เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 125 ครูใหญ่แสนสวย

ตอนที่ 125 ครูใหญ่แสนสวย

ตอนที่ 125 ครูใหญ่แสนสวย


หลังจาก'เย่ว์หยาง'กลับมาปราสาทตระกูลเย่ว์แล้ว  องค์หญิง'เชี่ยนเชี่ยน'ก็แยกจากมาและเข้าเฝ้า'จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้'เพื่อรายงานเหตุการณ์สังหารหมอผีปีศาจที่หุบเขาอินทรีร้องที่เทือกเขากุ่ยเจี้ยนโฉว ตอนแรก'เย่ว์หยาง'คิดว่าเขาจะได้รับรางวัลทันที  เขาไม่เคยคิดว่า'จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้'กลับทรงพิโรธ 'จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้'ทรงคิดว่าเด็ก 2 คนนี้ไม่เพียงแต่ประมาทไม่รีบกลับมารายงานยามที่พวกเขาพบกับหมอผีปีศาจ

พวกเขากลับตัดสินใจสืบสาวด้วยตนเอง  ถือว่าเป็นการทำผิด  แม้ว่า'เย่ว์หยาง'และองค์หญิง'เชี่ยนเชี่ยน'จะนำชัยชนะกลับมาบ้านได้ก็จริง แต่เขาคิดว่าเป็นการโชคดีแล้ว  ถ้าพวกเขาเจอพ่อมดปีศาจ (ลิช), หัวหน้าพ่อมดปีศาจแทนละก็  ชีวิตน้อยๆ ของพวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย  จึงมีบัญชาให้กักบริเวณพระธิดาของพระองค์ผู้รับงานไปทำโดยพลการในค่ายทหารเป็นเวลา 3 เดือน

โชคดีที่'เย่ว์หยาง'ถูกตัดสินว่าเป็นผู้ถูกบังคับให้ร่วมงานกับองค์หญิง'เชี่ยนเชี่ยน'และเป็นเหยื่อของความประมาทของพระธิดาของพระองค์ เขาจึงไม่ต้องรับโทษหนักมาก ทหารที่'จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้'ส่งมา บอกว่าสำหรับมุกกันน้ำที่'เย่ว์หยาง'ต้องการ ไม่ใช่ว่า'จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้'จะไม่พระราชทานให้เขา   เพียงแต่ว่าเขาต้องสอบผ่านความรู้ทั่วไปของการต่อสู้ของนักสู้เสียก่อน คำถามไม่ยากเกินไปสำหรับเขา  เขาน่าจะสอบผ่านได้ด้วยดี

อย่างไรก็ตาม นี่คือข้อสอบที่ไม่เหมือนการสอบในโรงเรียนทั่วไป สำหรับ'เย่ว์หยาง'แล้วมันทำให้ชีวิตยุ่งยาก  อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่'เย่ว์ปิง'ที่เรียนมาในสถาบันฉางจิงถึง 4 ปีก็ยังช่วย'เย่ว์หยาง'ไม่ได้เลย คิดจะโกงน่ะหรือ? เสียใจ ทำไม่ได้แน่ มีบางข้อที่ดูเผินๆ เหมือนจะง่าย  ยกตัวอย่างเช่น คำถามหนึ่งคือ  หอยสังข์ม่วงทองและเกลียวม่วงทองเกี่ยวข้องกันและกันอย่างไร? ตัวหนึ่งเป็นอสูรประเภทมีก้าม อีกตัวหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอสูรหุ่น  ใครจะไปรู้ได้ไอ้ 2 ตัวนี้มันเกี่ยวข้องกันและกันอย่างไร? 'เย่ว์ปิง'ก็ยังไม่เข้าใจ

ในที่สุด 'เย่ว์หยาง'ถือโอกาสถามปู่ห้าตอนที่ท่านเข้ามาเยี่ยม  ผู้อาวุโสห้าผงกหัวตีหน้าเคร่งขรึมบอกว่าทั้งสองต่างมีความสัมพันธ์ต่อกันและกันแน่นอน  ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม  เมื่อ'เย่ว์หยาง'ถามเขาว่าพวกมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร  ท่านผู้เฒ่ากลับแกล้งบอกว่าเป็นความลับ  ไม่ว่า'เย่ว์หยาง'จะแอบยุยง'เย่ว์ซวง'จอมซนให้ไล่ถอนเคราท่าน  ผู้เฒ่าก็ยังไม่ยอมบอกความเกี่ยวข้องกัน ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม ตัวอย่างอื่นๆ เป็นคำถามง่ายๆ เรื่องสมุนไพร  ถ้านักรบคนหนึ่งถูกอสูรงูทรายลายดาวกัด  ยาชนิดไหนดีที่สุดในการรักษาได้ทันที?  น้ำลายของกิ้งก่าหลังหนามหรือว่าน้ำเลี้ยงของต้นราเงิน?

หลังจากค้นดูจากสารานุกรมสัตว์อสูรและยารักษาโรค  'เย่ว์หยาง'ดูอย่างใจหาย ทั้งนี้เป็นเพราะ ไม่ใช่แค่เพียงพิษของงูทรายเท่านั้น  ยาอีกสองอย่าง คือน้ำลายของกิ้งก่าหลังหนามและน้ำเลี้ยงของตะไคร่เงินทั้งหมดเป็นของเหลวมีพิษร้ายแรง  มนุษย์ปกติจะตายภายในอึดใจเดียวถ้าใช้อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งสามมารักษาบาดเจ็บ  หรือว่าจะใช้หลักการพิษข่มพิษ?  'เย่ว์หยาง'เหงื่อตกเมื่อได้เห็นข้อเท็จจริงนี้   ช่างเป็นคำถามที่บ้าจริงๆ

แม้แต่'เย่ว์ปิง' นักเรียนตัวอย่างในสถาบันของนางก็ยังไม่รู้คำตอบ  แล้วตั้งคำถามแบบนี้มาได้อย่างไรกัน? มีบางคำถามที่'เย่ว์ปิง'ดูเหมือนทำได้ แต่ก็ทำไม่ได้  ตัวอย่างเช่น  ให้บรรยายระดับของสัตว์อสูร, คุณภาพของแก่นผลึกปีศาจ, หัวใจหุ่นและภาษาปีศาจ... 'เย่ว์หยาง'ตระหนักว่าถ้าเขาต้องทำข้อสอบด้วยกำลังตัวเอง  เขาคงได้คะแนนศูนย์ ตัวโตๆ แน่ ขนาดได้'เย่ว์ปิง'ช่วย เขายังทำได้เพียง 10 คะแนน

“จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้นี้ต้องทรงว่างมากแน่ สงสัยคงนั่งเฉยๆ จนปวดก้น ข้าเกลียดคนแบบนี้ที่สุด   พระองค์ไม่ยอมมอบสมบัติให้โดยตรงเล่า ถ้าหากว่าพระองค์มีจริง  แต่กลับมาทดสอบเรื่องไร้สาระกับข้า”

'เย่ว์หยาง'หงุดหงิดมาก  ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังเป็นเจ้าชายแห่งการทดสอบในอีกโลกหนึ่ง (ในเกม)  วิธีโกงของเขาทำให้เขาเลื่อนระดับไปถึงเป็นผู้วิเศษ  ใครกันจะรู้ว่าเขากลับสอบตกข้อเขียนอย่างหมดสภาพในเวลานี้ สิ่งที่ทำให้'เย่ว์หยาง'แทบบ้าก็คือตามรายงาน องค์หญิง'เชี่ยนเชี่ยน'สามารถทำคะแนนได้ถึง 65

เมื่อนางสอบข้อเขียนนี้  สำหรับ'จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้'  พระธิดาอีกคนหนึ่งของฮ่องเต้จอมเพี้ยนผู้มีชนมายุ 182 ปี  นางเป็นน้องขององค์หญิง'เชี่ยนเชี่ยน' อายุ 6 ปี ยังเล่นสนุกด้วยกันกับ'เย่ว์ชวง'เมื่อปีใหม่อยู่เลย  เธอยังทำคะแนนทดสอบได้ถึง 80 คะแนน นี่มันน่าขายหน้าสุดๆ เขาคงจะปล่อยวางดีกว่า ถ้าเขาไม่สามารถทำคะแนนได้สูงกว่าองค์หญิง'เชียนเชียน' นางมีการศึกษา ได้รับการพิจารณาว่าในอนาคตจะได้เป็นจักรพรรดินีแห่งต้าเซี่ย

ส่วนเขา...ยังเทียบกับเด็ก 6 ขวบไม่ได้เลย 'เย่ว์หยาง'เหมือนโดนระเบิดลงขนานใหญ่ เขาตัดสินใจไปเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาเพื่อเรียนรู้อย่างเข้มข้น ก็ตระกูลรังแกเขาจนไม่ได้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานเหรอ? ถ้าไม่ใช่เขา แต่เป็นสหายผู้น่าสงสาร ที่เอาแต่อ่านหนังสืออยู่ในบ้านทุกวัน  เขาอาจจะสอบผ่านก็ได้  เขาเพิ่งเดินทางมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เอง  ดังนั้น เขาจะรู้เรื่องหลายอย่างเหล่านี้ได้อย่างไร?

ถ้าเขาไปเข้าเรียนสัก 1 ปี  มีหรือที่จะไม่รู้เรื่องง่ายๆ แบบนี้ 'เย่ว์ปิง'ที่เหมือนจะสอบตกในการเรียนรู้  นางรู้แต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอสูรพฤกษาเท่านั้น  ก็ยังรู้สึกละอายใจตัวเอง  นางไม่รู้อะไรมากไปกว่าอสูรพฤกษาเลย

“พี่สาม! ข้ายังคงต้องการไปเรียนพร้อมกับพี่  อย่างไรก็ตาม มันค่อนข้างลำบากสำหรับข้าที่จะย้ายไปเข้าเรียนโรงเรียนของพี่ จากสถาบันฉางจิง”

'เย่ว์ปิง'ต้องการลาออกจากสถาบันฉางจิงซึ่งมีชื่อเสียงดีที่สุด และย้ายไปเรียนในสถาบันที่แย่ที่สุดอย่างฉางชุนเถิง  ความจริง มันไม่สำคัญว่านางจะไปเรียนที่โรงเรียนไหน  นางแค่ต้องการตามพี่ชายของนาง  สถาบันฉางชุนเถิงเป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่เทียบกับสถาบันฉางจิงไม่ได้ ในเรื่องหลักสูตรอสูรสายพฤกษาและอสูรแมลง  อย่างไรก็ตาม หลักสูตรอสูรสัตว์ร้ายและอสูรปีกของที่นั่นยังนับว่าไม่ได้แย่กว่าสถาบันฉางจริงเลย  แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญต่อ'เย่ว์ปิง'ที่ถนัดเฉพาะอสูรสายพฤกษาเท่านั้น

“ดูเหมือนว่าข้าต้องส่งจดหมายถึงอี้หนานเสียแล้ว”

'เย่ว์หยาง'ตัดสินใจส่งจดหมายถึง'อี้หนาน'เพื่ออนาคตชีวิตที่สุขสม  เขาสั่งคนใช้ของเขาให้ไปสมาคมนักล่าในที่รวมนักรบเพื่อให้ส่งจดหมาย นี่คือข้อความในจดหมายเขา

“พี่อี้หนาน!  อย่างที่มีคำกล่าวไว้ว่า ความหนุ่มสาวของท่านอาจเสียไปเปล่าหาท่านไม่เห็นคุณค่าของเวลาและเราต้องสู้เพื่อให้ประสบความสำเร็จ  นั่นคือสาเหตุที่เราต้องเห็นคุณค่าเวลาของเรา  เราต้องจีบสาวๆ ให้ได้มากขณะที่เรายังหนุ่มสาวอยู่   นั่นจะทำให้เราเป็นผู้ใหญ่อย่างมีความสุข  ข้าได้ยินว่ามีสาวสวยเป็นจำนวนมากในโรงเรียน พวกนางเปิดเผยและน่าหลงใหล  บางครั้งพวกนางไม่สามารถทนรอให้ผู้ชายมาจีบก็มีบ้างที่ฉุดชายหนุ่มรูปหล่อไม่ว่าจะเป็นที่สวน สนามหญ้า, ป่า เนินเขาหรือแม้แต่ในศาลา  เพื่อช่วยรักษาสาวๆ เหล่านี้ผู้กำลังหมดหวังในความรัก เพื่อจะปลดปล่อยพวกนางจากความเจ็บปวดที่กำลังเผาผลาญความหลงใหลที่ทำลายร่างกายพวกนาง  ข้าตัดสินใจที่จะเสียสละครั้งยิ่งใหญ่แล้ว  ข้าตัดสินใจเข้าโรงเรียนเพื่อจะได้ไปสอนความรักที่ถูกต้องแก่พวกนาง  ข้าจะตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศตรงข้ามทุกอย่างเพื่อให้พวกนางได้เข้าใจมากขึ้น  ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการสร้างรากฐานที่แข็งแรง สำหรับชีวิตรักที่สุขสมในอนาคต  มันยากที่จะสู้ได้เพียงลำพังนะ  ข้าออกจะหายใจไม่ออกถ้าหากหน้าอกพวกนางใหญ่พอ  สถานการณ์ที่สำคัญแบบนี้ ข้าต้องการความช่วยเหลือของเจ้านะ พี่อี้หนาน  เรามาว่ายทะเลอกสาวๆ ด้วยกันนะ...”

เขาไม่รู้ว่าสตรีอย่าง'อี้หนาน'จะทำหน้ายังไงเมื่อนางได้อ่านจดหมายนี้

อย่างไรก็ตาม 'เย่ว์หยาง'สามารถรับรองได้ว่า 'อี้หนาน'จะต้องรีบวิ่งตามมาที่สถาบันทันใด หลังจากได้อ่านจดหมายแล้ว ขณะเดียวกัน  'เย่ว์หยาง'ยังเขียนจดหมายถึง 'เจ้าอ้วนไห่', 'เย่คง',และคนอื่นๆ  อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องสาวสวย  จดหมายเขาแค่เขียนคำไม่กี่คำ ...

เข้าเรียนในสถาบันฉางชุนเถิง สมาชิกในตระกูลถึงกับถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่เมื่อพวกเขาได้ยินว่า'เย่ว์หยาง' เจ้าตัววุ่นผู้นี้ตัดสินใจไปโรงเรียน พวกเขาสนับสนุนทุนการศึกษาเป็นทอง 100 เหรียญ แน่นอนว่าในใจ'เย่ว์หยาง'คิดว่าเขายังคงสูญเสียมากกว่า  ทั้งนี้เป็นเพราะตระกูลเย่ว์ยอมรับโครงกระดูกของมังกรเยือกแข็งยักษ์  ผู้อาวุโสห้ากล่าวว่า โครงกระดูกมังกรยักษ์นี้สามารถเอามาสร้างหุ่นมังกรยักษ์ได้

ใช้เวลาสร้าง 3 ปี  เขาคาดว่าจะสามารถสร้างเป็นหุ่นมังกรยักษ์อสูรทองแดงระดับ 7 ได้ เมื่อเขาได้ยินว่ากระดูกมังกรยังสามารถสร้างของที่มีประโยชน์ได้ถึงเพียงนี้  'เย่ว์หยาง'รู้สึกว่าตนได้สูญเสียอย่างใหญ่หลวงเสียแล้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าโครงกระดูกมังกรยักษ์เป็นของที่ก่อนหน้านี้ เขาไม่ต้องการ กลับเป็นของที่คนในตระกูลเย่ว์ต้องการ เพื่อยกย่องที่'เย่ว์หยาง'สามารถสังหารมังกรเยือกแข็งยักษ์ได้

ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ยกย่องแม่สี่ว่าเป็นผู้มีความสามารถเลี้ยงดูเขาได้ดีในช่วงที่จัดงานเลี้ยงของตระกูล เขาเสนอให้แม่สี่เขียนเทคนิคดูแลเลี้ยงลูกไว้ในบันทึกเหตุการณ์ประวัติสำคัญของตระกูล เพื่อให้คนรุ่นหลังได้จดจำผลงานของแม่สี่ที่มีต่อตระกูลเย่ว์ในฐานะแบบอย่างของภรรยาผู้มีคุณงามความดี เขียนในนามสะใภ้ตระกูลบันทึกเหตุการณ์สำคัญของตระกูลใหญ่จำต้องต้องได้รับการอ้างถึงโดย 3 ผู้อาวุโสของตระกูล

แต่ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห'เสนอขึ้นในระหว่างงานเลี้ยงตระกูลด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตกตะลึงกันทั้งตระกูล ตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมา โดยวัดจากความสำเร็จของบุตร เพราะพลังของ'เย่ว์หยาง' สถานะของแม่สี่ในตระกูล จึงได้รับการยกย่องอย่างสูงในระยะเวลาสั้นๆ  ตอนนี้ไม่มีใครกล้าเยาะเย้ยนางแล้ว ทั้งญาติและบริวารที่เคยรังแกนางก่อนหน้านี้ ต่างพากันไปเยี่ยนเยือนนาง ขอร้องให้นางยกโทษให้ โชคดีที่แม่สี่เป็นคนใจดี  นางไม่ถือสาพวกเขา มิฉะนั้นแล้วจะต้องมีคนหลายคนถูกเฆี่ยนด้วยไม้แผ่น...

ตอนนี้ คนทั้งตระกูลเย่ว์เข้าใจสถานะของแม่สี่แล้ว  ยิ่งไปกว่านั้นสถานะของนางจะไม่ตกต่ำไปอีกนาน สถานะของนางมีแต่จะสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต  ทั้งนี้เป็นเพราะเจ้าบ้า'เย่ว์หยาง' ที่ฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา  จู่ๆ ก็ขึ้นมามีอำนาจ ในอนาคตไม่มีใครรู้ว่ายังจะมีอำนาจมากขนาดไหน คนเป็นอันมากคิดว่าแม้ใช้การประเมินแบบอนรักษ์นิยม  เจ้าเด็กบ้านี่อย่างน้อยก็คือ'เย่ว์ชิว'คนที่สอง  เขากำลังก้าวเท้าตามบิดาของเขา และจะกลายเป็นนักสู้ระดับ 7 (เหนือมนุษย์)

คนที่ 2 'เย่ว์หยาง'ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของตระกูล  แต่ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ได้จัดที่นั่งให้เขาและนั่งใกล้ๆ ที่นั่งของเขา เขาแค่เป็นรองจากนายใหญ่'เย่ว์ซาน', และนายรอง'เย่ว์หลิ่ง' ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ได้ยืนยันสถานะให้'เย่ว์หยาง'ชัดเจนแล้ว ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ไม่เห็น'เย่ว์หยาง'  ดังนั้นท่านจึงไม่พูด'เย่ว์หยาง'ระหว่างงานเลี้ยงของตระกูล เขายกย่องแม่สี่อยู่หลายครั้ง แม้กระทั่งให้รางวัลนางเป็นบันทึกบรรพบุรุษ  ดูผิวเผิน เขาบอกว่าบันทึกนั้นเป็นรางวัลสำหรับคุณงามความดีของนาง

แต่แม้แต่คนโง่ก็ดูออกว่านี่เป็นวิธีการฝากคู่มืออสูรหุ่นไปให้'เย่ว์หยาง' นี่คือหนังสือที่ถูกบันทึกในการร่วมทำงานระหว่างภูตอัจฉริยะ'เย่ว์กง'และปรมาจารย์หุ่นทั้ง 5 ของตระกูลเย่ว์ ไท่, หัว, เหอ, หง,และซง ก็คือคู่มืออสูรหุ่น  มันเป็นสมบัติที่ล้ำค่ำที่สุดของตระกูลเย่ว์  จำนวนคนในตระกูลเย่ว์ที่เป็นเจ้าของคู่มือนี้แทบจะนับนิ้วได้เลย  คุณชายใหญ่'เย่ว์เทียน'และคุณชายสี่'เย่ว์เยี่ยน'อยากได้มันเป็นเวลานานแล้ว

แต่ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'และผู้อาวุโสคนอื่นๆ ไม่เคยให้พวกเขา  ใครจะคิดว่าวันนี้ คนที่ได้รับสมบัติที่ล้ำค่านี้จะเป็น'เย่ว์หยาง'คนที่สร้างศัตรูทั้งตระกูล? นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าความแข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลก  มันก็ยังเป็นความจริงตามวิถีของตระกูลเย่ว์ที่มีมาโดยพวกเขาได้ยึดถือกันมาหลายรุ่นแล้ว  ใครก็ตามที่โดดเด่นที่สุดจะได้รับผลประโยชน์มากที่สุดและการสนับสนุนจากทั้งตระกูล ในฐานะผู้รักษาการหัวหน้าตระกูล

'เย่ว์ชาน'ไม่โกรธเลย แล้วยังปรบมือกระตือรือร้นมอบคู่มืออสูรหุ่นให้แม่สี่  ยิ่งไปกว่านั้น เขายังกล่าวขอโทษสำหรับเรื่องเข้าใจผิดก่อนหน้านี้ เมื่อ'เย่ว์ปิง'บอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังจากที่นางกลับมา  'เย่ว์หยาง'ชักกลัวจริงๆ 'เย่ว์ซาน'ผู้นี้เป็นนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ  โชคดีที่เขาไม่ใช่'เหล็งฮู้ชง' (จากเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร) มิฉะนั้นคงเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ...

10 วันต่อมา 'เย่ว์หยาง'กับ'เย่ว์ปิง'จำต้องอำลาแม่สี่และเดินทางไปฉางจิง เมืองหลวงของอาณาจักรต้าเซี่ย 'เย่ว์ปิง'ไปเตรียมตัวทำเรื่องขอลาออกจากสถาบันฉางจิง ขณะที่'เย่ว์หยาง'ตรงไปที่สถาบันฉางชุนเถิงที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถาบันฉางจิงเพื่อรายงานตัวเข้าศึกษา เมื่อเทียบความสูงเด่น  ความเก่งที่เห็นได้จากหน้าประตูสถาบันฉางจิง  สถาบันฉางชุนเถิงที่ถูกถนนใหญ่แบ่งแยกจากสถาบันฉางจิง ก็เหมือนขยะที่ไม่มีอะไรจะขยะยิ่งกว่า นอกจากดูเขียวขจีสวยดี นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเลย

“มีใครอยู่นี่ไหม?”

'เย่ว์หยาง'กังวลว่าถ้าเขาตะโกนดังเกินไป  หลังคาและผนังทรุดโทรมจะพังทลายลงมา  ดังนั้น เขาทำได้เพียงเรียกออกไปด้วยเสียงเบา

“เอาล่ะ, ประตูนี้เป็นแบบนี้มาหลายร้อยปีแล้ว  มันไม่พังหรอก อย่าห่วงมากนักเลย  เข้ามาเถอะ”

มีชายชราไว้เคราแพะคนหนึ่งโผล่หัวออกมาจากข้างในโบกมือให้'เย่ว์หยาง' 'เย่ว์หยาง'เริ่มเหงื่อตกจนพูดไม่ออก   เขาควรจะไปเข้าเรียนสถาบันฉางจิงที่สูงเด่น ยามมองจากประตู ข้างในมีนักเรียนสาวรุ่นพี่หุ่นดีรอต้อนรับน้องใหม่ และแต่งตั้งนักเรียนหนุ่มหล่อให้เป็นหัวหน้านักเรียน และยังมียามเกราะเงินมองดูสูงตระหง่านเฝ้ายามอยู่ด้านนอก  ส่วนสถาบันฉางชุนเถิงนี้ เหมือนกับนรก

ถ้าเขาต้องการถ่ายหนังสยองขวัญ เขาไม่ต้องทำเอ็ฟเฟ็คปล่อยควันสีขาวเลย  แค่ลงมือถ่ายทำได้ทันที  ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว  พวกเขาแค่ส่งชายชราไว้เคราแพะมาต้อนรับนักเรียนใหม่  อย่างนี้ก็เหมือนกับบีบบังคับให้นักเรียนไปเข้าเรียนที่ฉางจิงแทนไม่ใช่หรือ? ในโรงเรียนอย่างนี้ เขาจะไปหาสาวงามได้จากไหน? 'เย่ว์หยาง'เหงื่อตกเป็นห่าฝน เขาไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับการพิชิตสาวงาม 2-3 คน ตามที่เจ้า'อ้วนไห่'พูดถึง   โอกาสที่เขาจะพิชิตใจสาวงามจากสถาบันฉางจิงคงจะแน่นอนดีกว่า พอเห็นชายชราไว้เคราแพะผู้นี้ที่เป็นเหมือนเจ้าบ้านจอมละโมบ  'เย่ว์หยาง'ถามกันแบบไม่มีกั๊กเลยว่า

“คุณครูสาวสวยจากสถาบันของท่านไปไหนหมด?  ทำไมพวกนางส่งท่านมารับนักเรียนใหม่ล่ะ?  ท่านไม่รู้หรือว่าสารรูปท่านจะไล่นักเรียนใหม่ให้หนีไปง่ายๆ ได้?”

ชายชราเคราแพะโบกมือพัลวัน

“นักเรียนที่อยู่ตรงนี้ ข้าเป็นครูที่ดูดีที่สุดในสถาบันนี้แล้ว  ไปที่พักได้แล้ว”

“ข้าจะกลับบ้านล่ะ”

พอได้ยินว่าครูสาวสวยไม่อยู่ที่นี่ และคนหล่อที่สุดในโรงเรียนนี้เป็นตาแก่คนหนึ่ง  เขาคิดว่าเขาคงทรมานใจแน่ถ้าเข้าเรียนในสถาบันนี้

“อย่าทำแบบนี้เลย ครูคนสวยก็ยังสอนอยู่ที่นี่  อย่างไรก็ตาม ข้าเชื่อว่าเจ้าควรจะเข้าใจว่าบรรยากาศที่ดีเป็นเรื่องใหญ่  มันดูเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า ถ้ามีครูคนงามมายืนต้อนรับนักเรียนใหม่ที่นี่ นั่นก็หมายความว่า นางไม่ใช่ของจริง ความงามที่แท้จริง  สิ่งดีๆ หลายอย่างมักยากจะจับต้องได้ ถ้าเจ้ามองแต่เพียงผิวเผิน แล้วเจ้าจะพบไข่มุกที่วางอยู่บนเตียงในมหาสมุทรได้อย่างไร?  ชายชราเคราแพะยับยั้งไม่ให้เย่ว์หยางจากไป  และเอาหนังสือมีภาพสีประกอบออกมาจากชุดของเขา ”ไม่มีทางเลือกอื่น ข้าจะยอมให้เจ้า นักเรียนใหม่ได้ดูแคตตาล็อคภาพสาวงามประจำโรงเรียนของเรา มีสี่สาวงามในโรงเรียนของเรา  แต่ละนางงามล่มเมืองทั้งนั้น ยังมีสี่บุปผางามของสถาบัน และแต่ละนางก็สดใส นุ่มนวล อ่อนหวานทั้งนั้น  สุดท้ายนี้เรายังมีครูคนงามอีก 2 นาง เจ้า...ต้องการดูไหม?”

“ต้องการสิ”

ภูมิต้านทานคนงามของ'เย่ว์หยาง' เป็นศูนย์

“จ่ายมาก่อน, แคตตาล็อกคนงามของสถาบันเรา ใช่ว่าจะเปิดดูได้ทั่วไปนะ”

ผู้เฒ่าเคราแพะเกือบจะน็อค'เย่ว์หยาง'ลงกับพื้น แต่มันก็ยังเป็นวิธีที่ดี  อย่างน้อยเขาคงไม่จำเป็นต้องสู้กับหมาป่าสถาบันฉางจิงที่มาปล้นคนงามที่มีอยู่อย่างจำกัดไป 'เย่ว์หยาง'อดทนเจ็บใจจ่ายเงินไป 5 เหรียญทอง เตรียมพร้อมที่จะจ่ายค่าลงทะเบียนและรับแคตตาล็อกคนงามไป ใครจะรู้กันว่าผู้เฒ่าเคราแพะผู้นี้โบกมือส่ายศีรษะพูดว่า

“นักเรียน ค่าลงทะเบียนของเจ้าไม่ใช่ 5 เหรียญทอง แต่เป็น 50 เหรียญทอง  ดีที่สุดหากเจ้าจ่ายเพิ่มอีก 50 เหรียญทองเป็นเงินฝาก  มิฉะนั้นข้าจะไม่ช่วยให้เจ้าได้ลงทะเบียน”

พอได้ยินเช่นนี้ 'เย่ว์หยาง'แปลกใจอย่างมาก ไม่นานหลังจากนั้น เขาคว้าเสื้อของชายชราเคราแพะแผลเสียงอย่างโกรธเคือง

“ตาแก่, กล้าขึ้นราคาต่อหน้าต่อตาข้าหรือ?  ทุกคนจ่ายกันแค่ 5 เหรียญทอง ทำไมข้าถึงต้องจ่าย 50 เหรียญทองเล่า”

ชายชราเคราแพะถูก'เย่ว์หยาง'ยกจนลอย แต่สีหน้าของเขายังยิ้มเป็นปกติ

“เราสถาบันฉางชุนเถิงสอนนักเรียนอยู่บนพื้นฐานความสามารถของพวกเขา แม่นางน้อยที่มาคู่กับเจ้ามีพลังภายในที่สมบูรณ์และอนาคตสดใสรออยู่  นางยังเป็นคนงาม และสามารถดึงดูดนักเรียนใหม่มาเข้าโรงเรียนเรา  เราไม่ว่าอะไรที่จะรับให้นางลงทะเบียนเรียนฟรีๆ  แต่สำหรับตัวเจ้า  เจ้ามันตัวลามกอย่างเห็นได้ชัด  ถ้าเจ้าลงทะเบียนได้ เจ้าจะต้องขโมยแคตตาล็อกคนงามของเราไปแน่  เจ้านิสัยตรงกันข้ามกับแม่นางน้อยนั่น ยิ่งไปกว่านั้น  เจ้ายังอารมณ์วู่วาม  ถ้าเจ้าไปต่อสู้กับคนอื่นๆ เดือนละไม่กี่ครั้ง  เป้นไปได้อย่างไรที่เราจะไม่ยอมรับเงินจากคนโง่อย่างเจ้าให้มากไว้?  ทอง 50 เหรียญเป็นเงินประกันพิศษที่จะระมัดระวังไม่ให้เจ้าไปก่อเรื่องสูญเสียชื่อของสถาบัน”

“ท่านคิดว่าข้าเป็นคนชั่วร้ายที่เอาแต่ไล่ปล้ำผู้หญิงหรือไง? ข้า และครอบครัวข้าจนจริงๆ นะ มันเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะทำมาหากินหาทรัพย์มาได้ ผู้คนทั้ง 18 รุ่นของตระกูลข้าจะต้องเป็นแรงงานข้ามชาติ  จึงต้องแสวงหาความรู้  พวกเราทุกคนยังเป็นเกษตรกรอยู่  หลังจากพ่อแม่ข้าตาย  ข้าก็ได้ท่านอาคอยเลี้ยงดูให้ความรู้ข้า  ข้าได้กินแค่ยามหิวเท่านั้น  5 เหรียญทองเป็นเงินที่ข้าอดออมเก็บไว้หลังจากอดอยากมาเป็นเวลา 10 ปี  เมื่อสะสมทีละนิดๆ ในที่สุดก็ได้มากเท่านี้”

'เย่ว์หยาง'เกือบจะพูดว่าเขาเป็นเหมือนเด็กหญิงไม้ขีดไฟ จากหนังสือของฮานส์ แอนเดอสัน

“ข้าเข้าใจ และก็เห็นอกเห็นใจสถานะของครอบครัวเจ้า  อย่างไรก็ตาม เจ้าเป็นนักเรียนคนแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียนที่กล้าคว้าคอเสื้อครูใหญ่โรงเรียน  ขอแค่ 50 เหรียญทองจากเจ้า ก็ไม่ถือว่ามากเกินไปหรอก”

ชายชราเคราแพะอธิบายอย่างใจเย็น

“ท่านเป็นครูใหญ่โรงเรียนเหรอ?”

'เย่ว์หยาง'รีบวางชายชราเคราแพะลงเมื่อได้ยินเขาพูด

“รองฯ”

ผู้เฒ่าเคราแพะยอมรับ

“อย่างงั้น ใครเป็นครูใหญ่จริงๆ?”

ก่อนที่เขาจะมาโลกนี้ 'เย่ว์หยาง'อ่านนิยายมาหลายเรื่อง บ่อยครั้งที่มีโรงเรียนในเรื่องเหล่านั้น  รองครูใหญ่เป็นคนเลว  ขณะที่ครูใหญ่จะเป็นคนดี  บ่อยครั้งที่ครูใหญ่จะไม่สนใจเรื่องการบริหารกลับดื่มจนเมาแทน  อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าเขาจะทำท่าเหมือนเป็นคนโง่  เขาก็ยังแข็งแกร่งเชี่ยวชาญยอมรับพระเอกเป็นศิษย์  ที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าครูใหญ่จะเป็นคนน่าเกลียดอย่างไรก็ตาม  เขามักจะมีหลานสาวที่โสดและสวย

สรุปได้ว่า แม้หลังจากที่เขาเดินทางข้ามมิติมาอีกโลกหนึ่ง เขาต้องอยู่ห่างๆ จากรองครูใหญ่ให้ดี แต่ถ้าเขากลายเป็นคนคุ้นเคยกับรองครูใหญ่นี้  ก็จะทำให้เขาเข้าถึงสาวๆ ได้ง่ายกว่า

“ครูใหญ่ตัวจริงก็คือ ครูสาวแสนสวยที่ข้าเพิ่งเอ่ยถึง  นางเป็นหนึ่งในครูแสนสวยของเรา  และยังเป็น 1 ใน 10 สาวงามของเราอีกด้วย”

ผู้เฒ่าเคราแพะจงใจ พลิกหนังสือไปที่ภาพประกอบสาวสวยต่อหน้า'เย่ว์หยาง'  ภาพสาวงามเป็นภาพกึ่งเปลือยที่ดูยั่วยวนอารมณ์เหมือนกับนางเพิ่งขึ้นมาจากอ่างอาบน้ำ  'เย่ว์หยาง'กลืนน้ำลายทันทีที่เห็นภาพนี้  เป็นไปได้หรือที่สาวเซ็กซี่นางนี้จะเป็นครูใหญ่

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=125

จบบทที่ ตอนที่ 125 ครูใหญ่แสนสวย

คัดลอกลิงก์แล้ว