เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - เสิ่นเวยอยากโชว์พาวเหรอ? ตลกสิ้นดี!

บทที่ 16 - เสิ่นเวยอยากโชว์พาวเหรอ? ตลกสิ้นดี!

บทที่ 16 - เสิ่นเวยอยากโชว์พาวเหรอ? ตลกสิ้นดี!


บทที่ 16 - เสิ่นเวยอยากโชว์พาวเหรอ? ตลกสิ้นดี!

"เสิ่นเวย? หลินลี่ลี่ พวกเธอมาทำอะไรที่นี่"

ครูเฉินฟางแปลกใจที่เห็นสองคนนี้โผล่มา

เวลานี้พวกเธอควรจะอยู่ในห้องเรียนไม่ใช่หรือไง

หลินเสี่ยวเจี้ยนเห็นสองคนนี้ก็แอบขมวดคิ้ว

ส่วนซูจวิ้นมีสีหน้าเรียบเฉย

เมื่อก่อนเวลาเผชิญหน้ากับเสิ่นเวย ใจเขาจะเต้นตึกตัก ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า ทั้งกระวนกระวาย...

กลัวไปหมดว่าตัวเองจะทำอะไรพลาดจนทำให้เสิ่นเวยไม่พอใจ

แต่ตอนนี้เขามองเสิ่นเวยด้วยใจที่นิ่งสงบไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ

"ครูคะ คือว่าพี่เวยอยากมาทดสอบปราณโลหิตกับพลังหมัดน่ะค่ะ"

หลินลี่ลี่หาข้ออ้างเตรียมไว้แล้วจึงตอบกลับไปทันควัน

จังหวะที่พูดนั้นหางตาเธอก็อดไม่ได้ที่จะตวัดไปมองซูจวิ้นด้วยแววตาเย้ยหยัน

ครูเฉินฟางเก็บภาพนั้นไว้ในสายตาและรู้สึกว่าเรื่องนี้มีลับลมคมใน

"เสิ่นเวย จริงเหรอ"

เวลานี้เสิ่นเวยทำราวกับไม่ได้ยินคำถามของครูประจำชั้น เธอหันไปฉีกยิ้มให้ผู้อำนวยการจ้าวซงแทน

"คุณลุงจ้าวคะ พ่อกับแม่หนูบ่นคิดถึงคุณลุงอยู่บ้านบ่อยๆ เลยค่ะ

อยากเชิญคุณลุงจ้าวไปทานข้าวที่บ้านมาตลอด เย็นนี้คุณลุงจ้าวพอจะว่างไหมคะ"

ครูเฉินฟางเห็นเสิ่นเวยเมินตนเองก็รู้สึกไม่พอใจ

แต่ติดที่เบื้องหลังครอบครัวของอีกฝ่ายจึงไม่อาจแสดงอาการโมโหออกมาได้

หลินเสี่ยวเจี้ยนแอบมองบนแล้วกระซิบให้ซูจวิ้นได้ยินแค่สองคน "ยัยพวกประจบสอพลอ..."

ซูจวิ้นกลับรู้สึกชินชาเสียแล้ว

ตอนที่คบกันเขาพอจะมองออกอยู่แล้วว่าลึกๆ แล้วเสิ่นเวยเป็นคนติดหรูและมองคนที่ฐานะ

แต่ตอนนั้นเขาถูกความรักบังตาจนมองเห็นแต่ความเพอร์เฟกต์ของเธอและเลือกที่จะมองข้ามข้อเสียพวกนั้นไป

จริงอย่างที่เขาว่ากัน คนที่จมอยู่ในห้วงความรักมักจะมองไม่เห็นข้อเสียของอีกฝ่าย

และต่อให้เห็นก็ยังหลอกตัวเองอยู่ดี

จ้าวซงเห็นเสิ่นเวยเมินคำถามของครูประจำชั้นก็ขมวดคิ้ว

"เสิ่นเวย ตอนนี้อยู่ในโรงเรียน เรียกฉันว่าคุณลุงจ้าวคงไม่เหมาะกระมัง

เรียกตามตำแหน่งว่าผู้อำนวยการจ้าวจะดีกว่านะ!"

จ้าวซงเป็นทหารเก่าจึงแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวชัดเจน

ถ้าเสิ่นเวยเรียกเขาว่าคุณลุงจ้าวอยู่นอกโรงเรียน เขาคงไม่จับผิดอะไร

แต่นี่คือในโรงเรียน การเรียกแบบนั้นมันไม่ค่อยเหมาะสม

รอยยิ้มบนใบหน้าเสิ่นเวยแข็งค้าง

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เธอโดนผู้บริหารของโรงเรียนมัธยมหกหักหน้าแบบนี้

"ผู้อำนวยการจ้าวคะ ไม่ทราบว่าคุณลุงพอจะ..."

เสิ่นเวยกำลังจะเอ่ยปากเชิญจ้าวซงไปที่บ้านอีกครั้ง ทว่ากลับถูกจ้าวซงยกมือปรามไว้เสียก่อน

"เสิ่นเวย เธอจะมาทดสอบปราณโลหิตไม่ใช่เหรอ

รีบไปทดสอบสิ ครูเฉินฟางช่วยรีเซ็ตค่าเครื่องที"

"รับทราบค่ะ"

ครูเฉินฟางเดินไปปรับเครื่อง

เสิ่นเวยโดนจ้าวซงตอกกลับหน้าหงายไปสองรอบติดก็แอบเบ้ปาก

ฉันไปทำอะไรให้ผู้อำนวยการท่านนี้ไม่พอใจตอนไหนเนี่ย

ไม่น่าจะใช่นะ...

ระหว่างที่เสิ่นเวยกำลังหงุดหงิด จ้าวซงก็หันไปยิ้มให้ซูจวิ้น ซึ่งซูจวิ้นก็รับรู้ได้ทันที

เขารู้ว่าผู้อำนวยการกำลังออกโรงปกป้องเขาด้วยการปรามเสิ่นเวย

ภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของหลินลี่ลี่ เธอกลอกตาไปมาเหมือนกำลังใช้ความคิด

"เสิ่นเวย ทดสอบปราณโลหิตกับพลังหมัดได้เลย"

ครูเฉินฟางเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

เธอไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับดาวโรงเรียนที่ภายนอกดูเย่อหยิ่งแต่ลึกๆ กลับบ้าวัตถุคนนี้เลยสักนิด

เสิ่นเวยไม่ได้ปรายตามองครูเฉินฟางเลยด้วยซ้ำ เธอวางมือลงบนเครื่องวัดปราณโลหิต

10...20...จนสุดท้ายตัวเลขไปหยุดที่ 129!

"ปราณโลหิต 129 จุดเลยเหรอ

สูงจังเลย!

พี่เวยสมกับเป็นอันดับหนึ่งของรุ่นเราจริงๆ!"

หลินลี่ลี่รีบประจบประแจงอยู่ข้างๆ ทันที

แต่สายตาของทุกคนในห้องกลับดูพิลึกพิลั่น

บรรยากาศที่เงียบสงัดทำให้หลินลี่ลี่กับเสิ่นเวยชะงักไป

ทำไมมันไม่เหมือนที่คิดไว้เลยล่ะ

พวกเขาไม่ควรจะตกตะลึงกันหรอกเหรอ

ต่อให้ไม่ตกตะลึง ก็ไม่น่าจะทำหน้าตาแบบนี้สิ

เสิ่นเวยกับหลินลี่ลี่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร

"ซูจวิ้น นายคิดว่าปราณโลหิตของพี่เวยเป็นยังไงบ้างล่ะ"

หลินลี่ลี่ตัดสินใจชี้ไปที่ตัวเลขสว่างวาบจ้าบนเครื่องวัดปราณโลหิตแล้วหันไปถามซูจวิ้น

แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและโอ้อวดราวกับว่าปราณโลหิตของตัวเองพุ่งปรี๊ดไปถึง 128 จุดก็ไม่ปาน

ตอนนั้นเอง

หางตาของเสิ่นเวยก็เหลือบไปมองซูจวิ้นเช่นกัน

นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องที่เธอยอมเอาสายตาไปหยุดอยู่ที่เขา

ทว่าเธอกลับต้องขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากัน

เพราะแววตาของซูจวิ้นนั้นนิ่งสงบเกินไป

ไม่มีความประหลาดใจ ไม่มีความหวาดหวั่น ไม่มีความกระวนกระวาย ไม่มีความรู้สึกต่ำต้อย...

มันช่างแตกต่างจากภาพซูจวิ้นในความทรงจำของเธอราวฟ้ากับเหว

ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาของซูจวิ้นยังเป็นแบบนี้ เธอคงสงสัยไปแล้วว่าคนตรงหน้าคือคนอื่น...

แต่ไม่นานเสิ่นเวยก็เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา

ตอนนี้พวกเขาสองคนอยู่ในสถานะที่ถือว่าเลิกกันไปแล้ว

เธอมีความจำเป็นอะไรต้องไปแคร์ความรู้สึกของซูจวิ้นด้วย

"ก็ดี..."

เมื่อเผชิญกับคำถามของหลินลี่ลี่ ซูจวิ้นตอบกลับมาเรียบๆ แค่สองคำ

คำพูดนี้ทำให้หลินลี่ลี่รู้สึกเหมือนชกนุ่น อึดอัดใจเป็นบ้า

"พี่เวย ให้คนบางคนได้เบิกเนตรดูพลังหมัดของพี่หน่อยสิคะ!"

เสิ่นเวยสูดลมหายใจเข้าลึก

แววตาของเธอคมกริบก่อนจะซัดหมัดใส่เครื่องวัดพลังสุดแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น

ตัวเลขวิ่งฉิวไม่หยุด

จนไปหยุดนิ่งอยู่ที่ 1164.8!

"ว้าว!

พี่เวยสมกับเป็นอัจฉริยะที่ทำลายสถิติของโรงเรียนมัธยมหกเลยนะคะ!

พลังของปราณโลหิต 1 จุดเพิ่มจาก 9 กิโลกรัมเป็น 9.1 กิโลกรัมแล้ว!"

หลินลี่ลี่แสร้งทำหน้าตาตื่นเต้นตกใจอีกครั้ง

เสิ่นเวยเห็นพลังหมัดของตัวเองแล้วมุมปากก็ยกขึ้นสูง

แต่ไม่นานเสิ่นเวยก็พบความผิดปกติ

นอกจากเสียงของหลินลี่ลี่แล้ว ในห้องกลับไม่มีเสียงคนอื่นเลย

แถมไม่ว่าจะเป็นครูเฉินฟางหรือผู้อำนวยการจ้าวซงต่างก็มีสายตาที่แปลกประหลาด

ส่วนหลินเสี่ยวเจี้ยนนั้นมองเธอด้วยสายตาราวกับกำลังดูตัวตลกกระโดดโลดเต้น

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เมื่อหันไปเห็นอดีตคนรักอย่างซูจวิ้นยังคงมีแววตาราบเรียบ มันก็ทำให้เสิ่นเวยรู้สึกจุกในอก

เธออยากจะพุ่งเข้าไปถามเขาให้รู้แล้วรู้รอดว่าทำไมถึงได้นิ่งเฉยขนาดนี้

ทั้งปราณโลหิต!

ทั้งพลังหมัด!

มันไม่แข็งแกร่งพอหรือไง

แต่เสิ่นเวยก็ฝืนกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป

"เอ๊ะ

ซูจวิ้น ที่นายไม่แสดงสีหน้าอะไรเลยนี่คือตกใจจนช็อกไปแล้วใช่ไหมล่ะ"

พอหลินลี่ลี่เห็นสีหน้าของซูจวิ้นก็แอบประหลาดใจ

ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วเดาเอาเองว่าซูจวิ้นคงช็อกกับความเก่งกาจของเสิ่นเวยจนทำตัวไม่ถูก

พอเสิ่นเวยได้ยินแบบนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นไปได้สูง

คิดได้ดังนั้นมุมปากของเธอก็ยกขึ้นสูงอีกครั้งพร้อมกับเผยให้เห็นความเหนือกว่า

ตกใจงั้นเหรอ

ซูจวิ้นได้ยินคำพูดของหลินลี่ลี่ก็แอบแค่นหัวเราะในใจ

ฉันที่มีปราณโลหิต 153 จุด พลังหมัด 23 กิโลกรัมต่อปราณโลหิต 1 จุดเนี่ยนะจะไปตกใจกับปราณโลหิต 128 จุดและพลังหมัด 9.1 กิโลกรัมต่อปราณโลหิต 1 จุดของเสิ่นเวย

น่าขำสิ้นดี!

ซูจวิ้นปรายตามองหลินลี่ลี่แวบหนึ่ง ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำด้วยจึงหมุนตัวเดินหนีไป

ท่าทีนี้ทำเอาหลินลี่ลี่แทบจะเต้นเร่าๆ

"ซูจวิ้น! นายทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไงยะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

เสิ่นเวยเห็นท่าทีของซูจวิ้นแล้วก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกหงุดหงิดในใจ

"เอ๊ะ ลูกพี่จวิ้น ทำไมแถวนี้ถึงมีหมาบ้าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ามาเห่าหอนได้ล่ะ

หนวกหูชะมัดเลย!"

ซูจวิ้นขี้เกียจใส่ใจหลินลี่ลี่ แต่หลินเสี่ยวเจี้ยนไม่ยอมทนกับนิสัยเสียๆ ของเธอจึงด่ากระทบชิ่งไป

ประโยคนี้ทำเอาหลินลี่ลี่โกรธจนหน้าแดงก่ำ

จังหวะที่เธอกำลังจะระเบิดอารมณ์ น้ำเสียงเรียบๆ ของซูจวิ้นก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง

"เสี่ยวเจี้ยน คราวหน้าอย่าลืมพกไม้ตีหมามาด้วยล่ะ จะได้ฟาดหมาบ้าให้ตายไปเลย!"

จบบทที่ บทที่ 16 - เสิ่นเวยอยากโชว์พาวเหรอ? ตลกสิ้นดี!

คัดลอกลิงก์แล้ว