- หน้าแรก
- ระบบบีบให้ผมเป็นเทพกระบี่ไร้พ่าย
- บทที่ 980 - การยั่วยุจากเกม
บทที่ 980 - การยั่วยุจากเกม
บทที่ 980 - การยั่วยุจากเกม
บทที่ 980 - การยั่วยุจากเกม
"เชี่ยเอ๊ย เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?"
จางหยวนมองตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวบนหน้าจอด้วยความมึนงง
เสี่ยวสุ่ยบ่นงึมงำ "จางหยวน! ทีนี้นายเห็นหรือยังว่าเกมนี้มันโรคจิตขนาดไหน? เกมบ้าอะไรไม่มีแม้แต่โหมดฝึกสอน จุดเกิดของผู้เล่นก็สุ่มมั่วไปหมด การที่นายเจอมอนสเตอร์โครงกระดูกลอบโจมตีเนี่ย ถือว่าโชคดีแล้วนะ!"
"มีอยู่ครั้งนึง เปิดเกมมาฉันก็เกิดอยู่กลางรังงูพิษเลย ฉันยังไม่ทันจะได้ขยับตัวละคร เกมก็โอเวอร์ซะแล้ว"
"เกมนี้ชักจะน่าสนใจซะแล้วสิ..."
พอได้ยินเสียงบ่นของเสี่ยวสุ่ย จางหยวนก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา เขาเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง
NPC ในชุดทูตมิติเวลาที่หนึ่งโผล่มาอีกรอบ หลังจากอธิบายปูมหลังของโลกอย่างรวดเร็ว จางหยวนก็ไปเกิดใหม่บนทวีปแดนลับอีกครั้ง
คราวนี้ จางหยวนไปเกิดอยู่ในรังมังกรยักษ์ แถมยังมีมังกรยักษ์ตัวหนึ่งที่ทั่วร่างลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงเพิ่งกลับมาพอดี มันจ้องเขม็งมาที่จางหยวน
ใบหน้าของเสี่ยวสุ่ยซีดเผือด "จบเห่แล้ว! จางหยวน ทำไมนายถึงซวยกว่าฉันอีกเนี่ย? มังกรเพลิงตัวนี้เป็นมอนสเตอร์ในโซนระดับสูงเลยนะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นมันอยู่ไกลๆ แค่ครั้งเดียวเอง ไม่นึกเลยว่านายจะมาเกิดเจอหน้ามันพอดี!"
ในขณะที่เสี่ยวสุ่ยกำลังโอดครวญ มังกรเพลิงก็เริ่มพุ่งโฉบลงมาหาจางหยวน
ครั้งนี้จางหยวนเอาจริงขั้นสุด เขาถึงกับใช้พลังของบัลลังก์มิติเวลาเพื่อหน่วงเวลาให้ช้าลง บังคับตัวละครกลิ้งหลบแบบเฉียดฉิว รอดพ้นจากการโฉบของมังกรเพลิงมาได้อย่างหวุดหวิด
"โอ้โห!"
เสียงโอดครวญของเสี่ยวสุ่ยเปลี่ยนเป็นเสียงอุทานด้วยความทึ่ง
เมื่อโจมตีพลาด มังกรเพลิงก็ดูเหมือนจะกราดเกรี้ยวขึ้นมา มันหันขวับกลับมาพ่นไฟใส่จางหยวนอีกระลอก
จางหยวนอาศัยไอเฟรมสั้นๆ จากการกลิ้งหลบ รอดพ้นจากเปลวเพลิงของมังกรไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง
"จางหยวน นายนี่เก่งชะมัด! แบบนี้ก็หลบได้ด้วยเหรอ?"
เสี่ยวสุ่ยอุทานออกมาอีกระลอก!
ภายใต้แรงเชียร์ที่มอบพลังใจให้อย่างต่อเนื่องของเสี่ยวสุ่ย นิ้วของจางหยวนก็พริ้วไหวขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มบังคับตัวละครให้เปิดฉากโจมตีสวนกลับมังกรยักษ์
แม้ว่าพลังโจมตีของมังกรยักษ์จะรุนแรงมาก แต่ท่ากลิ้งหลบของตัวละครที่จางหยวนบังคับอยู่นั้นมีไอเฟรมอมตะ ยิ่งบวกกับการตอบสนองและพลังหยุดเวลาที่แทบจะเรียกได้ว่าโกงของจางหยวนด้วยแล้ว จางหยวนบังคับตัวละครเข้าไปประชิดตัวมังกรยักษ์ได้อย่างง่ายดาย ดาบไม้ในมือฟันฉับลงไปอย่างแรง
-0!
ตัวเลขดาเมจสุดแสนจะเย็นชาเด้งขึ้นมา จางหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ในขณะที่มังกรเพลิงตวัดสายตาเหยียดหยามมองจางหยวนแวบหนึ่ง
วินาทีต่อมา มังกรเพลิงก็พ่นไฟแผดเผารังของมันจนลุกเป็นไฟ ตัวละครที่จางหยวนบังคับอยู่ถูกย่างสดกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!
ตัวอักษรคำว่า [เกมโอเวอร์] เด้งขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้ง
"แม่งเอ๊ย! ไอ้คนออกแบบเกมเฮงซวย เกมแบบนี้ใครมันจะไปเล่นได้วะ?"
จางหยวนทนไม่ไหวจนต้องสบถออกมา
เสี่ยวสุ่ยรีบเอื้อมมือมาตบแปะๆ บนหัวจางหยวนเพื่อปลอบใจ "ไม่เป็นไรน่า ไม่เป็นไรน่า! การที่นายรับมือกับมังกรเพลิงได้ตั้งหลายกระบวนท่า ถือว่าเก่งมากแล้วนะ!"
"จางหยวน ด้วยฝีมือของนาย ขอแค่รอบหน้าดวงดีหน่อย ไปเกิดในที่ดีๆ รอจนกว่าพวกเราจะมีอุปกรณ์ดีกว่านี้ รับรองว่าเคลียร์เกมได้แน่!"
"ดวงดีหน่อยงั้นเหรอ..."
พอได้ยินคำปลอบใจของเสี่ยวสุ่ย จางหยวนก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที เขากดเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง
ในจังหวะที่ทูตมิติเวลาที่หนึ่งกำลังอธิบายปูมหลังของโลกอยู่นั้น จางหยวนก็เอ่ยปากเรียก "ราชันหลัวช่า!"
"นายท่าน ข้าน้อยอยู่นี่!"
ราชันหลัวช่าปรากฏตัวขึ้นภายในห้องพัก เขารีบคุกเข่าลงเคารพจางหยวนอย่างนอบน้อม "ข้าน้อยพร้อมรับใช้ท่าน..."
ฟุ่บ!
ประกายกระบี่สายหนึ่งสาดวาบตัดผ่านร่าง
[ราชันหลัวช่าเสียชีวิตแล้ว]
จากการเสียสละของราชันหลัวช่า จางหยวนก็สามารถกระตุ้นการทำงานของเทพกระบี่แห่งโชคชะตาได้สำเร็จ ดึงออร่าความโชคดีของตัวเองขึ้นจนหลอดเต็ม
ภาพในเกมตัดฉับ จางหยวนไปเกิดอยู่ในคลังสมบัติของเมืองหลวง
เบื้องหน้าของเขาคือเพชรนิลจินดาและเหรียญทองที่กองเนินเป็นภูเขาเลากา กวาดสายตามองไปทางไหนก็เจอแต่อุปกรณ์ระดับท็อปละลานตาไปหมด
เสี่ยวสุ่ยเห็นภาพในเกมที่ส่องแสงสีทองอร่ามตา เธอก็ถึงกับช็อกตาตั้ง "จ...จางหยวน นี่นาย..."
ทำไมภาพในเกมมันถึงได้ต่างจากที่เธอเล่นลิบลับขนาดนี้ล่ะ?
จางหยวนหัวเราะเบาๆ "แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเล่นเกม ฉันก็แค่ดวงดีขึ้นนิดหน่อยเอง"
จางหยวนยิ้มกริ่ม เขาเลือกสวมใส่อุปกรณ์ระดับท็อปครบเซตจากในคลังสมบัติ จากนั้นก็หันหลังผลักประตูคลังสมบัติออกไป
ที่ด้านนอกประตู มีอัศวินยักษ์สองตนที่สูงกว่าสิบเมตรและมีแรงกดดันไม่ด้อยไปกว่ามังกรเพลิงยืนเฝ้าอยู่ พอพวกมันเห็นประตูคลังสมบัติเปิดออก แววตาก็ฉายแววงุนงงสงสัย ราวกับไม่เข้าใจว่าจางหยวนออกมาจากคลังสมบัติได้ยังไง
และในจังหวะที่อัศวินยักษ์กำลังยืนอึ้งอยู่นั้น จางหยวนก็ไม่รอช้า รีบบังคับตัวละครพุ่งเข้าไปฟันอัศวินยักษ์ทั้งสองตนทันที
ภายใต้การบัฟของอุปกรณ์ระดับท็อป ประสิทธิภาพของตัวละครที่จางหยวนบังคับอยู่ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล เพียงพริบตาเดียวก็เข้าไปประชิดตัวอัศวินยักษ์ ฟันฉับๆ แค่สองทีก็โค่นอัศวินยักษ์ทั้งสองตนลงไปนอนกองกับพื้นได้แล้ว
เลเวลของตัวละครพุ่งพรวด จากเลเวล 1 กระโดดไปถึงเลเวล 50 ในทันที
เสี่ยวสุ่ยยืนอึ้งตาค้างไปแล้ว เธอหันไปมองจางหยวนด้วยสีหน้ามึนงง "จางหยวน เกมที่นายเล่นอยู่...มันคือเกมเดียวกับที่ฉันเล่นจริงๆ ใช่ไหม?"
"ก็บอกแล้วไงว่าดวงดีขึ้นนิดหน่อย"
จางหยวนยิ้มๆ แล้วเริ่มบังคับตัวละครออกสำรวจปราสาทขนาดยักษ์
ด้วยการบัฟจากอุปกรณ์ระดับท็อป บวกกับการหยุดเวลาและการตอบสนองที่ราวกับเปิดโปรของจางหยวน ตัวละครที่เขาบังคับอยู่จึงไร้เทียมทานภายในปราสาท ใครขวางฆ่าเรียบ พระขวางฆ่าพระ ผ่านไปแค่ไม่กี่นาที ตัวละครของจางหยวนก็อัปเลเวลไปจนถึง 70 กว่าแล้ว
เสี่ยวสุ่ยมองตัวละครของจางหยวนวิ่งทะลวงฟันไปทั่วปราสาทอย่างรวดเร็ว พอหวนนึกถึงตัวเองที่ใช้เวลาตั้งสองเดือนแต่เพิ่งจะปั้นได้แค่เลเวล 10 แถมยังไม่เคยฆ่ามินิบอสได้เลยสักตัว น้ำตาแห่งความน้อยใจก็ไหลพรากออกมาจากหางตา
สองเดือนที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหลือเกิน
พอคิดได้ดังนั้น เสี่ยวสุ่ยก็รีบเข้าไปออดอ้อนจางหยวนทันที "จางหยวน ขอฉันมันส์บ้างได้ไหมอ่ะ?"
จางหยวน "???"
เสี่ยวสุ่ยเพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดของตัวเองชวนให้คิดลึกไปไกล แก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อทันที เธอรีบอธิบาย "ม...ไม่ใช่แบบนั้น...ฉันหมายถึงขอฉันเล่นเกมนี้บ้างสิ ฉันยังไม่เคยสัมผัสความฟินของการเปิดเกมมาเทพขนาดนี้เลยนะ"
"ตกใจหมดเลย" จางหยวนถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะส่งจอยเกมให้เสี่ยวสุ่ย "ตอนนี้อุปกรณ์จัดเต็มแล้ว เลเวลก็สูงแล้ว เธอฟันแหลกแจกดาเมจได้สบายๆ เคลียร์เกมนี้น่าจะง่ายมาก"
"อื้อๆ!"
เสี่ยวสุ่ยพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร จากนั้นก็เพ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับหน้าจอเกม บังคับตัวละครพุ่งเข้าไประบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายวันใส่มอนสเตอร์รายทางอย่างเมามันส์!
"สะใจ! โคตรสะใจเลย! แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเล่นเกม! พวกแกไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันหรอกย่ะ!"
เป็นครั้งแรกที่เสี่ยวสุ่ยได้สัมผัสความมันส์ของการเปิดโปร การบังคับตัวละครของเธอก็บ้าบิ่นขึ้นเรื่อยๆ จากที่เมื่อก่อนไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้มอนสเตอร์ในระยะร้อยเมตร ตอนนี้พอเห็นปุ๊บก็พุ่งเข้าไปฟันฉับๆ แม้แต่หมาจรจัดที่เดินผ่านไปมา เธอยังต้องแวะตบหน้ามันสักสองฉาด!
ด้วยความช่วยเหลือจากอุปกรณ์ระดับท็อปและเลเวลที่สูงลิ่ว ความมั่นใจของเสี่ยวสุ่ยก็พุ่งทะลุปรอท เธอบังคับตัวละครบุกตะลุยฝ่าฟันไปจนถึงยอดปราสาท เข้าสู่ห้องบอสใหญ่ได้สำเร็จ
ภายในห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของปราสาท มีชายในชุดคลุมสีดำนั่งอยู่บนบัลลังก์ทมิฬ มันกวาดสายตาอันเรียบเฉยมามองตัวละครของเสี่ยวสุ่ย
ส่วนเสี่ยวสุ่ยที่เมื่อกี้ยังมั่นใจเต็มร้อย พอได้สบตากับดวงตาอันลึกล้ำของบอสใหญ่ เธอก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอ ความรู้สึกตื่นเต้นกดดันปะทุขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
จางหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นบอสใหญ่ในเกม
เขารู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าบอสตัวนี้ไม่ได้กำลังมองตัวละครในเกม แต่มันกำลังมองเขากับเสี่ยวสุ่ยอยู่ต่างหาก
เมื่อเสี่ยวสุ่ยเหยียบย่างเข้าสู่อาณาเขตของบอส มันก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ ในมือปรากฏเคียวสีดำทมิฬน่าสะพรึงกลัวขึ้นมาเล่มหนึ่ง
เมื่อเห็นเสี่ยวสุ่ยยังคงจ้องมองบอสบนหน้าจอด้วยความตื่นเต้น จางหยวนจึงรีบเอ่ยเตือน "เสี่ยวสุ่ย ศึกสู้บอสเริ่มแล้วนะ"
"อ๊ะ...อื้อ! ได้!"
เสี่ยวสุ่ยดึงสติกลับมา รีบบังคับตัวละครของตัวเองทันที
แต่ด้วยแรงกดดันมหาศาลจากบอสใหญ่ การขยับนิ้วของเสี่ยวสุ่ยในช่วงเริ่มแรกจึงรวนไปหมด เธอพลาดจังหวะกลิ้งหลบการฟันของบอสใหญ่ไปอย่างน่าเสียดาย รับดาเมจไปเต็มๆ จนหลอดเลือดหายวับไปกว่าครึ่ง!
"ดาเมจแรงโคตร!"
เสี่ยวสุ่ยร้องลั่น รีบใช้ท่ากลิ้งหมาน้อยกลิ้งหลบหนีออกจากระยะโจมตีของบอสใหญ่อย่างลุกลี้ลุกลน พลางลนลานควานหาขวดยามาเติมเลือด
"อ่อนหัดเกินไป แกเหลือโอกาสอีกแค่สองครั้ง"
จู่ๆ บอสใหญ่ก็เอ่ยปากพูดขึ้นมา จากนั้นมันก็เทเลพอร์ตมาโผล่ตรงหน้าเสี่ยวสุ่ย พร้อมกับตวัดเคียวฟาดฟันลงมาอย่างเลือดเย็น!
ปัง!!!
จู่ๆ เครื่องเล่นเกมก็ส่งเสียงระเบิดดังลั่น เสี่ยวสุ่ยสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ หน้าจอเกมดับวูบไปทันที
เครื่องเล่นเกมที่กำลังอ่านแผ่นดิสก์อยู่ ถึงกับควันโขมงออกมาเลยทีเดียว
เสี่ยวสุ่ยเห็นภาพนั้น ก็หันไปมองจางหยวนด้วยสายตาน้อยใจอีกครั้ง "จางหยวน เมื่อกี้บอสใหญ่มันด่าว่าฉันกากใช่ไหม?"
"ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกน่า"
จางหยวนพูดปลอบใจเสี่ยวสุ่ยไปประโยคหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่เครื่องเล่นเกม แล้วหยิบแผ่นเกมออกมาจากเครื่องที่ไหม้เกรียม
ในตอนนี้ บนแผ่นเกมปรากฏตัวเลข "2" สีเลือดขึ้นมา
"ไอ้ตัวปาหี่เล่นตุกติก! กล้าดีหักมาขู่เสี่ยวสุ่ยของฉันงั้นเรอะ?"
จางหยวนแค่นเสียงเย็นชา เขากระตุ้นพลังของบัลลังก์มิติเวลาเพื่อย้อนเวลา นำเครื่องเล่นเกมที่ไหม้เกรียมกลับคืนสู่สภาพเดิม แล้วใส่แผ่นเกมเข้าไปใหม่อีกครั้ง
หน้าจอสว่างขึ้นอีกครั้ง ตัวอักษรคำว่า [สวนสนุกแดนลับ] ปรากฏขึ้น จางหยวนเดินกลับมานั่งข้างเสี่ยวสุ่ย "เอาขอยเกมมา ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง"
"อื้อ"
เสี่ยวสุ่ยส่งจอยเกมให้จางหยวนอย่างว่าง่าย จางหยวนกดเริ่มเกมทันที
เสี่ยวสุ่ยเห็นว่าจางหยวนไม่ได้อัญเชิญราชันหลัวช่าออกมา เธอจึงเอ่ยถาม "รอบนี้นายไม่สังเวยราชันหลัวช่าแล้วเหรอ?"
จางหยวนส่ายหน้า "ไม่จำเป็น ไอ้เกมพรรค์นี้ไม่ถึงขั้นต้องให้ฉันเปิดโปรหรอก ฉันจะใช้ฝีมือเคลียร์มันให้ดูเอง"
พูดจบ ตัวละครของจางหยวนก็ไปเกิดอยู่ในรังมังกรอีกครั้ง
มังกรยักษ์ตัวเดิมที่เคยพ่นไฟย่างสดจางหยวนจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ตอนนี้กำลังยืนจ้องจางหยวนเขม็งอยู่ที่ปากทางเข้ารัง
เสี่ยวสุ่ยหน้าเจื่อน "จางหยวน ดูเหมือนพวกเราจะดวงซวยสุดๆ ไปเลยนะ! ทำไมถึงไปเกิดในรังมังกรติดกันสองรอบเลยล่ะ?"
"ก็ไม่แน่ว่าจะดวงซวยเสมอไปหรอกนะ"
จางหยวนตอบกลับอย่างรวดเร็ว พลางบังคับตัวละครกลิ้งหลบการพุ่งโฉบของมังกร พร้อมกับปรับมุมกล้องเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ
ในเมื่อเทพกระบี่แห่งโชคชะตาสามารถส่งผลต่อจุดเกิดของตัวละครในเกมได้ นั่นก็แปลว่าดวงของจางหยวนเองก็สามารถส่งผลต่อเกมนี้ได้เหมือนกัน
ต่อให้จางหยวนจะไม่ได้ใช้เทพกระบี่แห่งโชคชะตาดึงดวงของตัวเองจนเต็มหลอด แต่ดวงของเขาเองก็สูงลิบลิ่วอยู่แล้ว!
พูดอีกอย่างก็คือ จุดเกิดที่ตัวละครของเขาลงมาจุติ จะต้องไม่ใช่จุดตีบตันที่ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน เขาจะต้องค้นหาสมบัติล้ำค่าเพื่อเคลียร์เกมนี้จากจุดเกิดนี้ให้ได้!
หลังจากที่จางหยวนกลิ้งหลบการโจมตีของมังกรยักษ์ไปได้หลายครั้ง ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างบนหน้าผาหินภายในรังมังกร มันมีรอยนูนที่ดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติโผล่ออกมา
เมื่อเห็นภาพนั้น ประกายแสงบางอย่างก็พาดผ่านดวงตาของจางหยวน "เจอตัวแล้ว!"
[จบแล้ว]