เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - เสิ่นปิงเย่ให้ของขวัญซูจวิ้นเป็นครั้งแรก!

บทที่ 28 - เสิ่นปิงเย่ให้ของขวัญซูจวิ้นเป็นครั้งแรก!

บทที่ 28 - เสิ่นปิงเย่ให้ของขวัญซูจวิ้นเป็นครั้งแรก!


บทที่ 28 - เสิ่นปิงเย่ให้ของขวัญซูจวิ้นเป็นครั้งแรก!

"มีของจะให้ฉันเหรอ"

ซูจวิ้นชะงักไปนิดหนึ่ง

แต่เพียงชั่วครู่เขาก็นึกเดาออกว่าของสิ่งนั้นคืออะไร

ถึงกระนั้น เขาก็แกล้งทำหน้าตื่นเต้นและตั้งตารอคอย

"ของอะไรเหรอ"

เสิ่นปิงเย่ล้วงเอาตำราโบราณสามเล่มออกมาจากอกเสื้อ

"นี่คือวิชาต่อสู้สองวิชา แล้วก็วิชาลมปราณอีกหนึ่งวิชา ที่ฮวนฮวนแพ้พนันฉันมาน่ะ ฉันไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ก็เลยเอามาให้นายก็แล้วกัน"

ฉินฮวนฮวนฟังคำแก้ตัวของเสิ่นปิงเย่แล้วก็ได้แต่กรอกตาไปมา

นี่เธอเป็นคนดิ้นรนไปท้าพนันเอาวิชาพวกนี้มาให้ซูจวิ้นเองแท้ๆ

ทำไมไม่บอกความรู้สึกจริงๆ ไปเลยเล่า

จะมามัวใช้ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นแบบนี้อยู่ทำไมเนี่ย

"งั้นก็ขอบใจมากนะ ฉันกำลังขาดแคลนวิชาต่อสู้กับวิชาลมปราณพวกนี้อยู่พอดีเลย"

ซูจวิ้นยิ้มรับพร้อมกับเอื้อมมือไปรับตำราเหล่านั้นมา

จังหวะที่มือของทั้งคู่สัมผัสกัน

แม้จะเป็นเพียงแค่การเฉียดกันเบาๆ

แต่ซูจวิ้นก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูกของมือน้อยๆ นั้น

เสิ่นปิงเย่รีบชักมือกลับ ความตื่นตระหนกฉายชัดในดวงตาคู่สวย

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้สัมผัสมือผู้ชาย มันทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูก

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะ"

"อืม"

ในขณะที่ซูจวิ้นกำลังจะหมุนตัวเดินจากไป ฉินฮวนฮวนก็ก้าวพรวดออกมายืนขวางหน้าไว้

"เดี๋ยวก่อน นายชื่อซูจวิ้นใช่ไหม ฉันขอแอดวีแชตนายหน่อยได้หรือเปล่า"

เธอมองซูจวิ้นพลางส่งยิ้มหวาน เผยให้เห็นเขี้ยวเสน่ห์สองซี่ที่มุมปาก

รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยความขี้เล่นและมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

"หา?"

ซูจวิ้นนึกไม่ถึงเลยว่าเทพธิดาอันดับสี่แห่งทำเนียบยอดฝีมือ จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอแอดวีแชตเขาก่อนแบบนี้

ส่วนเสิ่นปิงเย่พอได้ยินแบบนั้น คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันทันที

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

แต่เธอรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

"ปิงเย่ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ฉันไม่ได้จะมาแย่งผู้ชายของเธอหรอก ฉันก็แค่อยากจะทำความรู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นก็เท่านั้นเอง"

คำพูดของฉินฮวนฮวนยิ่งทำให้เสิ่นปิงเย่รู้สึกอับอายขายหน้าหนักเข้าไปอีก

"เธอ... เธอพูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย"

เสิ่นปิงเย่สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

แต่หางตาของเธอกลับแอบมองปฏิกิริยาของซูจวิ้นอยู่ตลอดเวลา

หัวใจดวงน้อยเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ อย่างลุ้นระทึก

ซูจวิ้นล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา เสิ่นปิงเย่แทบจะขยับตัวเข้าไปใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว

ในวินาทีที่ฉินฮวนฮวนมั่นใจว่าซูจวิ้นจะต้องยอมให้เธอแอดวีแชตแน่ๆ เธอกลับเห็นเขาส่ายหน้าปฏิเสธ

"ฉินฮวนฮวน ขอโทษทีนะ พอดีเพื่อนในวีแชตฉันเต็มแล้วน่ะ คงแอดเธอไม่ได้แล้วล่ะ..."

เพื่อนเต็มแล้วเนี่ยนะ

บรรดาชายหนุ่มที่คอยแอบมองเหตุการณ์อยู่รอบๆ ถึงกับอ้าปากค้าง

ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเจ็บใจแทน

ไอ้บ้าเอ๊ย เทพธิดาอันดับสี่แห่งทำเนียบยอดฝีมือมาขอแอดวีแชตถึงที่ แต่แกกลับปฏิเสธเนี่ยนะ

อย่าว่าแต่พวกผู้ชายแถวนั้นเลย

แม้แต่ตัวฉินฮวนฮวนเองก็ยังอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน

เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย

ฉันเป็นฝ่ายขอแอดวีแชตซูจวิ้นก่อน แต่กลับโดนปฏิเสธงั้นเหรอ

รู้ไหมว่าที่โรงเรียนมัธยมหนึ่ง มีผู้ชายโปรไฟล์ดี ฐานะเลิศตั้งกี่คนที่แทบจะกราบกรานขอแอดวีแชตฉันน่ะ

แล้วนี่ฉันลดตัวลงมาขอแอดหมอนี่ก่อนแท้ๆ แต่ดันโดนปฏิเสธซะงั้น!

ตอนนี้ในหัวของฉินฮวนฮวนขาวโพลนไปหมด

เธอเริ่มกลับมาตั้งคำถามกับเสน่ห์ของตัวเองอีกครั้ง

เสิ่นปิงเย่เองก็ตกใจไม่แพ้กัน

ซูจวิ้นกล้าปฏิเสธแอดวีแชตเทพธิดาแห่งโรงเรียนมัธยมหนึ่งเลยเหรอเนี่ย

แต่ไม่รู้ทำไม ลึกๆ ในใจเธอถึงได้รู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด

"ฉันไปก่อนนะ"

"อืม"

ท่ามกลางสายตาทิ่มแทงของบรรดาชายหนุ่มรอบข้าง ซูจวิ้นก็เดินจากไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

ก็แหงล่ะ เทพธิดามาขอแอดวีแชตก่อนแท้ๆ

ทำไมโชคดีแบบนี้ถึงไม่ตกมาถึงพวกเขาบ้างวะ

ต้องรอให้ซูจวิ้นเดินลับสายตาไปพักใหญ่

ฉินฮวนฮวนถึงจะได้สติกลับมา

เธอกลอกตาไปมา ก่อนจะหันไปมองเสิ่นปิงเย่ด้วยสายตาจับผิด

"ปิงเย่ นึกไม่ถึงเลยนะว่าซูจวิ้นจะกล้าปฏิเสธแอดวีแชตฉันแบบนี้ ดูท่าพวกเธอสองคนน่าจะใจตรงกันสินะ นี่ตกลงปลงใจกันไปถึงไหนแล้วล่ะ"

เสิ่นปิงเย่ส่ายหน้าดิกราวกับกลองป๋องแป๋ง

"ไม่ใช่นะ ฮวนฮวน เธอพูดอะไรน่ะ ฉันฟังไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

"ฮิๆ ดูทำหน้าเข้าสิ โดนฉันจับได้ล่ะสิ"

"ฮึ่ย! ไม่ใช่สักหน่อย"

"เอาเถอะๆ ปิงเย่ ฉันจะรูดซิปปากให้สนิทเลย พรุ่งนี้แปดโมงเช้าเจอกันที่หน้าสมาคมการต่อสู้นะ พวกเรานัดกันไปล่าอสูรกลายพันธุ์ที่เขตซากปรักหักพังน่ะ"

"ตกลง"

เมื่อซูจวิ้นกลับมาถึงบ้าน

บ้านก็ยังคงว่างเปล่า

ยายยังไม่กลับมา

เขาหยิบเอาเนื้ออสูรกลายพันธุ์บางส่วนออกมาจากแหวนมิติ

และลงมือทำอาหารง่ายๆ ไม่นานกลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้องนั่งเล่น

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูตังขึ้น

ซูจวิ้นเดินไปเปิดประตู ก็พบว่าเป็นพนักงานส่งเก้าอี้นวดนั่นเอง

ในระหว่างที่พนักงานกำลังยกเก้าอี้นวดเข้ามาในบ้าน

ซูจวิ้นก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อแขนยาวและหมวกแก๊ปดึงปิดบังใบหน้า กำลังเดินลับหายไปตรงสุดทางเดิน

"หืม อากาศร้อนตับแตกขนาดนี้ แต่งตัวมิดชิดแบบนั้น มองยังไงก็ไม่น่าจะใช่คนดี..."

ซูจวิ้นมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปในความมืดพลางขมวดคิ้ว

พร้อมกับจดจำลักษณะของชายคนนั้นเอาไว้ในใจ

หลังจากพนักงานสอนวิธีใช้งานเก้าอี้นวดคร่าวๆ เสร็จ เขาก็ขอตัวกลับไป

ซูจวิ้นกลับเข้ามาในบ้าน หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเขตซากปรักหักพัง

เขตซากปรักหักพังก็คือ เมืองที่เคยถูกฝูงอสูรกลายพันธุ์บุกทำลายล้าง จนกลายเป็นรังของพวกมันในที่สุด

อันที่จริง ด้วยแสนยานุภาพของกองทัพฐานทัพเจียงหลินในตอนนี้

การจะกวาดล้างอสูรกลายพันธุ์ในเขตซากปรักหักพังให้สิ้นซากนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย

แต่พวกเขาเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น

ด้วยเหตุผลสามประการ

ข้อแรก

ในเขตซากปรักหักพังเหล่านี้ไม่มีอสูรกลายพันธุ์ระดับสามขึ้นไปอาศัยอยู่เลย จึงไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อฐานทัพเจียงหลิน

ข้อสอง

หลังจากที่ฐานทัพเจียงชางพ่ายแพ้และล่มสลาย คลื่นอสูรกลายพันธุ์ระลอกใหม่อาจจะเบนเข็มมาโจมตีฐานทัพเจียงหลินแทน

ดังนั้น กองกำลังหลักของเจียงหลินจึงต้องทุ่มเทกำลังไปป้องกันแนวชายฝั่งแม่น้ำเป็นหลัก

ข้อสาม

เบื้องบนของฐานทัพเจียงหลินตั้งใจจะใช้เขตซากปรักหักพังเหล่านี้ เป็นสนามซ้อมรบชั้นดีให้กับเหล่าอัจฉริยะรุ่นเยาว์ได้ฝึกปรือฝีมือ

ซูจวิ้นล็อกอินเข้าเว็บบอร์ด แล้วไล่อ่านกระทู้ต่างๆ

[ไปเขตซากปรักหักพัง แนะนำให้เกาะหลังคนเก่งๆ ไว้ แล้วคอยลาสช็อตเก็บของตามหลังก็พอ]

[ห้ามไปเฉียดแถวๆ ถ้ำหินงอกหินย้อยเด็ดขาด! แถวนั้นมีอสูรระดับสองโผล่มาบ่อยมาก พี่ชายฉันก็เพิ่งไปทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นเมื่อปีที่แล้วนี่เอง]

[รวยเละแล้วโว้ย! ฉันผ่าท้องอสูรกลายพันธุ์เจอคัมภีร์วิชาต่อสู้ระดับหนึ่งด้วยว่ะ]

กระทู้นี้มีคนเข้ามาคอมเมนต์รัวๆ แต่เจ้าของกระทู้ก็ไม่ยอมโผล่มาตอบอะไรเลย

ยังมีกระทู้อื่นๆ อีกมากมาย

บางกระทู้ก็ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ แต่บางกระทู้ก็ตั้งใจมาป่วนชัดๆ

จนกระทั่งซูจวิ้นไปสะดุดตาเข้ากับกระทู้เงียบๆ กระทู้หนึ่ง

[ฉันสังเกตเห็นว่าน้ำในบึงลึกนั่นมันไหลเวียนได้ น่าจะเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำข้างนอกนะ ไม่รู้ว่าจะมีอสูรกลายพันธุ์แอบมุดท่อระบายน้ำใต้ดินเข้ามาทางนี้บ้างหรือเปล่า]

น้ำไหลเวียนเหรอ

เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำข้างนอก

ซูจวิ้นขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

แต่แล้วเสียงเปิดประตูก็ดึงเขากลับมาจากภวังค์

ยายกลับมาแล้วนั่นเอง

"อาจวิ้น วันนี้กลับบ้านเร็วจังเลยนะลูก"

"ครับยาย ผมซื้อเก้าอี้นวดมาให้ยายด้วยนะ ดีต่อสุขภาพมากๆ เลย ยายลองนั่งดูสิครับ"

"อาจวิ้น ซื้อของสิ้นเปลืองแบบนี้มาทำไมเนี่ย รีบเอาไปคืนเลยนะลูก เอาเงินไปซื้อของบำรุงปราณโลหิตมาให้ตัวเองดีกว่า"

ยายมองดูเก้าอี้นวดตัวใหม่เอี่ยมแล้วก็อดบ่นด้วยความเสียดายเงินไม่ได้

"ยายครับ เงินอุดหนุนนักเรียนยากจนของผมออกแล้ว ตอนนี้ผมไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินซื้อยาแล้วล่ะครับ เก้าอี้ตัวนี้ผมตั้งใจซื้อมาให้ยายโดยเฉพาะเลยนะ แถมยังมีอาหารเสริมพวกนี้อีกด้วย"

ซูจวิ้นจำต้องโกหกคำโตออกไป เพื่อให้ยายยอมรับของขวัญเหล่านี้อย่างสบายใจ

ยายพยายามบ่ายเบี่ยงอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทนความตื๊อของซูจวิ้นไม่ไหว ยอมให้เขาประคองไปนั่งบนเก้าอี้นวดแต่โดยดี

เมื่อได้เห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของยาย

ซูจวิ้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างด้วยความภาคภูมิใจ

แกรก! เสียงไขกุญแจดังขึ้น ตามด้วยเสียงเปิดประตู

เสิ่นปิงเย่กลับมาแล้ว

ทันทีที่สายตาของเธอประสานเข้ากับซูจวิ้น เธอก็รีบเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว

"คุณยายคะ หนูซื้ออาหารเสริมมาฝากค่ะ"

"ปิงเย่ ทำไมหนูถึงใจตรงกับอาจวิ้นขนาดนี้ล่ะเนี่ย แถมยังซื้อของมาเหมือนกันเป๊ะเลย"

ยายถามด้วยรอยยิ้มเอ็นดู

"ก็แค่บังเอิญมั้งคะ..."

"เอ๊ะ ปิงเย่ ในที่สุดหนูก็ยอมซื้อเสื้อผ้าสวยๆ เครื่องประดับ แล้วก็เครื่องสำอางมาใช้บ้างแล้วสินะ ยายเคยบอกหนูตั้งหลายครั้งแล้ว ว่าเป็นลูกผู้หญิงก็ต้องหัดรักสวยรักงามบ้าง"

พอเห็นถุงกระดาษหลายใบในมือของเสิ่นปิงเย่ ยายก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

ก่อนหน้านี้ยายเคยพร่ำบอกเสิ่นปิงเย่อยู่หลายหน

ให้ซื้อพวกของสวยๆ งามๆ มาดูแลตัวเองบ้าง แต่เสิ่นปิงเย่ก็ดื้อดึงไม่ยอมทำตามเลยสักครั้ง

"คุณยายคะ ของพวกนี้หนูไม่ได้ซื้อเองหรอกค่ะ..."

"หา? ไม่ได้ซื้อเองเหรอ งั้นก็แสดงว่าต้องมีหนุ่มๆ ที่แอบชอบหนูซื้อมาให้แน่ๆ เลยใช่ไหม เล่าให้ยายฟังหน่อยสิว่าเป็นใคร"

ถึงยายจะอายุมากแล้ว แต่เรื่องซุบซิบนินทานี่ขอให้บอก แกหูผึ่งขึ้นมาทันที

เสิ่นปิงเย่ตอบเสียงอ้อมแอ้ม "ซูจวิ้นเป็นคนซื้อให้หนูค่ะ..."

"อาจวิ้นเนี่ยนะ"

ยายถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ

ก่อนจะหรี่ตามองทั้งสองคนด้วยสายตาจับผิดและรอยยิ้มมีเลศนัย

"อ้อ... ดีเลยๆ ยายว่ายายเข้าไปพักผ่อนในห้องดีกว่า พวกหนูสองคนคุยกันไปเถอะนะ"

พอยายเดินเข้าห้องไป บรรยากาศก็กลับมาเงียบกริบชวนอึดอัดอีกครั้ง

ทั้งสองคนยืนจ้องหน้ากันไปมา ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนายังไงดี

"เอ่อ... คือฉันทำเนื้ออสูรกลายพันธุ์เอาไว้น่ะ เธอจะลองชิมดูหน่อยไหม"

"ดะ... ได้สิ"

ยายที่แอบแง้มประตูแอบดูอยู่เงียบๆ ถึงกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจหลังค่อมๆ ของแกก็ยืดตรงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ไอ้เด็กสองคนนี้มันซื่อบื้อเรื่องความรักพอๆ กันเลย!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - เสิ่นปิงเย่ให้ของขวัญซูจวิ้นเป็นครั้งแรก!

คัดลอกลิงก์แล้ว