บทที่ 14 ทะเลาะ
บทที่ 14 ทะเลาะ
บทที่ 14 ทะเลาะ
เมื่อได้ยินว่าคนของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างพากันมาปิดล้อมที่หน้าประตูยอดเขาฟังหิมะ หวังเต้าหลินก็โกรธจนหนวดเคราแทบจะชี้ขึ้นฟ้า
"เห็นไหม! เห็นไหม! นี่คือปัญหาที่ศิษย์รักของเจ้าก่อขึ้น!"
แม้ว่าเมื่อครู่นี้จะโต้เถียงกับหวังเต้าหลินอย่างหนัก แต่เจียงเฉินก็รู้ว่าหวังเต้าหลินเตือนด้วยความหวังดี
"ก็แค่พวกไร้ค่ากลุ่มหนึ่ง ศิษย์รักไปกันเถอะ ไปจัดการพวกเขากัน"
เจียงเฉินบิดขี้เกียจ วางคันเบ็ด เรียกหนานซินเยว่แล้วก็กำลังจะลงเขา
"หึ! ข้าขี้เกียจจะสนใจเจ้าแล้ว!"
หวังเต้าหลินสะบัดแขนเสื้อด้วยความโกรธ ร่างลอยขึ้นทำท่าจะจากไป แต่ก่อนไปก็ส่งกระแสจิตไปหาหวังเหยา
"เหยาเอ๋อร์ เจ้าตามไปดู หากมีเรื่องขัดแย้งอะไรก็ใช้ยันต์สื่อสารบอกปู่"
ยอดเขาฟังหิมะ หน้าประตูภูเขา
ศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างสิบกว่าคนมารวมตัวกันที่นี่ แต่ละคนล้วนมีสีหน้าไม่พอใจ
แม้แต่ซ่งซื่อเจี๋ยก็อยู่ที่นี่ แต่ในตอนนี้เขาดูน่าสมเพชอย่างยิ่ง หน้าอกพันด้วยผ้าพันแผลหนา ใบหน้าซีดขาว มีศิษย์สองคนคอยพยุงอยู่ข้างๆ
"ศิษย์พี่หลี่! ไอ้เจียงเฉินนั่นมันก็แค่เต่าหดหัว ไม่มีทางออกมาแน่! พวกเราจะต้องรอถึงเมื่อไหร่?!"
"ใช่! ศิษย์พี่หลี่! สู้พวกเราบุกขึ้นไปเลยดีกว่า จับตัวเจียงเฉินกับเด็กสารเลวนั่น!"
"ทำร้ายศิษย์พี่เสิ่นก่อน ยังจะทำร้ายศิษย์น้องซ่งต่ออีกคน! ถ้าไมเอาคืน ยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างของพวกเราจะไม่ถูกยอดเขาอื่น ๆ หัวเราะเยาะหรือ?!"
เมื่อได้ยินเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องร้องอยากจะบุกขึ้นยอดเขาฟังหิมะ ศิษย์พี่หลี่ที่เป็นผู้นำก็ขมวดคิ้ว
"เงียบกันก่อน แม้ว่ายอดเขาฟังหิมะจะตกต่ำ แต่ไอ้คนไร้ค่าเจียงเฉินนั่นตามสถานะแล้วก็ยังเป็นเจ้าของยอดเขา หากพวกเราบุกขึ้นไปโดยพลการ อาจจะถูกเขากัดกลับได้"
คนที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่หลี่คนนี้ดูเหมือนจะมีบารมีในกลุ่มคนพอสมควร พอเขาพูดขึ้นผู้คนก็เงียบลงไปมาก
"โอ้ คึกคักกันจังเลยนะ"
เสียงพูดหยอกล้อที่ดังมาจากที่ไม่ไกลออกไปดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง
เจียงเฉินเดินลงมาจากบันไดหินอย่างช้า ๆ หนานซินเยว่และหวังเหยาก็เดินตามมาด้านหลัง
เมื่อเห็นเจียงเฉินและหนานซินเยว่ปรากฏตัว อารมณ์ของทุกคนก็ปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งซ่งซื่อเจี๋ย ดวงตาที่มองหนานซินเยว่เต็มไปด้วยความอาฆาต
การประลองก่อนหน้านี้ เขาไม่เพียงแต่เสียหน้า ยังต้องบาดเจ็บสาหัส อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาครึ่งปีถึงจะหายดี การทดสอบของสำนักในอีกหลายเดือนข้างหน้าเขาอาจจะไม่สามารถเข้าร่วมได้
เจียงเฉินยืนอยู่ตรงหน้ากลุ่มคน มองไปที่ศิษย์พี่หลี่ที่เป็นผู้นำ
"หลี่เจ๋อแห่งยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างคำนับท่านเจ้ายอดเขาเจียง"
ตามสถานะแล้ว ต่อหน้าเจียงเฉิน ศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างเหล่านี้จะต้องทำความเคารพและทักทาย
แต่หลี่เจ๋อคนนี้เพียงแค่พูดไปตามมารยาทเท่านั้น ร่างกายกลับยืนตรง เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถานะ"เจ้ายอดเขา" ของเจียงเฉินเลย
"พวกเจ้าหลายคนมาปิดล้อมที่ยอดเขาฟังหิมะของข้า หมายความว่ายังไง?" เจียงเฉินพูดอย่างเกียจคร้าน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เจ๋อก็มองไปที่หนานซินเยว่แล้วจึงหันกลับมา
"เรื่องบนเวทีประลอง ท่านเจ้ายอดเขาเจียงรู้เรื่องหรือไม่?"
"อืม รู้" เจียงเฉินตอบ
"ข้าได้รับคำสั่งจากเจ้ายอดเขาให้มาที่ยอดเขาฟังหิมะเพื่อขอคำชี้แจง การเข่นฆ่าคนในสำนักเดียวกันถือเป็นเรื่องต้องห้ามของสำนัก ให้ศิษย์ของท่านไปขอโทษศิษย์น้องซ่ง แล้วไปที่ศาลาวินัยเพื่อรับโทษซะ"
หลี่เจ๋อพูดอย่างเรียบเฉย ราวกับว่ากำลังออกคำสั่ง
"โอ้? นี่เป็นความคิดเห็นของเจ้ายอดเขาของเจ้าหรือ?" เจียงเฉินถาม
เมื่อเห็นท่าทีของเจียงเฉินเปลี่ยนไป หลี่เจ๋อก็ปรากฏความดูแคลนในดวงตา
นี่ไม่ใช่ความคิดเห็นของเจ้ายอดเขาของพวกเขา เรื่องเล็กน้อยระหว่างศิษย์ยังไม่ถึงขนาดที่จะต้องให้เจ้ายอดเขาของพวกเขามาสนใจ
เขาเพียงแค่จงใจอ้างชื่อของเจ้ายอดเขาเพื่อกดดันทางจิตใจเจียงเฉินเท่านั้น
"ถูกต้อง เป็นความคิดเห็นของเจ้ายอดเขาของพวกเรา"
"งั้นก็ให้ต้วนหมิงหย่วนมาพูดกับข้าเอง พวกเจ้ามาจากไหนก็กลับไปที่นั่นเถอะ"
เมื่อเห็นเจียงเฉินกล้าเอ่ยชื่อเจ้ายอดเขาของตนเองตรง ๆ เหล่าศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างก็โกรธขึ้นมา
"เหลือทนแล้ว! กล้าเอ่ยชื่อท่านเจ้ายอดเขาของข้าตรง ๆ หรือ?!"
"เจียงเฉิน! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ก็แค่คนไร้ค่า คิดว่าตัวเองจะเทียบเท่ากับท่านเจ้ายอดเขาของข้าได้หรือไง?!"
"ศิษย์พี่หลี่! ไม่ต้องเสียเวลาพูดกับเขา ลงมือจับตัวเลย!"
ภาพนี้ในสายตาของเจียงเฉินก็เหมือนกับเด็กน้อยเล่นขายของ ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย
แต่หนานซินเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ ใบหน้าที่เย็นชาอยู่แล้วก็ยิ่งเย็นชาขึ้น มือหยกจับด้ามดาบโดยไม่รู้ตัว
"ศิษย์รักไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น"
เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของหนานซินเยว่ เจียงเฉินก็หันไปปลอบ
เมื่อเทียบกับคำพูดที่ไร้สมองของศิษย์คนอื่น ๆ หลี่เจ๋อก็ยังมีสติมากกว่า
"เงียบ!"
หลังจากตะคอกใส่ศิษย์ที่อยู่ด้านหลังเสียงดัง เขาก็มองเจียงเฉินด้วยสีหน้าที่มืดครึ้ม
เขารู้ดีว่าไม่ว่าเจียงเฉินจะไร้ค่าแค่ไหนก็ยังเป็นเจ้าของยอดเขา ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างพวกเขาที่จะลงมือได้ง่าย ๆ
"ข้าให้เกียรติเรียกท่านว่าท่านเจ้ายอดเขาก็เพราะกฎของสำนัก แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจะมีความสามารถที่คู่ควรหนานซินเยว่ทำร้ายศิษย์ของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างของข้า แถมยังคิดจะลงมือสังหาร ส่งตัวเธอมา เรื่องนี้ก็จบลง"
"เฮ้อ คนหนุ่มสาวสมัยนี้ช่างใจร้อนจริง ๆ"
เดิมทีเจียงเฉินก็ขี้เกียจจะเสียเวลากับศิษย์พวกนี้ เพียงแค่ไม่อยากให้แมลงวันที่น่ารำคาญเหล่านี้มาส่งเสียงดังรบกวนที่ยอดเขาฟังหิมะ
มีเวลามาต่อปากต่อคำกับพวกปลายแถวเหล่านี้ เขาสู้กลับไปตกปลาเพิ่มอีกสองสามตัวทำซุปดี ๆ แล้วเอาไปประจบหวังเต้าหลินไม่ดีกว่าหรือ
"ศิษย์รัก" เจียงเฉินพูด
"…"
เจียงเฉินทุบเอวพูดอย่างเกียจคร้าน: "อาจารย์เหนื่อยแล้ว จะกลับไปงีบหลับ เจ้าอยู่ที่นี่เฝ้าไว้ ถ้าไม่มีคำสั่งของอาจารย์ ใครกล้าขึ้นมาเจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร?"
"ศิษย์เข้าใจแล้ว"
หนานซินเยว่ก้าวไปข้างหน้า พลิกข้อมือ กังเบินหลิงเตี่ยนหลิงอีก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือ ดวงตาที่เย็นชากวาดมองไปยังผู้คนเบื้องล่าง
ดูเหมือนว่าจะไม่คาดคิดว่าเจียงเฉินจะมีท่าทีที่แข็งกร้าวเช่นนี้ สีหน้าของหลี่เจ๋อก็มืดครึ้มเล็กน้อย
"เจียงเฉิน! เจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างของข้าหรือ?"
ไม่ว่าหลี่เจ๋อที่อยู่ด้านหลังจะตะโกนอย่างไร เจียงเฉินก็ขี้เกียจที่จะสนใจ
"พี่เจียง พวกเราจะไปจริง ๆ หรือ? ศิษย์น้องซินเยว่เธอคนเดียว... จะไม่มีปัญหาหรือ?"
หวังเหยาหันกลับไปมองร่างที่ดูบอบบางแต่กลับยืนหยัดอยู่ตรงหน้ากลุ่มคน สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
"หรือว่าเจ้าจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ?"
"อ๋า? ข้า... ข้าไม่ถนัดการต่อสู้ หรือว่าข้าจะไปเรียกท่านปู่มาดี?" หวังเหยาพูด
"วางใจเถอะ สู้กันไม่ได้หรอก พวกศิษย์เหล่านั้นก็แค่เก่งแต่ปาก ไม่กล้าก่อเรื่องที่นี่หรอก"
"อ้อ..."
หวังเหยาตอบรับ เดินตามเจียงเฉินขึ้นเขาไปอย่างช้า ๆ โดยหันกลับไปมองเป็นระยะ ๆ
เมื่อเห็นว่าเจียงเฉินทิ้งตัวเองไว้เช่นนี้จริง ๆ สีหน้าของหลี่เจ๋อก็ดำคล้ำถึงขีดสุด เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านหลังของเขาก็โกรธจนกัดฟันกรอด ๆ
"เหลือจะทนแล้ว! ไอ้คนไร้ค่าเจียงเฉินกล้าโอหังขนาดนี้ได้อย่างไร?!"
"เขาคิดว่าคนของยอดเขาวิญญาณเวิ้งว้างของพวกเราเป็นลูกพลับนิ่ม ๆ หรืออย่างไร?!"
"พวกเราขึ้นเขากันเดี๋ยวนี้เลย! ข้าจะดูซิว่าเขาจะทำอย่างไร!"
"วูม!"
เสียงดาบที่แสบแก้วหูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยพลังเย็นยะเยือก
หนานซินเยว่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูเพียงคนเดียวกับดาบหนึ่งเล่ม ดวงตาที่เย็นชามองลงมายังผู้คนเบื้องล่าง
"ผู้ที่บุกรุกยอดเขาฟังหิมะต้องตาย"
น้ำเสียงที่เย็นเยียบของหนานซินเยว่ทำให้กลุ่มคนที่กำลังวุ่นวายเงียบลงชั่วขณะ