เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว

ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว

ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว


ดวงวิญญาณของกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินเปล่งประกายแสงสีน้ำเงินวาบ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวอู่ดั่งลูกธนู!

ในเวลาเดียวกัน ร่างเนื้อเล็กๆ ของมันก็เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม พลังงานที่หลงเหลืออยู่ในร่างเนื้อนั้นก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวอู่ด้วยเช่นกัน

“เหมือนกับความสามารถในการสังเวยที่สงวนไว้สำหรับสัตว์วิญญาณแสนปีจริงๆ ด้วย แถมยังดูพิเศษกว่าการสังเวยของสัตว์วิญญาณทั่วไปเสียอีก”

มาถึงตอนนี้ เสี่ยวอู่ถึงได้ตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตอย่างแท้จริง ความรู้สึกที่พลังทั้งหมดทั่วร่างของสัตว์วิญญาณหลอมรวมเข้ากับร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่การดูดซับเพียงแค่วงแหวนวิญญาณทั่วไปไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลย

“ท่านอาจารย์ ศิษย์จะเริ่มควบแน่นวงแหวนวิญญาณแล้วนะเจ้าคะ”

เสี่ยวอู่นั่งขัดสมาธิ วงแหวนวิญญาณเริ่มปรากฏขึ้นบนร่างของเธอ เริ่มจากสีขาว และภายในไม่กี่ลมหายใจ ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง

ผ่านไปราวๆ ครึ่งก้านธูป มันก็เร่งความเร็วในการเปลี่ยนเป็นวงแหวนวิญญาณระดับพันปีสีม่วงอ่อน และมันก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น สีของวงแหวนวิญญาณค่อยๆ เข้มข้นลึกล้ำยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ขณะเดียวกันที่บริเวณปลายเท้าของเธอ ร่างของกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินที่แต่เดิมมีขนาดเพียงฝ่ามือ ก็กำลังขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากขนาดเท่าฝ่ามือ ก็ยาวขึ้นทีละนิ้ว และสุดท้ายก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับกระต่ายปกติทั่วไป

และอายุตบะของมัน ภายใต้การหนุนเสริมจากวงแหวนวิญญาณของเสี่ยวอู่ ก็ก้าวเข้าสู่ระดับพันปีเช่นกัน

“หนึ่งพันหกร้อยปีแล้ว... เกินขีดจำกัดสูงสุดของวงแหวนวิญญาณวงที่สามไปแล้ว ไม่รู้ว่าเสี่ยวอู่ที่วิญญาณยุทธ์วิวัฒนาการเป็นกระต่ายจันทรากระดูกเทวะ จะสามารถแบกรับอายุวงแหวนได้มากสุดกี่ปีกันนะ”

เย่เฉินประเมินในใจว่า อย่างน้อยๆ ก็ต้องราวๆ ห้าพันปีขึ้นไป คงไม่น้อยไปกว่าจูจู๋ชิงแน่ๆ

และก็เป็นไปตามคาด หนึ่งชั่วยามผ่านไป อายุวงแหวนวิญญาณของเสี่ยวอู่ก็หยุดนิ่งลงที่ 5,100 ปี ซึ่งเป็นอายุวงแหวนวิญญาณระดับเดียวกับวงแหวนวิญญาณวงที่สี่ของวิญญาจารย์ทั่วๆ ไปเลยทีเดียว

ส่วนระดับพลังวิญญาณของเธอก็ทะลวงขึ้นไปถึงระดับ 35 อย่างไร้ข้อกังขา ซึ่งแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัวนัก

“ท่านอาจารย์ ศิษย์ควบแน่นเสร็จแล้วเจ้าค่ะ วงแหวนวิญญาณที่สามมีอายุตบะปาเข้าไปห้าพันกว่าปีแน่ะ!”

“แถม... พลังวิญญาณของศิษย์ยังพุ่งขึ้นมาถึงระดับ 35 แล้วด้วย! อีกนิดเดียวก็จะระดับ 36 แล้ว!”

เสี่ยวอู่หยัดกายลุกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

ต้องรู้ไว้ว่า แม้เธอจะเป็นสัตว์วิญญาณจำแลงกายมา แต่เธอก็ไม่ใช่สัตว์วิญญาณสายพละกำลัง เธอเป็นเพียงแค่กระต่ายกระดูกอ่อนที่พบเห็นได้ทั่วไปในป่าซิงโต่ว ค่าสถานะต่างๆ ของเธอไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย

ดังนั้น ต่อให้เธอจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ อายุวงแหวนวิญญาณที่ควบแน่นออกมาก็หนีกฎเกณฑ์ทั่วไปไม่พ้นอยู่ดี แต่วันนี้มันกลับทะลุขีดจำกัดมาได้ไกลขนาดนี้ ทำเอาเธออดประหลาดใจไม่ได้จริงๆ

“ก็สมเหตุสมผลดีนี่ เจ้าดูดซับพลังจากหินวิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์ไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ลำพังแค่วิญญาณยุทธ์วิวัฒนาการ มันก็มีพลังวิญญาณแฝงอยู่มากโขแล้ว ยิ่งได้รับการเสริมพลังจากวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตเข้าไปอีก เท่ากับว่าเจ้าดูดซับวงแหวนวิญญาณของกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินระดับห้าพันปีเข้าไปเต็มๆ เลยนะ”

“ถ้ายังไปไม่ถึงระดับ 35 สิถึงจะแปลก”

เสี่ยวอู่ลองคิดตามอย่างถี่ถ้วน แล้วก็พบว่าคำพูดของเย่เฉินนั้นมีเหตุผลมากๆ

ก็แหงล่ะ ในเมื่อมีตัวช่วยขั้นเทพซะขนาดนี้ จะเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

“ว่าไง ลองใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง? การใช้วิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตทำให้ร่างกายรู้สึกผิดปกติอะไรไหม? แล้วผลลัพธ์ของทักษะวิญญาณเป็นอย่างไรบ้าง?”

เสี่ยวอู่ทำปากยื่นเตรียมจะบรรยายความรู้สึก แต่กระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินสีน้ำแข็งขนาด 20 กว่าเซนติเมตร ที่ตอนนี้สื่อสารทางใจกับเธอได้แล้ว ก็กระโดดดึ๋งเข้ามาซุกอยู่ในอ้อมอกของเธอเสียก่อน

จากนั้น มันก็ขยับหาท่าทางที่สบายที่สุดพลางส่งเสียงร้องฮึดฮัดอย่างพอใจ พร้อมกับเบิกตาสีน้ำแข็งโตๆ จ้องมองเย่เฉินด้วยความสงสัยใคร่รู้

“ท่านอาจารย์ อย่างที่ท่านเห็นเลยเจ้าค่ะ ทุกอย่างที่บันทึกไว้ในวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตล้วนเป็นเรื่องจริง กระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินไม่เพียงมอบวงแหวนวิญญาณให้ข้า แต่มันยังคงรักษาสติปัญญาเอาไว้ได้ครบถ้วน”

“แถมมันยังสามารถใช้ทักษะวิญญาณของศิษย์ได้ด้วยนะเจ้าคะ แม้จะใช้ออกมาด้วยพลังระดับห้าพันปีก็ตาม”

“และที่สำคัญที่สุดคือ มันสามารถบ่มเพาะพลังด้วยตัวเองได้! ความเร็วในการฝึกฝนก็เร็วกว่าตอนที่มันยังเป็นสัตว์วิญญาณเสียอีก!”

“แต่ศิษย์รู้สึกว่า วิชาลับนี้ยังมีจุดที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกนะเจ้าคะ ดูเหมือนว่ามันจะสามารถต่อยอดไปในทิศทางที่ช่วยเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณในภายหลังได้ หรือไม่ก็ช่วยเร่งอายุตบะของจิตภูตให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

ด้วยนิสัยร่าเริงและชอบคิดอะไรแปลกใหม่ สมองของเสี่ยวอู่จึงแล่นฉิวจนนึกถึงจุดนี้ขึ้นมาได้เอง

เย่เฉินไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เขาแอบมองเสี่ยวอู่ด้วยความประหลาดใจนิดๆ

‘สมกับเป็นนางเอกต้นฉบับของเรื่องโต้วหลัวจริงๆ! มีบุญบารมีหนุนนำเสียจนคิดข้ามขั้นไปถึงเทคโนโลยีในอีกสองหมื่นปีข้างหน้าได้เลย!’

“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก วิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบถึงขีดสุด จึงยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว หากพวกสัตว์วิญญาณไม่ได้จนตรอกจริงๆ พวกมันก็คงไม่ยอมใช้วิธีนี้หรอก ก็ในเมื่อพวกมันฝึกฝนพลังด้วยตัวเองได้ ทำไมต้องยอมมาตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ด้วยล่ะ?”

“เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นพวกสัตว์วิญญาณที่ใกล้ตายหรือบาดเจ็บสาหัสเท่านั้นแหละ”

เพราะในยุคหลัง จิตภูตสามารถกลืนกินจิตภูตตัวอื่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้ แต่ตอนนี้ทำได้แค่ฝึกฝนด้วยตัวเองเท่านั้น

อย่างเช่นในลานประลองเลื่อนตบะ (จากภาค 3 ตำนานราชามังกร) จิตภูตที่ถูกสังหารจะมอบพลังหนึ่งในสิบของอายุตบะให้กับจิตภูตที่ยังมีชีวิตอยู่

แต่ถึงกระนั้น วิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตในตอนนี้ก็ยังมีข้อดีอยู่ไม่น้อย

หลังจากที่จิตภูตทำสัญญากับวิญญาจารย์แล้ว สติปัญญาของมันจะถูกปลดล็อกล่วงหน้าด้วยพลังจิตของโฮสต์ ทำให้สามารถบ่มเพาะพลังได้ด้วยตนเอง ซึ่งเร็วกว่าตอนเป็นสัตว์วิญญาณมากนัก

และในขณะที่วิญญาจารย์ฝึกฝนพลังวิญญาณ พลังงานที่เอ่อล้นออกมาก็จะถูกจิตภูตดูดซับไปใช้เป็นสารอาหารในการเติบโต

เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ทวีปโต้วหลัวจะต้องมียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด และมาตรฐานพลังรบก็จะยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่นอน

ระหว่างที่คิด เย่เฉินก็เผลอเอื้อมมือไปหมายจะลูบคลำกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินที่กลายเป็นจิตภูตไปแล้ว

แต่ทว่า มือของเขากลับทะลุผ่านตัวมันไปราวกับคว้าอากาศธาตุ สัมผัสความเย็นเยียบที่คิดว่าจะได้รับกลับไม่มีเลย

“ท่านอาจารย์ นี่คืออีกหนึ่งคุณสมบัติของจิตภูตเจ้าค่ะ หากไม่ได้อยู่ในสถานะต่อสู้ คนอื่นนอกจากผู้ทำสัญญาจะไม่สามารถสัมผัสตัวจิตภูตได้เลย”

เย่เฉินพยักหน้ารับรู้ แต่ในใจกำลังคิดหนักว่าจะต้องรีบหาเวลาไปตามล่าเถาวัลย์อัสนีทัณฑ์นรกระดับแสนปี มาทำเป็นจิตภูตตัวแรกของตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุด!

เมื่อถึงเวลานั้น เขาไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าพลังรบของตนเองจะพุ่งทะยานไปถึงระดับไหน

เถาวัลย์อัสนีทัณฑ์นรกระดับแสนปี หากงัดพลังทั้งหมดออกมาสู้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าไม่ด้อยไปกว่าราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 97 คนไหนในยุคนี้แน่นอน

“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าก็ดูดซับวงแหวนวิญญาณเสร็จแล้ว มีแผนจะทำอะไรต่อล่ะ?”

“ศิษย์อยากจะ... ไปลาออกจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อก่อนเจ้าค่ะ อยู่ที่นั่นแล้วศิษย์รู้สึกอึดอัด”

เสี่ยวอู่ตอบ

“ไปเถอะ”

เสี่ยวอู่อึกอักบิดไปบิดมา เหมือนมีเรื่องอึดอัดใจที่พูดไม่ออก

“เฒ่าโม่ เฒ่าสวี พวกเจ้าสองคนไปเป็นเพื่อนเสี่ยวอู่ที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อหน่อยไป”

“ไม่ต้องกลัวนะ ทั้งเฒ่าสวีและเฒ่าโม่ต่างก็เป็นมหาปราชญ์วิญญาณระดับสูงกันทั้งคู่ แถมคุณภาพวิญญาณยุทธ์ก็สูงลิ่ว หากต้องดวลเดี่ยวล่ะก็ ฝีมือไม่เป็นรองวิญญาณพรหมยุทธ์หรอก”

เสี่ยวอู่ได้ยินดังนั้นก็โล่งอกราวกับได้รับคำสั่งนิรโทษกรรม รีบเดินตามโม่หลี่มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของโรงเรียนทันที

ไม่นานนัก เสี่ยวอู่และผู้ติดตามทั้งสองก็มาถึงโรงเรียนสื่อไหลเค่อ

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา สองมหาปราชญ์วิญญาณก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว โรงเรียนบ้าอะไรเนี่ย ซอมซ่อชะมัด! แม้แต่สนามฝึกซ้อมดีๆ สำหรับนักเรียนก็ยังไม่มีเลย!

สภาพแบบนี้ยังกล้าคุยโวว่ารับแต่สัตว์ประหลาดอีกนะ เหอะ! ก็ถูกของเขานั่นแหละ เพราะคงไม่มีคนปกติที่ไหนยอมหลวมตัวเข้ามาเรียนในโรงเรียนขยะแบบนี้หรอก!

“อ้าว เสี่ยวอู่ เจ้ากลับมาแล้วหรือ?”

“รีบไปฝึกซ้อมซะสิ บ่ายนี้ผู้อำนวยการอย่างข้าจะพาพวกเจ้าไปฝึกซ้อมต่อสู้จริงที่สนามประลองวิญญาณเมืองสั่วทัวนะ เจ้าห้ามพลาดเด็ดขาดเลยล่ะ!”

ฝูหลันเต๋อถูมือไปมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง เขารู้ดีว่าเสี่ยวอู่คือเด็กที่มีพลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิด แถมฝีมือการต่อสู้ก็ไม่ธรรมดา งานนี้รับรองว่าทำเงินให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำแน่นอน!

โม่หลี่มองฝูหลันเต๋อด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์

‘ไอ้สวะ! เอาลูกศิษย์ตัวเองไปหาเงินเข้ากระเป๋าเนี่ยนะ? คนพรรค์นี้มีหน้ามาเปิดโรงเรียนได้ยังไง? ไม่กลัวลูกศิษย์จะเสียคนหรือไงวะ?’

“ท่านผู้อำนวยการฝูหลันเต๋อ ข้ามาขอลาออกค่ะ ตอนนี้ข้าได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้อำนวยการโรงเรียนเทียนสิง และเข้าร่วมเป็นนักเรียนของที่นั่นเรียบร้อยแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว