- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 900 - มหาเทพเผ่าปีศาจ!
บทที่ 900 - มหาเทพเผ่าปีศาจ!
บทที่ 900 - มหาเทพเผ่าปีศาจ!
บทที่ 900 - มหาเทพเผ่าปีศาจ!
เขตแดนว่านเยา พิภพต้าฮวง
อาณาเขตทั้งหมดของเขตแดนว่านเยาล้วนตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผ่าปีศาจ ส่วนพิภพต้าฮวงคือโลกใบใหญ่ที่กว้างขวางและทรงพลังที่สุดในเขตแดนแห่งนี้
ที่นี่คือดินแดนบรรพชนของเผ่าปีศาจ!
วินาทีที่ประกาศแจ้งเตือนระดับหมื่นภพดังขึ้น กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวขั้นสุดยอดก็ปะทุขึ้นภายในพิภพต้าฮวงทันที
ตามมาด้วยเงาร่างใบหน้าคนขนาดยักษ์หลายหน้าก่อตัวขึ้นกลางห้วงอวกาศ
นัยน์ตาของพวกเขาทอประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ราวกับกำลังสะท้อนภาพหมู่ดาวอันไร้ที่สิ้นสุด
"ทำไมไป๋เยี่ยถึงสามารถจุดเพลิงศรัทธาได้"
"จ้าวแห่งกฎเกณฑ์ตัวจ้อยที่ไม่มีแม้แต่ขีดความสามารถในการรองรับพลังศรัทธาด้วยซ้ำ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ"
"ฮึ ไอ้เด็กนี่ขืนปล่อยไว้ต้องเป็นภัยแน่!"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ทั้งนั้น ด้วยความบาดหมางระหว่างเผ่าพันธุ์ของเรากับเผ่าพันธุ์มนุษย์ หากปล่อยให้มันเติบโตขึ้นมาได้ ผลที่ตามมาคงยากจะจินตนาการ"
มหาเทพเผ่าปีศาจทั้งหลายต่างมองหน้ากัน ภายในใจของพวกเขาล้วนตัดสินใจได้อย่างชัดเจนแล้ว
ความว่างเปล่าคือศัตรูตัวฉกาจของหมื่นภพอย่างแท้จริง
และเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของเผ่าปีศาจเช่นเดียวกัน!
ผนึกของความว่างเปล่ายังมีเวลาอีกนับหมื่นปี ทว่าหากปล่อยให้ไป๋เยี่ยเติบโตต่อไป เผ่าปีศาจจะมีเวลาเหลือถึงหมื่นปีหรือไม่ก็ไม่มีใครกล้าการันตี
เจ้านี่มันเป็นสัตว์ประหลาดเกินไปแล้ว!
ขนาดพวกเขาที่เป็นถึงระดับมหาเทพยังต้องตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า
นี่มันผ่านไปนานแค่ไหนกันเชียวตั้งแต่ที่ไป๋เยี่ยกระตุ้นประกาศระดับหมื่นภพได้เป็นครั้งแรก
อีกฝ่ายถึงกับทะลวงจากระดับมหากาพย์ขั้นที่เจ็ดพุ่งพรวดมาถึงขอบเขตจ้าวแห่งกฎเกณฑ์ขั้นที่สิบเอ็ดได้แล้ว!
ความเร็วในการเลื่อนระดับแบบนี้มันเหมือนกับพวกใช้โปรแกรมโกงชัดๆ
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเขาไม่ได้แค่เลื่อนระดับพลังเร็วเท่านั้น แต่ในด้านของหลักกฎเกณฑ์และวิถีกฎเกณฑ์ก็ยังก้าวหน้าเร็วยิ่งกว่า!
ตอนนี้ถึงขั้นจุดเพลิงศรัทธาล่วงหน้าได้สำเร็จ นั่นมันเป็นอาณาเขตของจ้าวผู้คุมกฎแท้ๆ จ้าวแห่งกฎเกณฑ์อย่างเขากลับทำได้ แล้วแบบนี้ยังมีเรื่องไหนที่เขาทำไม่ได้อีกบ้างล่ะ
ประกาศจากระบบในครั้งนี้ทำให้มหาเทพเผ่าปีศาจนั่งไม่ติดเก้าอี้อย่างแท้จริง
"เผ่าพันธุ์มนุษย์ซุกซ่อนไพ่ตายเอาไว้มากแค่ไหน ตอนนี้พวกเราก็ยังสืบไม่ได้ เรื่องนี้คงต้องคิดให้รอบคอบกันสักหน่อย"
"มัวแต่คิดให้รอบคอบเดี๋ยวโอกาสก็หลุดลอยไปหมดหรอก ต่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์จะซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้ มันจะแข็งแกร่งไปกว่าเมื่อก่อนได้ยังไง"
"ฮึ ครั้งนี้ฉันล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าแค่อวี๋มู่ตัวคนเดียวจะเอาอะไรมาขวางพวกเรา!"
"ตอนนี้เผ่าพันธุ์จักรกลเองก็คงนั่งไม่ติดเหมือนกัน ต่อให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังมีมหาเทพซ่อนอยู่อีก ก็ไม่มีทางรับมือกับการจับมือของสองเผ่าพันธุ์เราได้หรอก"
...
ไม่ใช่แค่มหาเทพเผ่าปีศาจเท่านั้น วินาทีที่ประกาศนี้ดังก้องไปทั่ว มหาเทพทุกองค์ในหมื่นภพต่างก็ตกตะลึงกันถ้วนหน้า
พวกเขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าไป๋เยี่ยใช้วิธีไหนในการจุดเพลิงศรัทธา!
มีเพียงจ้าวแห่งโชคชะตาซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้สาเหตุ ทว่าตอนนี้หล่อนกลับไม่ได้ยินประกาศระดับหมื่นภพเลยสักนิด
เขตแดนซิ่งอวิ้น พิภพฉีเยวี่ยน มหานครเมิ่งฮ่วน
ภายในวิหารเทพสูงสุด หลิวอินนอนขดตัวอยู่บนเตียง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น แม้กระทั่งร่างกายก็ยังสั่นสะท้านเบาๆ คล้ายกับกำลังเผชิญหน้ากับฝันร้ายบางอย่าง
ถึงกระนั้นหล่อนก็ยังไม่ยอมตื่นจากภวังค์
สำหรับประกาศระดับหมื่นภพที่เพิ่งดังขึ้นเมื่อครู่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หล่อนไม่มีการตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น
หลังจากเดินทางออกจากพิภพแห่งความว่างเปล่า หล่อนก็ตรงกลับมายังวิหารเทพสูงสุดและเข้าสู่สภาวะหลับลึกทันทีเพื่อพยายามใช้ความสามารถพิเศษดึงเอาข้อมูลเกี่ยวกับความว่างเปล่าออกมาจากความฝันให้ได้มากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ แม้หล่อนที่เป็นถึงมหาเทพสูงสุดจะรู้ดีว่าทำไมซูมู่ไป๋ถึงจุดเพลิงศรัทธาล่วงหน้าได้ แต่หล่อนก็ไม่ได้ยินประกาศดังกล่าวเลย
...
เทพรัฐเป่ยเจียง ใจกลางแดนดาราจี๋เป่ย ภายในดินแดนลับขนาดเล็ก
อี้เยวียนและบรรดาเบื้องสูงของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างก็หน้าถอดสีทันทีที่ได้ยินประกาศจากระบบ
"เพลิงศรัทธา เป็นไปได้ยังไงกัน!"
ร่างแยกเงาของซือคงอวี้ถึงกับผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตื่นตะลึง
อวี๋ชูก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
การที่ไป๋เยี่ยจุดเพลิงศรัทธาได้ล่วงหน้าถือเป็นข่าวดีอย่างแน่นอน
แต่มันกลับเป็นเหมือนยันต์เร่งมัจจุราชสำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ในเวลานี้!
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นการบรรลุหลักกฎเกณฑ์ล่วงหน้า การสร้างโลกใบเล็กในร่างกาย หรือแม้แต่การหลอมรวมวิถีกฎเกณฑ์ล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ได้สลักสำคัญอะไรในสายตาของตัวตนระดับจ้าวผู้คุมกฎ
แต่บริบทของการจุดเพลิงศรัทธาล่วงหน้านั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
นี่คือการล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตของจ้าวผู้คุมกฎ พวกเขาไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้แน่
โดยเฉพาะมหาเทพจากเผ่าปีศาจและเผ่าพันธุ์จักรกล!
เชวี่ยซึ่งนั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานถอนหายใจออกมา ก่อนจะเบนสายตาไปมองเฟิงอี้เยวียนที่อยู่ข้างๆ
"อี้เยวียน ดูเหมือนว่าแผนการที่นายเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้คงต้องงัดออกมาใช้ก่อนกำหนดแล้วล่ะ"
เฟิงอี้เยวียนขมวดคิ้วมุ่น เขี้ยวไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ
ไอ้หนูไป๋เยี่ยนี่ชอบหาเรื่องให้ปวดหัวอยู่เรื่อยเลย
กระดูกแก่ๆ อย่างเขากำลังจะได้พักหายใจหายคอเพราะเรื่องที่ป้ายเจ้าพิภพถูกทำลาย ตอนนี้กลายเป็นว่าต้องกลับมาวิ่งวุ่นหัวหมุนอีกแล้ว
วิ้ง~
ประกาศจากระบบยังไม่ทันจะสิ้นสุดลง คลื่นพลังระดับมหาเทพอันแข็งแกร่งก็ปรากฏขึ้นใจกลางห้องประชุมอย่างกะทันหัน
วินาทีต่อมาร่างแยกเงาของอวี๋มู่ก็ก่อตัวขึ้น
"คารวะเทพสุรา"
ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นยืนและค้อมศีรษะทำความเคารพอวี๋มู่
"พอเถอะ คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องมาพิธีรีตองอะไรหรอก"
อวี๋มู่โบกมือปัด เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เชวี่ยสละให้ สายตากวาดมองทุกคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"วันคืนหลังจากนี้คงจะไม่ง่ายแล้วล่ะ เตรียมใจกันไว้พร้อมแล้วใช่ไหม"
"หลังเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราเคยมีวันไหนที่ใช้ชีวิตสบายๆ ด้วยเหรอ เอาเป็นว่าอี้เยวียนสั่งยังไงฉันก็ทำตามนั้น ลุยกันให้สุดไปเลย"
ซือคงอวี้ตบโต๊ะดังปังพลางสบถออกมา "ยังไงก็ต้องปกป้องไป๋เยี่ยให้ได้ ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเผ่าปีศาจกับเผ่าพันธุ์จักรกลจะเคลื่อนไหวยังไงแล้ว!"
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาทุกคนล้วนผ่านเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นั้นมาแล้วทั้งสิ้น
ในฐานะยอดฝีมือที่หลงเหลืออยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ จิตใจของพวกเขาย่อมแน่วแน่และแข็งแกร่งเป็นธรรมดา
เมื่อเห็นดังนั้น อวี๋มู่ก็ไม่พูดอะไรให้มากความ เขาหันไปมองเฟิงอี้เยวียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"หลังจากนี้คงต้องเหนื่อยนายอีกแล้วล่ะ"
เฟิงอี้เยวียนส่ายหน้า "เทียบกับแรงกดดันที่นายต้องแบกรับ เรื่องแค่นี้ของฉันมันจะไปเหนื่อยอะไร"
"วางใจเถอะ"
อวี๋มู่หยิบน้ำเต้าสุราข้างเอวขึ้นมา แก้วเหล้าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าทุกคนทันที
เขากระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความดุดันวาบผ่านส่วนลึกของแววตา
"ไอ้พวกตาเฒ่าจากเผ่าปีศาจกับเผ่าพันธุ์จักรกล ฆ่าฉันไม่ได้หรอกน่า"
[จบแล้ว]