- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 660 - นี่แหละคือวิถีแห่งอสุรา
บทที่ 660 - นี่แหละคือวิถีแห่งอสุรา
บทที่ 660 - นี่แหละคือวิถีแห่งอสุรา
บทที่ 660 - นี่แหละคือวิถีแห่งอสุรา
ในเวลานี้ราชาภูเขาเนื้อรู้สึกราวกับว่าความเข้าใจโลกของเขากำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง
กู่ป้องกันสีทองของเขานั้นมีระดับความสำคัญที่สูงส่งมากๆ เลยนะ!
มันคือหนึ่งในกู่สายป้องกันระดับสีส้มที่ยอดเยี่ยมที่สุดเชียวนะ
โดยปกติแล้ว มีเพียงแค่เขาเท่านั้นแหละที่จะเป็นฝ่ายซัดพลังของคนอื่นให้กระเด็นออกไปได้!
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้กู่ที่แข็งแกร่งกว่าเขามากก็เถอะ
แต่นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่พลังสีทองของเขาถูกคนอื่นสกัดเอาไว้ได้!
ไม่สิ...
ไม่ใช่แค่สกัดเอาไว้ได้
แต่มันถูกแช่แข็งไปเลยต่างหาก!
นี่มันเทียบเท่ากับการถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบเลยนะ!
เป็นไปได้ยังไงกัน!
ช่างเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้!
ในขณะเดียวกัน กู้เหวินก็จัดการเนตรเทวะเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังยืนดูละครฉากนี้อยู่เงียบๆ
สำหรับเขาแล้ว การฆ่าผู้ใช้กู่สายสนับสนุนระดับเก้าพวกนี้ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการเชือดหมูเลยสักนิด
อย่างน้อยความยากก็พอๆ กันนั่นแหละ
แค่เดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็โจมตีธรรมดาใส่ทีเดียว
ก็จบเรื่องแล้ว
ในเวลานี้เขาก็กำลังมองดูภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจเช่นกัน
เขาพบว่า...
พลังของเฮยปิงในตอนนี้ มันช่างน่าสะพรึงกลัวเสียจริงๆ...
พลังเหมันต์นี้ แม้ดูผิวเผินจะเป็นเพียงแค่น้ำแข็ง แต่มันกลับบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นอย่างมาก ราวกับเป็นพลังในระดับที่สูงกว่า ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พลังงานธรรมดาทั่วไปจะสามารถนำมาเทียบเคียงได้เลย
พลังงานในตัวของราชาภูเขาเนื้อ แม้จะมีระดับความสำคัญที่สูงมาก
แต่ทว่า
พลังของเฮยปิงนั้น กลับอยู่ในระดับมิติที่เหนือกว่าเขาไปแล้วก้าวหนึ่ง
จัดอยู่ในพลังงานระดับสูงกว่า
ดังนั้น พลังงานของเขาจึงไม่อาจปัดเป่าพลังงานของเฮยปิงออกไปได้ ทำได้เพียงแค่ถูกพลังของเฮยปิงแช่แข็งเอาไว้เท่านั้น!
นี่คือสัจธรรมที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อพลังงานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่ในสภาวะที่เหนือชั้นกว่า ความสัมพันธ์แบบแพ้ทางหรือการต่อต้านกันก็จะสูญสลายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่ก็คือการถูกบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เปรียบเสมือนกับ...
พลังศักดิ์สิทธิ์ย่อมทรงพลานุภาพเหนือกว่าพลังวิญญาณเสมอ
และเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่มีวันถูกดับมอดลงด้วยสายน้ำธรรมดาทั่วไปได้อย่างแน่นอน
ดูเหมือนว่าการเดินทางไปยังแดนเหนือของเฮยปิงในครั้งนี้ เธอคงจะได้รับโอกาสและพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมาไม่น้อยเลยทีเดียว...
เผลอๆ...
เฮยปิงในตอนนี้ อาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวเธอในช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดในชาติก่อนเสียด้วยซ้ำ!
ในชาตินี้ ภายใต้อิทธิพลของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์
อัตราการเติบโตของเฮยปิง ก็เรียกได้ว่าพุ่งทะยานราวกับติดจรวดเลยทีเดียว!
ดีจังเลยนะ...
เมืองอิ๋นเหอกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
กู้เหวินยิ้มบางๆ
ในขณะนี้
ราชาภูเขาเนื้อยังคงตกอยู่ในสภาวะมึนงง เขาส่ายหน้าไปมาอย่างต่อเนื่องด้วยความตื่นตะลึง ขณะสัมผัสถึงพลังเหมันต์ของเฮยปิง
เขารู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองรับรู้มาตลอดมันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
นี่มัน...
ทำไมกันล่ะ
นี่มันคือพลังเหมันต์แบบไหนกันแน่!
หะ...หรือว่า...
มันจะเป็นกู่ระดับสีทอง?
ทำไมประเทศจิ่วโจวถึงได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้!
ผู้ใช้กู่แค่คนเดียวก็ยังเก่งกาจถึงเพียงนี้!
เมื่อคิดได้เช่นนี้
ราชาภูเขาเนื้อก็ตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอีกครั้ง ก้อนเนื้ออันอวบอ้วนบนตัวเขาสั่นกระเพื่อมไปมา
ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็
เขาจะไปสู้เพื่ออะไรอีกล่ะ!
ลำพังแค่สู้แบบตัวต่อตัวเขาก็สู้ไม่ได้อยู่แล้ว
แต่นี่ฝั่งตรงข้ามมีกันตั้งสามคน!
เดี๋ยวก่อน...สามคน?
แล้วคนสุดท้ายหายไปไหนล่ะ?
ในวินาทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
ทันใดนั้น แววตาของเขาก็เหม่อลอยไปชั่วขณะ ก่อนที่น้ำลายจะเริ่มไหลยืดออกมาจากปาก
เขามองเห็นภาพอันงดงามตระการตา เขาก้าวเข้าไปในพระราชวังแห่งหนึ่ง ที่นั่นเต็มไปด้วยเหล่านางรำในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย พวกเธอกำลังร่ายรำด้วยท่วงท่าที่ยั่วยวนชวนให้หลงใหล...
และเขาก็คือราชาผู้ครอบครองพระราชวังแห่งนี้
ทุกคนล้วนแต่มาเพื่อปรนเปรอและเอาอกเอาใจเขา
ช่างงดงามเสียเหลือเกิน...
ร่ายรำได้พลิ้วไหวชวนมองจริงๆ...
ขาวจั๊วะเลย...
นวลเนียนอะไรขนาดนี้...
ใหญ่โตมโหฬารสุดๆ...
แต่ว่า...ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
อืม...
ช่างมันเถอะ ไม่เห็นจะสำคัญเลย
ความสุข! ความสุขสิถึงจะเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด!
ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้มันไม่สำคัญหรอก!
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนนี้วินาทีนี้ เขากำลังมีความสุข!
ช่างเป็นความสุขที่ล้นปรี่อะไรเช่นนี้!
ที่นี่แหละคือสรวงสวรรค์ที่แท้จริง!
ในขณะที่ราชาภูเขาเนื้อกำลังจมดิ่งและเคลิบเคลิ้มไปกับภาพตรงหน้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าของเขาก็มืดดับลง ความรู้สึกดื่มด่ำกับความงามอันไร้ที่ติก็มลายหายไปจนสิ้น
สิ่งที่เข้ามาแทนที่...
คือความเจ็บปวดอันแสนสาหัสที่เสียดแทงไปถึงกระดูกดำ
อ๊ากกกกกกกก!
ต้นขาของเขาเจ็บปวดเหลือเกิน...
ทำไมกัน...
เมื่อกี้เขายังอยู่ในพระราชวังอยู่เลยนี่นา แล้วทำไมต้นขาของเขาถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้?
อ้อ...
จริงด้วยสิ
เขาไม่ได้อยู่ในพระราชวัง...เขาเป็นแค่คนชั้นต่ำจากวรรณะกลาง เขาไม่มีสิทธิ์ได้เสวยสุขในพระราชวังหรอก...
เขามาเพื่อทำสงครามกับจิ่วโจวนี่นา
ที่ต้นขาของเขาเจ็บปวด...
ก็เป็นเพราะถูกราชันย์หนูทำร้าย เขาเลยต้องตัดมันทิ้ง...
ใช่แล้วล่ะ...
ขาของเขาถูกตัดขาดไปแล้ว และกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันตราย แล้วเขาจะไปอยู่ในพระราชวังได้อย่างไรกัน
ที่แท้ภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่นี้ก็คือ...
ภาพลวงตา...
แย่แล้ว!
โดนเล่นงานเข้าให้แล้ว!
นังผู้หญิงหน้าตาน่ารังเกียจที่มีหางเก้าหางนั่น!
แต่ว่าทำไม...
ทำไมคอของเขาถึงได้เจ็บปวดด้วยล่ะ ทั้งๆ ที่เขามีบาดแผลแค่ที่ต้นขาไม่ใช่หรือไง?
เดี๋ยวก่อน...
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออะไรกัน?
ร่างไร้หัวร่างหนึ่ง
ฮ่าๆๆ
นี่มันร่างของใครกันเนี่ย!
น่าเวทนาชะมัด โดนฟันคอขาดกระเด็นเลยเหรอ?
ซวยจริงๆ เลยนะ
ไม่มีหัวแล้ว ก็ต้องตายสถานเดียวสิ
ดะ...เดี๋ยวก่อนนะ...ทำไมร่างนี้มันดูคุ้นตานักล่ะ
นะ...นี่มันดูเหมือนจะเป็นร่างของเขาเองเลยนี่นา
เขา...
ที่แท้เขาก็ตายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ...
ราชาภูเขาเนื้อรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวและตื่นตะลึงอย่างสุดขีด ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น
ตุบ...
เมื่อร่างของราชาภูเขาเนื้อล้มลง ความคิดในสมองของเขาก็สูญเสียการรับรู้หยาดสุดท้ายไปในทันที
ราชาภูเขาเนื้อ
สิ้นชีพ!
และผู้ที่ลงมือ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกู้เหวินที่เดินเข้ามาชมการต่อสู้พอดิบพอดี
เขาฉวยโอกาสนี้ปลิดชีพราชาภูเขาเนื้อไปอย่างง่ายดาย
ถึงแม้ราชาภูเขาเนื้อจะไม่ได้ถูกภาพลวงตาครอบงำ การที่กู้เหวินจะลงมือฆ่าเขามันก็ไม่ได้ยากเย็นไปกว่าการเชือดหมูเลยสักนิด ไม่ได้มีความท้าทายอะไรเลย
ยิ่งไปกว่านั้น
หมอนี่ยังโดนตัดขาไปข้างนึง แถมยังตกอยู่ในภวังค์ของภาพลวงตาอีกต่างหาก
"ได้รับอายุขัย 18,000 ล้านปี"
"ได้รับอายุขัย 16,000 ล้านปี"
"ความเข้ากันได้ของกู่ทุกประเภทในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก สมรรถภาพทางกายได้รับการยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล"
"ความคืบหน้าวิญญาณของกู่อายุขัย 4/10"
นี่คืออายุขัยและดวงวิญญาณที่ได้จากเนตรเทวะและราชาภูเขาเนื้อรวมกัน
ในจังหวะที่เริ่มการต่อสู้ทางฝั่งนี้
กู้เหวินก็จัดการสังหารเนตรเทวะได้ในพริบตา
กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างง่ายดายและไร้ซึ่งความพยายามใดๆ
ไม่ต้องเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย
ถึงแม้ว่าเนตรเทวะจะเป็นผู้ใช้กู่ระดับเก้า แต่หมอนี่ก็เป็นเพียงแค่ผู้ใช้กู่สายสนับสนุนเท่านั้น พลังป้องกันและทักษะการต่อสู้ถือว่าอ่อนแอมากเมื่อเทียบกับสายอื่นๆ
หากเนตรเทวะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้กู่ระดับเก้าคนอื่นๆ ก็อาจจะพอประวิงเวลาต้านทานได้บ้าง
แต่ทว่า...
ในเมื่อคนที่หมอนี่ต้องเผชิญหน้าด้วยคือกู้เหวิน
กู้เหวินย่อมไม่ปล่อยเวลาให้หมอนี่ได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่การต่อสู้ปะทุขึ้น กู้เหวินก็กระตุ้นพลังของกู่ข้ามห้วงมิติในพริบตา ฉีกกระชากมิติและโผล่ไปอยู่ด้านหลังเนตรเทวะในทันที
ความสามารถในการตรวจจับของเนตรเทวะนั้นยอดเยี่ยมมาก หมอนี่สัมผัสได้ถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏขึ้นด้านหลังได้ในเสี้ยววินาที และพยายามจะหลบหนีอย่างสุดชีวิตในชั่วอึดใจนั้น!
หมอนี่เตรียมใจที่จะทุ่มสุดตัวเพื่อหนีเอาชีวิตรอดแล้ว!
ไม่สนหรอกว่าเค่อลาถูจะคิดยังไง ไม่สนว่าพวกเบื้องบนในนิวเดลีจะว่ายังไง
ต่อให้ต้องกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวหนีทัพ
หมอนี่ก็จะหนี!
ยังไงซะหมอนี่ก็เป็นคนของวรรณะหลัวเหมิน ขอแค่ยังมีชีวิตรอดอยู่
ก็ยังมีความหวัง!
แต่ทว่า...
น่าเสียดายจริงๆ
คนที่หมอนี่ต้องเผชิญหน้าด้วยคือกู้เหวิน
การคิดจะหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของกู้เหวินน่ะเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
กู้เหวินกระตุ้นพลังของกู่ธาตุในพริบตา คลุมกายด้วยธาตุลมเพื่อเร่งความเร็วให้ถึงขีดสุด ก่อนจะซัดท่าระเบิดเทวะอัคคีสวรรค์วารีเทพเข้าใส่ท้ายทอยของเนตรเทวะอย่างจัง
ระเบิดหัวของเนตรเทวะกระจุยเป็นชิ้นๆ ในพริบตา!
เลือดสาดกระจายไปทั่ว
ตายคาที่ในทันที
ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้ตอบโต้หรือดิ้นรนเลยสักนิด
และตอนนี้
ในบรรดาผู้ใช้กู่ของประเทศแดนภารตะ ก็เหลือเพียงแค่เค่อลาถูที่ถูกขังอยู่กลางอากาศ กับผู้อาวุโสต้นไม้แห้งเท่านั้น
กู้เหวินปรายตามองราชันย์หนูแล้วเอ่ย
"ทำได้ดีมาก ความตายของราชาภูเขาเนื้อ แกควรได้รับความดีความชอบเป็นอันดับแรก"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ภายในใจของราชันย์หนูก็เกิดความรู้สึกซาบซึ้งและมีความรู้สึกที่ยากจะบรรยายเอ่อล้นขึ้นมา
นี่...
นี่คือความรู้สึกของการได้เป็นมนุษย์อย่างนั้นเหรอ?
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาติดตามเค่อลาถู เขาทำงานให้เค่อลาถูมานับไม่ถ้วน บุกน้ำลุยไฟ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
แต่ผลลัพธ์ล่ะ...
เค่อลาถูไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากชมเขาสักคำ
ราวกับว่าทุกสิ่งที่เขาทำไป มันคือสิ่งที่เขาต้องทำอยู่แล้ว
และตัวเขาเอง...
ก็ดูเหมือนจะคุ้นชินกับวิถีชีวิตแบบนั้นไปเสียแล้ว
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เขาได้รับคำชมจากการทำงาน...
ที่แท้...
การพยายามทำอะไรสักอย่างจนสำเร็จ มันก็ได้รับการยอมรับสินะ?
นี่แหละคือความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าใช่ไหม?
ในวินาทีนี้
ความจงรักภักดีที่ราชันย์หนูมีต่อกู้เหวินก็พุ่งปรี๊ดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขาแอบสาบานในใจว่า นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน เขาก็จะขอถวายชีวิตรับใช้กู้เหวินแต่เพียงผู้เดียว!
ไอ้ประเทศแดนภารตะเวรตะไลนี่!
นับจากนี้ไป มันคือศัตรูเท่านั้น!
ราชันย์หนูก้มหัวคารวะกู้เหวินพร้อมกับประสานมือ
"ท่านยกย่องเกินไปแล้วครับ! ข้าน้อยเพียงแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำเท่านั้น ความดีความชอบนี้ข้าน้อยมิกล้ารับ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากนายท่านทั้งสอง ข้าน้อยก็คงไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับราชาภูเขาเนื้อได้เลย"
ราชันย์หนูไม่กล้าฮุบความดีความชอบไว้คนเดียว
เขาไม่ได้ต้องการผลงานอะไรมากมายหรอก
เขาเพียงแค่อยากจะมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และได้รับการปฏิบัติอย่างมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทีของราชันย์หนู กู้เหวินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาเพียงแค่ยิ้มบางๆ
นี่แหละคือความประหลาดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศแดนภารตะ หากเป็นประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ผู้ใช้กู่ระดับเก้าย่อมได้รับการปฏิบัติและยกย่องเชิดชูราวกับเป็นตัวตนระดับสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ สถานะ หรืออิสตรี อยากได้อะไรก็ต้องได้
เพราะผู้ใช้กู่ระดับเก้าเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่งอันเป็นที่สุด สามารถทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่ได้มากมาย
คงมีเพียงแค่ประเทศแดนภารตะกระมัง ที่ปฏิบัติกับผู้ใช้กู่ระดับเก้าเยี่ยงปศุสัตว์ เพียงเพราะสายเลือดของเขาไม่บริสุทธิ์...
หึๆ...
น่าสนใจดีจริงๆ
กู้เหวินปรายตามองเฮยปิงและหร่าน ในดวงตาฉายแววประหลาดใจและชื่นชมไม่น้อย
ไม่คิดเลยว่าเฮยปิงและหร่านจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างเข้าขาขนาดนี้ เฮยปิงรับหน้าที่ปลดปล่อยพลังเหมันต์เพื่อแช่แข็งศัตรู ทำให้ศัตรูต้องพะวงกับการป้องกันจนเผลอสูญเสียสมาธิไปชั่วขณะ
จากนั้น...
วิชาภาพลวงตาของหร่านก็ตามเข้ามาสมทบ
สามารถดึงศัตรูเข้าสู่ภวังค์แห่งภาพลวงตาได้อย่างง่ายดาย
และในสมรภูมิรบระดับสูงสุดเช่นนี้
เพียงแค่อาการเหม่อลอยเสี้ยววินาที ก็เพียงพอที่จะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้แล้ว
หากหลุดเข้าไปในภาพลวงตาเมื่อไหร่ ก็เท่ากับตายสถานเดียว!
ถ้าหากทั้งสองคนนี้แข็งแกร่งขึ้นอีกสักหน่อย เผลอๆ อาจจะรับมือกับผู้ใช้กู่ระดับเก้าขั้นปลายได้เลยทีเดียว!
ในตอนนี้
หร่านมองไปทางหลี่เหลิ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
"เจ้านาย พวกเราต้องไปช่วยไหมคะ?"
การต่อสู้ระหว่างหลี่เหลิ่งและผู้อาวุโสต้นไม้แห้งดำเนินมาถึงจุดแตกหักแล้ว กลิ่นอายของต้นไม้แห้งอันน่าสะพรึงกลัวปะทะกับรังสีอำมหิตของอสุราที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ คลื่นพลังรุนแรงมหาศาล!
พลังงานทั้งสองสายปะทะกันอย่างดุเดือด จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
ภาพเหตุการณ์ดูราวกับวันสิ้นโลกไม่มีผิด!
หากผู้ใช้กู่ระดับเก้าคนอื่นเข้าไปสอดแทรก ก็อาจจะโดนลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บได้ในพริบตา!
และในเวลานี้...
ท่ามกลางการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย
หลี่เหลิ่งกำลังตกเป็นรอง!
สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ร่างกายของหลี่เหลิ่งเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดไหลอาบไปทั่วตัว บาดแผลเหล่านั้นเกิดจากกิ่งไม้แห้งอันแปลกประหลาดที่พุ่งเข้าโจมตีอย่างหนาแน่น ซ้ำร้ายบาดแผลยังถูกพลังงานมารสีดำกัดกร่อนและแทรกซึมเข้าไปอีก
ดูทุลักทุเลสุดๆ!
ราวกับว่าเขากำลังจะต้านทานไม่ไหวแล้ว
ในทางกลับกัน ผู้อาวุโสต้นไม้แห้งกลับดูผ่อนคลายและเดินทอดน่องไปมาท่ามกลางต้นไม้แห้งเหล่านั้นอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับแมวที่กำลังหยอกล้อกับหนู และกำลังดื่มด่ำกับความสนุกสนานของเกมนี้
ไม่ว่าจะมองมุมไหน...
หลี่เหลิ่งก็ดูเหมือนจะยืนหยัดต่อไปได้อีกไม่นานแล้ว
แต่เมื่อกู้เหวินมองเห็นฉากนี้ เขากลับขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไม่ต้อง ปล่อยให้กัปตันหลี่จัดการการต่อสู้ของเขาเองเถอะ เขาไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่งย่ามกับการต่อสู้ของเขาหรอกนะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
หร่านและเฮยปิงก็สงบปากสงบคำลงในทันที
พวกเธอต่างก็รู้ใจกู้เหวินดี กู้เหวินไม่มีทางตัดสินใจส่งเดชในเรื่องสำคัญแบบนี้หรอก
และหากเป็นการตัดสินใจของกู้เหวินล่ะก็ มันจะต้องถูกต้องอย่างแน่นอน!
มีเพียงราชันย์หนูที่เพิ่งจะเข้ามาร่วมกลุ่มเท่านั้นที่รู้สึกกังวลใจ เขาเอ่ยถามขึ้น
"นายท่าน...จะไม่เข้าไปช่วยจริงๆ เหรอครับ?"
"พลังของผู้อาวุโสต้นไม้แห้งนั้นทั้งแปลกประหลาดและแข็งแกร่งมาก ข้าน้อยเกรงว่ากัปตันหลี่ของพวกท่านจะต้านทานได้อีกไม่นาน ตอนนี้เขาก็บาดเจ็บสาหัสไปทั้งตัวแล้วนะครับ"
กู้เหวินมองไปทางหลี่เหลิ่งด้วยสายตาเรียบเฉยพลางตอบกลับ
"นี่แหละ..."
"นี่แหละคือวิถีแห่งอสุรา เส้นทางแห่งการท้าทายศัตรูที่เหนือชั้นกว่า ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น"
"ถึงกัปตันหลี่จะดูสะบักสะบอม มีบาดแผลเต็มตัวไปหมด ราวกับกำลังจะพ่ายแพ้อยู่รอมร่อ แต่ในความเป็นจริงแล้ว...หึๆ...พลังของเขากำลังเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ต่างหาก..."
กู้เหวินคอยเฝ้าสังเกตการณ์มาตั้งแต่ตอนที่หลี่เหลิ่งเริ่มเปิดฉากการต่อสู้แล้ว
ยิ่งหลี่เหลิ่งบาดเจ็บหนักมากเท่าไหร่ ยิ่งมีเลือดไหลออกมาร่างกายมากเท่าไหร่...
พลังในตัวของเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น!
ตั้งแต่ตอนแรกที่รับมือแทบไม่ไหว จนตอนนี้สามารถต่อกรได้อย่างสูสี กู้เหวินเห็นพัฒนาการทั้งหมดนี้อยู่ในสายตามาโดยตลอด
นี่แหละ...
คือความวิปริตของพลังอสุรา!
ในทางกลับกัน
ผู้อาวุโสต้นไม้แห้งที่ดูเหมือนจะชิลๆ สบายๆ แต่ลึกๆ แล้วในดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความร้อนรนและกระวนกระวายใจ
เขากำลังตื่นตระหนกสุดๆ!
ทั้งๆ ที่ตอนแรกเขาสามารถจัดการหลี่เหลิ่งได้อย่างง่ายดาย แต่ทำไมยิ่งสู้ เขากลับยิ่งรู้สึกว่ามันยากขึ้นเรื่อยๆ ล่ะ?
ไอ้หมอนี่ ทำไมยิ่งสู้ยิ่งเก่งวะ
เขารู้สึกได้เลยว่า...
ถ้าขืนสู้กันต่อไปเรื่อยๆ เขาอาจจะเป็นฝ่ายถูกหลี่เหลิ่งกดขี่เอาเสียเอง!
ทำไมกัน!
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?!
ช่างเป็นตัวตนที่แปลกประหลาดอะไรเช่นนี้!
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ผู้อาวุโสต้นไม้แห้งก็ยิ่งลุกลี้ลุกลนมากขึ้นเท่านั้น!
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้มาเจอกับศัตรูที่แปลกประหลาดขนาดนี้!
หลังจากที่กู้เหวินอธิบายจบ คนอื่นๆ ก็หันไปมองหลี่เหลิ่งอีกครั้ง ก่อนจะทำหน้าอึ้งและเข้าใจในทันที
ดูเหมือนว่า...
จะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยแฮะ!
แม้ว่าหลี่เหลิ่งจะดูสะบักสะบอมด้วยบาดแผลเต็มตัว แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และรังสีอำมหิตในตัวเขา มันกลับพุ่งสูงปรี๊ดจนน่ากลัวสุดๆ!
ถ้ายังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้ล่ะก็!
ผู้อาวุโสต้นไม้แห้งแพ้แน่!
ราชันย์หนูรีบกล่าวประจบประแจงทันที
"สมกับเป็นนายท่านจริงๆ ครับ! สายตาแหลมคมดุจเหยี่ยว มองทะลุถึงแก่นแท้ของปัญหาได้ในพริบตา ถ้าพวกเราบุ่มบ่ามเข้าไปช่วย ก็คงจะไปขัดจังหวะการพัฒนาฝีมือของกัปตันหลี่เข้าพอดี"
กู้เหวินยิ้มบางๆ
"ใช่แล้ว"
"ลำดับต่อไป พวกเราไปจัดการไอ้ตัวนั้นก่อนดีกว่า"
พูดจบ
กู้เหวินก็ปรายตามองไปที่เค่อลาถูซึ่งถูกขังอยู่กลางอากาศ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
แค่จัดการเค่อลาถูให้สิ้นซากไปอีกคน
ปฏิบัติการของประเทศแดนภารตะในครั้งนี้ ก็ถือว่าพังพินาศอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
คิดจะมารุกรานจิ่วโจว ก็ต้องเตรียมใจยอมรับผลกรรมที่จะตามมาให้ดี
และผลกรรมนั้น...
ก็คือความตาย!
ต่อให้เขาจะเป็นถึงเค่อลาถู ต่อให้เขาจะเป็นคนของวรรณะหลัวเหมิน เขาก็ต้องตาย!
ไม่มีใครหน้าไหนช่วยเขาได้ทั้งนั้น!
[จบแล้ว]