- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นสัตว์อสูรทั้งที ขอแบกเจ้านายคนนี้ให้เป็นที่หนึ่งเลยละกัน
- บทที่ 400 - ครั้งนี้ก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
บทที่ 400 - ครั้งนี้ก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
บทที่ 400 - ครั้งนี้ก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
บทที่ 400 - ครั้งนี้ก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
“สภาพนี้แล้ว เธอยังจะหนีไปไหนได้อีกล่ะ?”
โก่วอวิ๋นบ่นอุบอิบ กำแพงมิติหลายบานปรากฏขึ้นขวางทางเกาเสวี่ยเฟิงในพริบตา ด้านหลังก็มี [สะบั้นมิติ] หลายสายพุ่งตามมาติดๆ
ขณะที่เธอกำลังจะพุ่งชนเข้าไป ปีกผีเสื้อด้านหลังของเกาเสวี่ยเฟิงก็กระพือเบาๆ รัศมีแสงสีขาวหม่นแผ่กระจายออกไป เธอกลายร่างเป็นแสงเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างรวดเร็ว หักเลี้ยวด้วยความคล่องแคล่วว่องไว บินเฉียดผ่านช่องว่างแคบๆ ระหว่างกำแพงมิติและคมมีดมิติไปได้อย่างหวุดหวิด
เชี่ย! แบบนี้ก็ได้เหรอ?!
เมื่อเห็นปฏิกิริยาอันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมหรือผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ผู้ชมทั่วไปอาจจะมองเห็นแค่เรื่องความเร็วในการตอบสนอง
แต่พวกผู้เข้าแข่งขันรู้ดีว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วในการตอบสนองเท่านั้น แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ความสามารถของผีเสื้อสีรุ้งวัฏจักรอาบแสงจุติต่างหาก!
ตู้ม!
กำแพงมิติแตกสลายภายใต้อานุภาพของ [สะบั้นมิติ] เกิดเป็นระลอกคลื่นในความว่างเปล่าราวกับเศษกระจก แรงกระแทกซัดเข้าใส่กำแพงที่อยู่ด้านบนสุดจนสั่นสะเทือน คล้ายจะปริแตก
เมื่อเห็นภาพนี้ คนอื่นๆ ก็แค่ทึ่งในพลังต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของโก่วอวิ๋น แต่ผู้ชมที่นั่งอยู่แถวหน้ากลับความดันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
แค่คลื่นกระแทกยังรุนแรงขนาดนี้ ถ้าพลาดเป้าขึ้นมา พวกเขาที่นั่งอยู่ใกล้สนามประลองที่สุดจะไม่ซวยเอาเหรอ?!
พอคิดได้แบบนี้ ที่นั่งแถวหน้าที่อุตส่าห์ยอมจ่ายแพงๆ หรือใช้เส้นสายแลกมาก็ดูไม่ค่อยจะคุ้มซะแล้ว ขืนดูการแข่งแล้วเอาชีวิตมาทิ้ง มันไม่คุ้มเอาซะเลย!
บนอัฒจันทร์จึงเริ่มมีบางคนพยายามขอแลกที่นั่งกับคนข้างหลัง เกิดเป็นความวุ่นวายเล็กๆ ขึ้นมา
แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการต่อสู้ในสนามหรอก
“เธอเปลี่ยนคุณสมบัติของแสงสินะ... ลดทอนพลังลง แต่เพิ่มความสามารถในการควบคุมความเร็วของตัวเองแทนงั้นเหรอ?”
โก่วอวิ๋นประเมินในใจ
ดูจากผลงานของผีเสื้ออาบแสงจุติในศูนย์บัญชาการของสมาคมสำรวจชีวิตตอนนั้น เห็นได้ชัดว่ามันสามารถรวบรวมแสงหลากหลายคุณสมบัติไว้ด้วยกัน และสามารถสลับใช้งานได้ตลอดเวลาตามต้องการ
ในฐานะลูกหลานสายตรง การที่ผีเสื้อสีรุ้งวัฏจักรอาบแสงจุติจะมีความสามารถแบบเดียวกันในเวอร์ชันลดทอนประสิทธิภาพลงมา ก็อยู่ในความคาดหมายของโก่วอวิ๋น
วื้ด—
แสงเปลี่ยนสี สนามประลองถูกอาบไล้ไปด้วยแสงแดดสีทองแดง
ลำแสงพุ่งวาบ ลูกบอลแสงสิบลูกรวมตัวกันอยู่เบื้องหน้าของเกาเสวี่ยเฟิงที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ลำแสงที่อัดแน่นและมีพลังทำลายล้างสูงทั้งสิบสายพุ่งตรงมาที่หน้าของโก่วอวิ๋นในพริบตา
ความเร็วในการโจมตีนี้รวดเร็วมาก แทบจะเป็นการรีดเค้นพลังถึงขีดสุด เพียงเพื่อชิงความได้เปรียบในการโจมตี ไม่ให้โก่วอวิ๋นมีโอกาสควบคุมเธอได้อย่างเด็ดขาดอีก
โก่วอวิ๋นสลายร่างแยกทั้งสองทิ้ง สนามพลังมิติบนร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้น หัวเกราะขนาดเล็กสองหัวอ้าปากกว้าง เกิดแรงดูดมหาศาล สนามพลังมิติทั้งหมดก็ยุบตัวเข้าหากันอย่างสอดคล้องกัน
ปล่อยให้ลำแสงพุ่งเข้ามา สนามพลังมิติที่ยุบตัวเข้าหากันด้วยแรงดูดอันน่าสะพรึงกลัว บิดเบือนทิศทางของลำแสงทั้งสิบสาย ภายใต้การกดทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า โก่วอวิ๋นก็สูบกลืนลำแสงที่เจิดจ้าเข้าไปในปากของสองหัวอย่างต่อเนื่องราวกับกำลังสูดเส้นบะหมี่ยังไงยังงั้น
ในเมื่อเกาเสวี่ยเฟิงเดาความสามารถของสนามพลังมิติออกแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องเล่นละครอีกต่อไป
ปืนใหญ่พลังแสงที่มีระดับพลังงานสูงลิ่วและมีอานุภาพมหาศาล โดนเขาสูบเข้าไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?!
เจ้านี่มันจะเถื่อนเกินไปแล้ว!
เกาเสวี่ยเฟิงตกใจมาก แอบคิดอยากจะลองอัดพลังงานใส่เจ้านี่จนตัวแตกตายไปเลย
แต่พอนึกขึ้นได้ เธอก็รีบดึงสติกลับมา เจ้านี่เป็นธาตุมิติ ความสามารถในการรองรับพลังงานจากภายนอกของมันต้องสูงกว่าสัตว์อสูรธาตุอื่นๆ อยู่แล้ว
ตอนนี้เธอมีแผลเต็มตัว เพิ่งจะใช้เวทรักษาด้วยแสงรักษาตัวเองได้นิดหน่อย พอประคองให้สู้ต่อได้เท่านั้นแหละ
ขืนไปพยายามอัดพลังงานใส่เขาจนตัวแตกตาย มีหวังเธอเองนั่นแหละที่จะถูกสูบพลังจนหมดตัว พลังต่อสู้ดิ่งฮวบ จนสู้ต่อไม่ไหวซะก่อน
เมื่อรู้ว่าสนามพลังมิติของโก่วอวิ๋นสามารถใช้ร่วมกับทักษะธาตุมิติอื่นๆ เพื่อเพิ่มอานุภาพได้ เกาเสวี่ยเฟิงก็เข้าใจแล้วว่า ก่อนหน้านี้โก่วอวิ๋นอาศัยทริคนี้เอง ที่ทำให้เขาสามารถรับมือกับการโจมตีของเธอได้โดยไร้รอยขีดข่วน
ในเมื่อเป็นอย่างนี้ จะใช้วิธีโจมตีตรงๆ แบบเดิมต่อไปไม่ได้แล้ว
ต้องหาทางอื่น!
อาศัยจังหวะที่เขาเผลอ ไม่สามารถใช้ทักษะควบคู่กันได้ ชิงทำลายการป้องกันด้วยสนามพลังของเขาและเอาชนะให้ได้
ชั่วพริบตาเดียว ความคิดในหัวของเกาเสวี่ยเฟิงก็แล่นพล่าน เธอตัดสินใจรั้งพลังโจมตีกลับทันที หันขวับและเริ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอีกครั้ง
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ—
คมมีดแสงออโรร่าพลังงานสูงพุ่งเข้าใส่โก่วอวิ๋นอย่างต่อเนื่องในขณะที่เธอเคลื่อนที่ไปมา ดูเหมือนว่าเธอตั้งใจจะก่อกวนเขาไปเรื่อยๆ เพื่อหาโอกาสโจมตีครั้งใหม่
แต่เลือดเธอโชกขนาดนี้ แทบไม่มีเวลาพักรักษาตัวเลย ทำแบบนี้จะไหวเหรอ?
ผู้ชมที่มองออกถึงความตั้งใจของเกาเสวี่ยเฟิงต่างก็มีสีหน้ากังขาและเป็นห่วง พวกเขาแทบจะไม่เห็นหนทางชนะของเธอเลย
“พลังงานแสงอาทิตย์นี่ก็รสชาติดีเหมือนกันแฮะ ทำไมถึงหยุดยิงซะล่ะ...”
โก่วอวิ๋นเดาะลิ้น ดื่มด่ำกับรสชาติของแสงอาทิตย์
เขาจับมันไปขังไว้ในพื้นที่ว่างๆ เหมือนกับที่ทำกับแสงจันทร์ก่อนหน้านี้เป๊ะ
ตอนนี้มิติภายในร่างกายยังไม่มีวิวัฒนาการเรื่องกลางวันกลางคืน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแสงจันทร์กับแสงอาทิตย์จะไม่มีประโยชน์
มิติภายในร่างกายเองก็มีลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวของธาตุไฟและแสง ทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดแสง คล้ายๆ กับดวงอาทิตย์เทียม แต่ในบรรดาพืชพรรณวิญญาณจำนวนมหาศาล ก็ไม่ใช่ว่าทุกชนิดจะชอบแสงแดดหรอกนะ
มันก็ต้องมีพวกที่ชอบแสงจันทร์อ่อนๆ เย็นๆ บ้างแหละ
ขอแค่เอาพลังงานที่สูบมาจากเกาเสวี่ยเฟิงมาเป็นตัวจุดประกาย นำไปวิเคราะห์นิดหน่อย อย่างน้อยมิติภายในร่างกายก็น่าจะสามารถจำลองผลของแสงอาทิตย์และแสงจันทร์ด้วยธาตุแสงได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเติบโตของพืชพรรณวิญญาณได้
ถ้าสามารถทำให้มันคงที่ได้ ก็จะถือเป็นการเติมเต็มระบบพลังงานในมิติภายในร่างกายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย
ปากก็บ่นไปงั้น แต่ความเร็วในการลงมือของโก่วอวิ๋นไม่ได้ลดลงเลย
อานุภาพของคมมีดแสงออโรร่าเทียบกับปืนใหญ่พลังแสงไม่ได้เลย เขาไม่ยอมเสียเวลาลากยาวต่อไปเพื่อพลังงานแค่นี้หรอก
ตอนนี้เกาเสวี่ยเฟิงบาดเจ็บไม่เบา โก่วอวิ๋นเองก็กลัวว่าถ้าใช้ [สะบั้นมิติ] แล้วยั้งมือไม่ทันจะเผลอฟันผู้หญิงคนนี้ตายเอาได้ คิดไปคิดมา สู้ใช้ทักษะควบคุมแล้วเข้าไปคลุกวงในจบเกมเลยน่าจะชัวร์สุด!
เป๊าะ! เป๊าะ!
มิติหยุดนิ่งลงอย่างกะทันหัน เกาเสวี่ยเฟิงที่พอจะมีประสบการณ์รับมือมาบ้าง อาศัยความเร็วปฏิกิริยาดุจสายฟ้าแลบ หลบหลีกไปได้อย่างหวุดหวิด ไม่ตกเป็นแมลงในอำพัน
แต่ยังไม่ทันที่เธอและผู้ชมจะได้ดีใจ จู่ๆ เธอก็หยุดชะงัก ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
หลบการกักขังมิติครั้งแรกพ้น แต่ดันไม่พ้นครั้งที่สองซะงั้น
เธอประเมินขอบเขตการใช้กักขังมิติของโก่วอวิ๋นผิดไป จนทำให้ตัวเองต้องพ่ายแพ้ ครั้งนี้ก็ประเมินระยะเวลาหน่วงในการใช้ทักษะต่อเนื่องของเขาผิดไปอีก ทำให้ต้องตกเป็นรองอีกครั้ง
แสงสว่างจ้าเปล่งประกายขึ้นอีกครั้ง แทบจะทำลายการปิดล้อมได้ในเสี้ยววินาที
แต่ก่อนที่เกาเสวี่ยเฟิงจะพังการกักขังออกมาได้ โก่วอวิ๋นก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอเสียแล้ว
กรงเล็บที่เคลือบด้วยผลึกคริสตัลฟาดลงมา ทำลายมิติที่ถูกแช่แข็งของตัวเอง และในเสี้ยววินาทีที่เกาเสวี่ยเฟิงกำลังจะกลายร่างเป็นแสงเพื่อหลบหนี มันก็ตบลงบนร่างของเธออย่างจัง
ตู้ม!
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้นพร้อมกับเลือดที่สาดกระเซ็น ครั้งนี้เกาเสวี่ยเฟิงหนีไม่พ้น เธอถูกโก่วอวิ๋นตบลงไปกองกับพื้น กระดูกหักไปหลายท่อน
เธอกระอักเลือดออกมาคำโต ปากเต็มไปด้วยเลือดสดๆ แม้ว่าโก่วอวิ๋นจะไว้หน้าด้วยการไม่โจมตีที่ใบหน้าหรือจุดสำคัญบนร่างกาย แต่สภาพของเธอก็ดูทุลักทุเลสุดๆ
ร่างต้นของโก่วอวิ๋นวางกรงเล็บทาบลงบนคอของเกาเสวี่ยเฟิง แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าเย้ยหยันของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกแย่สุดๆ
ส่วนร่างแยกมายาก็เดินนวยนาดเข้ามา นั่งยองๆ ข้างๆ เธอ แล้วเอ่ยปากแซวว่า
“เป็นไงล่ะ? ตอนนี้เธอเชื่อหรือยังว่าฉันเก่งเหมือนที่โม้ไว้จริงๆ?”
ผู้ชมอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงบทสนทนาระหว่างเกาเสวี่ยเฟิงกับโก่วอวิ๋นก่อนเริ่มการแข่งขัน
นายนี่มันเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ นะเนี่ย!
คำพูดก่อนแข่งยังเก็บมาเอาคืนตอนจบได้อีก แบบนี้มันไม่ไว้หน้ากันเลยนี่นา!
หน้าของเกาเสวี่ยเฟิงแดงก่ำขึ้นมาทันที ด้วยร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เธอแทบจะกระอักเลือดออกมาอีกรอบเพราะความโกรธ
แต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่
เธอรู้ดีว่าตลอดการต่อสู้ การโจมตีด้วย [สะบั้นมิติ] หลายครั้งของโก่วอวิ๋นนั้นออมมือไว้บ้างแล้ว นี่คือข้อจำกัดของกฎการแข่งขัน
ถ้าไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการต่อสู้กันในที่ลับตาคน เกรงว่าเธอคงตายด้วยน้ำมือของโก่วอวิ๋นไปนานแล้ว คงยืนหยัดมาได้ไม่นานขนาดนี้หรอก
เกาเสวี่ยเฟิงกลืนก้อนความโกรธลงคอ จ้องโก่วอวิ๋นเขม็ง กัดฟันพูดว่า
“นายเก่งมาก ในระดับราชัน คงหาคนที่เป็นคู่นายได้ยากแล้วล่ะ! นายมีสิทธิ์ที่จะพูดแบบนั้นจริงๆ!”
“เอ้อ! มันต้องอย่างนี้สิ!”
โก่วอวิ๋นพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ในตอนนั้นเอง กรรมการก็มั่นใจแล้วว่าเกาเสวี่ยเฟิงถูกโก่วอวิ๋นควบคุมตัวไว้แล้ว และไม่มีทางสู้กลับได้อีก จึงประกาศผลตัดสิน
“การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ นัดที่สาม โก่วอวิ๋นเป็นฝ่ายชนะ!”
“ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันโก่วอวิ๋น ที่คว้าตำแหน่งแชมป์การแข่งขันประลองผู้ใช้สัตว์อสูรระดับเยาวชนทั่วประเทศในครั้งนี้ไปครอง!”
“ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันเกาเสวี่ยเฟิง ที่คว้ารองแชมป์การแข่งขันประลองผู้ใช้สัตว์อสูรระดับเยาวชนทั่วประเทศในครั้งนี้ไปครอง!”
เสียงประกาศดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้น ดอกไม้ไฟก็ถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้า สายรุ้งกระดาษปลิวว่อนไปทั่ว สร้างบรรยากาศให้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด
อัฒจันทร์ที่ล้อมรอบสนามประลองเกิดเสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่มราวกับคลื่นยักษ์ ผู้คนต่างพากันลุกขึ้นยืน ตะโกนชื่อโก่วอวิ๋นและเกาเสวี่ยเฟิง พร้อมส่งคำอวยพรให้กับทั้งแชมป์และรองแชมป์อย่างจริงใจ
“ลุกขึ้นเถอะ จัดการตัวเองให้เรียบร้อย เดี๋ยวต้องขึ้นไปรับรางวัลแล้ว”
โก่วอวิ๋นยื่นมือไปดึงเกาเสวี่ยเฟิงขึ้นมาจากพื้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เกาเสวี่ยเฟิงหอบหายใจหนักๆ เธอสลัดความรู้สึกพ่ายแพ้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว เธอสร้างวงแหวนแสงคลุมตัวเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเปิดเผยเรือนร่าง จากนั้นก็เรียกดอกสุริยาแผดเผาและจิ้งจอกเก้าหางแสงจันทร์ออกมารักษาแผลให้ตัวเอง
โก่วอวิ๋นไม่ได้สนใจเธอ เขาหันไปมองรอบๆ สัมผัสถึงเสียงโห่ร้องยินดีและคำอวยพรจากผู้คนมากมายมหาศาล ความรู้สึกในใจก็แอบล่องลอยไปชั่วขณะ
เมื่อนานมาแล้ว ตอนที่เขายังเป็นผู้เล่น เขาก็เคยยืนอยู่กลางสนามประลองรับเสียงเชียร์แบบนี้เหมือนกัน
แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ตั้งแต่มาที่โลกใบนี้ ครั้งสุดท้ายที่เขาได้แชมป์ก็คือตอนที่เขา ถังเยว่เซวียน และแก๊งเด็กแสบจากโรงเรียนฝึกสอนผู้ใช้สัตว์อสูรเซินหลัว คว้าแชมป์การแข่งขันระดับเขตเหลียนซาน
ในวินาทีนั้น รอยยิ้มทั้งน้ำตาของเด็กสาว และภาพเด็กๆ ที่วิ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นตรงหน้าโก่วอวิ๋นเมื่อวานนี้เอง
ครั้งนี้ เขาคว้าแชมป์มาได้อีกครั้ง แต่กลับเหลือเพียงเขาคนเดียวแล้ว
“แชมป์ครั้งนี้ได้มาง่ายเกินไป พอได้มาจริงๆ กลับรู้สึกว่ามันก็งั้นๆ แฮะ...”
เขาพึมพำเบาๆ ทำตามเป้าหมายของตัวเองสำเร็จ ยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนนับหมื่น แต่กลับไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่คิดไว้เลย
ในเวลานี้ ข่าวการกำเนิดแชมป์การแข่งขันระดับเยาวชนระดับประเทศกำลังแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในหน้าต่างระบบของโก่วอวิ๋นมีข้อความแจ้งเตือนต่างๆ เด้งขึ้นมาดังรัวๆ ไม่หยุด
แต่ในวินาทีนี้ เขากลับรู้สึกหมดความสนใจ แทบจะไม่มีอารมณ์อยากเปิดดูเลยด้วยซ้ำ
“อ๊าฮู้ว—”
“อ๊บ อ๊บ อ๊บ!!!”
“อ๊าาา—”
เสียงร้องดังขึ้นอย่างกะทันหันสามเสียง
เงาร่างสีขาวอมฟ้าสายหนึ่งพุ่งข้ามท้องฟ้า ก่อนจะร่วงตุ้บลงตรงหน้าโก่วอวิ๋นอย่างแรงจากม้านั่งสำรอง
เสี่ยวหลานที่มีรอยยิ้มซื่อๆ ไร้เดียงสาประดับบนใบหน้า ร้องเรียกอย่างไม่เป็นศัพท์ พลางวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาเขา
สายฟ้าและแสงดาวสว่างวาบ ซอร์ถือค้อนศึกมาด้วย ส่วนเสี่ยวก๋อลี่เฉียวก็กระพือปีกตามเสี่ยวหลานมาติดๆ รอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นดีใจแทบจะล้นทะลักออกมา
ปัง ปัง ปัง ปัง—
โก่วอวิ๋นที่กำลังเหม่ออยู่ ถูกเจ้าตัวเล็กทั้งสามกระโดดเข้าใส่จนทั้งร่างต้นและร่างแยกมายาล้มหงายหลัง พวกเขากระโดดโลดเต้นล้อมรอบเขาเหมือนตอนที่อยู่ที่เทือกเขากระจกเพลิงไม่มีผิด ร่วมฉลองความยินดีแห่งชัยชนะในวินาทีนี้ไปกับเขา
เมื่อมองดูเจ้าตัวแสบทั้งสาม โก่วอวิ๋นก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้นไปอีก
ราวกับทนเสียงเรียกร้องของพวกเด็กๆ ไม่ไหว ทั้งร่างต้นและร่างแยกมายาต่างก็ปล่อยให้พวกเขากระโดดโลดเต้น ส่งเสียงเชียร์ไปด้วยกัน
เอาเถอะ
การคว้าแชมป์ครั้งนี้ เขาก็ไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนกัน
ภาพที่ดูเหมือนเด็กๆ เล่นกันนี้ กลับเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมได้ดังยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาชูมือขึ้นสูงปรบมือให้ หรือไม่ก็หยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพในวินาทีนี้เอาไว้
แม้แต่เกาเสวี่ยเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ และจัดการรักษาบาดแผลจนทรงตัวได้แล้ว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เธอเอื้อมมือไปลูบหัวจิ้งจอกเก้าหางแสงจันทร์ ดอกสุริยาแผดเผา และผีเสื้อสีรุ้งวัฏจักรอาบแสงจุติ ที่เข้ามาล้อมรอบเธอเช่นกัน
“เห็นแก่ความผูกพันของเจ้านี่กับสัตว์อสูร อย่างน้อยความเสียดายที่แพ้นัดนี้ก็ลดลงไปนิดนึงล่ะนะ...”
เมื่อเห็นสัตว์อสูรของตัวเองแสดงท่าทีเสียดายและสงสัยในตัวเอง เกาเสวี่ยเฟิงก็ทำเพียงแค่ลูบหัวพวกมันแล้วพูดว่า
“ทุกคนพยายามกันเต็มที่แล้ว ก็แค่เจ้านี่มันเก่งเว่อร์ไปหน่อยเท่านั้นเอง... ฉันยังเด็กอยู่เลย ปีนี้พลาดแชมป์ ปีหน้าพวกเราค่อยมาคว้าแชมป์กันใหม่ก็ได้!”
“ศิษย์พี่ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะค่ะ!”
มีคนวิ่งขึ้นมาจากข้างล่างเวทีอีกคน ดึงความสนใจของทั้งเกาเสวี่ยเฟิงและโก่วอวิ๋นไปพร้อมกัน
ถังเยว่เซวียนถือเสื้อกันลม วิ่งเหยาะๆ เข้ามายื่นให้เกาเสวี่ยเฟิง “พี่ เป็นอะไรไหมคะ? เสื้อผ้าพี่ขาดหมดแล้ว เดี๋ยวต้องขึ้นไปรับรางวัล คลุมไว้ก่อนเถอะค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก”
เกาเสวี่ยเฟิงรับเสื้อมาสวมทับ พลางยิ้มหยอกล้อ “ดูเหมือนจะเจ็บหนัก แต่ก็ไม่ถึงตายหรอกน่า”
เธอมองโก่วอวิ๋นแวบหนึ่ง “แต่เหตุการณ์ทั้งหมดเธอก็เห็นแล้วนะ เรื่องนี้ฉันก็จนปัญญาเหมือนกัน...”
หืม?
โก่วอวิ๋นที่กำลังเล่นอยู่กับพวกเด็กๆ สีหน้าไม่เปลี่ยน แต่ในใจกลับตื่นตัวขึ้นมาทันที
มองฉันทำไม?
พวกเธอวางแผนอะไรกันไว้?
หรือว่าฉันโดนจำได้แล้ว?
เป็นไปไม่ได้สิ!
การปลอมตัวด้วยภาพลวงตาผสานกับสนามพลังมิติของฉัน ขนาดระดับตำนานยังดูไม่ออกเลย เสี่ยวถังจะไปดูความผิดปกติออกได้ยังไง?
เขายังอยากจะฟังต่อว่าสองสาวจะคุยอะไรกันอีก แต่ถังเยว่เซวียนกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
“ช่างเถอะค่ะ! ศิษย์พี่พยายามเต็มที่แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ผลก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ...”
“พี่รู้ตัวก็พอแล้ว หนูเองก็คุยโวเร็วไปหน่อย ทำได้แค่นี้จริงๆ”
เกาเสวี่ยเฟิงอยากจะเอื้อมมือไปลูบหัวถังเยว่เซวียน แต่พอยื่นมือออกไปก็เห็นว่ามีแต่คราบเลือดแห้งกรัง เศษหญ้า และเศษดินติดอยู่เต็มไปหมด จึงต้องหดมือกลับมา
แต่โก่วอวิ๋นที่อยู่ห่างออกไป ก็พอมองสถานการณ์ออกคร่าวๆ แล้ว เขาพอจะเดาความหมายที่พวกเธอสื่อถึงกันได้
บางทีถังเยว่เซวียนอาจจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขา แล้วก็เลยขอให้เกาเสวี่ยเฟิงช่วยทดสอบดูตอนแข่งขัน
แต่ด้วยความสามารถที่ไม่มากพอ ยัยนี่ก็เลยทดสอบอะไรไม่ได้เลย
ทดสอบไม่ได้ก็ดีแล้ว! ทดสอบไม่ได้ก็ดีแล้ว!
โก่วอวิ๋นพึมพำในใจ แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
ตอนนี้เขาอารมณ์ดีพอที่จะมาเช็กผลประโยชน์ แล้วก็ทำการอัปเกรดแบบชั่วคราวก่อนขึ้นไปรับรางวัลแล้ว
[จบแล้ว]