- หน้าแรก
- ระบบสุดเกรียนของสตรีมเมอร์เต็มพิกัด
- บทที่ 3 - นึกว่าแค่ขี้โม้ ที่ไหนได้เอาจริงดิ
บทที่ 3 - นึกว่าแค่ขี้โม้ ที่ไหนได้เอาจริงดิ
บทที่ 3 - นึกว่าแค่ขี้โม้ ที่ไหนได้เอาจริงดิ
จางเชี่ยนเพิ่งเรียนจบและก้าวเข้าสู่สังคมการทำงาน เดิมทีเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและคิดว่าตัวเองคือผู้ถูกเลือก แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าเต็มหน้า
ถึงจะจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับ 985 แต่ในสายตาของพวกกรรมการสัมภาษณ์ เธอกลับไม่มีค่าแม้แต่จะให้ชายตามอง
ประธานนักเรียนงั้นเหรอ
คิดว่าแค่เคยจัดทริปเที่ยวฤดูใบไม้ผลิสองสามครั้งแล้วจะมีทักษะการจัดงานอีเวนต์สเกลใหญ่หรือไง
ใบรับรองวิชาชีพเหรอ
ของพวกนั้นมันก็แค่เศษกระดาษนั่นแหละ ไหนลองเล่าประวัติการทำงานที่ผ่านมาให้ฟังหน่อยสิ
อะไรนะ
ไม่มีประสบการณ์เหรอ
ถ้างั้นรบกวนช่วยปิดประตูจากข้างนอกให้ด้วยนะ
ช่วงแรกจางเชี่ยนยังเรื่องมาก ถ้าไม่ใช่บริษัทชั้นนำในวงการเธอก็ไม่ยอมไป แต่ตอนนี้ล่ะ ขอแค่มีบริษัทเล็กๆ สักแห่งเมตตารับเธอเข้าไปทำงานแบบ 996 เธอก็แทบจะกราบกรานขอบคุณฟ้าดินแล้ว
วันนี้ก็เหมือนกัน เธอไปสัมภาษณ์งานที่สตูดิโอไอทีแห่งหนึ่งด้วยความประหม่า
ตอนเผชิญหน้ากับกรรมการสัมภาษณ์ เธอชวนเขาคุยเรื่องวุฒิการศึกษา เขากลับคุยเรื่องประสบการณ์ พอเธอคุยเรื่องอุดมการณ์ เขาก็คุยเรื่องความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พอเธอโดนสับจนเละเทะแทบไม่มีชิ้นดี อีกฝ่ายก็โยนกิ่งมะกอกที่อาบไปด้วยยาพิษมาให้
ทดลองงานสามเดือน ค่ากินอยู่จ่ายเอง ไม่มีค่าเดินทางให้ แถมยัง ...
ไม่มีเงินเดือน
นี่มันกะจะหลอกใช้แรงงานคนฟรีๆ ชัดๆ
แถมกรรมการสัมภาษณ์คนนี้ยังพยายามปั่นหัวเธอสารพัด บอกให้เธอรู้จักเห็นคุณค่าของโอกาสในการฝึกฝนที่หาได้ยากนี้ และยังสั่งสอนให้เธอรู้จักบุญคุณคนอีก
ขอบคุณบรรพบุรุษแกสิ
จางเชี่ยนต้องพยายามอย่างหนัก กว่าจะข่มใจไม่ให้พุ่งเข้าไปข่วนหน้ากรรมการคนนั้นจนเสียโฉมได้
[เมื่อก่อนเคยได้ยินคนบอกว่าสังคมนี้ไม่เป็นมิตรกับเด็กจบใหม่ ฉันก็คิดว่าเขาพูดเว่อร์ไป แต่ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าสังคมนี้แทบจะกลืนกินเด็กใหม่อย่างฉันทั้งเป็น แถมยังเคี้ยวซะจนกระดูกป่นไม่มีเหลือเลย]
[ฉันไม่ได้ขออะไรมาก แค่อยากให้มีองค์กรสักแห่งเปิดรับฉันในตอนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน เพื่อให้ฉันได้มีโอกาสเติบโตก็เท่านั้น]
[บางทีฉันอาจจะไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีความสามารถ และอาจจะไร้ค่าจริงๆ แต่อย่างน้อยก็น่าจะให้ฉันได้ลองดูสักตั้ง ถ้ามันไม่รอดจริงๆ ฉันก็จะยอมรับชะตากรรม]
[ความเป็นจริงมันโหดร้ายมาก อุดมการณ์ที่เคยมีก็กลายเป็นของไร้ค่าไปเลย]
จางเชี่ยนพิมพ์ข้อความอย่างใจจดใจจ่อ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าหางตาของตัวเองเริ่มชื้นแฉะ การได้ระบายความอึดอัดในใจออกมาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโล่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้ยอดคนดูในห้องไลฟ์สตรีมของจางเหิงทะลุหลักร้อยไปแล้ว ไม่มีใครสนใจสตรีมเมอร์เลย เพราะความสนใจของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ช่องคอมเมนต์กันหมด
บนโลกใบนี้ คนที่กำลังจมอยู่กับความทุกข์ใจไม่ได้มีแค่จางเชี่ยนเพียงคนเดียว
การระบายความในใจของจางเชี่ยนไปสะกิดใจใครหลายคนเข้าอย่างจัง
บางคนเริ่มพิมพ์ข้อความปลอบใจเธอในช่องแชท
[พี่สาว อย่าเพิ่งท้อแท้ไปเลย พญาเผิงทะยานตามสายลมพัด พุ่งทะยานขึ้นสู่เก้าหมื่นลี้ คนมีของยังไงก็ไม่มีวันถูกฝังกลบหรอก สักวันต้องมีเวทีให้ได้โชว์ของอย่างเต็มที่แน่นอน]
[เมนต์บนยกโควตกวีมาได้สวยมาก ขอเป็นกำลังใจให้สู้ไปด้วยกันนะ]
[ทุกคนก็เจอปัญหาเหมือนกันนั่นแหละ ตอนฉันเพิ่งเรียนจบก็ไปเตะฝุ่นมาทั่วเหมือนกัน พอนั่งต่อหน้ากรรมการสัมภาษณ์ก็รู้สึกว่าตัวเองมันไร้ค่าสุดๆ แต่ขอแค่พยายามสู้ต่อไป ยังไงก็ต้องเจอที่ที่เหมาะกับเราแน่ๆ]
[ฉันก็กำลังหางานอยู่เหมือนกัน ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองโปรไฟล์ดีใช้ได้ แต่ตอนนี้โดนตบหน้าจนท้อไปหมดแล้ว ถ้าเดือนนี้ยังหางานไม่ได้อีก ฉันกะจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านเกิดแล้วล่ะ ใช้ชีวิตในเมืองหลวงมันไม่ง่ายเลยจริงๆ !]
ห้องไลฟ์สตรีมดีๆ ตอนนี้กลายเป็นห้องแชทปรับทุกข์ไปซะแล้ว
[เพื่อนๆ พวกเราลืมอะไรไปหรือเปล่าเนี่ย ?]
[ลืมอะไรอะ ?]
[นั่นสิ ลืมอะไรเหรอ ?]
[ก็เมื่อกี้สตรีมเมอร์บอกว่าให้พี่สาวเล่าเรื่องของตัวเองมา แล้วเขาจะแต่งเพลงให้สดๆ ไง]
[หมอนี่โม้ได้โล่จริงๆ ขอปุ่มกดไลก์ให้สตรีมเมอร์หน่อย]
[มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ โม้ได้เนียนกริบจนฉันเกือบจะเชื่อแล้วเชียว]
[สตรีมเมอร์อ่านนิยายเยอะไปป่าวเนี่ย ?]
[นี่มันห้องแชทระบายความเครียดไม่ใช่เหรอ ?]
จางเหิงแทบจะหัวเราะร่าด้วยความหงุดหงิด เมื่อกี้เขาอุตส่าห์เปลี่ยนคอร์ดกีตาร์ตั้งหลายรอบเพื่อเตือนสติคนพวกนี้ แต่ผลคือแต่ละคนมัวแต่คุยกันจนเพลิน ไม่มีใครสนใจเขาเลยสักนิด
[ฉันเล่าจบแล้ว สตรีมเมอร์จะเริ่มเลยไหม ?]
จางเชี่ยนเพิ่งนึกขึ้นได้ เธอปาดน้ำตาทิ้งพลางหัวเราะเยาะตัวเอง เธอก็ดันลืมไปซะสนิทเหมือนกัน
"ในที่สุดก็นึกถึงผมได้สักที ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะครับ พี่สาวเล่าเรื่องของตัวเองจบแล้วใช่ไหม งั้นขอเวลาผมห้านาทีนะ"
จางเหิงพูดจบก็เตรียมจะหยิบกระดาษกับปากกามาแต่งเพลงสดๆ แต่ทว่า ...
ไม่มี !
ในบ้านไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
รูมเมตสองคน คนนึงก็แค่อยากใช้ชีวิตไปวันๆ ส่วนอีกคนก็หนีตามผู้ชายไปใช้ชีวิตคู่แล้ว
ใครมันจะไปเตรียมของอย่างกระดาษกับปากกาไว้ในบ้านกันล่ะ
ช่างเถอะ !
จางเหิงหน้าเจื่อนไปหนึ่งวินาที ก่อนจะตัดสินใจเล่นใหญ่ซะเลย
เขาวางมือทาบลงบนสายกีตาร์แล้วหลับตาลง ใครไม่รู้อาจจะนึกว่าเน็ตกระตุกจนภาพค้างไปแล้วก็ได้
รู้งี้บอกไปว่าขอเวลาแค่นาทีเดียวก็ดีหรอก
การต้องนั่งเก๊กหล่อตั้งห้านาทีนี่มันก็ทรมานคนหน้าตาดีเหมือนกันนะเนี่ย
โชคดีที่พวกชาวเน็ตไม่ได้เบื่อหน่าย พวกเขายังคงสาดน้ำลายในช่องคอมเมนต์อย่างต่อเนื่อง บ้างก็คุยเรื่องประสบการณ์หางานหลังเรียนจบ บ้างก็ยังคงรุมแซะสตรีมเมอร์อย่างไม่ลดละ
ติ๊ง !
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือดังขึ้น ในที่สุดก็หมดเวลาสักที
โคตรจะเขินเลย !
เขากรีดนิ้วลงบนสายกีตาร์เพื่อดึงดูดความสนใจจากชาวเน็ตกลับมา
"หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากประสบการณ์จริงของเพื่อนคนนี้ ผมก็รู้สึกอินตามไปด้วยมากๆ แต่ผมคิดว่าในฐานะคนหนุ่มสาวเหมือนกัน พวกเราควรจะเชื่อมั่นในความฝัน และพยายามโอบกอดมันไว้ให้แน่น เราไม่อาจรู้ได้หรอกว่าความฝันนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ แต่ขอแค่เราได้พยายามอย่างเต็มที่ เราก็จะไม่เสียใจภายหลัง ลำดับต่อไป ขอเชิญรับฟังเพลงสั่งทำพิเศษเพื่อมอบให้เพื่อนคนนี้ครับ"
นี่กะจะเอาจริงดิ ?
ชั่วขณะนั้น ชาวเน็ตทุกคนในห้องไลฟ์สตรีมของจางเหิง ไม่ว่าจะนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็พากันวางมือลงบนคีย์บอร์ด หรือคนที่ถือมือถืออยู่ก็เปิดฟังก์ชันพิมพ์ข้อความรอไว้แล้ว
ทุกคนรอแค่ให้จางเหิงร้องเพี้ยนหรือทำพังเมื่อไหร่ ก็พร้อมจะเปิดโหมดรุมด่าทันที
มีแค่เสียงกีตาร์ตัวเดียว อินโทรเลยดูบางไปหน่อย แต่พอโน้ตไม่กี่ตัวถูกดีดออกมา บรรดาชาวเน็ตที่กำลังตั้งใจฟังและเตรียมจับผิด กลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอย่างประหลาด
ไม่มีการโชว์เทคนิคอลังการ มีเพียงตัวโน้ตชัดๆ ไม่กี่ตัวเท่านั้น
"คุณเหมือนกับฉันไหม ที่ต้องก้มหัวยอมจำนนอยู่ใต้แสงตะวัน ... "
แค่ท่อนแรกประโยคเดียว ชาวเน็ตทั้งห้องสตรีมก็ถึงกับตกตะลึง
นี่มันเสียงสวรรค์ระดับไหนกันเนี่ย !
เสียงสูง กังวานใส และทรงพลัง ให้ความรู้สึกราวกับมีประกายแสงสีทองสะท้อนออกมา เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเร่าร้อนของวัยหนุ่มสาว
เปิดมาก็ซัดเสียงสูงปรี๊ดเลย
เพียงเสี้ยววินาที หูของทุกคนก็ถูกสะกดไว้จนอยู่หมัด
"หลั่งเหงื่อก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเงียบงัน ... "
กล่องเสียงทองคำไม่เพียงแต่ช่วยปรับสภาพเสียงของจางเหิงให้ถึงขีดสุดเท่านั้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถเลียนแบบเสียงต่างๆ ได้อย่างแนบเนียน
อย่างเช่นตอนนี้ เขาสามารถเลียนแบบน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของจางอวี่เซิงได้อย่างไร้ที่ติ
บวกกับทักษะการร้องเพลงระดับสมบูรณ์แบบ ทำให้จางเหิงไม่เพียงแต่ยกระดับการร้องไปจนถึงจุดสูงสุด แต่ยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้อย่างไร้ที่ติ จนทำให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเพลงได้อย่างลึกซึ้ง
"คุณเหมือนกับฉันไหม ที่แม้จะต้องเผชิญกับความเย็นชา ก็ไม่ยอมทิ้งชีวิตที่ตัวเองวาดฝันไว้ ... "
เมื่อร้องจบประโยคนี้ จางเหิงก็ตวัดเสียงขึ้นสูงไปอีกหนึ่งอ็อกเทฟ
ชาวเน็ตทุกคนในห้องสตรีมถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
มีพรสวรรค์ด้านเสียงขนาดนี้ รูปร่างหน้าตาก็โดดเด่นปานนี้ ดันมาเป็นสตรีมเมอร์เนี่ยนะ ?
ถ้าเดินไปสมัครค่ายเพลงไหน มีหวังโดนแย่งตัวกันอุตลุดแน่ๆ !
จางเชี่ยนที่นอนอยู่บนเตียง ตอนนี้เด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้ว เธอถือมือถือไว้แน่น ขณะที่น้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
แม้ต้องเผชิญกับความเย็นชา ก็ไม่ยอมทิ้งชีวิตที่ตัวเองวาดฝันไว้
โดนคนเมินใส่ โดนดูถูกสารพัด ...
นี่มันกำลังปลอบใจฉันอยู่ไม่ใช่เหรอ ?
เพลงนี้แต่งขึ้นมาเพื่อฉันโดยเฉพาะจริงๆ ด้วย
สตรีมเมอร์คนนี้แต่งเพลงขึ้นมาจากเรื่องราวของฉันโดยใช้เวลาแค่ห้านาทีจริงๆ ด้วย
ไม่ใช่แค่จางเชี่ยนที่อึ้ง บรรดาชาวเน็ตที่เพิ่งจะรุมแซะจางเหิงไปเมื่อกี้ก็พากันอ้าปากค้างไปตามๆ กัน
ฉันนึกว่านายแค่ขี้โม้ ที่ไหนได้นายดันเอาจริงดิ !
แถมไม่ได้มาเล่นๆ แต่เล่นใหญ่จัดเต็มซะด้วย !
"คุณเหมือนกับฉันไหม ที่วันๆ เอาแต่วิ่งตามหา วิ่งตามหาความอ่อนโยนที่คาดไม่ถึง คุณเหมือนกับฉันไหม ที่เคยหลงทางทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เดินวนเวียนไปมาอยู่ตรงทางแยกครั้งแล้วครั้งเล่า ... "
เสียงร้องอันกังวานและทรงพลังพุ่งทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของชาวเน็ตทุกคน
เนื้อเพลงทุกท่อนและทุกตัวอักษร ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวในอดีตหรือประสบการณ์ที่พวกเขาเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
"เพราะฉัน ... ไม่แคร์ ... ว่าใครจะพูดยังไง ฉันไม่เคยลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง ไม่เคยลืมความยึดมั่นในความรัก ... "
จังหวะที่เปลี่ยนอารมณ์กะทันหันทำเอาชาวเน็ตในห้องสตรีมตั้งตัวไม่ติด ความรู้สึกหลงทางทำอะไรไม่ถูกเมื่อครู่นี้ จู่ๆ ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ช่างแม่งสิ !
โดนดูถูกแล้วไง โดนมองแรงแล้วไงล่ะ ?
ฉันแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง ฉันแค่อยากทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง ฉันไม่เคยลืมความฝันที่เคยมีเลยสักครั้ง
เมื่อร้องมาถึงช่วงท้ายของท่อนนี้ จางเหิงก็แผดเสียงสูงขึ้นไปอีก
ชาวเน็ตไม่ใช่แค่ขนลุกธรรมดาแล้ว แต่ถึงขั้นหนังหัวชาหนึบกันเลยทีเดียว
เสียงดีขนาดนี้ ต้องเปย์ !
ชาวเน็ตบางคนเริ่มทนไม่ไหว ต้องรีบกดส่งของขวัญให้ เพลงระดับนี้ทำเอาพวกเขาเก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ปกติเคยชินกับการดูฟรี แต่ตอนนี้กลับอยากจะเปย์อย่างบ้าคลั่งดูสักครั้ง
ทั้งลูกชิ้นปลา หูฉลาม แถมยังมีเครื่องบินโผล่มาลำนึงด้วย
ต้องรู้ก่อนนะว่าเครื่องบินลำนึงราคาตั้งร้อยหยวนเชียวนะ สำหรับคนรวย เงินร้อยหยวนอาจจะดูจิ๊บจ๊อย ซื้อข้าวเช้าดีๆ สักมื้อยังไม่ได้เลย แต่สำหรับคนธรรมดา ถ้าประหยัดหน่อย เงินร้อยหยวนนี่ใช้ประทังชีวิตได้ตั้งสองสามวันเลยนะ
"ฉันรู้ดี ... "
จังหวะเพลงเปลี่ยนไปอีกครั้ง ดนตรีเริ่มเร้าใจและฮึกเหิมมากขึ้น
"ลุยโว้ย !"
ในช่องคอมเมนต์ มีข้อความเด้งขึ้นมา
เพียงแค่เสี้ยววินาที ก็มีคอมเมนต์แบบเดียวกันเด้งรัวๆ ขึ้นมานับสิบข้อความ
ทุกคนสัมผัสได้ว่าคลื่นสึนามิของจริงกำลังจะมาถึงแล้ว
ถ้างั้นก็ลุยไปด้วยกันเลย !
"อนาคตของฉันไม่ใช่ความฝัน ฉันใช้ชีวิตอย่างตั้งใจในทุกๆ นาที อนาคตของฉันไม่ใช่ความฝัน หัวใจของฉันเต้นไปพร้อมกับความหวัง ... "
จางเหิงร้องท่อนฮุกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอาชาวเน็ตในห้องไลฟ์สตรีมคลั่งไคล้กันจนแทบเสียสติ
อนาคตของฉันไม่ใช่ความฝัน ท่อนนี้มันกระแทกใจสุดๆ
[รักเลยๆ พี่หก โปรดรับการชาบูจากผมด้วย]
[นอกจากคำว่าโคตรเจ๋ง ฉันก็คิดคำอื่นไม่ออกแล้ว]
ใครจะไปคาดคิดล่ะ ว่าแค่เพราะนอนไม่หลับ เลยกดเข้ามาดูไลฟ์สตรีมเรื่อยเปื่อย จะได้มาเจอสตรีมเมอร์ระดับเทพเจ้าแบบนี้
ในช่องคอมเมนต์ไม่มีใครมานั่งวิจารณ์ว่าเพลงเพราะหรือไม่เพราะอีกแล้ว
เพราะต่อให้จะมีคนอยากเถียง ก็คงกระดากปากเกินกว่าจะพูดออกมาได้ และอีกอย่าง จะไปเถียงหาพระแสงอะไรล่ะ
นี่มันยาชูกำลังชั้นดีในยามดึกชัดๆ
เข็มนี้ฉีดเข้าเส้นไปเต็มๆ เลือดที่สูบฉีดพล่านไปทั้งตัวตอนนี้ ต่อให้ผ่านไปเป็นเดือนก็คงไม่ยอมเย็นลงง่ายๆ แน่
เขาร้องท่อนฮุกวนไปสิบกว่ารอบ เสียงของจางเหิงก็ค่อยๆ เบาลง คลื่นสึนามิสงบลง พร้อมกับเสียงกีตาร์ที่ค่อยๆ จางหายไป
ช่องคอมเมนต์เงียบกริบไปชั่วขณะ
[พี่หก ร้องอีกรอบเถอะ ขออีกรอบนะ !]
[อังกอร์ อังกอร์ !]
เหอะ !
ทีตอนนี้ล่ะมาเรียกพี่หก !
จะให้ร้องอีกรอบน่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอก ...
เขากวาดตามองยอดเงินโดเนท
จางเหิงตัดสินใจยอมกลืนน้ำลายตัวเองทันที
[จบแล้ว]