- หน้าแรก
- ฉันคือศัตรูระดับเทพของโลกแห่งฝันร้าย
- บทที่ 100 มหาเศรษฐีหลีเกอ
บทที่ 100 มหาเศรษฐีหลีเกอ
บทที่ 100 มหาเศรษฐีหลีเกอ
บทที่ 100 มหาเศรษฐีหลีเกอ
หลายวันต่อมา เบื้องบนก็รีบประกาศเรื่อง 'แมลงสีขาว' บนแอปพลิเคชันรุ่งอรุณอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ตื่นรู้จำนวนมากระมัดระวังตัว
ในขณะเดียวกัน สำหรับภาคประชาชน ทางการได้ออก 'ประกาศป้องกันแมลง' ผ่านสื่อหลักทุกช่องทาง เพื่อเตือนให้ประชาชนทั่วไปสังเกตแมลงสีขาวตัวเล็กประหลาดที่คล้ายกับเพลี้ยแป้งซึ่งปรากฏขึ้นในบ้านหรือบริเวณใกล้เคียง
เดิมทีกลิ่นอายมลพิษนั้นไร้สีไร้รูป แต่หลังจากกลายเป็นแมลงสีขาวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ต่อให้ไม่ใช่ผู้ตื่นรู้ ก็ยังสามารถมองเห็นมันได้ด้วยตาเปล่า
เมืองจวนในฐานะสถานที่แรกที่พบแมลงสีขาว นับตั้งแต่วันที่สามหลังจากเกิดเหตุการณ์ ก็มีการฉีดพ่น 'ยากำจัดแมลง' ไปทั่วทุกตรอกซอกซอย
หลีเกอเคยถามหวงโก้วว่า 'ยากำจัดแมลง' นี้มีประสิทธิภาพจริงๆ หรือไม่
คำตอบของหวงโก้วคือ แทนที่จะเรียกว่า 'ยากำจัดแมลง' สู้เรียกว่าเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่คล้ายกับลูมินอลจะดีกว่า
สารเคมีลูมินอลเมื่อสัมผัสกับเลือดจะเรืองแสง มักใช้ในงานสืบสวนสอบสวนทางอาญา ประสิทธิภาพของ 'ยากำจัดแมลง' ตัวนี้ก็คล้ายคลึงกัน
หลีเกอพูดอย่างไม่เกรงใจ "ของดีแบบนี้ทำไมไม่เอามาวางขายล่ะ"
เธอเป็นพวกขาดแคลนคะแนนอย่างนั้นหรือ
ตอนนี้หลีเกอมีคะแนนเยอะจนไม่มีที่ให้ใช้!
หวงโก้ว "……วางขายแล้วรอให้เธอมากวาดของจนเกลี้ยงสต๊อกในพริบตาหรือไง เธอรู้ไหมว่าสารเคมีนี้มันทำยากแค่ไหน!"
แค่ฉีดพ่นให้ครอบคลุมเมืองจวนก็แทบจะไม่พอใช้แล้ว!
หลีเกอตบโต๊ะ "นี่คือเหตุผลที่พวกเธอจำกัดจำนวนครั้งในการซื้อของฉันใช่ไหม กล้าๆ ใจป้ำหน่อยได้ไหม!"
หวงโก้วที่อยู่ปลายสายกลอกตา
ถ้าไม่จำกัดล่ะก็ ยายเด็กปีศาจนี่ต้องไปเทหมดหน้าตักแน่!
ผู้ตื่นรู้คนอื่นยังคงตั้งหน้าตั้งตาหาคะแนนอย่างขยันขันแข็ง แต่เธอสิ เล่นกวาดของในสต๊อกของหน่วยจัดการเรื่องผิดปกติไปครึ่งหนึ่งในรวดเดียว
ต้องรู้ไว้ว่าไอเทมเหล่านี้ล้วนต้องพึ่งพาผู้ตื่นรู้ผู้มีพลังพิเศษไม่กี่คนนั้นไปทำการ 'ลงอาคม' ให้ ยังไงเสียหวงโก้วก็ได้ยินมาว่า สองสามคนนั้นเหนื่อยจนแทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว
มีอยู่คนหนึ่งหลังจากได้ยินพฤติกรรมสายเปย์ดั่งมหาเศรษฐีของหลีเกอ ก็ตกใจจนเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเลย
ไอเทมยอดฮิตไม่กี่อย่างที่ระบบหลังบ้านของแอปพลิเคชันรุ่งอรุณวางขายอยู่ในขณะนี้ [ผ้าพันแผลรักษา] [โล่อากาศ] [เชือกรองเท้าปราดเปรียว] [การ์ดกระโดดข้ามมิติ] [เมล็ดพันธุ์ระเบิด]……
เกือบถูกเธอซื้อจนต้องถอดออกจากชั้นวาง ไม่มีทางเลือก ระบบหลังบ้านจึงจำเป็นต้องออกกฎจำกัดการซื้อ 100 ชิ้นต่อคนต่อเดือน
กฎข้อนี้ยังทำให้ผู้ตื่นรู้จำนวนไม่น้อยนำไปเยาะเย้ย
[ขำจะตาย ทางการประเมินฉันสูงไปไหม ฉันเป็นคนประเภทที่มีปัญญาซื้อทีเดียว 100 ชิ้นรวดอย่างนั้นหรือ]
[จะว่าไปก่อนหน้านี้มีใครเห็นความสำคัญของคะแนนบ้างล่ะ ตอนนี้ผ้าพันแผลรักษาชิ้นหนึ่งก็ปาไปหนึ่งพันคะแนนแล้ว ภารกิจระดับความอันตรายทั่วไปให้แค่ร้อยคะแนนเอง! ฉันต้องออกภารกิจตั้งสิบครั้งถึงจะซื้อผ้าพันแผลได้ชิ้นเดียวนะ!]
[ฉันเห็นสต๊อกสินค้าเกือบทุกอย่างโชว์ว่าลดลง 100 ชิ้นพร้อมกันเลย ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าไอ้บ้าตัวไหนมันถึงได้รวยล้นฟ้าไร้ความเป็นคนขนาดนี้!]
[เมนต์บนกล้ามากนะ! กล้าพูดจาโอหังกับพ่อบุญธรรมแม่บุญธรรมของฉัน ลากตัวออกไปประหารเดี๋ยวนี้!]
ปลายสาย หวงโก้วเปิดไมค์อย่างเมามัน แล้วเริ่มอ่านคำวิจารณ์ของผู้ตื่นรู้จำนวนมากที่มีต่อหลีเกอให้เธอฟัง
หลีเกอแคะหู "ลดลูกเล่นลงหน่อย เพิ่มความจริงใจเข้ามาบ้าง เธออุตส่าห์โทรหาฉัน คงไม่ใช่แค่เพื่อมาคุยเล่นหรอกมั้ง ค่าตัวฉันแพงมากนะ"
หวงโก้วโยนเหยื่อล่อ "สารเคมี 2 ลิตร เธอช่วยเป็นผู้นำทีมออกไปทำภารกิจสักงานสิ"
หลีเกอ "เธอให้ทานขอทานอยู่หรือไง บ๊ายบาย วางล่ะนะ"
หวงโก้วกัดฟันกรอด "แถมไอเทมสำหรับบินที่ทางการเพิ่งพัฒนาออกมาล่าสุดให้เธอหนึ่งชิ้น แค่นี้พอใจหรือยัง!"
หลีเกอ "สี่ชิ้น!"
หวงโก้ว "สามชิ้น ไอ้หนุ่มศพเดินได้ในทีมของเธอไม่ใช่ว่าไม่มีปีกสักหน่อย!"
"อ้อ อีกชิ้นที่เหลือฉันจะเอาไว้ใช้เอง~"
หวงโก้ว: จี้เฟยอวี๋มีเพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าแบบเธอ นับเป็นบุญวาสนาของเขาจริงๆ!
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก
"หลังจากฉีดพ่นสารเคมีแล้ว ก็พบร่องรอยเส้นทางการเคลื่อนไหวของแมลงสีขาว ซึ่งมันตรงกับทิศทางของผู้หญิงที่ชื่อจินเหยียนพอดี"
"สถานการณ์ทางฝั่งเมืองจวนขาดคนไม่ได้ คงต้องพึ่งให้เธอพาคนไปจัดการสักรอบแล้วล่ะ"
"แล้วผู้หญิงคนนั้นพาแมลงหนีไปไหนแล้ว"
"เส้นทางการเคลื่อนไหวขอปิดเป็นความลับชั่วคราว"
หลีเกอเบ้ปาก ไม่ต้องใช้เวลาคิดนานนัก "ตกลง รับภารกิจนี้ก็ได้ แต่ขอพูดดักไว้ก่อนเลยนะ ฉันไม่เป็นพี่เลี้ยงเด็กหรอก ชีวิตใครก็รับผิดชอบกันเอาเอง"
หวงโก้วตอบรับ "วางใจเถอะ มีคนเป็นพี่เลี้ยงให้แน่นอน"
หลีเกอคิดในใจ ไม่รู้ว่าไอ้คนซวยที่ไหนจะโชคร้ายขนาดนี้
ไอ้คนซวยบางคนที่เพิ่งจะเป็นพี่เลี้ยงผู้เยาว์เสร็จหมาดๆ จามออกมาอย่างแรง
ฉู่เทียนมองดูภารกิจใหม่ที่เบื้องบนส่งมาให้ อืม รับผิดชอบติดตามร่องรอยแมลงสีขาวที่หลุดรอดออกไป ตำแหน่ง: รองผู้นำทีม
"ครั้งนี้ต้องพาพวกผู้ใหญ่ไป น่าจะสบายขึ้นหน่อยมั้ง"
ฉู่เทียนพยักหน้าอย่างมั่นใจ เขาเป็นคนที่เคยผ่านการทุบตีจากทีมเด็กปีศาจมาแล้ว ตอนนี้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นเหนียวแน่นยืดหยุ่น พอที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้สบายมาก หึหึหึ~
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น รถบัสก็มาจอดอยู่ที่หน้าทางเข้าเขตวิลล่า
บนรถนอกจากฉู่เทียนและคนขับรถแล้ว ยังมีคนนั่งอยู่อีกหกคน
ตอนที่พวกของหลีเกอทั้งสี่คนก้าวขึ้นรถ เสียงซุบซิบนินทาภายในรถก็หยุดลงกะทันหัน ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่พวกเขาเป็นตาเดียว
มีคนกดเสียงต่ำร้องอุทาน "ให้ตายสิ ฉันก็ว่าอยู่ว่าใครกันนะถึงได้บารมีใหญ่โตขนาดต้องมีรถมารับโดยเฉพาะ ที่แท้ก็เป็นทีมพี่สาวค้อนนี่เอง!"
"ภารกิจรอบนี้ราบรื่นแน่นอนแล้ว พวกเรานอนรอรับผลงานได้เลยใช่ไหมเนี่ย"
หลีเกอหาวหวอดด้วยท่าทางเกียจคร้าน แล้วพยักหน้าให้ฉู่เทียนเล็กน้อยถือเป็นการทักทาย
หลินซือเถามัดผมแกละสองข้าง ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต "แหม~ ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะเสี่ยวฉู่ ทำไมดูโทรมลงอีกแล้วล่ะ"
ฉู่เทียนเผยรอยยิ้มของคนมีกรรมออกมา
จะพูดยังไงดีล่ะ เดิมทีคิดว่าเป็นแค่ภารกิจที่ค่อนข้างยากนิดหน่อย แต่ในวินาทีที่ได้เห็นคนทั้งสี่นี้ เขาก็สังหรณ์ใจว่าระดับความยากคงจะขยับขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลยล่ะ!
ตู้เจวียนเป็นคนสุดท้ายที่ก้าวขึ้นรถ
เธอเพิ่งก้าวขึ้นรถ ก็มีใครบางคนลุกพรวดขึ้นมาจากที่นั่ง แล้วโบกมือให้เธออย่างตื่นเต้น "เจวียนเอ๋อร์!"
ตู้เจวียนขมวดคิ้ว ไม่ได้ตอบรับ นั่งลงด้วยใบหน้าเย็นชา
หลีเกอ หลินซือเถา และจี้เฟยอวี๋ทั้งสามคนหันขวับไปมองพร้อมกัน
ตู้หมิงไม่ได้รู้สึกขัดเขินเลยแม้แต่น้อย กลับแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้น
"สวัสดีครับพี่สาวค้อน! ผมชื่อตู้หมิง เป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของตู้เจวียน! พวกเรามาจากหมู่บ้านเดียวกัน โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก! สนิทกันมากเลยครับ!"
หลีเกอช้อนตาขึ้นมอง "ก่อนที่จะรู้จักนาย ก็ดีอยู่หรอก"
หลินซือเถายิงฟัน "เหอะ~ ไม่สนิท แต่ชอบตีเนียนเชียวนะ"
จี้เฟยอวี๋ตวัดสายตามองอย่างเย็นชา "ลูกพี่ลูกน้องนึ่งกับลูกพี่ลูกน้องต้ม นายจะเลือกอันไหน"
พี่สาวตู้เจวียนไม่ได้พูดอะไร แต่ฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้เหล่าเพื่อนพ้อง
มีคนกลั้นขำไม่อยู่ หลุดเสียง "พรืด" หัวเราะออกมา
สีหน้าของตู้หมิงดูเจื่อนลง
ตู้เวยที่อยู่ข้างๆ รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า ออกแรงดึงเขากลับมานั่งที่นั่ง แล้วกดเสียงต่ำ "พี่ ทำตัวให้มันไม่เป็นจุดสนใจหน่อยได้ไหม……ขายหน้าจะตายอยู่แล้ว พี่ตู้เจวียนเขาจำพี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ"
"มาจากหมู่บ้านเดียวกันทำไมจะจำไม่ได้" ตู้หมิงไม่ยอมแพ้ "ตอนเด็กๆ ฉันกับเธอยังเคยเล่นขี้ด้วยกันเลย!"
ตู้เวย "……"
เธออยากจะถามจริงๆ ว่า: ประวัติดำมืดแบบนี้พี่ยังจะเอามาพูดอีก! ตกลงว่าพี่อยากจะตีสนิทหรืออยากจะผูกความแค้นกับเขากันแน่
สมรรถภาพทางร่างกายของผู้ตื่นรู้ล้วนถูกยกระดับขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ตู้หมิงพูดก็ไม่ได้ตั้งใจลดระดับเสียงลง ทำให้หลายคนบนรถได้ยิน
สีหน้าของทุกคนดูปริแตกเล็กน้อย
ตู้เจวียน "……"
หลีเกอและอีกสองคน "……"
มีความรู้สึกว่าถ้าตบหน้าเจ้านั่นสักฉาด ก็คงต้องกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายเลียฝ่ามือเอาได้
จี้เฟยอวี๋นั่งอยู่ข้างตู้เจวียน ทำท่าปาดคอเป็นเชิงถาม หลินซือเถาทำท่ากรรไกร หลีเกอทำท่าแทงคน
ตู้เจวียนกลั้นไม่อยู่จริงๆ จึงหลุดหัวเราะเสียงต่ำออกมา
พวกเขาสี่คนอารมณ์ดีกันแล้ว แต่ฉู่เทียนกลับเหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลังแล้ว
พระโพธิสัตว์ นี่ยังไม่ทันจะออกเดินทาง ก็จะเพิ่มระดับความยากให้เขาแล้วหรือไง