- หน้าแรก
- ฉันคือศัตรูระดับเทพของโลกแห่งฝันร้าย
- บทที่ 95 หมอกสีแดง พื้นที่หลอนที่กลายพันธุ์
บทที่ 95 หมอกสีแดง พื้นที่หลอนที่กลายพันธุ์
บทที่ 95 หมอกสีแดง พื้นที่หลอนที่กลายพันธุ์
บทที่ 95 หมอกสีแดง พื้นที่หลอนที่กลายพันธุ์
อาคารฟู่ลี่ได้ก่อตัวเป็นพื้นที่หลอนอย่างสมบูรณ์แล้ว
ผู้ตกค้างที่ถูกเคลื่อนย้ายออกไปก่อนหน้านี้ ได้รับผลกระทบจากแมลงสีขาว จึงพากันวิ่งกลับมาที่อาคารแห่งนี้ทั้งหมด มีบางคนที่เมื่อเข้ามาในพื้นที่หลอนแล้วก็กลายสภาพเป็นสายพันธุ์ประหลาดไปในทันที
แน่นอนว่า ย่อมต้องมีผู้โชคดีดำรงอยู่เช่นกัน
ตอนนี้ตู้เพ่ยนีรู้สึกชาชินไปหมดแล้ว เธอได้กลายมาเป็นผู้ตื่นรู้ในช่วงที่ฝันร้ายรุกล้ำเมืองจวน แม้ว่าจะเคยอ่านข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่หลอนมาอย่างหนัก แต่การได้มาสัมผัสด้วยตัวเองนั้นเพิ่งจะเป็นครั้งแรก
ในสายตาของเธอ ความอันตรายของพื้นที่หลอนไม่ได้ด้อยไปกว่าฝันร้ายรุกล้ำเลยแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะไอ้พวกแมลงสีขาวบ้าบอนั่น ถึงกับมุดเข้าไปในสมองคน และทำให้คนสูญเสียสติสัมปชัญญะ!
ตอนนี้ด้านหลังของตู้เพ่ยนียังมีคนเดินตามมาอีกเป็นพรวน ซึ่งล้วนเป็นคนที่หลีเกอ 'เก็บ' มาระหว่างทางทั้งสิ้น
ในนั้นยังมีเพื่อนร่วมทีมของตู้เพ่ยนีอีกสองคน คือเหล่าโจวและตำรวจติดอาวุธอีกคนหนึ่ง
ตอนที่หลีเกอใช้ค้อนทุบเข้าไปในคอกกั้นห้องที่พวกเขาอยู่ ทั้งสองคนกำลังถูกจัดฉากให้ทำการดวลประชันแบบ 'เฉียดฉิว' กันอยู่พอดี
มันเฉียดฉิวจริงๆ นะ……
ชนิดที่ว่าเสียดสีกับพื้นจนเกิดประกายไฟเลยทีเดียว
คนหนึ่งถูไปข้างหน้า อีกคนถูไปข้างหลัง บนพื้นตรงนั้นเต็มไปด้วยใบมีดกบไสไม้ หากหลีเกอมาช้าไปอีกแค่สิบกว่าวินาที โล่อากาศบนตัวของพวกเขาก็จะหมดเวลา และทั้งสองคนคงถูกไสกลายเป็นเนื้อมนุษย์เส้นฝอยไปแล้ว
หลังจากนั้น หลีเกอก็ทั้งทุบทั้งรื้อถอนมาตลอดทาง เมื่อพบคนที่กลายสภาพเป็นสายพันธุ์ประหลาดก็จะทุบหัวแบะทันที หากพบพวกคนซวยที่ยังคงรักษารูปร่างมนุษย์และสติสัมปชัญญะเอาไว้ได้ เธอจะใช้ [หนามแมงมุม] ตวัดเพียงครั้งเดียว ก็สามารถคีบเอาแมลงสีขาวออกมาได้เป็นพรวน
พวกคนซวยเหล่านี้ย่อมถูกโยนให้ตู้เพ่ยนีกับพวกไปจัดการดูแล ส่วนหลีเกอมีหน้าที่แค่รื้อถอนเท่านั้น
เดิมทีควรจะเป็นบรรยากาศที่น่าหวาดกลัวและตึงเครียด แต่เมื่อได้เป็นพยานรู้เห็นการบุกตะลุยดันไปข้างหน้าอย่างดุดันมาตลอดทางของหลีเกอ สภาพจิตใจของพวกตู้เพ่ยนีก็ซับซ้อนจนถึงขีดสุด
ความแตกต่างระหว่างคนกับคนมันก็เป็นแบบนี้แหละนะ~
บางคนอยู่ในพื้นที่หลอนเหมือนการเล่นเกมเอาชีวิตรอดขั้นสุดยอด
แต่บางคนกลับทำให้พื้นที่หลอนต้องเป็นฝ่ายเล่นเกมเอาชีวิตรอดขั้นสุดยอด……
เหล่าโจว "……นี่คือสิ่งที่ในตำนานกล่าวไว้ว่าผู้แข็งแกร่งเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างนั้นเหรอ"
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งชั้นก็ถูกหลีเกอทุบจนราบเป็นหน้ากลอง
เมื่อกวาดตามองออกไป ซากปรักหักพังก็เกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น
หลีเกอสะบัดสิ่งปฏิกูลบนมือทิ้ง แล้วเชิดคางขึ้นพยักพเยิดใส่ทุกคน "ไปชั้นต่อไป"
"หา? อ้อๆ ได้สิ"
ทั้งสองคนรีบตามไป
เมื่อเจอเข้ากับสิ่งกีดขวางที่เป็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่จู่ๆ ก็บิดเบี้ยวผิดรูป หลีเกอไม่หยุดฝีเท้าเลยแม้แต่น้อย เพียงใช้ค้อนทุบลงไปเปรี้ยงเดียว ตึกทั้งหลังก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ตู้เพ่ยนีและเหล่าโจวก็สั่นสะท้านตามไปด้วย ตลอดทางพวกเขามีสีหน้ามึนงง เพิ่งจะตั้งท่าเตรียมโจมตี การต่อสู้ก็จบลงเสียแล้ว
เมื่อมาถึงชั้นที่นัดรวมตัวกัน
สีแดงฉานดั่งภูเขาศพทะเลเลือดที่ห่อหุ้มเศษซากแขนขาชิ้นส่วนต่างๆ พุ่งเข้าใส่หน้า แต่หลีเกอกลับยืนนิ่งไม่ไหวติงราวกับถูกสกัดจุดไว้กะทันหัน
สีหน้าของตู้เพ่ยนีและเหล่าโจวเปลี่ยนไปอย่างมาก รีบพุ่งตัวไปข้างหน้าทันที "ระวัง!!"
ทั้งสองคนทั้งตึงเครียดและตื่นเต้น ในที่สุดก็ถึงคราวที่พวกเขาจะได้ออกโรงแสดงฝีมือเสียที!
วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็ตะครุบได้เพียงความว่างเปล่า
ภูเขาศพทะเลเลือดนั้นถอยร่นกลับไปอย่างรวดเร็วราวกับของเหลวที่ไม่เป็นไปตามกฎของนิวตัน อาคารรอบข้างก็เผยให้เห็นรูปลักษณ์เดิม
ตู้เพ่ยนีและเหล่าโจวสบเข้ากับดวงตาที่เลื่อนลอยเช่นเดียวกันคู่แล้วคู่เล่า ซึ่งก็คือเพื่อนร่วมทีมของพวกเขาและพวกคนซวยที่โชคดีคนอื่นๆ
จากนั้น……พวกเขาก็มองดูภูเขาศพทะเลเลือดหดตัวกลับเข้าไปในถังขยะอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวตบถังขยะเบาๆ ราวกับกำลังให้รางวัลลูกหมาที่เชื่อฟัง
"ว้าว!" หลีเกอหนีบค้อนยักษ์ไว้ใต้รักแร้ แล้วปรบมือรัวๆ เหมือนแมวน้ำ
"เท่สุดๆ ไปเลย~ เจวียนเจวียนจื่อจื่อของฉัน~"
"ยังมีฉันอีก! ยังมีฉันอีก! นี่ฉันไม่เท่เหรอ?!"
หลินซือเถาปรากฏตัวขึ้นที่มุมบันไดพร้อมกับ 'สนามสอบ' ของเธอ มือซ้ายและขวายังลากคนมาด้วยข้างละคน
[ติวเตอร์ชื่อดังสอนคุณสอบเข้าชิงเป่ย] ถูกเธอเทินไว้บนหัว มั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน
พอหลินซือเถาเข้ามาใกล้ ข้อสอบพิลึกพิลั่นชวนปวดหัวนั่นก็กระเด้งขึ้นมาตรงหน้าทุกคน
——ขอถามหน่อยว่า สัตว์ประหลาดจะใช้กระดูกซี่โครงของคุณเป็นตะเกียบ หรือใช้กระดูกหัวหน่าวของคุณเป็นช้อน เพื่อให้เกิดเสียงตอนที่กินคุณเบาลงกว่าเดิม?
พวกตู้เพ่ยนี "……" นี่มันข้อสอบนรกอะไรกันเนี่ย?!!
หลีเกอยื่นมือไปที่ข้างหูเธอ แล้วปรบมือแปะๆๆ "โหดๆๆ! เท่ๆๆ! รีบเก็บอิทธิฤทธิ์ของเธอไปเลยนะ"
หลินซือเถาเก็บอิทธิฤทธิ์ของตัวเอง แล้วถือโอกาสโยนคนที่หมดสติในมือทั้งสองคนให้พวกตู้เพ่ยนี
"เก็บมาได้ระหว่างทาง ยังหายใจอยู่นะ เพื่อนร่วมทีมของพวกคุณก็ดูแลกันเอาเองแล้วกัน"
ในที่สุดทั้งสามคนก็รวมตัวกัน หลีเกอสอบถามสถานการณ์ "สายพันธุ์ประหลาดข้างล่างจัดการหมดแล้วใช่ไหม"
ตู้เจวียนพยักหน้า สายตากวาดมองไปทางพวกตู้เพ่ยนี แล้วลดเสียงลงพูดว่า "พื้นที่หลอนคราวนี้แปลกไปนิดหน่อย ฉันลองถามคนพวกนั้นดูแล้ว เดิมทีพวกเขาล้วนเป็นผู้ตกค้างที่ถูกเคลื่อนย้ายออกไป"
"บางคนพอเข้ามาก็กลายสภาพเลย ยังมีบางคนที่ยังคงหลงเหลือสติอยู่บ้าง ฉันใช้ [หนามแมงมุม] ที่เธอให้มาคีบเอาแมลงสีขาวออกมาจากตัวพวกเขาได้ไม่น้อย แล้วคนพวกนี้ก็ฟื้นคืนสติกลับมา"
"ทางฝั่งฉันก็เจอคนซวยสองสามคนเหมือนกัน" หลินซือเถาย่นจมูก
"แต่ไอ้พวกนั้นมันพูดไม่รู้เรื่อง พอฉันใช้ [หนามแมงมุม] คีบแมลงบนตัวพวกเขาออกไป พวกเขาก็ไม่ยอมตามฉันมา แล้วก็วิ่งลงไปข้างล่างกันเอง!"
"ฉันมองดูอยู่บนตึก มีสองคนวิ่งออกไปนอกอาคาร แต่พอมุดเข้าไปในหมอกสีแดงก็หายวับไปเลย"
"หมอกสีแดงเหรอ เสี่ยวเถา อาคารชั้นที่เธออยู่สามารถหาหน้าต่างเจอด้วยเหรอ"
หลินซือเถาพยักหน้า "สถาปัตยกรรมที่อยู่ในรัศมีครอบคลุมของสนามสอบฉันจะไม่บิดเบี้ยว เลยมองเห็นหน้าต่างได้ ข้างนอกนั่นมีหมอกสีแดงผืนใหญ่ปกคลุมอยู่เต็มไปหมด"
ในระหว่างที่ทั้งสามคนแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน พวกตู้เพ่ยนีก็ปลอบประโลมอารมณ์ของผู้รอดชีวิตได้เกือบจะเป็นปกติแล้ว
นอกเหนือจากพวกหลีเกอทั้งสามคนแล้ว ภายในอาคารยังมีผู้รอดชีวิตอยู่อีกสี่สิบแปดคน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจติดอาวุธอย่างพวกตู้เพ่ยนีเจ็ดคน แม้จะมีสองคนที่หมดสติไป แต่โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต
ประชาชนที่เหลืออีกสี่สิบเอ็ดคนต้องรีบเคลื่อนย้ายออกไปให้เร็วที่สุด หากอยู่นานเกินไปจะถูกมลพิษแทรกซึมได้ง่าย ซึ่งจะทำให้สติสัมปชัญญะพังทลายลงได้
"พื้นที่หลอนคราวนี้แปลกประหลาดมากจริงๆ สายพันธุ์ประหลาดในอาคารแห่งนี้ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว แต่พื้นที่หลอนกลับยังไม่พังทลายลงมา"
"เป็นเพราะพวกเรายังหาจุดเชื่อมโยงที่กระตุ้นให้เกิดพื้นที่หลอนไม่เจอหรือเปล่า"
หลีเกอก็กำลังขบคิดถึงปัญหานี้เช่นกัน เธอนึกถึงหมอกสีแดงที่หลินซือเถาพูดถึงก่อนหน้านี้
ตอนที่เธอกับตู้เจวียนกวาดล้างแต่ละชั้น โครงสร้างสถาปัตยกรรมก็บิดเบี้ยวอยู่ตลอดเวลา โดยพื้นฐานแล้วแทบจะไม่เห็นหน้าต่างเลย ต่อให้มีหน้าต่าง ก็ไม่มีเวลาไปสนใจสถานการณ์ข้างนอกอยู่ดี
"พี่เจวียน พี่ใช้ภูเขาศพทะเลเลือดล้อมเป็นวงกลม เอาทุกคนล้อมไว้ข้างในนะ" หลีเกอตัดสินใจสั่งการ
"เถาจื่อ เธอเป็นทัพหน้า เปิดสนามสอบของเธอ คงสภาพโครงสร้างและเส้นทางรอบๆ เอาไว้ พวกเราจะขึ้นไปชั้นดาดฟ้ากันก่อน"
เมื่อการตัดสินใจถูกถ่ายทอดลงไป พวกตู้เพ่ยนีก็ช่วยกันจัดรูปขบวน ตำรวจติดอาวุธสองคนที่มีพละกำลังดีที่สุดแบกเพื่อนร่วมทีมที่หมดสติขึ้นหลัง เดินอยู่ตรงกลางขบวนเพื่อรักษาขบวนให้มั่นคง
ส่วนพวกตู้เพ่ยนีและเหล่าโจวก็กระจายตัวออกไป รับผิดชอบดูแลผู้รอดชีวิตคนละสองสามคน เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่พวกหลีเกอทั้งสามคน
ไม่นานนัก ขบวนคนก็ลากยาวเป็นเส้นตรง โดยมีสนามสอบเบิกทาง และภูเขาศพทะเลเลือดคุ้มกันเส้นทาง ตลอดทางแม้จะน่าหวาดเสียวแต่ก็ไร้อันตราย จนกระทั่งขึ้นไปถึงชั้นดาดฟ้า
บนชั้นดาดฟ้า
แสงสีแดงฉานปกคลุมไปทั่วทั้งโลก
ปุยฝุ่นสีเทาดั่งเถ้าถ่านปลิวว่อนไปตามสายลม
แตกต่างจากพื้นที่หลอนในลิฟต์ของตอนเดลิเวอรี่ผีสิงที่มีขอบเขตสิ้นสุด พื้นที่หลอนในครั้งนี้ กลับเหมือนกับว่าได้หลุดเข้ามายังโลกฝันร้ายโดยตรงเสียมากกว่า
ภายนอกอาคาร หมอกสีแดงข้นเหนียวหนืดลอยคละคลุ้งไปทั่ว
หมอกสีแดงกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เบื้องหลังม่านหมอกราวกับมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ เมื่อจ้องมองนานๆ ร่างกายก็จะเกิดความรู้สึกเปียกชื้นเหนียวเหนอะหนะ ราวกับถูกความหนาวเหน็บแทรกซึมเข้ามา
ตู้เจวียนได้สติกลับมา จึงรีบร้องเตือนคนอื่นๆ "คนธรรมดาให้หลับตาซะ อย่ามองหมอกสีแดง!"
ตู้เพ่ยนีรีบตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้รอดชีวิตทุกคนหลับตาลงแล้ว พวกเขาเองก็ละสายตากลับมา บังคับตัวเองไม่ให้หันไปมองหมอกสีแดง
หลินซือเถาก็ใช้มือบังตาเอาไว้เช่นกัน "หมอกสีแดงนี่แค่มองแวบเดียวก็ทำลายสมองแล้ว ไอ้พวกที่วิ่งเข้าไปในหมอกสีแดงต้องไม่รอดแน่ๆ!"
"พื้นที่หลอนไม่กี่ครั้งก่อนหน้านี้ที่เราเจอล้วนมีขอบเขตที่ตายตัว แต่พื้นที่หลอนในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่มีขอบเขตเลย" ตู้เจวียนวิเคราะห์อย่างเยือกเย็น
"แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่แปลกมาก"
"ครั้งนี้เราฆ่าสายพันธุ์ประหลาดไปไม่น้อยเลย แต่กลับไม่มีผลึกฝันร้ายเลยสักก้อนเดียว"
"ทางฝั่งฉันก็เหมือนกัน" หลินซือเถาเอ่ยเสียงเบา
"ระดับความรุนแรงของพื้นที่หลอนครั้งนี้ไม่ได้ต่ำไปกว่าครั้งก่อนๆ ที่เราเคยเจอมาเลย แต่กลับไม่มีผลึกฝันร้ายเลยสักก้อน มันฟังไม่ขึ้นจริงๆ"
"คงไม่ใช่ว่าพวกเราพ้นช่วงมือใหม่มาแล้ว เลยเริ่มเพิ่มระดับความยากขึ้นหรอกนะ"
"ไม่เอาน่า! [ติวเตอร์ชื่อดังสอนคุณสอบเข้าชิงเป่ย] ของฉันเพิ่งจะอัปเกรด อุตส่าห์ได้โชว์อิทธิฤทธิ์ทั้งที ผลลัพธ์กลับเป็นผลงาน 0 งั้นเหรอ?!"
ภายในใจของหลีเกอมีข้อสันนิษฐานบางอย่าง แต่จำเป็นต้องกลับไปยังโลกแห่งความเป็นจริงเพื่อพิสูจน์ให้แน่ชัด
ทว่า เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าเบื้องหลังหมอกสีแดงนั่นมีบางสิ่งบางอย่างอยู่……มันยั่วยวนให้เธอรู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะข้ามไปสำรวจดูให้รู้แล้วรู้รอด
สัญชาตญาณบอกเธอว่า ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หลอนนั้นไม่ธรรมดาเลย
"ส่งคนพวกนี้ออกไปจากพื้นที่หลอนก่อนเถอะ" หลีเกอพูดเสียงเบา
"ไม่จำเป็นต้องรอให้พื้นที่หลอนพังทลายลงถึงจะกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้หรอก ยังมีวิธีอื่นอยู่อีก"
"จำเป็นต้องหากระจกให้เจอสักบานหนึ่ง!"
"กระจกเหรอ" หลินซือเถาเกาหัว "ยิมที่ฉันอยู่ก่อนหน้านี้ก็มีกระจกตั้งเยอะตั้งแยะนะ!"
หลีเกอส่ายหน้า "ต้องเป็นกระจกที่มีอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ไม่มีอยู่ในพื้นที่หลอนสิ!"
หัวใจของตู้เจวียนกระตุกวูบ "ฉันอาจจะรู้ว่าที่ไหนมีนะ!"
หลังจากถังขยะของเธออัปเกรดแล้ว พลังใหม่อย่าง [ภูเขาศพทะเลเลือด] เมื่อถูกปล่อยออกมา ก็จะพัดกวาดไปทั่วภายในอาคารราวกับกระแสน้ำหลาก
สถานที่ที่ถูกทะเลเลือดปกคลุม ล้วนอยู่ในการรับรู้ของเธอทั้งสิ้น
มีอยู่แห่งหนึ่งที่ในตอนนั้นเธอรู้สึกแปลกใจ แต่ตรงนั้นไม่มีสายพันธุ์ประหลาดอยู่ และไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกถึงอันตรายแต่อย่างใด ตู้เจวียนจึงเพียงแค่จดจำไว้ในใจเป็นพิเศษเท่านั้น
ไม่นานนัก คนกลุ่มนี้ก็กลับมายังห้องน้ำที่ชั้นหก
ตู้เจวียนชี้ไปยังผนังของอ่างล้างมือสาธารณะ "ตรงนี้แหละ ฉันคิดว่าตรงนี้ควรจะมีกระจกบานใหญ่อยู่บานหนึ่งถึงจะถูก แต่พอมองด้วยตาเปล่ากลับไม่มี"
พวกตู้เพ่ยนีไม่เข้าใจเหตุผล แต่เธอก็ยังคงยืนยันหนักแน่น "ตรงนี้ในโลกแห่งความเป็นจริงมีกระจกอยู่ ฉันมั่นใจ!"
"อีกอย่าง ที่นี่คือจุดเกิดเหตุของผู้เสียชีวิตจากการกระโดดตึกหลายรายนั้นด้วย"
"จะว่าไป สายพันธุ์ประหลาดที่พวกคุณจัดการไปก่อนหน้าที่พวกเราจะมาถึงมีลักษณะเป็นยังไงบ้าง ได้ขุดเอาผลึกฝันร้ายออกมาจากหัวไหม" ตู้เจวียนเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างกะทันหัน
ตู้เพ่ยนีส่ายหน้า "ไม่ได้ขุดผลึกฝันร้ายออกมา รูปร่างของสายพันธุ์ประหลาดสองสามตัวนั้นค่อนข้างจะมีลักษณะเป็นสัตว์ ไม่หัววัวก็หน้าม้า"
หลินซือเถาวิจารณ์อย่างเฉียบขาด "นี่คือกลายสภาพเป็นวัวม้าจริงๆ เลยแฮะ……"
"ถ้าอย่างนั้นก็ตรงกันแล้ว" ตู้เจวียนพูด "ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันอยู่ในบริษัทรับเหมาช่วงแห่งหนึ่งในตึกนี้ พนักงานข้างในถ้าไม่กลายสภาพเป็นเครื่องใช้ในสำนักงาน ก็มีการกลายสภาพไปทางสัตว์ แถมยัง……มีกลิ่นอายของการทำงานหนักอึ้งมากทีเดียว"
ดวงตาของพวกตู้เพ่ยนีเป็นประกาย
"เพราะฉะนั้น ที่นี่อาจจะเป็นช่องทางกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้จริงๆ งั้นเหรอ"
ตรงกันข้ามกับความตื่นเต้นของพวกเขา พวกหลีเกอทั้งสามคนต่างสบตากัน ในใจล้วนขบคิดอะไรได้มากกว่านั้น
"จะเป็นช่องทางหรือเปล่า ลองดูก็รู้เอง" หลีเกอสะบัดมือซ้าย [หนามแมงมุม] ก็ปรากฏขึ้น เธอกำนิ้วทั้งห้าเข้าหากัน ฝ่ามือราวกับมีดที่แทงทะลุกำแพงอิฐเข้าไปอย่างง่ายดาย
เธอกรีดมีดลงมาด้านล่าง ราวกับกำลังเฉือนผิวหนังออกเป็นชั้นๆ
ด้านหลังกำแพงคือความมืดมิดดั่งห้วงเหวลึก ราวกับวังวนที่สามารถดูดกลืนวิญญาณของผู้คนเข้าไปได้
"ผู้กองตู้ พวกคุณพาคนออกไปก่อนเลย"
ตู้เพ่ยนีพยักหน้า แล้วรีบจัดระเบียบทันที ตำรวจติดอาวุธสองคนเดินนำหน้า ส่งประชาชนออกไปก่อน
ด้านหลัง หลีเกอกระซิบกับตู้เจวียนและหลินซือเถา "เดี๋ยวพวกเธอตามออกไปนะ พอออกไปแล้ว ให้รีบติดต่อไปหาจี้เฟยอวี๋และหวงโก้วทันที"
"หลีเสี่ยวเกอ เธอจะอยู่ต่อเหรอ" หลินซือเถาตกตะลึง
สีหน้าของตู้เจวียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอลดเสียงลง "เธอคงไม่ได้อยากจะไปสำรวจหมอกสีแดงตามลำพังหรอกนะ"
หลีเกอไม่ได้ปิดบัง เธอพยักหน้า
ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่หลอนมันมากเกินไป เธอจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
เธอรู้สึกอยู่เสมอว่า ภายในส่วนลึกของหมอกสีแดง……
มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่