- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบเปลี่ยนชะตา ข้าขอตัดหน้าเหล่าบุตรแห่งสวรรค์
- ตอนที่ 1: นอกเมืองสั่วทัว พานพบจูจู๋ชิง
ตอนที่ 1: นอกเมืองสั่วทัว พานพบจูจู๋ชิง
ตอนที่ 1: นอกเมืองสั่วทัว พานพบจูจู๋ชิง
ณ นอกเมืองสั่วทัวแห่งอาณาจักรปาลาเค่อ
ยามวิกาลคล้อยกราย แสงตะวันเริ่มลับเลือนไปจากขอบฟ้า ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ปรากฏเงาร่างสามสายถูกห่อหุ้มด้วยแสงอัสนีบาตพุ่งทะยานแหวกอากาศมาด้วยความเร็วเหนือแสง ความเร็วของพวกเขาน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก เกรงว่าแม้แต่ผู้ทรงพลังระดับมหาปราชญ์วิญญาณทั่วไป หากได้เห็นก็คงต้องทอดถอนใจด้วยความละอาย
"ที่นี่คือเมืองสั่วทัว พวกเราจะพักผ่อนในเมืองสักหนึ่งคืน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางไปฝั่งตรงข้ามของโรงเรียนสื่อไหลเค่อ เพื่อเปิดโรงเรียนเทียนสิงอย่างเป็นทางการ"
"ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่คุณชายจะบัญชาขอรับ!"
เมื่อแสงอัสนีสลายตัวลง เงาร่างทั้งสามก็เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง ประกอบด้วยชายหนุ่มหนึ่งคนและชายวัยกลางคนอีกสองคน ซึ่งทั้งสามล้วนเป็นยอดฝีมือระดับมหาปราชญ์วิญญาณทั้งสิ้น!
ชายหนุ่มผู้นำกลุ่มมีนามว่าเย่เฉินอายุ 24 ปี ครอบครองวิญญาณยุทธ์รูปร่างมนุษย์ภูตอัสนี เกิดมาพร้อมพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดระดับเก้า ผ่านการบำเพ็ญตบะอย่างยากลำบากมาถึงสิบแปดปี บัดนี้เขาคือมหาปราชญ์วิญญาณระดับ 72
ก่อนหน้านี้เขาไม่มีระบบช่วยเหลือ ไม่มีพลังพิเศษใดๆ ด้วยเงื่อนไขเช่นนี้ เขาจึงตั้งใจเพียงว่าจะเข้าร่วมเป็นอาจารย์ในโรงเรียนสื่อไหลเค่อเพื่อใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างน้อยที่สุดก็จะได้ไม่ต้องไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเหล่าบุตรแห่งโชคชะตา
ทว่า หลังจากที่เขาดูดซับวงแหวนวิญญาณที่เจ็ด จู่ๆ ในห้วงคำนึงของเขาก็มีระบบรับศิษย์ตื่นขึ้นมา! ยิ่งรับศิษย์ เขาก็ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งศิษย์มีพรสวรรค์และโชคชะตามากเท่าใด ของรางวัลที่ได้รับกลับคืนมาก็ยิ่งมหาศาลเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหินวิวัฒนาการวิญญาณยุทธ์ สมุนไพรเซียน เคล็ดวิชา หรือแม้แต่วิชาลับ ล้วนรังสรรค์ให้มีครบถ้วน กระทั่งการยกระดับอายุของวงแหวนวิญญาณก็เป็นเพียงเรื่องง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ
รางวัลจากแพ็กเกจมือใหม่นั้นยิ่งใหญ่จนน่าเหลือเชื่อ มันมอบอาจารย์ระดับมหาปราชญ์วิญญาณผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์ระดับท็อปให้ถึงสองคน พร้อมด้วยโรงเรียนสุดล้ำสมัยที่เพียงแค่เลือกทำเลก็สามารถก่อสร้างได้ทันที
[ ภารกิจมือใหม่: รับศิษย์ที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดไม่ต่ำกว่าระดับเจ็ด จำนวน 1 คน ]
ในเมื่อต้องรับศิษย์ เช่นนั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแย่งชิงตัวละครจากเจ็ดประหลาดแห่งสื่อไหลเค่อมาสักคนสองคน เพราะพลังแห่งโชคชะตาในตัวพวกเขานั้นมีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ภารกิจมือใหม่ยังระบุว่าต้องเป็นผู้มีพลังระดับเจ็ดขึ้นไป ซึ่งในโลกโต้วหลัวภาคแรกนี้ หาได้ยากยิ่งนัก หากมีปรากฏขึ้นก็มักจะถูกขุมกำลังใหญ่ชิงตัวไปบ่มเพาะตั้งแต่เนิ่นๆ
อย่างไรเสีย โรงเรียนของเขาก็สามารถย้ายทำเลที่ตั้งได้อย่างอิสระ เมื่อกอบโกยผลประโยชน์จากที่นี่จนพอใจแล้ว ค่อยย้ายไปที่อื่นก็ยังไม่สาย
---
"ซาลาเปาเนื้อยักษ์ฟื้นฟูสุดยอด!"
"คุณชาย ท่านพาข้ากับเหล่าโม่เดินทางมาตลอดทาง ทานซาลาเปาสักลูกเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณเถิดขอรับ"
มหาปราชญ์วิญญาณที่ยืนอยู่ฝั่งซ้ายของเย่เฉินมีนามว่าสวีลี่รูปร่างของเขาอ้วนท้วนสมบูรณ์ ทว่าบนใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มซื่อๆ อยู่เสมอ สิ่งที่ทำให้เย่เฉินพึงพอใจที่สุดคือวิญญาณยุทธ์ของเขา ซึ่งก็คือวิญญาณยุทธ์สายอาหารซาลาเปาเนื้อและปัจจุบันเขาอยู่ในระดับ 74 แล้ว!
ด้วยระดับพลังและวิญญาณยุทธ์เช่นนี้ เกรงว่าเขาคงเป็นวิญญาณจารย์สายอาหารที่ติดอันดับหนึ่งในห้าของยุคนี้อย่างมิต้องสงสัย หากนำไปเทียบกับคนของสื่อไหลเค่อที่มีวิญญาณยุทธ์เป็นเพียงถั่วน้ำตาล ย่อมไม่อาจเทียบเคียงซาลาเปาเนื้อที่เปี่ยมไปด้วยโปรตีนได้อย่างแน่นอน
ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านั้นคือ วิญญาณยุทธ์ของเจ้าอ้วนผู้นี้ยังมีรูปแบบที่สอง ไม่เพียงแต่กินได้ ทว่ายังระเบิดได้อีกด้วย! พลังทำลายล้างของมันมากพอที่จะข่มขู่วิญญาจารย์ในระดับเดียวกันได้สบายๆ นับว่าเป็นวิญญาณจารย์สายจู่โจมที่มีความสามารถในการฟื้นฟูขั้นสุดยอดอย่างแท้จริง
เย่เฉินรับซาลาเปาเนื้อมากัดคำโต แป้งบางไส้แน่น กลิ่นหอมของเนื้อผสานกับความนุ่มของแป้งไหลลงสู่กระเพาะ พลังวิญญาณของเขาฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เหล่าโม่เอ๋ย เจ้าหัดเรียนรู้จากเหล่าสวีบ้างเถอะ อย่าเอาแต่ทำหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา มาสิ กินซาลาเปาสักสองสามลูกถือเป็นมื้อเย็นก็แล้วกัน"
เย่เฉินใช้ศอกกระทุ้งชายวัยกลางคนที่ยืนทำหน้าขรึมอยู่ทางขวา ก่อนจะยื่นซาลาเปาเนื้อลูกโตที่ยังส่งควันกรุ่นไปให้
โม่หลี่คือผู้ที่มีระดับพลังวิญญาณสูงที่สุดในกลุ่ม เขามีพลังระดับ 76 เป็นวิญญาจารย์ควบสายป้องกันและโจมตีหนัก ครอบครองวิญญาณยุทธ์เต่ามรกตทองคำ
เต่ามรกตทองคำ คือจุดสูงสุดของวิญญาณยุทธ์ประเภทเต่า เมื่อกลายมาเป็นวิญญาณยุทธ์ มันจึงเป็นสุดยอดวิญญาณยุทธ์สายสัตว์ที่โดดเด่นทั้งการป้องกันและจู่โจม ด้วยพลังวิญญาณระดับ 76 ของเขา เกรงว่าแม้แต่ยอดฝีมือระดับวิญญาณพรหมยุทธ์ทั่วไปยังยากที่จะเอาชนะเขาลงได้ ทว่าโม่หลี่เป็นคนเคร่งขรึมแต่กำเนิดและไม่ชอบยิ้ม ซึ่งก็ตรงกับภาพลักษณ์ของอาจารย์ในอุดมคติของเย่เฉินพอดี
"คุณชาย ท่านทานเถอะขอรับ ข้าไม่หิว"
โม่หลี่มองซาลาเปาตรงหน้า เขารับมันมา ก่อนจะโยนลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้มันอย่างไร้เยื่อใย
"เหล่าโม่ ข้าไปทำความแค้นอะไรให้เจ้าหรือ? ถึงได้ย่ำยีซาลาเปาของข้าเช่นนี้?"
โม่หลี่ยิ้มแยะๆ อย่างฝืนธรรมชาติ เขายังจำความแค้นฝังใจได้ดี ตอนที่พวกเขาสองคนถูกอัญเชิญมาใหม่ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ครึกครื้น เหล่าสวีแอบทำซาลาเปาระเบิดใส่หน้าเขาตอนที่เขากำลังจะกิน!
"ข้าอิ่มแล้ว หากไม่มีปัญหาอะไร พวกเราก็เข้าเมืองกันเถอะ"
เย่เฉินกินซาลาเปาจนหมด ทว่าขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าเมืองนั่นเอง ไม่ไกลออกไปก็มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งทะยานผ่านไป โดยมีปรมาจารย์วิญญาณตามไล่ล่ามาติดๆ
[ ระบบ : ตรวจพบจูจู๋ชิงหนึ่งในเจ็ดประหลาดแห่งสื่อไหลเค่อในอนาคต ตรงตามเงื่อนไขการรับนักเรียน ]
จูจู๋ชิงงั้นหรือ?
ใบหน้าของเย่เฉินฉายแววยินดี ไม่นึกว่าเขาจะได้พบส้มหล่นใบใหญ่เช่นนี้
เงาร่างของเด็กสาวผู้นั้นรวดเร็วปานสายฟ้า เพียงชั่วพริบตาก็เข้ามาใกล้กลุ่มของเย่เฉินในระยะสิบกว่าเมตร ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง เย่เฉินมองเห็นรูปโฉมของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน
ใบหน้าของเธอเย็นชา ทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่มเย้ายวนเกินกว่าวัยอย่างยิ่งยวด ภายใต้แสงจันทร์มันยิ่งดูโดดเด่นจนน่าสะท้านสะเทือน หากมองข้ามใบหน้าที่ยังอ่อนเยาว์ไป คงต้องคิดว่าเธอเป็นสตรีที่ผ่านการมีบุตรมาแล้วแน่ๆ โดยเฉพาะทรวงอกอันอวบอิ่มที่พร้อมจะสะกดทุกสายตา
สิ่งที่ขัดแย้งกับรูปร่างอันเย้ายวนคือใบหน้าของเด็กสาวที่แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ เป็นความเย็นชาที่พวยพุ่งมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ประดุจกำแพงน้ำแข็งที่ผลักไสผู้คนให้ถอยห่าง
อาจเป็นเพราะกำลังถูกตามล่า บนใบหน้าของเธอจึงมีบาดแผลประปราย เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งจนเผยให้เห็นผิวขาวเนียนวับๆ แวมๆ ทว่าในยามที่ยังสลัดผู้ตามล่าไม่หลุด เธอย่อมไม่มีกะจิตกะใจมาห่วงเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เพราะผู้ที่ตามล่าเธอคือปรมาจารย์วิญญาณระดับ 40 ขึ้นไป หากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียว ย่อมหมายถึงจุดจบของชีวิต!
"ไม่! ข้ายังตายไม่ได้!"
"ไต้มู่ไป๋คนขี้ขลาดนั่นยังไม่ตาย ข้าจะตายได้อย่างไร! แม้ต้องตาย ข้าก็ต้องไปถามเขาให้รู้เรื่องเสียก่อน!"
เด็กสาวพึมพำกับตนเอง ขณะที่มองเห็นปรมาจารย์วิญญาณไล่กวดเข้ามาใกล้ทุกที ทว่าพลังวิญญาณของเธอกลับเหือดแห้งจนถึงขีดสุด เธอเหลือบสายตาไปมองเย่เฉินและชายอีกสองคนที่ไม่ไกลนัก ในแววตาปรากฏความลังเลวูบหนึ่ง
คนทั้งสามไม่มีคลื่นพลังวิญญาณแผ่ออกมาแม้แต่น้อย เกรงว่าคงเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาสามคน จูจู๋ชิงกัดฟันแน่น ข้าสมควรดึงคนบริสุทธิ์ทั้งสามเข้ามาพัวพันงั้นหรือ?
สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจหักเหทิศทางกลางอากาศ หมายจะออกห่างจากพวกเขาทั้งสาม
"คุณชาย แม่หนูนั่นนิสัยไม่เลวเลยนะขอรับ จะช่วยหรือไม่?"
สวีลี่กัดซาลาเปาคำโตพลางเอ่ยถามด้วยเสียงอู้อี้
"ย่อมต้องช่วยสิ แม่หนูนั่นตรงตามเงื่อนไขการรับสมัครของโรงเรียนเรา ผู้อำนวยการเช่นข้าตั้งใจจะรับนางเป็นศิษย์คนแรก... เหล่าโม่ เจ้าไปจัดการที"
สิ้นคำสั่ง ร่างของโม่หลี่ก็หายวับไปจากจุดเดิม ก่อนจะไปปรากฏตัวขวางหน้าเด็กสาวอย่างกะทันหัน
"แม่หนู มานี่"
ดวงตาของจูจู๋ชิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ท่านลุงหน้าตาธรรมดาผู้นี้ไม่มีความผันผวนของพลังวิญญาณเลยแม้แต่น้อย หรือว่าเธอจะทำให้เขาต้องมาเดือดร้อนเสียแล้ว?
เมื่อเห็นว่าทักษะวิญญาณของผู้ตามล่ากำลังจะปะทะเข้ามา จูจู๋ชิงได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่สวีลี่และโม่หลี่ยังต้องลอบชื่นชม เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับปรมาจารย์วิญญาณที่ปิดบังใบหน้าผู้นั้น วงแหวนวิญญาณที่สองบนร่างสว่างวาบ หมายจะใช้ร่างกายของตนเองเข้าปะทะกับทักษะวิญญาณนั้นโดยตรง!
"ทักษะวิญญาณที่สอง: ร้อยกรงเล็บโลกันตร์!"
"ช่างเป็นแม่หนูที่ดื้อรั้นเสียจริง"
มุมปากของโม่หลี่กระตุกเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความปีติ การได้สั่งสอนลูกศิษย์ที่มีจิตใจแน่วแน่เช่นนี้ นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก!
เหลือง เหลือง ม่วง ม่วง ดำ ดำ ดำ!
วงแหวนวิญญาณเจ็ดวงปรากฏขึ้นล้อมรอบกายเขาทันที พร้อมกับเงาร่างของเต่ากระสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเบื้องหลัง มันส่งเสียงคำรามก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน!
"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง: เต่ามรกตสะท้านฟ้า!"
ภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของจูจู๋ชิง การโจมตีที่เธอมองว่าเป็นเพียงชายธรรมดาไร้พลัง กลับบดขยี้ปรมาจารย์วิญญาณที่ตามล่าเธอจนแหลกเหลวเป็นเนื้อบดในพริบตา!
และเมื่อเธอมองไปที่ชายเบื้องหน้า วงแหวนวิญญาณทั้งเจ็ดที่เปล่งประกายเจิดจ้า และแรงกดดันอันมหาศาลจากวิญญาณยุทธ์ของเขา ก็ทำให้เธอแทบจะคุกเข่าศิโรราบด้วยความยำเกรง
วิญญาณยุทธ์เต่าสีทองนี้คือตัวตนระดับใดกัน? กลิ่นอายของมันถึงได้ทรงพลังกดข่มพยัคฆ์ขาวซึ่งเป็นวิญญาณยุทธ์สืบทอดของจักรวรรดิซิงหลัวเสียอีก!
ระดับบำเพ็ญตบะมหาปราชญ์วิญญาณ พลังอำนาจนี้ไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือระดับวิญญาณพรหมยุทธ์แปดวงแหวนของท่านพ่อเลยแม้แต่น้อย!
หลังจากโม่หลี่จัดการปัญหาเสร็จสิ้น เขาก็ยังไม่ได้เก็บวิญญาณยุทธ์กลับไป เขาก้าวเดินเข้าหาจูจู๋ชิงทีละก้าวพร้อมกับออร่าที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ผู้อาวุโส... ผู้น้อยจูจู๋ชิง ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเจ้าค่ะ"
โม่หลี่โบกมือปัดเบาๆ พลางเอ่ย
"ข้าเป็นเพียงแค่อาจารย์ของโรงเรียน หากจะขอบคุณ ก็จงไปขอบคุณท่านผู้อำนวยการของเราเถิด"
"อาจารย์ของโรงเรียน? ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งปานนี้กลับเป็นเพียงอาจารย์... หรือว่านี่คือโรงเรียนสื่อไหลเค่อในตำนาน?"
จูจู๋ชิงพึมพำด้วยความตกตะลึง
"น่าขันนัก โรงเรียนเทียนสิงของข้า จะไปเทียบกับโรงเรียนที่เก่งแต่โฆษณาหลอกลวงพรรค์นั้นได้อย่างไร?"
เย่เฉินแค่นเสียงหยัน ก่อนจะเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับสวีลี่
มหาปราชญ์วิญญาณอีกสองท่าน!
จูจู๋ชิงลอบตื่นตระหนกอยู่ในใจ มหาปราชญ์วิญญาณไม่ใช่ผักปลาตามตลาด แม้แต่ในจักรวรรดิซิงหลัว บุคคลระดับนี้ก็มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งถึงแม่ทัพใหญ่ได้สบายๆ ทว่าในค่ำคืนนี้ เธอหลับตาตื่นเดียวกลับพบเจอถึงสามคนพร้อมกัน!
"ไม่ทราบว่าเจ้า... ยินดีจะเข้าร่วมศึกษาในโรงเรียนเทียนสิงหรือไม่?"