลนด์ไว้กันตามลำพังที่บนสะพาน

พระอาทิตย์กำลังตกดินในเวลานี้ เมื่อดวงอาทิตย์สีแดงเข้มสะท้อนในทะเลสาบ เมื่อระรอกคลื่นน้ำซัดสาด ทะเลสาบดูเหมือนจะลุกเป็นไฟ มันค่อนข้างสวยงามในเวลานี้

ทันใดนั้นฟอลเคนก็พูดขึ้นเมื่อมองมาที่เขา “นายดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะ”

“มันชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอ” โรแลนด์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาพิงราวสะพานและพูดกลับไปอย่างช้า ๆ ขณะมองไปยังเนินเขาที่ห่างไกล “ผมเพิ่งจำความฝันของตัวเองได้ หรือไม่มันก็เป็นสิ่งที่ผมเคยคาดหวังไว้ในอดีต ผมคิดว่ามันเป็นจินตนาการที่ไร้เหตุผลซึ่งมันถูกทำลายโดยความเป็นจริงไปแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับฟื้นขึ้นมาและเกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง”

ฟอลเคนสังเกตเห็นประกายแปลก ๆ ในดวงตาของโรแลนด์ ถึงแม้จะน้อยนิดแต่กลับให้ความรู้สึกสว่างไสว

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วฟอลเคนเองก็เคยมีประกายเช่นนี้ในดวงตาของเขาเช่นกัน

“แล้วนายคิดจะเปลี่ยนแผนหรือยัง” ฟอลเคนถาม

โรแลนด์ส่ายหัว  “ไม่ ผมยังคงอยากท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ”

น้ำเสียงของโรแลนด์นั้นฟังดูลึกลับยากจะเข้าใจ แต่อาจเป็นเพราะสายลมจากทะเลสาบ

ฟอลเคนตะลึงเล็กน้อย คำตอบของโรแลนด์นั้นเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าครั้งนี้เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าก็เท่านั้น

กระนั้นฟอลเคนก็ยังได้ยินความมุ่งมั่นในเสียงของเขา

ก่อนหน้านี้คำตอบของโรแลนด์ มันดูเฉยชาราวกับว่าเขาถูกบังคับให้ทำ

แต่ตอนนี้เขาฟังดูเหมือนว่าเขานั้นพบเป้าหมายสำหรับตัวเองแล้ว

ทำไมคำตอบเดียวกันถึงให้ความรู้สึกแตกต่างกันมากขนาดนี้ ?

ฟอลเคนรู้สึกแปลกใจ แต่เขาก็ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ เขานั้นจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายและเขาก็มีความทะเยอทะยานพอ ๆ กันนี้เมื่อเขายังเป็นหนุ่ม

โรแลนด์ยื่นไม้เท้าคืนให้เขา  “นี่ของคุณ มันช่วยได้มากเลย”

“ถือเป็นของขวัญสำหรับนายแล้วกัน” ฟอลเคนหันหลังกลับและเดินจากไป ในขณะที่เขาพูดอย่างไม่เป็นทางการว่า “ถ้านายคิดว่านายเป็นหนี้บุญคุณฉัน ก็ฆ่าแมงมุมยักษ์เพิ่มอีกสองสามตัวสิ”

นี่ควรเป็นภารกิจแต่ทำไมจึงไม่มีการแจ้งเตือนโรแลนด์คิด ขณะที่เขามองตามไปยังด้านหลังของฟอลเคน

โรแลนด์กลับมาที่กระท่อมของเขา หลังจากกินขนมปังที่ซื้อมาจากโรงเตี๊ยมเลควิวแล้วเขาก็เริ่มศึกษาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของคาถาใหม่อีกครั้ง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขามีอะไรต้องทำมากมาย มันดูเหมือนว่าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แต่สุดท้ายเขาก็ถูกไล่ออกมาจากเกม เพราะเวลาวันนี้หมดลงแล้ว

หลังจากที่เขาออกจาก แคปซูลเล่นเกมเขาก็ก๊อปปี้ไฟล์วิดีโอการต่อสู้กับแมงมุมยักษ์และอัปโหลดไปยังเว็บบอร์ด

จากนั้นเขาเขียนว่า:

“บางที Mage อาจไม่สามารถร่ายเวทย์ได้ง่าย ๆ อย่างที่ Warlock ทำได้ หรืออัพเลเวลได้สบาย ๆ เหมือนกับ Priest แต่ Mage นั้นก็มีข้อดีของตัวเอง เราสามารถวิเคราะห์คาถา แก้ไขและสร้างคาถาใหม่ได้ ผมไม่เคยต่อสู้ในเกมมาก่อนจนเมื่อวานนี้ และผมก็ใช้พลังเต็มที่ในสภาพแวดล้อมแบบที่เห็นนี่ นี่มันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคาถา Inferior Fireball ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็ทรงพลังอย่างมาก แล้วถ้าเป็นคาถาที่มีวงเวทย์สองวงหรือมากกว่านั้นล่ะ ? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเลเวลของพวกเราสูงขึ้น ? โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าแม้ Mage นั้นจะอ่อนแอในช่วงแรก แต่พวกเราก็จะมีพลังมากกว่าพวกผู้ใช้เวทมนตร์ทุกคนในอนาคตอย่างแน่นอน”

หลังจากเขียนเสร็จเขาก็โพสต์กระทู้ของเขา

ไม่นานก็มีคนตอบกลับมา

มีการโพสต์คำตอบมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่เขารีเฟรชกระทู้มีผู้ตอบกลับกว่ายี่สิบคนแล้ว

“ไหนนายบอกว่านายไม่ใช่มือวางระเบิดที่บ้าคลั่งไงล่ะ ?”

“นี่มันไม่น่าเชื่อ คุณดึงพลังเวทย์ทั้งหมดของคุณ และใช้มันในการร่ายคาถาเดียวได้อย่างไร ? ฉันก็เป็น Mage เหมือนกัน แต่ฉันสามารถใช้พลังเวทย์ได้เพียงแค่ 30% เท่านั้น”

“ลุงแซมสงสัยว่าคุณเป็นเจ้าของอาวุธทำลายล้างระดับสูง กรุณาไปพบกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ”

"นี่มันไม่ยุติธรรมเลย ฉันเป็น Warlock ที่เลเวล 2 แล้วและ Inferior Fireball ของฉันสามารถเจาะทะลุได้แค่ต้นกล้าเท่านั้น ตามตรรกะแล้วความเสียหายทางเวทย์มนตร์ของ Warlock ควรจะสูงกว่า Mage ในระดับเดียวกันมากสิ”

“ฉันจะลบตัวละครของฉันและจะเล่นเป็น Mage ด้วย เอฟเฟกต์เสียงและภาพของการระเบิดครั้งนี้โคตรน่าตื่นเต้น”

“โรแลนด์คุณต้องการแฟน ๆ ที่ชื่นชอบคุณไหม? ฉันจะเป็นเพื่อนกับคุณในเกมให้เอง…”

"ไปให้พ้น นายไม่ใช่แฟนคลับตัวจริง…”

โรแลนด์ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ขณะที่คำตอบเหล่านี้ถูกเบี่ยงเบนไปจากหัวข้อของเรื่อง

ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เขารับสายและเสียงของชัคเพื่อนของเขาก็ดังขึ้น

“ว่างมาที่บาร์ของฉันไหม ลูกพี่ลูกน้องของฉันได้มาเล่นเกมด้วย ตามคำอธิบายของเขาดูเหมือนว่าเขาจะเกิดที่ไหนสักแห่งใกล้ ๆ กับเมืองเรดเมาน์เทนนะ”

“เอาล่ะฉันกำลังไป”

โรแลนด์วางสายโทรศัพท์แล้วขี่จักรยานไปที่บาร์เครื่องดื่ม ในบูธประจำของพวกเขา เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณสิบแปดและดูหน้าตาคล้ายกับชัค

ชัคกำลังนอนอยู่บนโซฟาอย่างอารมณ์ดี และแนะนำว่า “นี่เบทต้า ลูกพี่ลูกน้องของฉัน เขาเรียนหนักมาตั้งแต่ประถม ลุงของฉันไม่เคยอนุญาตให้เขาเล่นเกมเลย แต่ตอนนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจบแล้ว เขาเลยเป็นอิสระ”

“สวัสดีครับ พี่โรแลนด์”

เบทต้าทักทายโรแลนด์ด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ MATOP ตอนที่ 20

คัดลอกลิงก์แล้ว