- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเปลี่ยนชะตา ข้าขอตัดหน้าเหล่าบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 50 ถ่ายทอดวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูต ความตกตะลึงของเชียนเริ่นเสวี่ย
ตอนที่ 50 ถ่ายทอดวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูต ความตกตะลึงของเชียนเริ่นเสวี่ย
ตอนที่ 50 ถ่ายทอดวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูต ความตกตะลึงของเชียนเริ่นเสวี่ย
เชียนเริ่นเสวี่ยเดินตามเย่เฉินเข้าไปในโรงเรียนเทียนสิง ทว่าในวินาทีที่ก้าวเท้าเข้ามา พรหมยุทธ์หอกอสรพิษก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
สาเหตุก็ไม่มีอะไรมาก เมื่อครู่นี้มีกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งกวาดผ่านร่างของเขาไป แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตา แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกใจสั่นสะท้าน ขนลุกซู่ไปทั้งตัว และไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อต้านใดๆ
“พลังอำนาจของกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดนั่น เทียบชั้นได้กับมหาปุโรหิตเชียนเต้าหลิวเลยทีเดียว รากฐานของโรงเรียนเทียนสิงแห่งนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง!”
พรหมยุทธ์หอกอสรพิษลอบอุทานในใจ ตรงกันข้ามกับเชียนเริ่นเสวี่ยที่มีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความกังวลใดๆ หลังจากเข้ามาด้านใน เธอก็ยังมีแก่ใจแวะถามชื่อดอกไม้ใบหญ้าแปลกๆ ที่เธอไม่เคยเห็น แถมยังขอแบ่งจากเย่เฉินไปนิดหน่อย ราวกับไม่ได้ใส่ใจต่อการถูกจับจ้องจากกระแสสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ในเงามืดนั้นเลย
ราวกับว่าในสายตาของเธอ การที่อัจฉริยะระดับนี้จะมีบุคคลระดับยอดฝีมือคอยหนุนหลังอยู่ ย่อมเป็นเรื่องปกติวิสัย หากไม่มีสิถึงจะแปลก
“เชิญทางนี้ ด้านหน้าคือห้องรับรองของโรงเรียนเรา”
เย่เฉินพาเชียนเริ่นเสวี่ยมาจนถึงห้องรับรอง เขาผลักประตูเข้าไป ก็พบว่ามีคนกำลังชงชาเตรียมรอไว้อยู่ก่อนแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้เย่เฉินประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ คนผู้นั้นไม่ใช่สวีลี่ แต่กลับเป็นหลิงซวงที่ปกติจะเอาแต่ทำหน้าเย็นชาเป็นภูเขาน้ำแข็ง
ตามคำแนะนำของเยี่ยฉาน นางบอกว่าหลิงซวงควรจะหาโอกาสมาโผล่หน้าโผล่ตาให้ท่านผู้อำนวยการเห็นบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีหญิงงามระดับเทพธิดาที่ไม่ด้อยไปกว่านางก้าวเข้ามา เยี่ยฉานจึงถือวิสาสะไล่ตะเพิดสวีลี่ไป แล้วทิ้งหลิงซวงไว้ที่นี่เพียงลำพัง
หลิงซวงกำลังชงชาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ดูเงอะงะไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย เห็นได้ชัดว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางลงมือชงชา
“ซี๊ด... ร้อน!”
หลิงซวงแกล้งทำเป็นเผลอโดนน้ำร้อนลวกมือระหว่างชงชา นางทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ส่งสายตาน่าสงสารราวกับลูกนกหลงทางไปทางเย่เฉิน
“ข้าทำเองดีกว่า”
เย่เฉินรับถ้วยชามาจัดการต่อ เพียงไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของชาก็โชยฟุ้งไปทั่วห้องรับรอง
“ชาต้มนี้หอมจังเลย ไม่ทราบว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร แล้วมาจากที่ไหนหรือ?”
เชียนเริ่นเสวี่ยรับถ้วยชาที่เย่เฉินชงเสร็จแล้วมาถือไว้ เธอยกขึ้นสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่โชยมาเตะจมูก กลิ่นนั้นช่างหอมสดชื่นและทำให้รู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก
เธอเคยลิ้มรสชาชั้นเลิศมานักต่อนัก แต่ไม่เคยมีชาชนิดไหนที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนใจเทียบเท่าชาถ้วยนี้ได้เลย
หลังจากจิบไปอึกหนึ่ง เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
“อ้อ ชานี้เราบังเอิญเจอในสถานที่เลี้ยงสัตว์วิญญาณของโรงเรียนน่ะ มันมีสรรพคุณช่วยยกระดับความสามารถในการหยั่งรู้ของวิญญาจารย์ได้ชั่วขณะ ข้าก็เลยตั้งชื่อให้มันว่า ชาหยั่งรู้มรรคา”
“ชาหยั่งรู้มรรคา? ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะและลึกซึ้งยิ่งนัก!”
เชียนเริ่นเสวี่ยเอ่ยชมเปาะ ก่อนจะลอบทึ่งกับความอุดมสมบูรณ์ของโรงเรียนที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาแห่งนี้
ชาเทวะที่มีสรรพคุณล้ำเลิศเช่นนี้ ไม่มีทางที่จะเติบโตในสถานที่เลี้ยงสัตว์วิญญาณธรรมดาๆ ได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นเขตที่อยู่อาศัยของสัตว์วิญญาณระดับหมื่นปีขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีโอกาสพบเจอ
ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ เชียนเริ่นเสวี่ยก็ดื่มชาในถ้วยจนหมดเกลี้ยงโดยไม่รู้ตัว
แม้ปากจะไม่พูด แต่ดวงตาสีทองกลมโตของเธอกลับจ้องเขม็งไปที่เย่เฉินอย่างมีความหมาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธออยากจะได้อีกสักถ้วย
พรหมยุทธ์หอกอสรพิษเองก็มีอาการไม่ต่างกัน ชาถ้วยนี้มีประโยชน์ต่อเขาไม่น้อยเลยทีเดียว เขาย่อมปรารถนาที่จะได้ดื่มถ้วยที่สองหรือถ้วยที่สามตามมา
“ฮะๆ การได้พบพานถือเป็นวาสนา ตามธรรมเนียมบ้านเกิดของข้า แขกผู้มาเยือนจะต้องดื่มชาของเจ้าบ้านสามถ้วยเพื่อเป็นการแสดงความเคารพ หวังว่าท่านทั้งสองคงจะไม่ปฏิเสธที่จะไว้หน้าข้ากระมัง?”
เย่เฉินพูดไปพลาง ก็รินชาเติมให้เชียนเริ่นเสวี่ยและพรหมยุทธ์หอกอสรพิษไปพลาง
“เข้าเมืองตาหลิวต้องหลิ่วตาตาม ในเมื่อเป็นธรรมเนียม พวกเราก็ยินดีที่จะทำตาม”
พร้อมกับเสียงดื่มชาอึกๆ เชียนเริ่นเสวี่ยและผู้ติดตามก็จัดการซดชาร้อนๆ ไปอีกคนละสองถ้วยอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังดูไม่อิ่มหนำใจ
“อ๊ะ! ดูความจำข้าสิ ช่วงนี้โรงเรียนมีเรื่องให้จัดการเยอะแยะไปหมด ข้าเลยเกือบจะลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิทเลย”
“ที่บ้านเกิดของข้ายังมีธรรมเนียมอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือหลังจากที่แขกดื่มชาครบสามถ้วยแล้ว เจ้าบ้านจะต้องมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นการตอบแทน”
“ข้าเองก็ไม่ได้มีของมีค่าอะไรมากมาย มีแต่ชาพวกนี้แหละที่พอจะนำมาต้อนรับแขกได้ หากพวกท่านไม่รังเกียจ...”
เย่เฉินเกาหัวแกรกๆ จำต้องงัดสกิลแถสีข้างถลอก แต่งเรื่องธรรมเนียมบ้านเกิดขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
‘ไอ้พวกปากแข็งเอ๊ย อยากกินก็บอกมาตรงๆ สิ ต้องให้ข้าคอยประเคนให้อยู่ได้’
“ไม่รังเกียจๆ!”
เย่เฉินยังพูดไม่ทันจบ เชียนเริ่นเสวี่ยและพรหมยุทธ์หอกอสรพิษก็พร้อมใจกันยื่นมือออกมารับของขวัญแทบจะพร้อมกัน
“เอาล่ะๆ คนละห่อนะ หมดแล้วหมดเลย”
เย่เฉินล้วงเอาห่อใบชาขนาดเท่าฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยใบชาหยั่งรู้มรรคาออกมา จากนั้นก็ยื่นให้พรหมยุทธ์หอกอสรพิษ ท่ามกลางสายตาละห้อยของเชียนเริ่นเสวี่ย
เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเชียนเริ่นเสวี่ย เย่เฉินก็อดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งของทวีปโต้วหลัว จะมีมุมที่แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาให้เห็นด้วย
“อ่ะ นี่ของเจ้า”
เย่เฉินหยิบห่อใบชาห่อใหญ่ออกมา ขนาดของมันใหญ่กว่าของพรหมยุทธ์หอกอสรพิษถึงสิบเท่า! จากนั้นเขาก็ยัดมันใส่มือเชียนเริ่นเสวี่ย ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อของเธอ
“ให้... ให้ข้างั้นหรือ?”
“ใช่แล้วล่ะ มีคำกล่าวที่ว่า ‘ร่ำสุรากับรู้ใจพันจอกยังน้อยไป พูดจากับคนไม่รู้ใจครึ่งประโยคก็มากเกิน’ ข้าได้สนทนากับนายน้อยเชียนแล้วรู้สึกถูกชะตายิ่งนัก ของนอกกายแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้?”
เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
คำพูดของเขา ยิ่งทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยที่เดิมทีก็มีความประทับใจที่ดีต่อเขาอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกดีกับเขามากขึ้นไปอีก
“ผู้อำนวยการเย่ ท่านเกรงใจกันเกินไปแล้ว ไม่ต้องเรียกข้าว่านายน้อยเชียนหรอก อย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ มันฟังดูห่างเหินเกินไป”
“หากท่านไม่รังเกียจ เรียกข้าว่าเสวี่ยเอ๋อร์ก็ได้”
เย่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง สมกับที่เป็นตัวแม่จอมคลั่งรักแห่งทวีปนักรัก ชื่อเสียงเรื่องนี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ
“งั้นเจ้าก็เรียกชื่อข้าตรงๆ เลยก็แล้วกัน เอาแต่เรียกท่านผู้อำนวยการๆ อยู่ได้ ฟังแล้วดูแก่ไปตั้งสิบปี”
“ตกลงจ้ะ เย่เฉิน”
“โอเค เสวี่ยเอ๋อร์”
เย่เฉินจ้องมองเชียนเริ่นเสวี่ยตาไม่กระพริบ ต้องยอมรับเลยว่านางฟ้าคลั่งรักคนนี้รูปร่างหน้าตางดงามไร้ที่ติจริงๆ ทั่วทั้งโรงเรียนเทียนสิงในตอนนี้ เกรงว่าคงจะมีแค่เยี่ยฉานเท่านั้นที่พอจะสูสีกับเธอได้
ส่วนหนิงหรงหรงกับจูจู๋ชิงนั้นยังเด็กเกินไป ความสวยจึงยังไม่เบ่งบานเต็มที่
“เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าขอคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัวสักหน่อยได้ไหม? มีแค่เราสองคน... เจ้าเองก็น่าจะรู้สึกได้ถึงเรื่องนั้นเหมือนกันใช่ไหม?”
เชียนเริ่นเสวี่ยพยักหน้า พรหมยุทธ์หอกอสรพิษเห็นดังนั้นก็รู้หน้าที่ รีบขอตัวเดินออกจากห้องไปทันที
“หลิงซวง เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ”
“เจ้าค่ะ ท่านผู้อำนวยการ”
เมื่อภายในห้องเหลือเพียงพวกเขาสองคน เชียนเริ่นเสวี่ยก็เปิดฉากถามขึ้นมาทันที
“เย่เฉิน ท่านเองก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดของวิญญาณยุทธ์สินะ ท่านรู้ไหมว่ามันเกิดจากอะไร?”
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์’ นั่นแหละ แถมระดับความเข้ากันได้ของวิญญาณยุทธ์เราสองคนยังสูงปรี๊ด อย่างน้อยๆ ก็ต้องเกิน 90% ขึ้นไปแน่ๆ”
เย่เฉินบอกเล่าข้อสันนิษฐานของตนเองออกมา
“ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์? ทักษะผสานระหว่างผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ระดับเทพสองคนงั้นหรือ? ถ้าทำได้จริง พลังทำลายล้างมันจะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?”
เชียนเริ่นเสวี่ยไม่ได้สงสัยในข้อสันนิษฐานของเย่เฉินเลย เพราะตอนที่ทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงห้าเมตร เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
นอกจากทักษะผสานวิญญาณยุทธ์แล้ว ก็ไม่มีคำอธิบายอื่นใดอีกแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น พวกเรา...”
“ประทับวิญญาณยุทธ์กันก่อนเถอะ จะได้ลองศึกษาดูว่าสามารถใช้ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ออกมาได้ไหม”
เชียนเริ่นเสวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย วิญญาณยุทธ์ทูตสวรรค์หกปีกปรากฏขึ้นเบื้องหลังเธอ พร้อมกับแผ่กลิ่นอายแห่งแสงสว่างและความศักดิ์สิทธิ์อันร้อนแรงออกมา
วงแหวนวิญญาณสีเหลืองสอง ม่วงสอง ดำสอง รวมหกวงลอยวนอยู่รอบตัวเธอ กลิ่นอายของว่าที่มหาปราชญ์วิญญาณพุ่งทะยานเข้าปะทะหน้า
เชียนเริ่นเสวี่ยเบิกตากว้าง เตรียมตัวรอชมวงแหวนวิญญาณของเย่เฉิน
เย่เฉินไม่ยอมน้อยหน้า เขาเรียกวิญญาณยุทธ์เทพสวรรค์ทัณฑ์อัสนีออกมาประทับร่าง มือซ้ายประคองบ่ออัสนี มือขวาถือทวนอัสนีเร้นลับ พลังออร่าที่แผ่ออกมานั้นยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามกว่าทูตสวรรค์หกปีกเสียอีก
พร้อมกันนั้น วงแหวนวิญญาณแปดวงก็ปรากฏขึ้นรอบกายเขา
ม่วง, ม่วง, ม่วง, ดำ, ดำ, ดำ, แดง
วงแหวนวิญญาณทั้งเจ็ดหมุนวนอยู่รอบกาย ปลดปล่อยพลังออร่าที่รุนแรงไม่แพ้ราชทินนามพรหมยุทธ์เลยทีเดียว
“วงแรกระดับพันปี วงที่สี่ระดับหมื่นปี วงที่เจ็ดระดับแสนปี... เย่เฉิน ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?”
เชียนเริ่นเสวี่ยกลืนน้ำลายเอื๊อก ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
---
เพื่อนๆ มิตรรักนักอ่านทุกท่าน หากชื่นชอบในผลงานเรื่องนี้ อย่าลืมกดเข้าชั้นหนังชือโปรดด้วยนะครับ เพื่อไม่พลาดทุกการอัปเดทครับ