- หน้าแรก
- โลกกลายพันธุ์: ผมคือบั๊กของระบบ
- บทที่ 19 - เป็นตายร้ายดีก็ยังไม่รู้
บทที่ 19 - เป็นตายร้ายดีก็ยังไม่รู้
บทที่ 19 - เป็นตายร้ายดีก็ยังไม่รู้
บทที่ 19 - เป็นตายร้ายดีก็ยังไม่รู้
ณ ย่านตึกเก่าอันเงียบสงัด
"อย่าไปแตะต้องศพพวกนั้นนะ!" สือหมิงหย่วนจ้องมองซากศพแห้งกรังตรงหน้าด้วยความระแวดระวังพลางครุ่นคิด
ซากศพทั้งหกกองมีสภาพเน่าเปื่อยอย่างหนัก เนื้อหนังรวมถึงกระดูกกลายเป็นสีดำคล้ำและสีม่วงอมเขียว
สภาพศพเละเทะขนาดนี้ ระดับความรุนแรงของคดีคงไม่ต่ำกว่าระดับ E แน่ๆ แล้วเด็กนักเรียนที่ชื่อหลี่เย่คนนั้นหนีรอดไปได้ยังไงกันนะ
"หัวหน้าครับ! ทางนี้เจอตัวพวกมันแล้ว! พวกแกยอมมอบตัวซะดีๆ! พวกเรา... อ๊ากกก..."
จู่ๆ เสียงปลายสายก็ขาดหายไป แทนที่ด้วยเสียงซ่าๆ ชวนขนลุกราวกับฝูงมดนับหมื่นกำลังรุมแทะอะไรบางอย่าง
"เขตเมืองใหม่! หัวหน้าสือ! พวกเราอยู่ที่..."
ขณะที่สือหมิงหย่วนกำลังวิเคราะห์พลังกลายพันธุ์ของคนร้าย ครูฝึกระดับต้นที่กระจายกำลังค้นหาทั่วเมืองก็เจอตัวมนุษย์กลายพันธุ์ทั้งสองคนแล้ว
แต่ฟังจากเสียงปลายสาย สถานการณ์ดูไม่ค่อยดีนัก น่าจะมีครูฝึกเสียชีวิตแล้ว!
"เป้าหมายอยู่ที่เขตเมืองใหม่! นำกำลังไปปิดล้อมเดี๋ยวนี้! เตรียมพร้อมจับกุม!"
สือหมิงหย่วนหันไปสั่งการครูฝึกระดับต้นที่อยู่ข้างๆ ก่อนที่ทุกคนจะรีบมุ่งหน้าไปยังเขตเมืองใหม่ทันที
เขตเมืองใหม่เป็นย่านที่อยู่อาศัยเพิ่งสร้างเสร็จ แม้จะยังไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน แต่ใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว ขืนปล่อยให้เกิดความวุ่นวายตอนนั้นคงจัดการยากแน่ๆ!
ปกติแล้วในเมืองเล็กๆ แบบนี้ แทบจะไม่ค่อยมีเหตุการณ์มนุษย์กลายพันธุ์ทำร้ายคน นี่เป็นครั้งแรกที่สือหมิงหย่วนเจอเรื่องแบบนี้ตั้งแต่ย้ายมาประจำการที่เมือง Z
ตอนนี้ที่โรงเรียนเหลือครูประจำชั้นแค่สองคน ส่วนครูประจำชั้นและครูฝึกคนอื่นๆ ต่างสแตนด์บายรอรับคำสั่ง
"เพิ่งกินอิ่มไปหมาดๆ ก็มีของหวานมาเสิร์ฟอีกแล้ว กินนักเรียนเสร็จก็ต่อด้วยครูฝึก วันนี้มันวันหยุดนักขัตฤกษ์หรือไงวะ อัปเวลสบายจังโว้ย"
ร่างกายของชายเสียงแหลมขยายใหญ่ขึ้นจนเกือบสองเมตร น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและดุดันขึ้น ทว่านิสัยกลับไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
ชายผิวสีกรมท่าร่างยักษ์เองก็เพิ่งจัดการครูฝึกหนุ่มไปหลายคน ตอนนี้เขากำลังเร่งดูดกลืนเซลล์และพลังงานสดใหม่ของมนุษย์เหล่านั้นมาเป็นของตัวเอง
เมื่อเทียบขนาดตัวกันแล้ว ตอนนี้ชายผิวสีกรมท่าดูจะเตี้ยกว่าชายเสียงแหลมเสียแล้ว เขาแอบลอบมองชายเสียงแหลมเป็นระยะ ดูเหมือนความสามารถของหมอนี่จะสูสีกับเขาแล้วสิ
"นี่ลูกพี่ เดี๋ยวคงมีพวกมันแห่มาส่งเสบียงอีกเพียบ เรามาแบ่งกันคนละครึ่งดีกว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว คนเก่งก็ต้องได้ทรัพยากรเยอะกว่าสิวะ"
"โจวฮว่า แกลืมไปแล้วเหรอว่าใครเป็นลูกพี่ใครเป็นลูกน้อง!"
ชายผิวสีกรมท่าโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน ตอนที่ทำงานก่อสร้าง เขากับโจวฮว่าเป็นเจ้านายกับลูกน้องกัน
หลังจากบังเอิญโดนรังสีกลายพันธุ์ เขาก็แบ่งพลังส่วนหนึ่งช่วยชีวิตโจวฮว่าไว้ ตามหลักแล้วหมอนี่ต้องเป็นลูกน้องเขาสะตลอดไปสิ!
"ลูกพี่ แกยังไม่เข้าใจโลกใบนี้อีกเหรอ ตอนนั้นที่แกเป็นเจ้านายฉัน ก็เพราะแกกุมเงินเดือนฉันไว้ไง
แต่ตอนนี้ที่ฉันกลายเป็นตัวประหลาดครึ่งหญิงครึ่งชาย ก็เพราะฉันเก่งสู้แกไม่ได้ต่างหาก"
"แกไม่สำนึกบุญคุณที่ฉันช่วยชีวิตแกไว้เลยเหรอ!"
"ถ้ารู้แบบนี้สู้ปล่อยให้ฉันตายไปเลยยังดีซะกว่า... พอรู้ว่าตัวเองต้องทนมีสภาพอุบาทว์แบบนี้ หัวใจของฉันมันก็ตายไปแล้วล่ะ"
ระหว่างที่มนุษย์กลายพันธุ์ทั้งสองคนกำลังมีปากเสียงกัน จู่ๆ ครูฝึกระดับต้นหลายสิบคนพร้อมกับหัวหน้าทีมอีกสามคนก็โผล่มาจากทางเข้าหมู่บ้าน!
"ขอเรียกแกว่าลูกพี่เป็นครั้งสุดท้ายละกัน วันนี้มาพิสูจน์กันว่าใครจะเก่งกว่ากัน ในเมื่อแกบอกว่าฉันเนรคุณ แล้วตอนนั้นแกไม่ฆ่าฉันให้ตายไปเลยล่ะ?
รอให้จัดการพวกนี้เสร็จก่อนเถอะ วันนี้เรามาดวลกันหน่อยเป็นไง"
"เอาสิวะ... เข้ามาเลย!"
ชายผิวสีกรมท่าร่างยักษ์สูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรตวัดสายตามองด้วยแววตาเย็นเยียบ
ยังไม่ทันที่หัวหน้าทีมทั้งสามคนจะออกคำสั่ง มนุษย์กลายพันธุ์ทั้งสองคนก็พุ่งเข้าใส่คนละทิศคนละทางทันที!
เขตเมืองใหม่แบ่งออกเป็นสามโซน แต่ละโซนล้อมรอบด้วยตึกสูงระฟ้า ตรงกลางมีศาลาพักร้อนและต้นไม้ร่มรื่น
ไอ้สองคนนี้มันจะห้าวเกินไปแล้ว!
เมื่อสือหมิงหย่วนเห็นสภาพศพเพื่อนร่วมงานที่นอนเกลื่อนกลาดและท่าทางการจู่โจมของคนร้าย เขาก็รีบตะโกนสั่งให้ทุกคนถอยห่างทันที!
"ผนึกมิติ!!!"
ขณะที่เหล่าครูฝึกระดับต้นกำลังถอยกรู จู่ๆ พื้นที่รอบๆ ก็ปรากฏกำแพงคลื่นอากาศโปร่งใสที่มองไม่เห็นขึ้น!
ไวรัสกลายพันธุ์ที่สองคนร้ายปล่อยออกมาถูกกำแพงล่องหนสกัดกั้นไว้ได้!
ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่สือหมิงหย่วนคาดไว้ไม่มีผิด พลังกลายพันธุ์ของไอ้สองคนนี้มีอานุภาพทำลายล้างสูง แถมเลเวลก็ไม่ธรรมดาด้วย!
แม้จะยังไม่รู้แน่ชัด แต่พวกมันน่าจะใช้ไวรัสปริศนานี้แหละเขมือบเด็กนักเรียนสายปฏิบัติการยีนกับครูฝึกไปหลายคนแล้ว!
คนที่ติดเชื้อเซลล์ทั่วร่างจะเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว! ส่วนพลังงานและสารอาหารในตัวก็จะถูกพวกมันสูบไปเป็นปุ๋ยบำรุงให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น!
วิธีฆ่าของพวกมันช่างโหดเหี้ยมจริงๆ!
เมื่อเห็นคนร้ายถูกสกัดกั้นไว้ได้ชั่วคราว หัวหน้าทีมสาวที่ยืนอยู่ข้างสือหมิงหย่วนก็พุ่งตัวออกไปทันที!
"เหมียวเยว่? เธอมาทำอะไรที่นี่?! ฉันจัดการเองได้"
สือหมิงหย่วนหันไปดุหญิงสาวข้างกายด้วยสีหน้าจริงจัง ตอนแรกกะจะด่าสักหน่อย แต่ลืมไปว่าแม่นี่เพิ่งเลื่อนขั้นจากนักเรียนฝึกหัดขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมครูฝึกแล้ว
ตอนนี้พวกเขามีตำแหน่งเท่าเทียมกัน
"พวกมันใช้พิษ ฉันก็ใช้พิษเหมือนกัน ลองใช้หนามยอกเอาหนามบ่งดูไหม"
"อย่าทำเป็นเล่นน่า! พิษของพวกมันไม่เหมือนของเธอ พลังธาตุไฟของเธอฝึกไปถึงไหนแล้วล่ะ?"
"พอถูไถไปได้ ฉันติดต่อขอกำลังเสริมไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะจัดการพวกมันได้เร็วแค่ไหน!"
ตอนนั้นเองสือหมิงหย่วนก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ากำแพงมิติที่เขาสร้างขึ้น ถูกคนร้ายทำลายไปกว่าครึ่งแล้ว!
การสร้างกำแพงมิติขนาดใหญ่แบบนี้ ต้องใช้พลังงานส่วนตัวของสือหมิงหย่วนไปมหาศาล
เมื่อเห็นคนร้ายพุ่งเข้ามา เหมียวเยว่ก็รีบเอาหลังชนกับสือหมิงหย่วนทันที ครูฝึกคนอื่นๆ และหัวหน้าทีมอีกคนไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้!
มนุษย์กลายพันธุ์ทั้งสองคนกำลังทุ่มสุดตัวปล่อยพิษออกมาเต็มพิกัด!
พวกมันรู้ดีว่าสือหมิงหย่วนและเหมียวเยว่มีพลังพอจะต่อกรกับพวกมันได้ จึงต้องรีบเผด็จศึกให้เร็วที่สุด!
เหมียวเยว่สะบัดแขนเบาๆ คิ้วสวยขมวดมุ่น แมลงพิษของเธอเกาะติดร่างคนร้ายได้ไม่นานก็ร่วงลงมาตายเรียบ
"พลังของพวกมันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราจะยอมให้พวกมันจับตัวไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะกางกำแพงมิติอีกรอบ เธอหาจังหวะเผาพวกมันเลยนะ!"
สือหมิงหย่วนเริ่มมีอาการหน้ามืด เหมียวเยว่รีบคว้าตัวเขาไว้พลางยกยิ้มมุมปาก
สือหมิงหย่วนหน้าแดงแปร๊ด "ครูกับศิษย์ต้องรักษาระยะห่างนะ ฉันมีครอบครัวแล้วด้วย"
"เป็นตายร้ายดียังไม่รู้ ยังจะมาห่วงเรื่องพวกนี้อีกเหรอ~"
ทั้งสองคนร่วมมือกันต่อสู้ท่ามกลางวงล้อมของหมอกพิษมรณะ
ครูฝึกที่ยืนดูอยู่รอบนอกใจหายวาบ ไอ้สองคนร้ายนี่มันกะสู้ตายเลยนี่หว่า! ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วย แต่พลังของพวกเขาต้องใช้การสัมผัสตัว
ขืนโดนพิษเข้าไป มีหวังโดนเขมือบตายคาที่แน่
ส่วนหลี่เย่ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองถูกหวย
เขาแอบเอาเงินกับอาวุธที่ไถเพื่อนมาไปซ่อนไว้ในลิ้นชักล่างสุดของตู้เสื้อผ้าพลางเหลียวมองหาว่าน้องสาวอยู่แถวนี้ไหม
จากนั้นก็เดินไปล้างมือที่ห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวกินข้าว
แต่พอเดินไปที่ห้องครัว กลับไม่เห็นเงาพี่สาวเลย
"ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ สถานการณ์ทางนั้นเป็นไงบ้าง? รับทราบ"
หลี่ยาจิ้งหยิบเครื่องแบบสีดำขึ้นมาสวม รวบผมคาดที่คาดผม เปลี่ยนลุคเป็นหัวหน้าทีมสาวสุดทะมัดทะแมงทันที!
หลี่เย่ใจหายวาบ พอเห็นพี่สาวเดินจ้ำอ้าวออกไป เขาก็รีบวิ่งตามไปติดๆ
[จบแล้ว]