- หน้าแรก
- หวนคืนสอบบรรจุ เมื่อข้าราชการอย่างผมทำเธอว้าวุ่น
- บทที่ 355 - ไม่กลัวน้อยแต่กลัวไม่เท่าเทียม
บทที่ 355 - ไม่กลัวน้อยแต่กลัวไม่เท่าเทียม
บทที่ 355 - ไม่กลัวน้อยแต่กลัวไม่เท่าเทียม
บทที่ 355 - ไม่กลัวน้อยแต่กลัวไม่เท่าเทียม
จางหมิงหย่วนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ฟังเสียงของหลิวเสวียผิงจากโทรศัพท์ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย จมอยู่ในความคิด
"สืบมาได้เรื่องแล้ว ซุนเจี้ยนกั๋วกดดันเฉินเผิงแห่งสำนักงานสุขาภิบาลอย่างหนัก บังคับให้รับคนงานทำความสะอาดชั่วคราวมายี่สิบตำแหน่ง ส่วนอีกร้อยกว่าคนที่เหลือ ได้ยินมาว่าจะยัดไปไว้ที่เหมืองวาเนเดียมของรัฐในตำบลอิ๋นซานกับโรงงานเล็กๆ อีกสองสามแห่ง"
"โชคดีที่ผมมีความสัมพันธ์อันดีกับเหล่าเฉินแห่งสำนักงานสุขาภิบาล ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น คงยากที่จะสืบมาได้ชัดเจนขนาดนี้"
"ลุงหลิว ขอบคุณมากครับ พรุ่งนี้ว่างไหมครับ เราไปกินข้าวมื้อเที่ยงด้วยกัน แม่ผมห่อเกี๊ยวไส้หมูสับต้นหอมไว้ด้วย"
"จะว่าไปแล้ว ฝีมือห่อเกี๊ยวของแม่เธอนี่อร่อยจริงๆ เอาล่ะ พรุ่งนี้เที่ยง ฉันจะไปกินข้าวที่บ้านเธอก็แล้วกัน..."
วางสายโทรศัพท์ จางหมิงหย่วนใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ
"สำนักงานสุขาภิบาล..."
แม้ว่ากลยุทธ์ของซุนเจี้ยนกั๋วในครั้งนี้จะเป็นแบบลนลานแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็ถือว่าเป็นหมากที่ดีตาหนึ่ง หรือจะบอกว่าเป็นหมากที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเหล่านี้ก็ว่าได้
ในสายตาของคนรุ่นหลัง การกวาดถนน ขนขยะ เป็นงานที่ทั้งสกปรกและเหนื่อยยาก แต่ในปี 2003 สำหรับบรรดาคนงานเก่าอายุสี่ห้าสิบปีที่ถูก "ปรับโครงสร้าง" ออกมาจากโรงงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ และมีฝีมือแค่ด้านเครื่องจักร นี่คือขุมทรัพย์ที่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้จริงๆ!
คลื่นการเลิกจ้างที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายยุค 90 ราวกับเคียวอันไร้ความปรานี ที่ฟาดฟันเสาหลักของหลายๆ ครอบครัวจนแตกสลาย คนงานเก่าเหล่านี้ไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีเส้นสาย ออกไปทำงานรับจ้างรายวันก็ไม่มีความมั่นคง พอไปทำงานในโรงงานเอกชนขนาดเล็ก เถ้าแก่ก็ไม่ยอมเซ็นสัญญาจ้างงานด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจ่ายเงินประกันสังคมเลย หากทำงานจนร่างกายพังทลาย ก็โดนเตะโด่งออกไปโดยไม่มีแม้แต่ที่ให้เรียกร้องความเป็นธรรม
แต่ที่สำนักงานสุขาภิบาล แม้จะเป็นแค่พนักงานชั่วคราว แม้จะต้องตากแดดตากลมและได้เงินเดือนน้อย แต่นั่นคืองานของรัฐ! คืองานที่มั่นคง ได้รับเงินเดือนทุกเดือน และมีประกันพื้นฐานให้!
ในอำเภอชิงสุ่ย ถึงขั้นมีคนยอมจ่ายเงินใต้โต๊ะหลายพันหยวนเพื่อแลกกับตำแหน่งพนักงานกวาดถนนชั่วคราวเพียงตำแหน่งเดียว นี่แหละคือความเป็นจริงอันโหดร้ายของชนชั้นล่าง
แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า...
มุมปากของจางหมิงหย่วนยกยิ้มเย็นชา
โควตามีแค่ยี่สิบคน แต่มีคนงานที่กำลังหิวโหยรอคอยความช่วยเหลืออยู่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ดคน
"ไม่กลัวน้อยแต่กลัวไม่เท่าเทียมสินะ..."
จางหมิงหย่วนพึมพำกับตัวเอง หากซุนเจี้ยนกั๋วไม่จัดหาตำแหน่งให้เลยสักคน ปล่อยให้ทุกคนอดตายไปด้วยกัน บางทีพวกเขาอาจจะยังพอทนได้ แต่ตอนนี้เขากลับเอา "ชามข้าวเหล็ก" ยี่สิบใบมาแบ่งกัน ส่วนคนที่เหลือต้องไปทำงานในเหมืองเถื่อน โรงงานเล็กๆ ที่ไม่มีความมั่นคง นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนประกายไฟลงไปในกลุ่มคนงานเก่าที่กำลังกระวนกระวายใจอยู่แล้ว
จางหมิงหย่วนยกโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา โทรหาเฉินอวี่
"อาอวี่ ให้พวกลูกน้องที่หัวไวๆ ของนาย ไปป้วนเปี้ยนแถวๆ บ้านพักโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรหน่อย ปล่อยข่าวลือออกไป บอกว่า..."
น้ำเสียงของจางหมิงหย่วนสงบนิ่งจนน่ากลัว แต่ทุกถ้อยคำกลับกำลังถักทอตาข่ายที่จะต้อนซุนเจี้ยนกั๋วให้ไปสู่ความตาย
"บอกว่าตอนนี้อำเภอแก้ปัญหาการจัดหางานให้ทุกคนไม่ได้ ผู้นำสั่งลงมาแล้วว่า จะเจียดตำแหน่งงานที่มั่นคงในสำนักงานสุขาภิบาลมายี่สิบตำแหน่ง ให้กับพวกที่ทำผลงานดีเป็นประจำ หรือไม่ก็พวกที่มีเส้นสาย ส่วนพี่น้องอีกร้อยกว่าคนที่เหลือ จะถูกยัดเยียดให้ไปทำงานที่เหมืองวาเนเดียมในตำบลอิ๋นซานที่กำลังจะเจ๊งแหล่มิเจ๊งแหล่ แม้แต่สัญญาจ้างงานอย่างเป็นทางการก็ไม่ยอมเซ็นให้"
เฉินอวี่ที่อยู่ปลายสายฟังแล้วก็เข้าใจเจตนาทันที "พี่หย่วน แผนนี้โหดเอาเรื่องเลยนะพี่ เดี๋ยวผมสั่งคนไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย รับรองว่าข่าวลือนี้จะกระจายไปทั่วโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรแน่!"
...
เย็นวันนั้น ณ บ้านพักอันทรุดโทรมของโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตร ราวกับหม้อน้ำเดือดที่ปะทุขึ้นมาอย่างเต็มที่
บรรดาคนงานเก่าที่เพิ่งกินข้าวเย็นเสร็จ จับกลุ่มพูดคุย สูบบุหรี่ เล่นหมากรุกอยู่ใต้ตึก ต่างพากันรวมตัวเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย
"ได้ยินมาหรือยัง? ทางอำเภอจะแยกพวกเราไปจัดหางานให้! มีแค่ยี่สิบคนเท่านั้นที่จะได้เข้าสำนักงานสุขาภิบาลไปกวาดถนน ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะถูกส่งไปเป็นกรรมกรที่เหมืองวาเนเดียมอิ๋นซาน!"
ชายฉกรรจ์ไว้หนวดเคราเฟิ้ม สองมือเต็มไปด้วยรอยด้าน ขยี้ก้นบุหรี่ในมือลงบนพื้นอย่างแรงจนแหลกละเอียด ตะโกนเสียงดังลั่น
"ใช้สิทธิ์อะไรวะ?! พวกเราทำงานในโรงงานมาตั้งยี่สิบสามสิบปี อุทิศช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับประเทศชาติ พอตอนนี้โรงงานเจ๊ง ก็จะเตะพวกเราทิ้งไปให้เหมืองวาเนเดียมเหมือนขยะงั้นเรอะ? ได้ยินมาว่าแม้แต่สัญญาทางการก็ไม่ยอมเซ็นให้ ถ้าเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา ใครจะมารับผิดชอบชีวิตพวกเราวะ?!"
"นั่นสิ! ฉันได้ยินมาว่า โควตายี่สิบคนที่จะได้เข้าสำนักงานสุขาภิบาลน่ะ ถูกพวกเบื้องบนล็อคตัวไว้หมดแล้ว! ไม่ให้พวกเส้นใหญ่ ก็ให้พวกที่ชอบประจบสอพลอ ส่วนคนซื่อๆ อย่างพวกเราที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานน่ะ ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้กินน้ำแกงด้วยซ้ำ!"
ช่างฟิตเก่าแก่ผมสีดอกเลาก็กำลังโกรธจนตัวสั่น ขอบตาแดงก่ำไปหมด
"นี่มันกำลังบีบให้พวกเราไปตายชัดๆ! ทุกคนก็ตกงานเหมือนกัน ทำไมบางคนถึงได้กินข้าวหลวง แต่พวกเราต้องไปทนทุกข์ทรมานที่เหมืองแร่? นี่มันตรรกะบ้าบออะไรกันวะ?!"
"แม่งเอ๊ย น้องเขยฉันเพิ่งถูกเลิกจ้างจากเหมืองวาเนเดียมเมื่อปีที่แล้วเอง พวกนายไม่รู้หรอกว่าสถานการณ์ที่นั่นมันเป็นยังไง บริหารงานก็แย่ ราคาแร่วาเนเดียมก็ตกต่ำ แม้แต่เงินเดือนก็ยังจ่ายไม่ไหว การที่ส่งพวกเราไปอยู่ที่นั่น นอกจากจะอยู่ห่างไกลแล้ว ชีวิตยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกต่างหาก"
"งานเหมืองมันเป็นงานที่ใช้แรงงานหนักนะโว้ย พวกเราเป็นช่างเทคนิคกันหมด จะให้พวกเราไปขายแรงงานงั้นเรอะ?"
ความหวาดกลัวและความโกรธแค้นแพร่กระจายไปทั่วบ้านพักราวกับโรคระบาด
ในยุคสมัยนี้ สำหรับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างแล้ว ความยุติธรรมและความมั่นคงคือสิ่งที่สำคัญที่สุด แผนการจัดหางานแบบ "แก้ผ้าเอาหน้ารอด เลือกปฏิบัติ" ของซุนเจี้ยนกั๋ว ได้ไปกระตุกต่อมความอ่อนไหวที่สุดของพวกเขาเข้าอย่างจัง
"จะยอมให้เรื่องมันจบแบบนี้ไม่ได้!"
ชายร่างใหญ่ไว้หนวดเคราลุกพรวดขึ้น ชูหมัดขึ้นฟ้า
"พวกเราไปทวงความยุติธรรมที่อำเภอกันเถอะ! พวกเราต้องการความยุติธรรม! ต้องการการจัดหางานที่เท่าเทียมกัน! จะยอมให้พวกเขามาหลอกลวงพวกเราแบบนี้ไม่ได้!"
"ใช่! ไปหานายอำเภอ! ไปหาผู้นำ! จะปล่อยให้พวกเขามาบีบพวกเราเหมือนลูกพลับนิ่มๆ ไม่ได้!"
เสียงโห่ร้องสนับสนุนดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าจากในกลุ่มคน
ฝูงวัวแก่ที่แต่เดิมทำได้เพียงแค่อดทนรอคอย ในวินาทีนี้ ถูกบีบคั้นจนกลายเป็นถังดินปืนที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
...
เช้าวันรุ่งขึ้น บริเวณหน้าห้องประชุมคณะกรรมการพรรคอำเภอ
เหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ในโถงทางเดิน หม่าเว่ยตงถือกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ เดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังห้องประชุม ซุนเจี้ยนกั๋วที่หนีบกระเป๋าเอกสารไว้ในวงแขน สีหน้าเคร่งเครียด ก็เดินสวนทางมาพอดี
รอยคล้ำใต้ตาของซุนเจี้ยนกั๋วเห็นได้ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับ หลายวันมานี้ เพื่อหาโควตาจัดหางานอันน้อยนิดนั้น เขาต้องเปลืองน้ำลายและใช้เส้นสายไปจนหมดสิ้น
ทั้งสองมาเผชิญหน้ากันที่หน้าประตูห้องประชุม
"อ้าว เหล่าหม่า โบราณว่าไว้ คนมีเรื่องน่ายินดีมักจะหน้าตาเบิกบาน ได้ยินมาว่าเลขาธิการโจวแบ่งงานด้านอุตสาหกรรมในตำบลหนานอันไปให้นายดูแลส่วนหนึ่ง คนเก่งย่อมทำงานหนัก ดูจากสีหน้านายแล้ว คงจะดีขึ้นไม่น้อยเลยสิ?"
"เขาว่ากันว่า สุนัขพึ่งบารมีเจ้าของ แต่มีบางคนเลี้ยงสุนัขดีจนตัวเองได้พลอยกินเนื้อไปด้วย นายว่าเรื่องแบบนี้จะไปหาเหตุผลจากที่ไหนได้ล่ะ?"
ซุนเจี้ยนกั๋วหยุดเดิน แล้วพูดเหน็บแนมพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาคิดว่าหม่าเว่ยตงยังคงรอคอยที่จะหัวเราะเยาะเขาเรื่องโควตาการจัดหางานอยู่
หม่าเว่ยตงเปิดฝากระบอกน้ำ เป่าลมร้อนๆ สองสามที แล้วตอบโต้กลับไปอย่างไม่แยแส:
"นายอำเภอซุนล้อเล่นแล้วล่ะครับ ทางตำบลหนานอันตอนนี้วุ่นวายยังกับยุงตีกัน มีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด เดิมทีงานส่วนนี้เป็นหน้าที่ของนายอำเภอจูรับผิดชอบ แต่ตอนนี้มาตกอยู่ที่ผมหมด ผมแทบจะไม่มีเวลาหายใจเลยครับ"
"พูดถึงเรื่องคนเก่งย่อมทำงานหนัก ท่านผู้นำเก่าต่างหากที่เป็นแบบอย่างที่ดี ท่านรับช่วงงานจัดหางานให้คนงานโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตรไป ช่วยลดภาระผมไปได้เยอะเลย แต่ว่า... ดูจากสีหน้าที่อิดโรยของท่านแล้ว การจัดหางานคงจะไม่ค่อยราบรื่นใช่ไหมครับ? ถ้าติดขัดอะไร ท่านบอกมาได้เลย อะไรที่ช่วยได้ผมจะไม่ปฏิเสธเลยครับ"
สีหน้าของซุนเจี้ยนกั๋วแข็งทื่อ หางตากระตุกอย่างแรงสองสามที
เขากำลังจะอ้าปากเถียงกลับ ทว่าที่ปลายโถงทางเดิน เลขาเสี่ยวจางกลับวิ่งกระหืดกระหอบ เหงื่อแตกพลั่ก สีหน้าตื่นตระหนกวิ่งเข้ามา ไม่สนใจแม้แต่กฎระเบียบ พุ่งตรงเข้ามาหาซุนเจี้ยนกั๋วทันที
"นายอำเภอ! แย่... แย่แล้วครับ!"
เสี่ยวจางหอบหายใจอย่างหนัก ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ชี้มือไปยังทิศทางของลานกว้างด้านล่าง:
"โรงงานเครื่องจักรกลการเกษตร... คนงานที่ถูกเลิกจ้างของโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตร... มากันร้อยกว่าคนเลยครับ! พวกเขามาปิดล้อมประตูใหญ่ของที่ทำการรัฐบาลอำเภอเรา... จนมิดเลยครับ! บอก... บอกว่าจะให้คุณออกไป ให้คำตอบที่ยุติธรรมกับพวกเขาครับ!"
(จบแล้ว)