เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 - ดุดันเกินไปแล้ว

บทที่ 120 - ดุดันเกินไปแล้ว

บทที่ 120 - ดุดันเกินไปแล้ว


บทที่ 120 - ดุดันเกินไปแล้ว

ชื่อฮวาก้มหน้าลงประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของร่างบางในอ้อมกอด เขาเริ่มต้นไขว่คว้าความหอมหวานจากนาง รสจูบของเขาแม้จะเงอะงะทว่ากลับดุดันและรุกราน เชียนเซี่ยถูกจูบจนแทบจะขาดใจ

ในจังหวะที่นางรู้สึกว่าตนเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ เขาก็ยอมผละริมฝีปากออก

เขาจ้องมองใบหน้าที่ซับสีระเรื่อและดวงตาที่ฉ่ำปรือของนางเบื้องหน้า ยามนี้เขาสัมผัสได้เพียงความปวดหนึบจากความตึงเครียดของส่วนใดส่วนหนึ่งบนร่างกาย เขาเอ่ยกระซิบข้างใบหูนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยความเย้ายวน

"เซี่ยเซี่ย ข้าอาจจะ... หลงรักเจ้าเข้าแล้วจริงๆ"

ยังไม่ทันที่เชียนเซี่ยจะมีโอกาสตอบสนองใดๆ ชื่อฮวาก็ประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากของนางอีกครา ก่อนจะลากไล้จากริมฝีปากลงมายังลำคอ ไหปลาร้า และลามไปถึงความอวบอิ่มของนาง...

เรื่องพรรค์นี้ บุรุษล้วนเก่งกาจได้โดยไร้ครูสอนจริงๆ เชียนเซี่ยที่ก่อนหน้านี้ยังแอบกังวลใจ ยามนี้นางกลับนึกกังวลในสวัสดิภาพของตนเองมากกว่าเสียแล้ว

เวลาล่วงเลยไปเนิ่นนาน...

"ฮือๆๆ... ชื่อฮวา ไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว"

ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมา มีเพียงน้ำเสียงแหบพร่าของบุรุษหนุ่ม "ต้องเอาสิ เด็กดี ขออีกรอบเถิดนะ..."

ทางด้านหานชวนและฝูอวี้ มนุษย์สัตว์ทั้งสองตนนี้นั่งชมทิวทัศน์อยู่ที่หน้าประตูเผ่ามาพักใหญ่แล้ว และในเวลานี้ บรรดามนุษย์สัตว์ที่ออกไปล่าสัตว์ก็เริ่มทยอยกันเดินทางกลับมา

มนุษย์สัตว์ทุกคนที่กลับมาต่างก็เข้ามาทักทายพวกเขา ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาทั้งสองรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย

ทั้งสองคนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มลงทุกขณะ ก่อนจะหันมาสบตากัน

"พวกเราสมควรจะกลับไปได้แล้วกระมัง?" หานชวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งบ่น มือก็เอื้อมไปเด็ดกลีบดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่ข้างๆ ออกมาทีละกลีบๆ

ฝูอวี้ในเวลานี้ก็ตัดสินใจไม่ถูกเช่นกัน เขากลัวว่าหากพวกเขากลับไปแล้วชื่อฮวายังเสร็จกิจ มันจะไม่กลายเป็นเรื่องน่ากระอักกระอ่วนหรอกหรือ

เมื่อกลีบดอกไม้กลีบสุดท้ายถูกเด็ดออกไป หานชวนก็ผุดลุกขึ้นยืน "ไป กลับกันเถอะ หากเจ้าหมอนั่นยังไม่เสร็จกิจล่ะก็ คืนนี้ก็อย่าหวังจะได้นอนกับเซี่ยเซี่ยเลย!"

พวกเขาอุตส่าห์ออกมาตั้งนานสองนานแล้ว หากยังไม่เสร็จกิจอีก พวกเขาก็ไม่มีทางยอมให้เขาแตะต้องเซี่ยเซี่ยอีกต่อไปแน่! ฝูอวี้พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มสาวเท้าเดินกลับบ้าน

เชียนเซี่ยเหนื่อยล้าจนสลบไสลไปอีกครา ชื่อฮวาก้มมองรอยข่วนบนร่างของตน ยามนี้เขาถึงได้ประจักษ์แก่ใจแล้วว่า เหตุใดหานชวนถึงได้ล่วงรู้ว่าฝูอวี้ได้ร่วมรักไปแล้ว

เขาชำนาญในการตักน้ำมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้เชียนเซี่ย จากนั้นก็ปูรังหญ้าฝั่งตรงข้ามให้เรียบร้อย แล้วจึงอุ้มเชียนเซี่ยไปวางลงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันมาจัดเก็บรังหญ้าอีกฝั่งที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง

ทันทีที่เขาจัดเก็บรังหญ้าเสร็จ หานชวนและฝูอวี้ก็กลับมาพอดี

ทันทีที่หานชวนและฝูอวี้ก้าวเท้าเข้ามาในถ้ำ กลิ่นอายเฉพาะตัวที่ยังไม่จางหายไปก็ลอยมาปะทะจมูก ชั่วขณะนั้นใบหน้าของมนุษย์สัตว์ทั้งสองก็พลันบึ้งตึงขึ้นมาในพริบตา

ฝูอวี้ถลึงตาใส่หานชวน ส่วนหานชวนก็กลอกตาตอบ

ฝูอวี้ : 'เป็นเพราะเจ้าแท้ๆ จะรีบกลับมาทำซากอันใดเล่า!'

หานชวน : 'เมื่อครู่เจ้าก็เห็นด้วยไม่ใช่หรือไง? ยามนี้กลับมาโทษข้าเสียอย่างนั้น?'

ในจังหวะที่มนุษย์สัตว์ทั้งสองกำลังสาดสงครามประสาทใส่กันอยู่นั้น ชื่อฮวาก็ประคองอ่างน้ำเดินออกมาจากด้านใน บนแผงอกกำยำล่ำสันของเขามีรอยข่วนปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดอยู่หลายรอย

ชั่วขณะนั้นทั้งหานชวนและฝูอวี้ต่างก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ทว่าเมื่อทั้งสองได้เห็นแผ่นหลังของชื่อฮวา พวกเขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ทั้งสองรีบพุ่งเข้าไปขนาบซ้ายขวาล้อมกรอบชื่อฮวาเอาไว้ในทันที

"หืม? พวกเจ้าจะทำอันใด?" ชื่อฮวาทำหน้างุนงง

"เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือ ร่างกายของเซี่ยเซี่ยเพิ่งจะฟื้นตัว เจ้าจำเป็นต้องดุดันถึงเพียงนี้เลยหรือ!?" หานชวนจ้องมองเขาด้วยความเคียดแค้นกัดฟันกรอด

เขารู้ดีว่าเชียนเซี่ยจะเผลอฝากรอยข่วนเอาไว้ในสถานการณ์เช่นใด ตอนแรกที่เห็นรอยข่วนสองสามรอยบนหน้าอกของอีกฝ่าย เขาก็ยังคิดว่า... มันก็ถือเป็นเรื่องปกติล่ะกระมัง

จนกระทั่งได้เห็นแผ่นหลังของเจ้านี่! พระเจ้ายอด รอยข่วนนับไม่ถ้วนเหล่านี้ มันบ่งบอกได้อย่างชัดเจนเลยว่าสถานการณ์มันดุเดือดถึงเพียงใด

ฝูอวี้ในเวลานี้ก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ชื่อฮวาก็ชิงกล่าวขอโทษด้วยความสำนึกผิดเสียก่อน

"อ้อ ขอโทษที ข้า... ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ วันหลังข้าจะระวังให้มากกว่านี้"

ชื่อฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจสุดๆ ซึ่งนั่นทำให้หานชวนและฝูอวี้รู้สึกเหมือนออกแรงชกกระสอบทรายแต่กลับไปโดนก้อนสำลี ทั้งสองคนถึงกับจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน

หานชวนและฝูอวี้ : 'ช่างเถอะ เจ้าหมอนี่... เฮ้อ ช่างมันเถอะ'

ท้ายที่สุดทั้งสองคนก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ ก่อนจะแยกย้ายกันไปหาอะไรทำ

ตอนที่หานชวนร่วมรักกับเชียนเซี่ยเป็นครั้งแรก นางกำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงทะนุถนอมนางอย่างระมัดระวังเป็นที่สุด ส่วนฝูอวี้ก็ยังมีความกังวลเรื่องสภาพร่างกายของเชียนเซี่ยอยู่บ้าง ดังนั้นจึงค่อนข้างทะนุถนอมนางเช่นกัน

ใครจะไปคาดคิดเล่า ว่าชื่อฮวาที่ปกติดูทื่อๆ ซื่อบื้อๆ กลับจัดหนักจัดเต็มถึงเพียงนี้ ชั่วขณะนั้น ภายในใจของทั้งสองคนล้วนปะปนไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

เมื่อดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าและดวงจันทราลอยเด่นขึ้นมาแทนที่ ในที่สุดเชียนเซี่ยก็ตื่นจากการหลับใหล ยามนี้นางรู้สึกปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่าง แข้งขาก็สั่นเทาอยู่รอมร่อ

เชียนเซี่ยฝืนลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ในเวลานี้นางอยากจะร้องไห้ทว่ากลับไร้น้ำตา

เดิมทีนางไม่ได้ตั้งใจจะรวบรัดร่วมรักกับทั้งสองคนให้จบภายในวันเดียวเสียหน่อย ทว่าพอมาคิดดูอีกที หากปล่อยให้อีกคนต้องรอไปจนถึงวันพรุ่งนี้... มันก็ดูจะลำเอียงไปสักหน่อย นางถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้

ที่สำคัญคือตอนที่ร่วมรักกับฝูอวี้ก็ยังถือว่าราบรื่นดีอยู่ อาจเป็นเพราะฝูอวี้ยังคงเป็นห่วงสุขภาพของนาง การร่วมรักระหว่างทั้งสองจึงดำเนินไปอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล ดังนั้นในตอนนั้นนางจึงคิดว่า หากเปลี่ยนเป็นชื่อฮวาก็คงจะไม่มีปัญหาอันใดเช่นกัน

ทว่าใครจะไปรู้ล่ะ! ชื่อฮวาผู้นี้กลับกลายเป็นดั่งม้าป่าที่หลุดจากบังเหียน พละกำลังล้นเหลือราวกับใช้เท่าใดก็ไม่มีวันหมด! ผู้ใดเป็นคนกล่าวกันว่ามีแต่วัวที่เหนื่อยตาย แต่ไม่มีที่นาที่ไถจนพัง!

"หานชวน...!?"

เชียนเซี่ยเพิ่งจะเปล่งเสียงเรียกออกไป ก็ต้องรีบหุบปากฉับในทันที ยามนี้นางยิ่งอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตาหนักกว่าเดิมเสียอีก เสียงของนางแหบแห้งไปหมดแล้ว!

"เซี่ยเซี่ย เจ้าตื่นแล้วหรือ หิวแล้วหรือไม่ น้ำแกงเนื้อในหม้อต้มเสร็จแล้วนะ หรือว่าเจ้าอยากจะกินเนื้อทอดกับมันเทศเผาเล่า?"

ชื่อฮวาคอยเฝ้าอยู่หน้าเตาไฟเพื่อจับตาดูน้ำแกงเนื้อในหม้อมาโดยตลอด ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาของเชียนเซี่ย ตอนแรกเขายังนึกว่าหูฝาดไปเอง ทว่าด้วยความไม่วางใจจึงลุกขึ้นมาดู ก็พบว่านางตื่นแล้วและกำลังนั่งอยู่บนรังหญ้า

เมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของชื่อฮวา จู่ๆ เชียนเซี่ยก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ชั่วพริบตาดวงตาของนางก็แดงระเรื่อ หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า

ชื่อฮวาลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก เขารีบก้าวเข้าไปย่อตัวลงตรงหน้าเชียนเซี่ย มองดูนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความปวดใจ

"ปะ... เป็นอันใดไปเซี่ยเซี่ย ไม่ร้องนะคนดี ไม่ร้อง เกิดอันใดขึ้นงั้นหรือ?"

"เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น เจ้ามันทำเกินไปแล้ว ข้าตะโกนจนเสียงแหบแห้งไปหมดแล้ว ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวก็ปวดเมื่อยไปหมด ข้าบอกตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่เอา..." เชียนเซี่ยสูดน้ำมูกพลางเอ่ยฟ้องร้องความผิดของเขาด้วยความน้อยอกน้อยใจ

"ขอโทษนะเซี่ยเซี่ย ความผิดของข้าเอง โทษข้าเถอะ คราวหน้าข้าจะระวังให้มากกว่านี้ ข้าจะเบามือให้มากกว่านี้แน่นอน" ชื่อฮวาเอ่ยปลอบประโลมด้วยความปวดใจและอ่อนโยน ในขณะเดียวกันเขาก็ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ ว่าเหตุใดในตอนนั้นถึงได้ควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนั้น

ยามนี้เชียนเซี่ยหิวจนตาลายไปหมดแล้ว แถมยังสูญเสียพละกำลังไปมากขนาดนั้น ตอนนี้นางเพียงแค่อยากจะหาอะไรลงท้องเท่านั้น

"อุ้มหน่อย หิวแล้ว อยากกินทุกอย่างเลย" เชียนเซี่ยเอ่ยออดอ้อน ก่อนจะยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปหาชื่อฮวาเพื่อขอให้เขาอุ้ม

เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนของเชียนเซี่ย ชื่อฮวาก็ลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปช้อนตัวเชียนเซี่ยขึ้นอุ้ม

"ดื่มน้ำแกงเนื้อรองท้องไปก่อนดีหรือไม่ ส่วนเนื้อทอดกับมันเทศเผา... รอให้ข้าออกไปตามหาฝูอวี้กับหานชวนก่อนนะ!"

ชื่อฮวารู้สึกสำนึกผิดอยู่ในใจอย่างสุดซึ้ง ให้ตายเถอะ! เหตุใดเขาถึงทำอาหารไม่เป็นเอาเสียเลย!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 120 - ดุดันเกินไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว