- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 179 : ปราบพยศอินทรีหิมะพันปีก
บทที่ 179 : ปราบพยศอินทรีหิมะพันปีก
บทที่ 179 : ปราบพยศอินทรีหิมะพันปีก
บทที่ 179 : ปราบพยศอินทรีหิมะพันปีก
ณ ภาควิชาฝึกสัตว์อสูร เขตระบบนิเวศจำลอง —— ยอดเขาหิมะ
พญาอินทรียักษ์ที่มีความยาวลำตัวหลายเมตร กำลังยืนหยัดอย่างสง่างามอยู่ริมหน้าผาอันหนาวเหน็บ สายตาอันเฉียบคมของมันจดจ้องมองลงไปยังเบื้องล่างอย่างผู้ทรงอำนาจ
พญาอินทรียักษ์ตัวนี้ คือสัตว์พันธสัญญาที่แข็งแกร่งที่สุดและมีสายเลือดสูงส่งที่สุดในเขตระบบนิเวศจำลองแห่งนี้...นามของมันคือ 'อินทรีหิมะพันปีก'!
อินทรีหิมะพันปีก
สายเลือดระดับราชา (1 ดาว)
สติปัญญาระดับสูงสุด (5 ดาว)
ระดับการบ่มเพาะในปัจจุบัน…ระดับห้าขั้นปลาย!
และเจ้านายของมัน ก็คือหนึ่งในผู้ฝึกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของภาควิชาในขณะนี้...ซูหลี นักศึกษาชั้นปีที่สี่
อินทรีหิมะพันปีกมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองมาแต่กำเนิด
มันไม่เคยลดตัวลงไปเสวนาหรือคบค้าสมาคมกับสัตว์พันธสัญญาตัวอื่นๆ และสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้สัตว์ตัวใดรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของมัน
พื้นที่ตั้งแต่ช่วงกลางภูเขาหิมะขึ้นไปจนถึงยอดเขา ล้วนเป็นอาณาเขตของมันแต่เพียงผู้เดียว
ในขณะที่อินทรีหิมะพันปีกลำบากกำลังบินลาดตระเวนตรวจตราอาณาเขตอยู่นั้น ทันใดนั้นสายตาของมันก็พลันแข็งกร้าวขึ้น เมื่อจู่ๆแมลงสาบยักษ์ตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศตรงหน้ามันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
แววตาของอินทรีหิมะพันปีกแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ มันไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พุ่งทะยานเข้าจิกศัตรูผู้บุกรุกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่จงอยปากอันแหลมคมกำลังจะปะทะกับร่างของแมลงสาบ ร่างนั้นก็พลันกะพริบวูบ ก่อนจะไปโผล่อยู่ที่หลังคอของมันอย่างรวดเร็ว
แมลงสาบตัวนี้จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ? ย่อมต้องเป็นร่าง 'ยอดนักรบแมลงสาบหน้าใหม่' ที่ฉู่เซิงกำลังบังคับอยู่น่ะสิ
ทันทีที่ฉู่เซิงเทเลพอร์ตมาเกาะอยู่บนคอของอินทรีหิมะพันปีกได้สำเร็จ หนวดทั้งสองเส้นของเขาก็เริ่มแหวกขนปีกของมันออกอย่างรวดเร็ว
จากนั้น…ก็แทงหนวดลงไปเต็มแรง! ดูดเลือดมันเลย!
เลือดของอินทรีหิมะพันปีกถูกสูบผ่านหนวดเข้าสู่ห้องควบคุม และถูก 'หนามมารกลืนวิญญาณ' ของฉู่เซิงดูดซับไปในทันที
[ติ๊ง! พลังโลหิต +78]
[ติ๊ง! พลังโลหิต +66]
ในระหว่างที่กำลังดูดเลือดอย่างเมามัน ฉู่เซิงก็ไม่ลืมที่จะถ่ายทอด 'เพลิงมรณะกลืนวิญญาณ' สายบางๆเข้าไปในร่างของมัน เพื่อช่วยกระตุ้นการวิวัฒนาการทางสายเลือดให้ด้วย
แม้ว่าสายเลือดระดับราชาหนึ่งดาวของอินทรีหิมะพันปีกจะค่อนข้างบริสุทธิ์อยู่แล้ว แต่มันก็ยังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมาก
ในขณะเดียวกัน เมื่ออินทรีหิมะพันปีกสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่บริเวณลำคอ มันก็ระเบิดความเกรี้ยวกราดออกมาทันที!
มันส่งเสียงร้องคำรามก้องกังวาน ก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกออกมาจากทั่วร่าง!
ไอเย็นนี้ไม่ใช่ความหนาวเย็นธรรมดา แต่มันรุนแรงมากพอที่จะแช่แข็งสัตว์อสูรระดับต่ำให้ตายตกได้ในพริบตา!
ทว่า ฉู่เซิงกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขาเปิดใช้งาน 'เกราะเพลิงมรณะ' คลุมทับร่างยอดนักรบแมลงสาบหน้าใหม่เอาไว้จนมิดชิด แล้วก้มหน้าก้มตาดูดเลือดต่อไปอย่างสบายใจเฉิบ!
[ติ๊ง! พลังโลหิต +62]
[ติ๊ง! พลังโลหิต +69]
เมื่อเห็นว่าไม่สามารถสลัดแมลงสาบที่เกาะอยู่บนหลังให้หลุดออกไปได้ อินทรีหิมะพันปีกก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง แต่ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกอับจนหนทาง
เพราะบริเวณหลังคอ คือจุดบอดที่ทั้งจงอยปากและกรงเล็บของมันไม่สามารถโจมตีถึงได้ หนำซ้ำไอเย็นเยือกแข็งของมันก็ยังทำอะไรศัตรูไม่ได้อีก...
มันจึงทำได้เพียงพุ่งทะยานขึ้นสู่หมู่เมฆเบื้องบนด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับปลดปล่อยไอเย็นยะเยือกออกมาอย่างต่อเนื่อง...
ทว่าจู่ๆอินทรีหิมะพันปีกก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เลือดลมในกายของมันคล้ายกับกำลังถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ขึ้นทีละน้อย ซ้ำยังมีแนวโน้มว่าจะวิวัฒนาการทะลวงขีดจำกัดไปสู่ระดับราชาสองดาวอีกด้วย!
จะเป็นไปได้ยังไง? ต้องรู้ก่อนนะว่าเมื่อสายเลือดบรรลุถึงระดับราชาแล้ว การจะวิวัฒนาการต่อไปนั้นยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด
เดี๋ยวก่อน…เปลวเพลิงประหลาดในร่างที่กำลังช่วยให้มันวิวัฒนาการอยู่นี้ ดูเหมือนจะถูกส่งมาจากเจ้าแมลงสาบที่เกาะอยู่บนหลังของมันงั้นหรือ?
เป็นฝีมือของมันจริงๆหรือเนี่ย?!
อินทรีหิมะพันปีกมีสติปัญญาสูงล้ำถึงระดับห้าดาว ย่อมแยกแยะออกได้อย่างชัดเจนว่าระหว่างการสูญเสียเลือดไปเล็กน้อยกับการวิวัฒนาการสายเลือด อย่างไหนสำคัญกว่ากัน!
มันสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว และเมื่อกระบวนการวิวัฒนาการสายเลือดทวีความเข้มข้นขึ้น
มันก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งและเลื่อมใสศรัทธาต่อเจ้าแมลงสาบที่อยู่บนหลังจับใจ!
เจ้าแมลงสาบที่สามารถช่วยพลิกชะตาฟ้าดินให้มันได้ตัวนี้ แท้จริงแล้วเป็นตัวตนระดับไหนกันแน่?!
ห้านาทีต่อมา...ร่างของอินทรีหิมะพันปีกก็พุ่งทะยานลงมาจากชั้นเมฆ
ท่าทีเกรี้ยวกราดดุร้ายก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น และบนหลังของมัน ฉู่เซิงกำลังหมอบเอนกายอย่างสบายอารมณ์ ดื่มด่ำไปกับสายลมที่พัดผ่านร่างอย่างผ่อนคลาย!
วู้ฮู้~ ปลดล็อกความสำเร็จขี่พญาอินทรียักษ์!
แม้ว่าตัวเขาเองจะบินได้อยู่แล้ว แต่การบินเองกับการได้นั่งชิลบนหลังอินทรียักษ์แบบนี้
ความรู้สึกมันช่างแตกต่างกันลิบลับเลยล่ะ!
……
นับตั้งแต่งานประลองท้าทายสถิติสัตว์พันธสัญญาจบลง ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฉู่เซิงก็ขลุกตัวอยู่แต่ในเขตระบบนิเวศจำลอง
เขาหมกมุ่นอยู่กับการทำธุระหลักๆอยู่สามอย่าง:
หนึ่ง ดูดซับของรางวัลทั้ง 71 ชิ้นที่ได้จากการประลอง
สอง ดูดเลือด…ดูดเลือดไปพร้อมๆกับปราบพยศสัตว์พันธสัญญาตัวอื่นๆไปด้วย
และเมื่อครู่นี้ หลังจากที่เขาสยบอินทรีหิมะพันปีกได้สำเร็จ สัตว์พันธสัญญาส่วนใหญ่ในเขตระบบนิเวศจำลองก็ตกกลายเป็นลูกสมุนของเขาอย่างสมบูรณ์!
สาม ในยามวิกาล ฉู่เซิงจะแอบลอบเข้าไปในหอพักนักศึกษา เพื่อดูดซับพลังจิตกึ่งรูปธรรม
นับตั้งแต่มีทักษะเทเลพอร์ต เขาก็ทำเรื่องพรรค์นี้ได้คล่องแคล่วราวกับจับวาง แถมยังขยายอาณาเขตการดูดซับไปยังหอพักของภาควิชาอื่นๆอีกด้วย
สามวันผ่านไป...พลังโลหิตของฉู่เซิงเพิ่มขึ้นมา 6,900 จุด ส่วนพลังจิตเพิ่มขึ้น 2,800 จุด
[ค่าพลังโลหิตปัจจุบัน: 16,909 (ระดับสี่ขั้นต้น)]
[คำแนะนำ: ต้องการ 30,000 จุด เพื่อบรรลุระดับสี่ขั้นกลาง] [ค่าพลังจิตปัจจุบัน: 6,210
(ทะเลวิญญาณขั้นหนึ่ง)]
[คำแนะนำ: การวิวัฒนาการเต็มรูปแบบในครั้งถัดไป จำเป็นต้องมีค่าพลังโลหิต 100,000 จุด
(ระดับห้าขั้นต้น), พลังจิต 60,000 จุด พร้อมทั้งต้องบรรลุเจตจำนงขั้นสมบูรณ์อย่างน้อยสองชนิด! และใช้แต้มวิวัฒนาการอีก 10,000 แต้ม!]
เชี่ยเอ๊ย! ในที่สุดเงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งต่อไปก็โผล่มาสักที
แต่ว่า…นี่มันไม่เรียกร้องสูงเกินไปหน่อยหรือไง?
ค่าพลังโลหิตน่ะยังพอว่า แต่พลังจิตกับแต้มวิวัฒนาการนี่สิ มันพุ่งกระฉูดจากคราวก่อนไปไกลลิบเลยนะ!
โชคดีที่ตอนนี้เกาะฮ่องกงมี 'ถุงเลือด' และ 'ถุงพลังจิต' เดินได้เพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะต้องรอไปถึงชาติไหนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขพวกนี้ได้
สถานการณ์ในตอนนี้: พลังโลหิตยังขาดอีกหมื่นกว่าจุดถึงจะทะลวงสู่ระดับสี่ขั้นกลางได้
ส่วนพลังจิตนั้นทะลวงผ่านระดับสามขั้นสูงสุด ก้าวเข้าสู่ขอบเขต 'ทะเลวิญญาณขั้นหนึ่ง' เป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
ตอนที่พลังโลหิตเลื่อนจากระดับสามไปสู่ระดับสี่ จะมีช่วงรอยต่อที่เรียกว่า 'ขอบเขตเตาหลอม'
ทางด้านพลังจิตก็มีช่วงรอยต่อเช่นเดียวกัน ซึ่งเรียกว่า 'ขอบเขตทะเลวิญญาณ'!
ขอบเขตทะเลวิญญาณนั้นไม่ได้ซับซ้อนยุ่งยากเหมือนขอบเขตเตาหลอม
เมื่อพลังจิตบรรลุถึงระดับสามขั้นสูงสุด มันจะก่อตัวเป็นทะเลวิญญาณ ผู้ฝึกฝนเพียงแค่ต้องสะสมพลังจิตอย่างต่อเนื่อง ควบแน่นขุมพลัง และกระตุ้นให้ทะเลวิญญาณ 'หมุนวนมาเพื่อเปลี่ยนทะเลวิญญาณที่แน่นิ่งให้กลายเป็นทะเลวิญญาณที่มีชีวิต
ทะเลวิญญาณนั้นมีสามขั้น ทุกครั้งที่เลื่อนขั้น ความเร็วในการฟื้นฟูพลังจิตจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ฉู่เซิงกำลังต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้
หลังจากผ่านขั้นที่สามไปได้ ทะเลวิญญาณก็จะก่อตัวอย่างสมบูรณ์ และสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสี่ได้อย่างเป็นทางการ!
ตลอดสามวันที่ผ่านมา ของรางวัลทั้ง 71 ชิ้น ชิ้นไหนที่พอดูดซับได้ ฉู่เซิงก็จัดการดูดซับไปจนเกือบเหี้ยน เหลือทิ้งไว้เพียงรางวัลอันดับหนึ่งทั้งเจ็ดรายการ และรางวัลใหญ่สุดยอดอีกหนึ่งชิ้นเท่านั้น
ของดีมันก็ต้องเก็บไว้กินทีหลังสิถึงจะถูก ซึ่งของเหล่านั้นประกอบไปด้วย:
หยดเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับเก้า 2 ชุด,
สมุนไพรวิญาณระดับเจ็ด 1 ต้น,
โอสถระดับปฐพีขั้นต่ำ 2 เม็ด,
ตำราทักษะลับพลังจิตระดับปฐพีขั้นสูง 1
เล่ม และถุงมิติสำหรับสัตว์พันธสัญญาระดับสุดยอดอีก 1 ใบ
และชิ้นสุดท้าย…หยดเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาว 1 หยด
ในแง่ของมูลค่าแล้ว หยดเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับเก้าเพียงหนึ่งหยด มีค่าเทียบเท่ากับสมุนไพรวิญาณระดับเจ็ดที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว
ก็แหงล่ะ มันเป็นถึงหยดเลือดบริสุทธิ์เชียวนะ
ส่วนโอสถนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันคือของหายากระดับแรร์ไอเทม!
อย่ามองว่านักปรุงยาระดับสูงจะมีพลังต่อสู้แค่ดาดๆเชียวล่ะ เพราะสถานะของพวกเขาในยุทธภพนั้นสูงส่งจนใครๆก็ต้องให้ความเคารพยำเกรง
สำหรับหยดเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาวนั้น มูลค่าของมันแทบจะทัดเทียมกับสมุนไพรวิญาณระดับแปดชั้นเลิศได้เลย!
อย่างเช่น 'บัวเร้นลับทะลวงมิติ' ที่ฉู่เซิงขโมยมาจากตระกูลมู่ยังไงล่ะ!
แน่นอนว่าด้วยคุณสมบัติธาตุมิติของบัวเร้นลับทะลวงมิติ ย่อมทำให้มันล้ำค่ากว่าเป็นธรรมดา
แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บรรดาผู้บริหารของภาควิชาฝึกสัตว์อสูรยอมทุ่มสุดตัวยอมควักกระเป๋าจ่ายไม่อั้นเพื่อดึงดูดใจเขาจริงๆ
สรุปง่ายๆก็คือ ของพวกนี้ล้วนเป็นของดีระดับพรีเมียมทั้งนั้น
แล้วจะจัดการกับพวกมันยังไงดีล่ะ?
หยดเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับเก้า สมุนไพรวิญาณระดับเจ็ด
หยดเลือดบริสุทธิ์ของสัตว์อสูรระดับราชาห้าดาว...จัดการดูดซับให้หมด!
โอสถระดับปฐพีขั้นต่ำ —— โอสถควบแน่นจิตปฐพี มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูพลังจิตได้อย่างรวดเร็ว
หนึ่งเม็ดฟื้นฟูได้ประมาณ 1,000 จุด นี่มันของดีชัดๆเก็บไว้ก่อน!
ตำราทักษะลับพลังจิตระดับปฐพีขั้นสูง —— เคล็ดวิชาสะท้อนวิญญาณคืนกลับ
เมื่อยอมสูญเสียพลังจิตจำนวนหนึ่ง จะสามารถสะท้อนการโจมตีทางจิตของศัตรูกลับไปได้...ทักษะเทพชัดๆเรียนเลยสิรออะไร!
ถุงมิติสำหรับสัตว์พันธสัญญาระดับสุดยอด มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับสัตว์อสูรที่อยู่ภายใน และยังช่วยเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังโดยรวมได้เล็กน้อย…
อันนี้เหรอ...เก็บไว้เป็นของขวัญให้กู่เยว่ซีก็แล้วกัน
โอเค จัดสรรปันส่วนเรียบร้อย
ถ้าอย่างนั้นก็…เริ่มดูดซับได้เลย!
เนื่องจากการดูดซับหยดเลือดบริสุทธิ์และสมุนไพรวิญาณเหล่านี้ต้องใช้เวลาพอสมควร เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกรบกวน ฉู่เซิงจึงสั่งการลูกสมุนสัตว์พันธสัญญาที่อยู่แถวนั้นให้ช่วยเป็นหูเป็นตาเฝ้ายามให้หน่อย
แม้ว่าสัตว์พันธสัญญาจะใช้ภาษาพูดสื่อสารกันไม่ได้ แต่พวกมันสามารถส่งผ่านเจตนารมณ์คร่าวๆ หากันผ่านทางกระแสจิตได้
เมื่อสั่งการเสร็จสรรพ ฉู่เซิงก็จัดการพรางตัว 'ยอดนักรบแมลงสาบหน้าใหม่' ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม จากนั้นก็ขุดโพรงลับลงไปใต้ดินเพื่อเริ่ม 'การเก็บตัวฝึกตน'
ทว่า ฉู่เซิงหารู้ไม่ว่า เจตนาเดิมของเขาที่แค่อยากให้ลูกสมุนช่วยดูต้นทาง ไม่ให้มีสัตว์พันธสัญญาตัวไหนหลงเข้ามารบกวนนั้น...
กลับถูกพวกลูกสมุนตีความไปไกลลิบ! พวกมันคิดว่าลูกพี่ใหญ่กำลังจะ 'เก็บตัวฝึกตนเป็นตาย'
จึงพากันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังขั้นสุด!
ประกอบกับการสื่อสารแบบปากต่อปากของเหล่าสัตว์อสูร ยิ่งส่งต่อข้อความก็ยิ่งผิดเพี้ยนไปเรื่อยๆ…จนท้ายที่สุด คำสั่งที่พวกลูกสมุนได้รับก็กลายเป็น:
"จงปกป้องลูกพี่ใหญ่ด้วยชีวิต! ห้ามปล่อยให้สิ่งมีชีวิตหน้าไหนเฉียดกรายเข้ามาใกล้เป็นอันขาด!"
…………….