- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเปลี่ยนชะตา ข้าขอตัดหน้าเหล่าบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว
ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว
ตอนที่ 45 เสี่ยวอู่ลาออกจากสื่อไหลเค่อ ฝูหลันเต๋อร้อนรนแล้ว
ดวงวิญญาณของกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินเปล่งประกายแสงสีน้ำเงินวาบ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวอู่ดั่งลูกธนู!
ในเวลาเดียวกัน ร่างเนื้อเล็กๆ ของมันก็เหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม พลังงานที่หลงเหลืออยู่ในร่างเนื้อนั้นก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างกายของเสี่ยวอู่ด้วยเช่นกัน
“เหมือนกับความสามารถในการสังเวยที่สงวนไว้สำหรับสัตว์วิญญาณแสนปีจริงๆ ด้วย แถมยังดูพิเศษกว่าการสังเวยของสัตว์วิญญาณทั่วไปเสียอีก”
มาถึงตอนนี้ เสี่ยวอู่ถึงได้ตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตอย่างแท้จริง ความรู้สึกที่พลังทั้งหมดทั่วร่างของสัตว์วิญญาณหลอมรวมเข้ากับร่างกายนั้น เป็นสิ่งที่การดูดซับเพียงแค่วงแหวนวิญญาณทั่วไปไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้เลย
“ท่านอาจารย์ ศิษย์จะเริ่มควบแน่นวงแหวนวิญญาณแล้วนะเจ้าคะ”
เสี่ยวอู่นั่งขัดสมาธิ วงแหวนวิญญาณเริ่มปรากฏขึ้นบนร่างของเธอ เริ่มจากสีขาว และภายในไม่กี่ลมหายใจ ก็เปลี่ยนเป็นสีเหลือง
ผ่านไปราวๆ ครึ่งก้านธูป มันก็เร่งความเร็วในการเปลี่ยนเป็นวงแหวนวิญญาณระดับพันปีสีม่วงอ่อน และมันก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น สีของวงแหวนวิญญาณค่อยๆ เข้มข้นลึกล้ำยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันที่บริเวณปลายเท้าของเธอ ร่างของกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินที่แต่เดิมมีขนาดเพียงฝ่ามือ ก็กำลังขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว
จากขนาดเท่าฝ่ามือ ก็ยาวขึ้นทีละนิ้ว และสุดท้ายก็มีขนาดใหญ่พอๆ กับกระต่ายปกติทั่วไป
และอายุตบะของมัน ภายใต้การหนุนเสริมจากวงแหวนวิญญาณของเสี่ยวอู่ ก็ก้าวเข้าสู่ระดับพันปีเช่นกัน
“หนึ่งพันหกร้อยปีแล้ว... เกินขีดจำกัดสูงสุดของวงแหวนวิญญาณวงที่สามไปแล้ว ไม่รู้ว่าเสี่ยวอู่ที่วิญญาณยุทธ์วิวัฒนาการเป็นกระต่ายจันทรากระดูกเทวะ จะสามารถแบกรับอายุวงแหวนได้มากสุดกี่ปีกันนะ”
เย่เฉินประเมินในใจว่า อย่างน้อยๆ ก็ต้องราวๆ ห้าพันปีขึ้นไป คงไม่น้อยไปกว่าจูจู๋ชิงแน่ๆ
และก็เป็นไปตามคาด หนึ่งชั่วยามผ่านไป อายุวงแหวนวิญญาณของเสี่ยวอู่ก็หยุดนิ่งลงที่ 5,100 ปี ซึ่งเป็นอายุวงแหวนวิญญาณระดับเดียวกับวงแหวนวิญญาณวงที่สี่ของวิญญาจารย์ทั่วๆ ไปเลยทีเดียว
ส่วนระดับพลังวิญญาณของเธอก็ทะลวงขึ้นไปถึงระดับ 35 อย่างไร้ข้อกังขา ซึ่งแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัวนัก
“ท่านอาจารย์ ศิษย์ควบแน่นเสร็จแล้วเจ้าค่ะ วงแหวนวิญญาณที่สามมีอายุตบะปาเข้าไปห้าพันกว่าปีแน่ะ!”
“แถม... พลังวิญญาณของศิษย์ยังพุ่งขึ้นมาถึงระดับ 35 แล้วด้วย! อีกนิดเดียวก็จะระดับ 36 แล้ว!”
เสี่ยวอู่หยัดกายลุกขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ต้องรู้ไว้ว่า แม้เธอจะเป็นสัตว์วิญญาณจำแลงกายมา แต่เธอก็ไม่ใช่สัตว์วิญญาณสายพละกำลัง เธอเป็นเพียงแค่กระต่ายกระดูกอ่อนที่พบเห็นได้ทั่วไปในป่าซิงโต่ว ค่าสถานะต่างๆ ของเธอไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย
ดังนั้น ต่อให้เธอจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้ อายุวงแหวนวิญญาณที่ควบแน่นออกมาก็หนีกฎเกณฑ์ทั่วไปไม่พ้นอยู่ดี แต่วันนี้มันกลับทะลุขีดจำกัดมาได้ไกลขนาดนี้ ทำเอาเธออดประหลาดใจไม่ได้จริงๆ
“ก็สมเหตุสมผลดีนี่ เจ้าดูดซับพลังจากหินวิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์ไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว ลำพังแค่วิญญาณยุทธ์วิวัฒนาการ มันก็มีพลังวิญญาณแฝงอยู่มากโขแล้ว ยิ่งได้รับการเสริมพลังจากวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตเข้าไปอีก เท่ากับว่าเจ้าดูดซับวงแหวนวิญญาณของกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินระดับห้าพันปีเข้าไปเต็มๆ เลยนะ”
“ถ้ายังไปไม่ถึงระดับ 35 สิถึงจะแปลก”
เสี่ยวอู่ลองคิดตามอย่างถี่ถ้วน แล้วก็พบว่าคำพูดของเย่เฉินนั้นมีเหตุผลมากๆ
ก็แหงล่ะ ในเมื่อมีตัวช่วยขั้นเทพซะขนาดนี้ จะเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
“ว่าไง ลองใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง? การใช้วิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตทำให้ร่างกายรู้สึกผิดปกติอะไรไหม? แล้วผลลัพธ์ของทักษะวิญญาณเป็นอย่างไรบ้าง?”
เสี่ยวอู่ทำปากยื่นเตรียมจะบรรยายความรู้สึก แต่กระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินสีน้ำแข็งขนาด 20 กว่าเซนติเมตร ที่ตอนนี้สื่อสารทางใจกับเธอได้แล้ว ก็กระโดดดึ๋งเข้ามาซุกอยู่ในอ้อมอกของเธอเสียก่อน
จากนั้น มันก็ขยับหาท่าทางที่สบายที่สุดพลางส่งเสียงร้องฮึดฮัดอย่างพอใจ พร้อมกับเบิกตาสีน้ำแข็งโตๆ จ้องมองเย่เฉินด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ท่านอาจารย์ อย่างที่ท่านเห็นเลยเจ้าค่ะ ทุกอย่างที่บันทึกไว้ในวิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตล้วนเป็นเรื่องจริง กระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินไม่เพียงมอบวงแหวนวิญญาณให้ข้า แต่มันยังคงรักษาสติปัญญาเอาไว้ได้ครบถ้วน”
“แถมมันยังสามารถใช้ทักษะวิญญาณของศิษย์ได้ด้วยนะเจ้าคะ แม้จะใช้ออกมาด้วยพลังระดับห้าพันปีก็ตาม”
“และที่สำคัญที่สุดคือ มันสามารถบ่มเพาะพลังด้วยตัวเองได้! ความเร็วในการฝึกฝนก็เร็วกว่าตอนที่มันยังเป็นสัตว์วิญญาณเสียอีก!”
“แต่ศิษย์รู้สึกว่า วิชาลับนี้ยังมีจุดที่สามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกนะเจ้าคะ ดูเหมือนว่ามันจะสามารถต่อยอดไปในทิศทางที่ช่วยเพิ่มอายุวงแหวนวิญญาณในภายหลังได้ หรือไม่ก็ช่วยเร่งอายุตบะของจิตภูตให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”
ด้วยนิสัยร่าเริงและชอบคิดอะไรแปลกใหม่ สมองของเสี่ยวอู่จึงแล่นฉิวจนนึกถึงจุดนี้ขึ้นมาได้เอง
เย่เฉินไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่เขาแอบมองเสี่ยวอู่ด้วยความประหลาดใจนิดๆ
‘สมกับเป็นนางเอกต้นฉบับของเรื่องโต้วหลัวจริงๆ! มีบุญบารมีหนุนนำเสียจนคิดข้ามขั้นไปถึงเทคโนโลยีในอีกสองหมื่นปีข้างหน้าได้เลย!’
“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก วิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบถึงขีดสุด จึงยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว หากพวกสัตว์วิญญาณไม่ได้จนตรอกจริงๆ พวกมันก็คงไม่ยอมใช้วิธีนี้หรอก ก็ในเมื่อพวกมันฝึกฝนพลังด้วยตัวเองได้ ทำไมต้องยอมมาตกอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ด้วยล่ะ?”
“เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นพวกสัตว์วิญญาณที่ใกล้ตายหรือบาดเจ็บสาหัสเท่านั้นแหละ”
เพราะในยุคหลัง จิตภูตสามารถกลืนกินจิตภูตตัวอื่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้ แต่ตอนนี้ทำได้แค่ฝึกฝนด้วยตัวเองเท่านั้น
อย่างเช่นในลานประลองเลื่อนตบะ (จากภาค 3 ตำนานราชามังกร) จิตภูตที่ถูกสังหารจะมอบพลังหนึ่งในสิบของอายุตบะให้กับจิตภูตที่ยังมีชีวิตอยู่
แต่ถึงกระนั้น วิชาลับเคล็ดวิชาจิตภูตในตอนนี้ก็ยังมีข้อดีอยู่ไม่น้อย
หลังจากที่จิตภูตทำสัญญากับวิญญาจารย์แล้ว สติปัญญาของมันจะถูกปลดล็อกล่วงหน้าด้วยพลังจิตของโฮสต์ ทำให้สามารถบ่มเพาะพลังได้ด้วยตนเอง ซึ่งเร็วกว่าตอนเป็นสัตว์วิญญาณมากนัก
และในขณะที่วิญญาจารย์ฝึกฝนพลังวิญญาณ พลังงานที่เอ่อล้นออกมาก็จะถูกจิตภูตดูดซับไปใช้เป็นสารอาหารในการเติบโต
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างส่งเสริมซึ่งกันและกัน อีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า ทวีปโต้วหลัวจะต้องมียอดฝีมือปรากฏตัวขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด และมาตรฐานพลังรบก็จะยกระดับขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่นอน
ระหว่างที่คิด เย่เฉินก็เผลอเอื้อมมือไปหมายจะลูบคลำกระต่ายจันทราเร้นลับไท่อินที่กลายเป็นจิตภูตไปแล้ว
แต่ทว่า มือของเขากลับทะลุผ่านตัวมันไปราวกับคว้าอากาศธาตุ สัมผัสความเย็นเยียบที่คิดว่าจะได้รับกลับไม่มีเลย
“ท่านอาจารย์ นี่คืออีกหนึ่งคุณสมบัติของจิตภูตเจ้าค่ะ หากไม่ได้อยู่ในสถานะต่อสู้ คนอื่นนอกจากผู้ทำสัญญาจะไม่สามารถสัมผัสตัวจิตภูตได้เลย”
เย่เฉินพยักหน้ารับรู้ แต่ในใจกำลังคิดหนักว่าจะต้องรีบหาเวลาไปตามล่าเถาวัลย์อัสนีทัณฑ์นรกระดับแสนปี มาทำเป็นจิตภูตตัวแรกของตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุด!
เมื่อถึงเวลานั้น เขาไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าพลังรบของตนเองจะพุ่งทะยานไปถึงระดับไหน
เถาวัลย์อัสนีทัณฑ์นรกระดับแสนปี หากงัดพลังทั้งหมดออกมาสู้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าไม่ด้อยไปกว่าราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 97 คนไหนในยุคนี้แน่นอน
“เอาล่ะ ตอนนี้เจ้าก็ดูดซับวงแหวนวิญญาณเสร็จแล้ว มีแผนจะทำอะไรต่อล่ะ?”
“ศิษย์อยากจะ... ไปลาออกจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อก่อนเจ้าค่ะ อยู่ที่นั่นแล้วศิษย์รู้สึกอึดอัด”
เสี่ยวอู่ตอบ
“ไปเถอะ”
เสี่ยวอู่อึกอักบิดไปบิดมา เหมือนมีเรื่องอึดอัดใจที่พูดไม่ออก
“เฒ่าโม่ เฒ่าสวี พวกเจ้าสองคนไปเป็นเพื่อนเสี่ยวอู่ที่โรงเรียนสื่อไหลเค่อหน่อยไป”
“ไม่ต้องกลัวนะ ทั้งเฒ่าสวีและเฒ่าโม่ต่างก็เป็นมหาปราชญ์วิญญาณระดับสูงกันทั้งคู่ แถมคุณภาพวิญญาณยุทธ์ก็สูงลิ่ว หากต้องดวลเดี่ยวล่ะก็ ฝีมือไม่เป็นรองวิญญาณพรหมยุทธ์หรอก”
เสี่ยวอู่ได้ยินดังนั้นก็โล่งอกราวกับได้รับคำสั่งนิรโทษกรรม รีบเดินตามโม่หลี่มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่ของโรงเรียนทันที
ไม่นานนัก เสี่ยวอู่และผู้ติดตามทั้งสองก็มาถึงโรงเรียนสื่อไหลเค่อ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา สองมหาปราชญ์วิญญาณก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว โรงเรียนบ้าอะไรเนี่ย ซอมซ่อชะมัด! แม้แต่สนามฝึกซ้อมดีๆ สำหรับนักเรียนก็ยังไม่มีเลย!
สภาพแบบนี้ยังกล้าคุยโวว่ารับแต่สัตว์ประหลาดอีกนะ เหอะ! ก็ถูกของเขานั่นแหละ เพราะคงไม่มีคนปกติที่ไหนยอมหลวมตัวเข้ามาเรียนในโรงเรียนขยะแบบนี้หรอก!
“อ้าว เสี่ยวอู่ เจ้ากลับมาแล้วหรือ?”
“รีบไปฝึกซ้อมซะสิ บ่ายนี้ผู้อำนวยการอย่างข้าจะพาพวกเจ้าไปฝึกซ้อมต่อสู้จริงที่สนามประลองวิญญาณเมืองสั่วทัวนะ เจ้าห้ามพลาดเด็ดขาดเลยล่ะ!”
ฝูหลันเต๋อถูมือไปมาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง เขารู้ดีว่าเสี่ยวอู่คือเด็กที่มีพลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิด แถมฝีมือการต่อสู้ก็ไม่ธรรมดา งานนี้รับรองว่าทำเงินให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำแน่นอน!
โม่หลี่มองฝูหลันเต๋อด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์
‘ไอ้สวะ! เอาลูกศิษย์ตัวเองไปหาเงินเข้ากระเป๋าเนี่ยนะ? คนพรรค์นี้มีหน้ามาเปิดโรงเรียนได้ยังไง? ไม่กลัวลูกศิษย์จะเสียคนหรือไงวะ?’
“ท่านผู้อำนวยการฝูหลันเต๋อ ข้ามาขอลาออกค่ะ ตอนนี้ข้าได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้อำนวยการโรงเรียนเทียนสิง และเข้าร่วมเป็นนักเรียนของที่นั่นเรียบร้อยแล้ว”