เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480 - ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า อีกหนึ่งเส้นทางสู่ความเป็นเทพ!

บทที่ 480 - ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า อีกหนึ่งเส้นทางสู่ความเป็นเทพ!

บทที่ 480 - ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า อีกหนึ่งเส้นทางสู่ความเป็นเทพ!


บทที่ 480 - ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า อีกหนึ่งเส้นทางสู่ความเป็นเทพ!

เมื่อกี้อุตส่าห์จินตนาการไปไกล ระมัดระวังตัวแจ เพราะกลัวว่าจะทำให้เทพฝูเทียนไม่พอใจจนลงมือสังหาร

แต่เจ้านี่ก็พูดเรื่องซีเรียสอยู่ดีๆ สุดท้ายกลับมาพูดจาหยอกล้อให้เขาตกใจเล่นซะงั้น โก่วอวิ๋นเริ่มสงสัยแล้วว่า ที่เทพฝูเทียนมาหาเขาเนี่ย เพราะว่างจัดไม่มีอะไรทำจริงๆ ใช่ไหม!

แต่จากการที่พระองค์ช่วยชี้แนะในตอนท้าย อย่างน้อยโก่วอวิ๋นก็มั่นใจได้ว่า ต่อให้เทพฝูเทียนจะมีความคิดอะไรกับเขาจริงๆ ก่อนที่เขาจะก้าวข้ามจุดนั้นไปได้ พระองค์ก็ยังไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเขา

จากนี้ไปเขาก็สามารถลงมือได้อย่างสบายใจแล้ว!

ต่อให้ถึงเวลาที่เขากำลังจะก้าวขึ้นเป็นเทพ แล้วเทพฝูเทียนเกิดคิดจะก่อเรื่องขึ้นมา เขาก็ใช่ว่าจะไม่มีแผนรับมือไว้เลย

“พลังเพิ่มขึ้นถึงระดับอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงแล้ว ความเป็นเทพจักรกลก็ได้มาครอบครอง แถมยังได้มาเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย…”

“ความเป็นเทพทั้งสองส่วนที่ได้มา สามารถแยกออกจากกัน และนำไปใช้งานได้สองทางเลย!”

โก่วอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายแววยินดี รู้สึกโล่งใจอย่างแท้จริง

หากไม่ใช่เพราะต้นไม้โลกจุติลงมาอย่างกะทันหัน เขาก็คงไม่ต้องมานั่งเจรจาต่อรองกับเทพเผ่าจักรกล เพื่อพยายามดึงพลังจากพระองค์หรอก

ถึงแม้มันจะดูเหมือนเป็นการเพิ่มพลังที่รวดเร็ว ช่วยดันโก่วอวิ๋นไปถึงระดับอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงได้โดยตรง แต่ความเสี่ยงที่ต้องแบกรับนั้นก็มหาศาลมาก

การที่เลเวลเพิ่มขึ้น แต่ทักษะระดับสูงทั้งสามยังตามไม่ทันนั้นเป็นแค่เรื่องรอง แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ หากการเจรจาเกิดผิดพลาดขึ้นมา เขาอาจจะไปยั่วโมโหทั้งเทพเผ่าจักรกลและเทพฝูเทียนพร้อมกันเลยก็ได้

ท้ายที่สุดแล้ว องค์แรกเพิ่งมาถึงดาวซินหลานได้ไม่กี่วันก็ถูกโก่วอวิ๋นฆ่าเผ่าจักรกลไปเป็นจำนวนมาก ส่วนองค์หลังก็ยิ่งเกี่ยวข้องกับการทรยศเข้าไปใหญ่

ต่อให้ไม่ตาย เกรงว่าบทลงโทษที่ทั้งสองจะมอบให้ คงไม่ใช่สิ่งที่โก่วอวิ๋นในตอนนี้จะรับไหวแน่

โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่น สามารถหลอกเทพเจ้าทั้งสององค์ไปได้อย่างหวุดหวิด

อารมณ์ที่เคยหดหู่และว้าวุ่นจากการจุติของต้นไม้โลก ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาบ้างแล้ว

สายตาเป็นประกาย โก่วอวิ๋นกำลังครุ่นคิดว่าแผนต่อไปเขาควรจะเริ่มก้าวไปทางไหนก่อนดี

เดิมที เพราะเทพฝูเทียนจัดการกับเทพแมลงต่างดาว ทำให้มิติแมลงต่างดาวล่มสลาย ก่อให้เกิดระลอกคลื่นมิติที่ส่งผลกระทบต่อจักรวาลวัตถุ จนทำให้ดาวเคราะห์จักรกลมาเยือนดาวซินหลานก่อนเวลาอันควร โก่วอวิ๋นก็ตั้งตัวไม่ทันอยู่แล้ว จำต้องปรับแผนการพัฒนาอาณาเขตและเผ่าพันธุ์ ต้องเจียดทรัพยากรส่วนหนึ่งไปใช้ในการป้องกันและเตรียมการอื่นๆ

แม้จะโชคดี ที่ในบรรดาการคาดเดาทั้งสามข้อ ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เป็นจริงก็คือการปรากฏตัวก่อนกำหนดของดาวเคราะห์จักรกล การเตรียมการเหล่านี้ก็เลยได้ใช้ประโยชน์ ช่วยให้โก่วอวิ๋นขยายความได้เปรียบในเหตุการณ์เผ่าจักรกลจุติในครั้งนี้ สามารถควบคุมขุนนางระดับตำนานแห่งท้องทะเลในเขตน่านน้ำใกล้ชายฝั่งในเบื้องต้น และยังสร้างความมั่นคงให้กับความเป็นผู้นำในพันธมิตรได้อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งแผ่ขยายอิทธิพลออกไปอย่างต่อเนื่อง

แต่ทั้งหมดนี้ ล้วนต้องใช้เวลาเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นความสำเร็จ!

ทว่าการปรากฏตัวของต้นไม้โลก ก็แทบจะเหมือนกับการบอกเวลาโลกแตกให้เขาเห็นอยู่ทนโท่เลยทีเดียว!

โก่วอวิ๋นไม่มีเวลามากขนาดนั้นแล้ว!

การค่อยๆ บริหารจัดการ เพื่อให้ผลประโยชน์ที่ไขว่คว้ามาได้กลายเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง และขยายกองกำลังเผ่าพันธุ์ให้แข็งแกร่งจนเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม มันไม่มีทางจะสำเร็จได้อย่างราบรื่นแล้ว

ในทำนองเดียวกัน เขาก็สูญเสียโอกาสที่จะได้ฝึกฝนความสามารถแบบชิลๆ และค่อยๆ ค้นหามิติเร้นลับเพื่อกลืนกินและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองไปแล้วเช่นกัน

ถึงแม้เขาจะยังไม่เข้าใจว่า ทำไมต้นไม้โลกถึงจุติตามหลังดาวเคราะห์จักรกลมาติดๆ ทั้งๆ ที่แม้แต่จะมาเร็วขึ้นทั้งคู่ ตามไทม์ไลน์ในเกม ต้นไม้โลกก็น่าจะโผล่มาหลังจากเผ่าจักรกลปรากฏตัวได้สักปีสองปี!

ในช่วงเวลานั้น ทั้งฝ่ายมนุษย์ ฝ่ายสัตว์เทวะ และเผ่าจักรกล ไม่รู้ว่าปะทะกันไปกี่รอบแล้ว

มนุษย์ได้ดูดซับเผ่าจักรกลไปเป็นจำนวนมาก สร้างระบบเทคโนโลยีเผ่าจักรกลของตนเองขึ้นมา ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ฝ่ายสัตว์เทวะก็สามารถรักษาสมดุลกับพวกเขาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งสามฝ่ายต่างก็มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นไม่มากก็น้อยในช่วงเวลานั้น

ในตอนนั้น ต้นไม้โลกจุติลงมา สถานการณ์ค่อนข้างสงบ ทุกฝ่ายมีพื้นที่และกำลังพอที่จะรับมือ

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้สิ มันวุ่นวายไปหมดแล้ว โก่วอวิ๋นนอกจากจะต้องล้มเลิกแผนเดิม แล้วหันมาใช้วิธีรุนแรงและเสี่ยงอันตรายแทน ในความเป็นจริงแล้ว เขาแทบจะไม่เห็นความหวังจากวิธีอื่นเลย!

“ตอนแรกกะว่าจะรอให้สถานการณ์นิ่งกว่านี้ พัฒนาอาณาเขตให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ควบคุมพื้นที่ใกล้ชายฝั่งและพันธมิตรอื่นๆ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อนับรวมพันธมิตรทางผลประโยชน์ที่สร้างขึ้นจากการแลกเปลี่ยนกับมนุษย์จนมั่นคง ทุกอย่างดำเนินไปตามระเบียบที่วางไว้ ใครก็ตามที่พยายามจะทำลายการทำงานของมัน ก็จะต้องเผชิญกับการตอบโต้จากพันธมิตรทางผลประโยชน์นี้ร่วมกัน…”

“ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้ไม่มีข้าอยู่ในห่วงโซ่นี้ มันก็จะมีความสามารถในการต้านทานความเสี่ยงที่สูงมาก ซึ่งจะช่วยรับประกันได้ว่า แม้ฝูงอสูรเมฆาครามของข้าจะไม่มีข้าคอยดูแล พวกมันก็จะเจริญรุ่งเรืองและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ…”

“ถึงตอนนั้น ข้าค่อยพิจารณาที่จะก้าวไปสู่ขั้นต่อไป ก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว…”

“แต่ตอนนี้ไม่มีโอกาสแบบนั้นแล้ว! ข้าคงต้องใช้วิธีที่แข็งกร้าวเพื่อสะกดข่มทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะปลอดภัยในช่วงเวลาสั้นๆ นี้!”

เมื่อคิดถึงตรงนี้ โก่วอวิ๋นก็ทำหน้าเจ็บปวดขึ้นมาทันที

เขานึกถึงตอนที่เขาเลือกตัวเลือกตอนที่ [ร่างแยกกระจก] เลเวลเต็ม แทบอยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองในตอนนั้นสักฉาด

จะเลือก [พหุคูณ] ไปทำไม!

[สัญจรไกล] มันไม่ดีตรงไหน!

ยังจะมีหน้ามาบอกว่า “ใครบ้างล่ะจะไม่ชอบการรุมกระทืบ?” แต่สุดท้ายตอนนี้ ตัวเขาเองกลับแข็งแกร่งจนในระดับเดียวกันแทบจะหาคนมารุมกระทืบด้วยไม่ได้แล้ว นอกจากการใช้ร่วมกับหัวสัตว์ธาตุเพื่อข่มขวัญฝูงสัตว์ และป้องกันอุกกาบาตแล้ว เขาก็ไม่ได้ใช้อีกเลย!

“แต่ก็ใช่ว่าจะบอกว่าการเสริมพลังครั้งนี้ไร้ประโยชน์นะ… เฮ้อ เรื่องโลกนี้มันคาดเดายากจริงๆ!”

“ตอนนั้นข้ายังไม่ถึงระดับตำนานด้วยซ้ำ ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะเกิดผลกระทบตามมาเป็นลูกโซ่ขนาดนี้!”

โก่วอวิ๋นจะนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำมาทั้งหมดในอดีต ก็รู้สึกเหมือนกระสุนที่ตัวเองยิงออกไปในอดีต ตอนนี้หันกลับมาเจาะกลางหว่างคิ้วของตัวเองเข้าอย่างจัง

ถ้าการดิ้นรนครั้งนี้พลาดขึ้นมา เขาคงต้องตายเพราะความงี่เง่าของตัวเองแน่ๆ!

“ช่างเถอะ ตอนนี้การได้รับพลังสนับสนุนระดับตำนานก็อาจจะทำให้ร่างแยกแข็งแกร่งขึ้นมากก็ได้… แถมยังมีเจ้าตัวเล็กสามตัวนั้นอีก ขัดเกลามาเกือบปี คอยสั่งสอนอยู่ทุกวัน ตอนนี้พวกมันก็ใกล้จะถึงระดับตำนานแล้ว…”

จริงๆ แล้วโก่วอวิ๋นยังมีไพ่ตายใบสุดท้ายอยู่อีกใบ นั่นก็คือเทพฝูเทียน!

ในเมื่อพระองค์ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องมิติเมฆาคราม ถึงขั้นคอยกระตุ้นให้โก่วอวิ๋นเร่งมือ หากให้พระองค์ออกหน้ามาปกป้องอาณาเขตมิติสุดขั้วและฝูงอสูรเมฆาครามในช่วงเวลาคับขัน พระองค์ก็คงจะไม่ปฏิเสธ

เพียงแต่การฝากความสำเร็จหรือล้มเหลวไว้กับการตัดสินใจของคนอื่นแบบนี้ โก่วอวิ๋นรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย

ก่อนที่เขาจะจากไป เขาจะต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเสียก่อน

ลอยตัวอยู่เหนือทะเลเมฆ โก่วอวิ๋นเรียบเรียงความคิดใหม่ ความรู้สึกปลอดโปร่งขึ้น

ต้นไม้ยักษ์สีเขียวชอุ่มที่รักษาระยะห่างคงที่ มองเห็นได้จากทุกทิศทาง มีดวงดาวและมิติมากมายประดับอยู่ตามกิ่งก้านใบราวกับผลไม้ดกสะพรั่ง จู่ๆ ก็สั่นไหวเล็กน้อย

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ—

เพียงชั่วพริบตา แสงสีเขียวมรกตนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกมาจากต้นไม้ยักษ์ กระจายตัวออกไปในทันที พุ่งไปยังทุกซอกทุกมุมของดาวเคราะห์ดวงนี้

ในพริบตา ท้องฟ้าทั่วทั้งดาวเคราะห์ก็ราวกับมีตาข่ายขนาดยักษ์ที่ทอจากแสงสีเขียวมรกตปกคลุมอยู่!

แต่ในสายตาของโก่วอวิ๋น ความเจิดจรัสของสีเขียวมรกตที่เต็มท้องฟ้านั้นคงอยู่เพียงชั่วครู่ ไม่นาน หนึ่งในนั้นก็พุ่งตรงมาทางเขาอย่างแม่นยำ

โก่วอวิ๋นไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด กลับยืนรออยู่นิ่งๆ ราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว

สีเขียวมรกตในดวงตาของเขาขยายใหญ่ขึ้น จนกระทั่งโลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงสีเขียวมรกตที่ยากจะอธิบาย เข้าปกคลุมตัวเขา!

มิติระดับสูง ที่ครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง พลังงานหลั่งไหลเข้ามา

แม้จะเขียวชอุ่มชุ่มชื้น แต่มันกลับไม่มีความเกี่ยวข้องกับธาตุไม้ทั่วไปเลยแม้แต่น้อย!

เบื้องหลังสีเขียวมรกตนี้ โก่วอวิ๋นราวกับมองเห็นการก่อกำเนิดและการเติบโตของจักรวาล ดวงดาวและระนาบมิตินับไม่ถ้วนเกิดและดับไป

และ “ต้นไม้” ต้นหนึ่ง ก็ก่อกำเนิดและเติบโตขึ้นพร้อมกับจักรวาล!

จากไร้รูปสู่มีรูป จากต้นกล้าสู่ต้นไม้ยักษ์สีเขียวชอุ่ม

สิ่งที่มันแบกรับอยู่ตามกิ่งก้านใบก็ยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ จากมิติเล็กๆ เศษซากสสารพลังงานสูง ไปจนถึงดวงดาวและมิติ

หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตที่ไร้ความมั่นคงซึ่งอาศัยอยู่ในมิติน้อยใหญ่บนต้นไม้ ราวกับแมลงร้ายที่ส่งผลกระทบต่อ “สุขภาพ” ของต้นไม้ทั้งต้น

ทุกสิ่งทุกอย่าง ผ่านเข้ามาในพริบตา!

ในที่สุด สีเขียวมรกตก็หดตัวลง รวมกันเป็นจุดเดียว โก่วอวิ๋นถึงค่อยๆ ได้สติกลับมา

[สัมผัสกับสสารมิติระดับสูง 【ใบไม้ที่เหลือของต้นไม้โลก】!]

[ได้รับชมภาพลวงตาการก่อกำเนิดและการเติบโตของต้นไม้โลก เกิดความตระหนักรู้...]

[ความเข้าใจในความลึกซึ้งของมิติของคุณเพิ่มขึ้น พลังระดับตำนาน 【มิติสุดขั้ว】 และอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ได้รับการปรับปรุง...]

[เกิดการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะระดับสูงของคุณ 【การควบคุมมิติ】, 【สร้างมิติ】, 【พายุมิติ】 ได้รับความชำนาญเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพิ่มเป็น lv.7, lv.5, lv.5 ตามลำดับ!]

[【ต้นไม้โลกขนาดย่อม】ของคุณได้รับข้อมูลมิติระดับสูง ได้รับการปรับปรุงแบบเจาะจง การโต้ตอบกับคุณลึกซึ้งยิ่งขึ้น...]

[คุณดูดซับพลังงานแห่งกาลเวลามิติระดับสูงที่อ่อนแอ ระบบพลังงานได้รับการปรับปรุง...]

[……]

[ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นเทพ 【ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า】 ที่สอดคล้องกับคุณสมบัติ 【มิติ】 ของคุณ...]

[เปิดเส้นทางสู่ความเป็นเทพ 【ความว่างเปล่า】!]

[คุณได้เปิดเส้นทางสู่ความเป็นเทพ 【เมฆาคราม】 แล้ว ได้หลอมรวม 【ความเป็นเทพเมฆาคราม】 ทำให้เกิดการปรับปรุงแบบเจาะจง...]

[เส้นทางนี้ไม่ขัดแย้งกับ 【ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า】!]

[คุณสามารถพยายามแปลง 【ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า】 เพื่อก้าวสู่เส้นทางแห่งความเป็นเทพ!]

[คุณได้รับ 【ใบไม้ที่เหลือของต้นไม้โลก】 ก่อเกิดเป็น 【ตราประทับต้นไม้โลก】 ได้รับการยอมรับจากต้นไม้โลก ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วม 【บททดสอบต้นไม้โลก】 ที่ต้นไม้โลกมอบให้!]

[นับจากนี้เป็นต้นไป คุณสามารถใช้ 【ตราประทับต้นไม้โลก】 เพื่อเทเลพอร์ตไปยังมิติที่แตกร้าวภายใต้ระบบของต้นไม้โลก ทำการเคลียร์กองกำลังที่หลงเหลืออยู่ในนั้น และรับรางวัล!]

ซู่!

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว—

กลุ่มเมฆปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ขยายตัวออกจากจุดที่โก่วอวิ๋นอยู่

ร่างของเขากลายเป็นโปร่งใส ภาพฉากต่างๆ ของมิติภายในร่าง พื้นผิวของสสารและการพัฒนาของธาตุในชั้นในปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นไม้โลกขนาดย่อมที่โดดเด่นที่สุด กิ่งก้านและใบไม้ของมันแผ่ขยายไปบนร่างของเขา คล้ายลวดลาย คล้ายเส้นเลือด ราวกับหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับเขา!

หลังจากซ้อนทับกับร่างของเขาอย่างสมบูรณ์ ภาพเงาของต้นไม้ยักษ์สีเขียวชอุ่มที่ดูคล้ายกับต้นไม้โลกในระยะไกล ก็พุ่งพรวดขึ้นสู่ท้องฟ้า กวนธาตุทั้งสี่ให้ปั่นป่วน ผสมผสานกับทะเลเมฆที่เชี่ยวกราก เกิดเป็นนิมิตทางมิติมากมาย ก่อตัวเป็นโลกของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ!

เหนือทะเลเมฆที่ไร้ผู้พบเห็นนี้ ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน ธาตุต่างๆ รวมตัวกันอย่างบ้าคลั่งจนกลายเป็นแสงสว่างที่เป็นรูปธรรม มิติเกิดและดับ อาณาเขตยกระดับขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ทว่า ภาพอันงดงามตระการตาเช่นนี้ นอกจากตัวตนจำนวนหยิบมือแล้ว ก็ไม่มีใครล่วงรู้เลย

เมื่ออยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น โก่วอวิ๋นที่มีร่างกายโปร่งใสอย่างสมบูรณ์ มีกระแสเมฆาบริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วสายเลือด และมีแสงใสๆ เลือนรางปรากฏขึ้นวูบวาบ ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน

ค่อยๆ ทุกอย่างก็สงบลง

นิมิตทางธาตุที่ไหลเวียนไม่หยุดนิ่งในดวงตาที่เคยพร่ามัวของโก่วอวิ๋นก็สงบลง กลับมาแจ่มใสอีกครั้ง

ขณะที่ต้นไม้โลกขนาดย่อมแกว่งไกว ทะเลเมฆที่เชี่ยวกรากก็ค่อยๆ หดตัวลง ในที่สุดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดก็หลอมรวมกลับเข้าสู่ร่างกายของโก่วอวิ๋น ถูกเก็บซ่อนจนไร้ร่องรอย

“ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า… ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงขีดจำกัดการควบคุมที่นี่!”

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดกลับสู่สภาวะปกติ โก่วอวิ๋นมีแววตายินดี

นี่คือสิ่งที่เขาตั้งเป้าไว้แต่แรก ว่าต้องได้มา และยังต้องใช้เป็นพลังหลักในการก้าวขึ้นสู่ระดับกึ่งเทพด้วย!

แม้ความเป็นเทพเมฆาครามจะเข้ากับเผ่าพันธุ์ของเขาในตอนนี้ และสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับพลังของเขาได้

แต่มันก็ย่อมต้องถูกจำกัดโดยมิติเมฆาคราม และเทพเมฆาครามผู้ครอบครองอำนาจสูงสุดของมิติเมฆาครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

ดังนั้น แม้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของโก่วอวิ๋นคือมิติเมฆาคราม แต่ก่อนที่จะได้มาครอบครอง เขาจะต้องใช้ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่าเป็นหลักในการก้าวขึ้นสู่ระดับกึ่งเทพ เพื่อที่ในตอนที่เขาเผชิญหน้ากับเทพเมฆาคราม เขาจะได้พยายามหลีกเลี่ยงการถูกพลังความเป็นเทพที่มีสายเดียวกันแต่สูงส่งกว่าสะกดข่มจนไร้ทางสู้ และล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม!

แม้จะไม่ได้ฉวยโอกาสนี้รวบรวมความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่าส่วนแรกที่เป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์ในคราวเดียว แต่การได้รับประโยชน์ขนาดนี้โดยไม่ได้ลงแรงอะไรเลย โก่วอวิ๋นก็พอใจมากแล้ว

หากเป็นมนุษย์หรือสรรพสิ่งอื่นๆ อาจจะได้รับประโยชน์บางอย่างจากการได้รับการยอมรับผ่าน "ใบผ่านทาง" นี้ แต่คนอย่างโก่วอวิ๋นที่สามารถฉวยโอกาสปรับเปลี่ยนพลัง จนได้รับเส้นทางสู่ความเป็นเทพนั้น ย่อมมีน้อยคนนัก!

ถึงอย่างไร [ใบไม้ที่เหลือของต้นไม้โลก] ก็เป็นเพียงแค่สิทธิ์ในการเข้าร่วมเท่านั้น แถมยังแสดงพลังอำนาจของต้นไม้โลกให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นอีก ผลประโยชน์ที่แท้จริงยังรออยู่ข้างหน้า แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว!

“ทุกอย่างมันรวนไปหมดแล้ว แต่ไอ้นี่ก็ยังดำเนินการตามปกติอยู่อีกแฮะ…”

โก่วอวิ๋นส่ายหน้าบ่นอุบอิบ

ในไทม์ไลน์ของเกมเดิม ในวันที่ต้นไม้โลกจุติลงมา พระองค์ก็โปรยใบไม้ที่เหลือลงมา มอบให้กับผู้เล่นและ NPC ที่โดดเด่นและผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากจิตสำนึกของพระองค์ เพื่อมอบสิทธิ์ในการทดสอบให้

ในเวลานั้น เนื่องจากสิ่งที่ต้นไม้โลกแสดงให้เห็น และระดับพลังงานของดาวซินหลานที่ค่อยๆ สูงขึ้นตามมา ทุกคนจึงคิดว่าการมาเยือนของต้นไม้ต้นนี้เป็นเรื่องดี

บรรดาผู้เล่นต่างก็มองว่าบททดสอบต้นไม้โลกเป็นระบบเกมของภาคเสริมใหม่ พากันปั่นสถิติทดสอบ และเก็บเกี่ยวรางวัลจากต้นไม้โลกกันอย่างสนุกสนาน!

ในช่วงเวลานั้น ความสัมพันธ์ของโลกดูเหมือนจะกลมเกลียวกันมากขึ้น ถึงขั้นเริ่มย้ายความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ไปตัดสินกันด้วยบททดสอบต้นไม้โลกแทน

ไม่ว่าจะเป็นในโลกของเกม หรือในโลกความเป็นจริง ก็เกิดความคลั่งไคล้ และกระแสการไต่ระดับที่ฮึกเหิม

จนกระทั่งพายุมิติส่งผลกระทบต่อมิติต่างๆ ทำให้เทพเจ้าจากมิติต่างๆ ปรากฏตัวขึ้นบนดาวซินหลาน สร้างวิกฤตการเอาชีวิตรอดครั้งใหญ่ให้กับทุกเผ่าพันธุ์ ตอนนั้นแหละที่ทุกคนเพิ่งจะตระหนักถึงความเลวร้ายของต้นไม้ต้นนี้!

และกว่าโก่วอวิ๋นจะทะลุมิติมายังโลกแห่งความจริงที่ดูคล้ายกับในเกม โลกของเกมก็เพิ่งจะค้นพบวิกฤตการทำลายล้างที่เกิดจากต้นไม้โลก

ทุกเผ่าพันธุ์เริ่มหาวิธีแก้ไข และหาหนทางเอาชีวิตรอด

แต่น่าเสียดายที่โก่วอวิ๋นได้รับรู้เพียงแค่นั้น เขาไม่ได้รับวิธีแก้ไขที่แท้จริงจาก NPC หรือผู้เล่นเลย

สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ ก็คือการนำเงื่อนไขที่มีอยู่ มาผสมผสานกับแนวคิดต่างๆ ที่เคยรู้ในชาติก่อน เพื่อหาหนทางเอาชีวิตรอดจากการทำลายล้างโลกด้วยตัวเอง

“แม้ว่าบททดสอบต้นไม้โลกจะดี แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ปล่อยไปก่อนเถอะ…”

“รอให้กลับมาก่อนค่อยว่ากัน!”

ได้ [ตราประทับต้นไม้โลก] มาแล้ว รวมกับผลประโยชน์มากมายในวันนี้ โก่วอวิ๋นไม่รอช้าอยู่บนท้องฟ้าอีกต่อไป เขากลายเป็นกลุ่มเมฆพุ่งลงสู่เบื้องล่าง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 480 - ความเป็นเทพแห่งความว่างเปล่า อีกหนึ่งเส้นทางสู่ความเป็นเทพ!

คัดลอกลิงก์แล้ว