- หน้าแรก
- เมื่อภรรยาแสนซื่อไปออกรายการวาไรตี้ ความลับของผมจึงถูกเปิดเผย
- บทที่ 1 - รายการโต๊ะอาหารปริศนากับบ้านสกุลซูอันแสนธรรมดา
บทที่ 1 - รายการโต๊ะอาหารปริศนากับบ้านสกุลซูอันแสนธรรมดา
บทที่ 1 - รายการโต๊ะอาหารปริศนากับบ้านสกุลซูอันแสนธรรมดา
ณ สถานที่ถ่ายทำรายการโต๊ะอาหารปริศนา
กล้องซ่อนความละเอียดสูงหลายตัวถูกตั้งเอาไว้
พวกมันหันหน้าตรงไปยังเขตที่พักอาศัยซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
บริเวณหลังกล้อง
ทีมงานรายการกำลังคัดเลือกครอบครัวที่จะใช้ในการบันทึกเทปสำหรับตอนนี้
ส่วนแขกรับเชิญที่จะปรากฏตัวในรายการตอนนี้
ตี๋ลี่เร่อปากับจางเสี่ยวเสี่ยวกำลังวุ่นวายอยู่กับการซักซ้อมขั้นตอนสุดท้ายกับทีมผู้กำกับก่อนจะเข้าฉาก
ท้ายที่สุดแล้วรายการในตอนนี้ถือเป็นตอนแรกที่จะเบิกฤกษ์สำหรับรายการวาไรตี้รายการใหม่ของพวกเขา
หากพวกเขาสองคนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับรายการนี้ได้สำเร็จ
มันย่อมส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อการหาสปอนเซอร์และการโปรโมตรายการในตอนต่อๆ ไป
...
"เร่อปา เธอวางใจได้เลย !"
"รายการนี้ก็แค่ให้พวกเธอไปขอร่วมโต๊ะกินข้าวที่บ้านของคนธรรมดาก็เท่านั้น"
"แล้วก็ถือโอกาสฟังเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของพวกเขาไปด้วย"
"มันไม่มีอะไรยากลำบากเป็นพิเศษหรอก"
"อีกอย่างทางทีมผู้กำกับรู้ดีว่าเธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวและไม่กล้าหน้าด้านขอคนอื่นกิน"
"พวกเขาเลยขอยืมตัวจางเสี่ยวเสี่ยวที่เป็นพิธีกรของสถานีมาช่วย ถึงตอนนั้นเธอก็แค่คอยตามหลังเขาแล้วปล่อยให้เขาจัดการก็พอ"
เมื่อพูดถึงประโยคสุดท้ายผู้จัดการส่วนตัวก็ส่งสายตาให้กำลังใจตี๋ลี่เร่อปา
ทางด้านตี๋ลี่เร่อปาที่ได้ฟังรายละเอียดทั้งหมดแล้ว
เธอก็เริ่มมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองก็ถือเป็นดาราสาวที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว
คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอหรอกมั้ง
ต่อให้ถึงเวลาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รับมือไม่ไหว แค่ใช้ใบหน้าที่สวยระดับท็อปของวงการบันเทิงของเธอก็คงไม่น่าจะเจอสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจอะไรหรอกมั้ง
หลังจากเตรียมใจเป็นครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น
ตี๋ลี่เร่อปาก็พาทีมงานพร้อมกล้องซ่อนรูปเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
ขณะเดียวกันแฟนคลับนับล้านคนที่หลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์สด
ต่างก็พากันคอมเมนต์พูดคุยกันอย่างออกรส
ท้ายที่สุดแล้วการที่ดาราดังต้องทำตัวเหมือนคนธรรมดา
ต้องหน้าด้านไปขอร่วมโต๊ะกินข้าวที่บ้านคนอื่น
รูปแบบรายการแบบนี้เพิ่งเคยปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีรายการวาไรตี้มา
ดังนั้นผู้คนเหล่านี้จึงเกิดความสนใจขึ้นมาในทันที
"พวกนายคิดว่าเร่อปาต้องไปเคาะประตูกี่บ้านถึงจะได้กินข้าว"
"ฉันเดาว่าอย่างน้อยก็ต้องสามสี่บ้านนั่นแหละ"
"สามสี่บ้านอะไรกัน ฉันว่าแค่บ้านเดียวก็ผ่านฉลุยแล้ว !"
"นั่นสิ ด้วยหน้าตาระดับเร่อปาของพวกเรา ไม่เห็นต้องวิ่งรอกหลายบ้านเลย"
"เอ่อ พวกนายไม่รู้เหรอว่าพื้นที่ที่รายการเลือกมาถ่ายทำน่ะคือที่ไหน"
"ดูจากสถาปัตยกรรมก็รู้แล้วว่าเป็นเขตชุมชนเก่าแก่ในเมืองโม่ตู"
"คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ถ้าไม่ใช่คู่สามีภรรยาที่เพิ่งย้ายมาทำงานในโม่ตู ก็เป็นคนแก่ที่ลูกหลานย้ายออกไปหมดแล้วและต้องอยู่ตามลำพัง"
"ดังนั้นการที่พวกเร่อปามาที่นี่อาจจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดหรอกนะ"
"เผลอๆ อาจจะโดนไล่ตะเพิดไม่ให้เข้าบ้านเอาด้วยซ้ำ"
"อ้าว ถ้าเป็นแบบนั้นพวกเร่อปาก็อดกินข้าวน่ะสิ"
"อืม มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ เพราะที่นี่ถือเป็นเขตที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญของโม่ตูเลยทีเดียว"
...
ในขณะที่แฟนคลับในห้องไลฟ์สดกำลังพูดคุยกันอย่างดุเดือด
ทางด้านเร่อปาก็รวบรวมความกล้าเดินไปเคาะประตูบ้านเดี่ยวที่มีกำแพงล้อมรอบหลังหนึ่ง
"ก๊อก ... ก๊อก ... ก๊อก"
ตี๋ลี่เร่อปาที่เพิ่งเคยมาเคาะประตูขอข้าวกินเป็นครั้งแรกดูเกร็งไปหมด แม้แต่เสียงเคาะประตูก็ยังทั้งเบาและแผ่ว
ราวกับกลัวว่าคนที่อยู่ในบ้านจะได้ยินอย่างนั้นแหละ
จางเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นสถานการณ์แบบนั้นก็ขมวดคิ้วที่เต็มไปด้วยรองพื้นหนาเตอะ
เขายื่นมือออกไปตบประตูเหล็กสีแดงบานใหญ่เสียงดังปังๆ
เร่อปาที่เห็นแบบนั้นก็สะดุ้งตกใจ รีบถอยหลังไปหลบอยู่หลังทีมงานพร้อมกับเผยสีหน้าไม่พอใจออกมาเล็กน้อย
ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้พวกเขากำลังถ่ายรายการโดยอ้างว่ามาขอร่วมโต๊ะกินข้าวหรอก ในชีวิตจริงต่อให้เป็นเพื่อนบ้านธรรมดาแวะมาหากัน ก็ไม่มีใครเขาเคาะประตูแบบจางเสี่ยวเสี่ยวกันทั้งนั้น
แต่จางเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับมีสีหน้าตื่นเต้น ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้แสดงผลงานแล้ว
"เร่อปา ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะว่าเธอหรอกนะ แต่ขืนเคาะประตูแบบเมื่อกี้ ต่อให้รอจนถึงเที่ยงคืนเราก็คงไม่ได้กินข้าวหรอก !"
"ดูนี่นะ ต้องตบไปตรงกลางประตูเหล็กแรงๆ แบบฉันนี่ !"
"แบบนี้คนที่อยู่ในบ้านถึงจะได้ยินเสียงแล้วรีบมาเปิดประตูให้พวกเรายังไงล่ะ !"
จางเสี่ยวเสี่ยวยืนขวางหน้ากล้อง ใบหน้าที่อวบอูมของเขายิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น
ในมุมมองของเขา การที่ดาราดังอย่างพวกเขาไปกินข้าวบ้านคนธรรมดาถือเป็นการให้เกียรติอย่างมากแล้ว
จะมีใครที่ตาไม่ถึงกล้าปฏิเสธพวกเขาได้ลงคอกัน
เสียงทุบประตูของจางเสี่ยวเสี่ยวทั้งรัวและเร็ว แถมยังดังสนั่นจนเพื่อนบ้านละแวกนั้นพากันวิ่งออกมาดู
พวกเขารวมตัวกันดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้านสกุลซูข้างๆ นี้กันแน่
ไม่นานนักประตูเหล็กสีแดงบานใหญ่ก็เปิดออก
ชายชราผมสีเงินยวงในชุดถังจวงสีขาวสะอาดตาชะโงกหน้าออกมามองข้างนอก
เมื่อเขาเห็นกลุ่มทีมงานรายการยืนออขวางอยู่เต็มหน้าประตูบ้าน ความรู้สึกไม่พอใจก็ตีตื้นขึ้นมาในทันที
ตี๋ลี่เร่อปาเห็นท่าไม่ดีจึงฝืนยิ้มอย่างเก้อเขินแล้วเดินเข้าไปหาชายชรา
"สวัสดีค่ะคุณปู่ พวกเรามาจากรายการโต๊ะอาหารปริศนา ไม่ทราบว่าลูกหลานของบ้านคุณปู่อยู่ไหมคะ !"
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ตี๋ลี่เร่อปาถึงได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของชายชราท่านนี้อย่างชัดเจน
เธอมองเห็นว่าภายใต้เส้นผมสีเงินดอกเลาคือใบหน้าที่ดูมีชีวิตชีวาและเปี่ยมไปด้วยพลัง ท่าทางดูราวกับผู้บำเพ็ญเพียรที่หลุดพ้นจากโลกโลกีย์
ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกหลานของชายชราท่านนี้จะหน้าตาเป็นอย่างไร
บังเอิญจริงๆ ที่พวกเขากำลังถ่ายรายการอยู่พอดี ถ้าให้ลูกหลานของคุณปู่ท่านนี้เข้ากล้องด้วยสักหน่อยก็น่าจะช่วยดึงเรตติ้งรายการให้สูงขึ้นได้
"ทำไมล่ะ พวกเธอรู้จักเจ้าลูกชายบ้านฉันด้วยงั้นเหรอ"
ซูเจี้ยนกั๋วก้าวออกมาจากประตูเหล็ก เขามองตี๋ลี่เร่อปาด้วยรอยยิ้มและรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
ตามปกติแล้วเจ้าลูกชายคนนั้นจะกลับมาพักผ่อนที่บ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่ออยู่เป็นเพื่อนชายแก่อย่างเขา
แต่นี่เพิ่งจะวันจันทร์ ทำไมถึงมีรายการชื่อแปลกๆ มาหาถึงหน้าประตูบ้านได้ล่ะ
"เอ่อ ไม่ใช่ค่ะคุณปู่ พวกเราไม่ได้รู้จักกับลูกชายของคุณปู่หรอกค่ะ"
"รายการของพวกเราเพิ่งมาถึงที่นี่ ก็เลยอยากจะหาบ้านสักหลังเพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยน่ะค่ะ"
"ไม่ทราบว่าบ้านของคุณปู่จะสะดวกไหมคะ"
โดนซูเจี้ยนกั๋วถามแบบนั้นเข้าไปตี๋ลี่เร่อปาก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ แต่วินาทีต่อมาเธอก็ไม่ลืมภารกิจถ่ายทำของรายการ
เธอหน้าแดงก่ำแล้วถามซูเจี้ยนกั๋วด้วยความรู้สึกเกรงใจ
"โธ่เอ๊ย จะสะดวกหรือไม่สะดวกอะไรกัน ปกติฉันก็กินข้าวคนเดียวอยู่แล้ว"
"วันนี้มีคนมากินเพิ่มอีกสักกี่คนก็ไม่เห็นเป็นไรเลย"
"พอดีเลย เจ้าลูกชายของฉันเพิ่งส่งวัตถุดิบชั้นดีมาให้ล็อตหนึ่ง พวกเธอรีบเข้ามาลองชิมฝีมือฉันสิ"
"อ้อ จริงสิ ยกเว้นยัยป้าแต่งตัวฉูดฉาดคนนี้ก็แล้วกัน บ้านสกุลซูของเราไม่ต้อนรับผู้หญิงที่ไม่มีมารยาท !"
พูดจบซูเจี้ยนกั๋วก็นิ้วชี้ไปทางที่จางเสี่ยวเสี่ยวยืนอยู่ จากนั้นเขาก็ยิ้มแย้มแล้วพาตี๋ลี่เร่อปาพร้อมกับทีมงานรายการเดินเข้าไปในห้องที่อยู่ในลานบ้าน
ทิ้งให้จางเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่กับที่โกรธจัดจนหน้าบิดเบี้ยว รองพื้นบนใบหน้าหลุดร่อนลงมาเป็นแผ่นๆ
ตาแก่บ้า ไม่ให้ฉันกิน ฉันก็รังเกียจว่าของบ้านแกมันสกปรกเหมือนกันนั่นแหละ !
ฉันไม่เชื่อหรอกว่าครอบครัวแบบพวกแกจะมีของดีอะไรมารับแขกได้ !
[จบแล้ว]