- หน้าแรก
- ฉันคือศัตรูระดับเทพของโลกแห่งฝันร้าย
- บทที่ 85 คุณรู้จักเธอจริงๆ หรือเปล่า
บทที่ 85 คุณรู้จักเธอจริงๆ หรือเปล่า
บทที่ 85 คุณรู้จักเธอจริงๆ หรือเปล่า
บทที่ 85 คุณรู้จักเธอจริงๆ หรือเปล่า
วางสายแล้ว หวงโก้วจ้องมองโทรศัพท์มือถืออยู่ครู่หนึ่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เลยตัดสินใจโทรหาคนอื่นด้วยซะเลย
โทรศัพท์ดังอยู่ครู่หนึ่ง ถึงมีคนรับสาย น้ำเสียงของหญิงสาวฟังดูอ่อนแรง
"มีอะไรเหรอ?"
หวงโก้ว: "เธอนอนหรือยัง?"
"เพิ่งหลับไปเมื่อกี้" น้ำเสียงของฮั่วเจิ้นซีแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า เธอสูญเสียเวลาชีวิตไปมากในโลกฝันร้ายที่ประเทศอเมริกา อีกทั้งยังต้องผ่านการวาร์ประยะไกลมาอีกครั้ง ร่างกายจึงรับภาระหนักเกินไปมาก
"งั้นก็พอดีเลย ฉันเองก็เพิ่งหลับไปแล้วโดนคนปลุกขึ้นมาเหมือนกัน"
ฮั่วเจิ้นซีนิ่งเงียบไปสองสามวินาที: "...นี่คือเหตุผลที่เธอมาทรมานฉันงั้นเหรอ?"
"จะให้ทำยังไงได้ล่ะ มารน้อยที่เธอให้ความสำคัญมาทรมานฉัน ฉันก็ทำได้แค่มาทรมานเธอแล้วล่ะ" คำพูดของหวงโก้วไม่มีแนวคิดเรื่องผู้บังคับบัญชากับลูกน้องเลยแม้แต่น้อย
"ประกาศของสำนักงานคดีพิเศษเพิ่งจะส่งออกไป เธอก็รีบมาหาฉันเพื่อขอแลกเปลี่ยน [ซานฉาเลี้ยงฝันร้าย] ทันที แถมจำนวนก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย แน่นอนว่าฉันก็ต้องมาถามเธออยู่แล้ว"
ฮั่วเจิ้นซีหัวเราะเบาๆ: "เป็นเด็กน้อยที่ฉลาดจริงๆ"
ตั้งแต่ตอนที่หลีเกอแลกเปลี่ยน [ซานฉาเลี้ยงฝันร้าย] เป็นครั้งแรก ฮั่วเจิ้นซีก็ล่วงรู้ถึง 'แผนการ' ของเธอแล้ว คะแนนที่ช่วงแรกไม่มีใครเห็นค่า เด็กน้อยคนนี้กลับให้ความสำคัญกับมันอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
[ซานฉาเลี้ยงฝันร้าย] ไม่กี่ดอกนั้นถูกขายให้กับสำนักงานคดีพิเศษในราคาที่ค่อนข้างถูก เรียกได้ว่าเป็นการไว้หน้าสำนักงานคดีพิเศษมากแล้ว
แต่ในแผนการของฮั่วเจิ้นซี คะแนนรุ่งอรุณถือเป็น 'สกุลเงินสำหรับแลกเปลี่ยน' ที่มีความสำคัญมาก ช่วงแรกหลีเกอดูเหมือนจะขาดทุน แต่ทว่าก็เป็นเพราะการ 'ยอมขาดทุน' และ 'บุญคุณ' ในช่วงแรกของเธอนี่แหละ ที่ทำให้ในการ 'แลกเปลี่ยน' กับเธอครั้งต่อๆ ไป สำนักงานคดีพิเศษก็ไม่กล้าที่จะกดราคาอีกแล้ว
ยกตัวอย่างเช่น หากยังคงอิงตามการแลกเปลี่ยนในครั้งแรก [ซานฉาเลี้ยงฝันร้าย] หนึ่งดอกเท่ากับหนึ่งหมื่นคะแนน สมมติว่าตอนนี้ในมือเธอมี [ซานฉาเลี้ยงฝันร้าย] อยู่หนึ่งพันกว่าดอก หากสำนักงานคดีพิเศษต้องการจะเหมาทั้งหมดล่ะก็ เธอจะต้องกลายเป็นอันดับหนึ่งบนตารางคะแนนของผู้ตื่นรู้ไปอย่างแน่นอน!
ต้องรู้ก่อนว่า ไอเทมที่อยู่ในมือของสำนักงานคดีพิเศษนั้นมีมากกว่าหนึ่งชนิด อุปกรณ์พื้นฐานของพนักงานทำความสะอาดที่ปล่อยออกมาในตอนนี้เป็นเพียงแค่การโยนหินถามทางเท่านั้น
หลังจากนี้ยังจะมีนำออกมาวางขายอีกมากมาย โดยจะถูกวางไว้ในช่องทางการซื้อขายของทางการ และสกุลเงินสำหรับแลกเปลี่ยนก็คือคะแนนรุ่งอรุณ
การที่บรรดาผู้ตื่นรู้ต้องการจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง ก็ย่อมต้องซื้อไอเทม และการจะซื้อก็ต้องใช้คะแนน ซึ่งคะแนนจะหามาได้ก็ต่อเมื่อรับภารกิจอย่างต่อเนื่องเท่านั้น หรือไม่ก็แชร์โพสต์ประสบการณ์การต่อสู้
และโควตาการแจกคะแนนจากโพสต์แชร์ประสบการณ์ก็ถูกปรับลดลงจากหนึ่งพันคะแนนเหลือเพียง 10 คะแนนแล้วด้วย
"แลกเปลี่ยนเถอะ เสนอราคาให้ใจป้ำหน่อย อย่าไปล่วงเกินซัพพลายเออร์เข้าล่ะ" ฮั่วเจิ้นซีหัวเราะเบาๆ
หวงโก้วเดาะลิ้น "เธอไม่กลัวว่าการที่ยัยนั่นกำคะแนนเอาไว้ในมือมากเกินไปจะทำให้ตลาดปั่นป่วนเหรอ?"
"นั่นก็เป็นเพราะเด็กนั่นใช้ความสามารถของตัวเองแลกมานี่นา"
หวงโก้วยักไหล่: "ตกลง"
หลังจากวางสายแล้ว ฮั่วเจิ้นซีก็พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ความเหนื่อยล้าบนใบหน้ายิ่งดูหนักหน่วงขึ้นไปอีก
ฮั่วจวินหลานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากแคปซูลพักฟื้น สีหน้าดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยความกังวล
ฮั่วเจิ้นซียิ้มให้เธอ: "เธอเองก็ไปพักผ่อนเถอะ"
ฮั่วจวินหลานเม้มปากพยักหน้า จากนั้นถึงได้เดินออกไป ก่อนที่จะออกจากห้องแคปซูลพักฟื้น เธอได้หันกลับมามองแวบหนึ่ง
ฮั่วเจิ้นซีนอนอยู่ในแคปซูลพักฟื้น ทั่วทั้งร่างมีสายยางเสียบอยู่เต็มไปหมด มีสายยางอยู่สองสามเส้นที่ถึงกับเสียบเข้าไปที่หลังศีรษะของเธอ การเดินทางไปประเทศอเมริกาในครั้งนี้ได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล แต่สิ่งที่ต้องจ่ายไป ก็มหาศาลเช่นเดียวกัน
หลังจากออกมาจากห้องแคปซูลพักฟื้นแล้ว ฮั่วจวินหลานก็ถอดชุดปลอดเชื้อออก ท่าทางของเธอยังคงดูใจลอยอยู่
การเดินทางไปประเทศอเมริกาในครั้งนี้ มันดูไม่เหมือนเรื่องจริงราวกับกำลังฝันไป
หลังจากที่เธอเดินผ่านประตูโลหะผสมออกมาทีละชั้น เธอก็มองเห็นร่างของคนที่คาดไม่ถึง
หญิงสาวแต่งตัวดูเป็นผู้ดีมีการศึกษา ผมยาวถูกเกล้าขึ้น เมื่อตอนที่เธอยิ้มจะให้ความรู้สึกเหมือนดอกถานฮวาที่เบ่งบานในยามค่ำคืนอันเงียบสงบ
ฮั่วจวินหลานชะงักฝีเท้า คนคนนี้คือ... กงซุนจิ้ง!
กงซุนจิ้งพยักหน้าให้ฮั่วจวินหลาน ส่งยิ้มทักทาย: "คุยกันหน่อยไหม?"
โซนพักผ่อน ฮั่วจวินหลานกับกงซุนจิ้ง คนหนึ่งยืน คนหนึ่งนั่ง
"อยากคุยเรื่องอะไร?" ฮั่วจวินหลานมีสีหน้าเย็นชา
"สรุปมาสั้นๆ"
กงซุนจิ้งยิ้ม "อยากจะวานให้เธอช่วยมอบของขวัญแทนคำขอโทษให้ฉันหน่อย"
เธอพูดพลางหยิบกล่องของขวัญกำมะหยี่สี่กล่องออกมาจากกระเป๋าแล้ววางลงบนโต๊ะ
ในบรรดานั้นสามกล่องมีขนาดเท่ากับกล่องใส่แหวน ส่วนกล่องที่เหลือมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย
ฮั่วจวินหลานเปิดออกดูทีละกล่อง ในกล่องใส่แหวนคือแหวนเงินสามวง บนแหวนถูกสลักอักษรประหลาดเอาไว้
ในกล่องที่ใหญ่กว่าเล็กน้อยมีกำไลเงินแบบเปิดปลายบรรจุอยู่ นอกจากตัวอักษรสลักแล้ว ที่ปลายเปิดทั้งสองด้านยังถูกฝังด้วยหินคริสตัลสีเลือด
หินคริสตัลนั่น... เห็นได้ชัดว่าเป็นผลึกฝันร้ายสีเลือดที่ถูกนำมาเจียระไนแล้ว
แหวนและกำไลพวกนี้ล้วนเป็นไอเทมฝันร้ายทั้งนั้น!
ฮั่วจวินหลานนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าฉายแววเย้ยหยัน: "ป่านนี้ถึงเพิ่งจะนึกอยากขอโทษ มันไม่สายไปหน่อยเหรอ"
"ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม จะให้อภัยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ของขวัญที่ส่งมาถึงตรงหน้าแล้ว ถ้าไม่รับไว้ก็คงน่าเสียดายแย่" กงซุนจิ้งยิ้ม
"คุณฮั่วลองรับของพวกนี้เอาไว้ก่อนเถอะ ส่วนจะจัดการยังไง ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าตัวเขาตัดสินใจเองเถอะ"
ฮั่วจวินหลานเก็บของเหล่านั้นไว้ แน่นอนว่าไอเทมสองสามอย่างนี้เธอจะต้องนำไปตรวจสอบก่อน เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรถึงจะส่งมอบให้กับพวกหลีเกอ
"เอาล่ะ คิดว่าคุณฮั่วน่าจะยังมีเรื่องให้ยุ่งอีกเยอะ ฉันไม่รบกวนเวลาของคุณแล้วล่ะ" กงซุนจิ้งลุกขึ้นยืน ก่อนที่เธอจะเดินจากไป จู่ๆ ฮั่วจวินหลานก็พูดขึ้นมาว่า
"ความรู้สึกที่ได้เป็นผู้กุมอำนาจของตระกูลกงซุนเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
"พูดตามตรงนะ รู้สึกดีมากเลยล่ะ" กงซุนจิ้งหัวเราะ
"เสียดายก็แต่ ตาแก่พวกนั้นที่บ้านฉันอายุมากกันแล้ว เลยไม่ได้ไปที่ประเทศอเมริกาด้วย ไม่อย่างนั้นก็คงจะได้ขอให้ท่านนายพลฮั่วช่วยจัดการเก็บกวาดรวบยอดไปให้หมดแล้ว"
ฮั่วจวินหลานยิ้มหยัน
กงซุนจิ้งดูเหมือนจะมองออกถึงความเหยียดหยามของฮั่วจวินหลาน เธอแบมือออก
"คุณฮั่วไม่ต้องแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับฉันขนาดนั้นก็ได้ ยังไงซะ ตระกูลกงซุนภายใต้การดูแลของฉันก็จะให้ความร่วมมือกับการจัดการของสำนักงานคดีพิเศษเป็นอย่างดี ต่อไปพวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว"
"ฉันคงไม่กล้าฝากแผ่นหลังไว้กับเพื่อนร่วมงานที่เห็นแก่ผลประโยชน์ และพร้อมจะตัดขาดกันเมื่อหมดผลประโยชน์หรอกนะ" ฮั่วจวินหลานยิ้ม
"ตัวฉันน่ะรักตัวกลัวตาย"
กงซุนจิ้งยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก ยิ้มจนตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว "ไม่เป็นไร ฉันได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้ว อ้อ ใช่แล้ว ขอแนะนำคุณฮั่วสักประโยคก็แล้วกัน"
"คุณรู้จักคุณอาของคุณคนนั้นจริงๆ หรือเปล่า?"
ฮั่วจวินหลานร่างกายแข็งทื่อ
กงซุนจิ้งกระตุกยิ้มมุมปาก "ฉันไม่ใช่คนดีอะไร เหยียนจวิ้นขวางทางฉัน เขาถึงสมควรตาย พวกตาแก่หัวรั้นที่บ้านฉันไม่ยอมปล่อยมือจากอำนาจแถมยังเอาแต่คิดจะควบคุมฉัน ฉันก็เลยส่งพวกมันไปตายเหมือนกัน"
"ฉันอาจจะไม่มีสามัญสำนึกด้านศีลธรรมแบบที่คนทั่วไปเขามีกัน แต่คุณอาของคุณ ก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่ขาวสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องหรอกนะ"
" 'แผนเชิญลงหม้อ' ที่ประเทศอเมริกา เธอเอาตัวเองเข้าไปเป็นหมากในกระดาน ปิดบังแม้กระทั่งหลานสาวแท้ๆ อย่างคุณ การเดินทางในครั้งนี้ มีคนที่ต้องเสียสละชีวิตเพื่อเธอไปไม่น้อยเลยล่ะสิ"
"แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนต่างก็ยกย่องสรรเสริญในความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง และการกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมือของเธอ"
"แต่ว่านะ... พวกคุณรู้จริงๆ งั้นเหรอว่าฮั่วเจิ้นซีกำลังคิดอะไรอยู่?"
กงซุนจิ้งเดินเข้าไปใกล้เธอ พร้อมกับกดเสียงต่ำ "ตกลงแล้วเธอกลายเป็นผู้ตื่นรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ แม้แต่ตัวคุณเองก็คงจะไม่รู้ล่ะสิ?"
สีหน้าของฮั่วจวินหลานไม่มีความเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย เธอมองกลับไปด้วยสายตาเย็นชา
"เป็นแผนยุแยงที่ต่ำทรามจริงๆ"
กงซุนจิ้งยิ้มบาง ไม่พูดอะไรให้มากความอีก และเดินจากไปอย่างสง่างาม
แต่สายตาสุดท้ายของเธอนั้น ราวกับมองทะลุถึงความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าวของฮั่วจวินหลาน
ภายในใจของฮั่วจวินหลานไม่ได้สงบนิ่งเหมือนอย่างที่แสดงออกมาให้เห็นเลยจริงๆ บันทึกทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ 'แผนเชิญลงหม้อ' ในประเทศอเมริกาครั้งนี้ได้ถูกทำลายทิ้งไปจากภายในแล้ว แต่ในฐานะผู้ที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมาด้วยตัวเอง ฮั่วจวินหลานย่อมรู้ดีกว่าใครว่าฮั่วเจิ้นซีได้วางหมากกระดานใหญ่เอาไว้ขนาดไหน
หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เธอเพิ่งจะมาตระหนักได้เอาตอนที่ฮั่วเจิ้นซีถอดผ้าปิดตาออก แล้วเปิดใช้งานความสามารถนั่นแหละ...
ปฏิบัติการในครั้งนี้มีคนตายไปมากมาย ไม่ใช่แค่ฝ่ายศัตรู แต่ยังมีพวกเดียวกันอีกหลายคนด้วย
คนบางคนเดิมทีไม่จำเป็นต้องตายเลยด้วยซ้ำ...
ความตายของพวกเขาเป็นเพียงแค่การล่อให้ไอ้พวกที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดโผล่หัวออกมาก็เท่านั้น
ที่น่าขันก็คือ ก่อนหน้าที่จะออกเดินทางในครั้งนี้ เธอเป็นห่วงความปลอดภัยของฮั่วเจิ้นซีจากใจจริง รู้สึกว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย ถึงขั้นส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปหาพวกฉู่ฮั่น
ฮั่วจวินหลานไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองหรือไม่พอใจกับเรื่องที่ตัวเองถูกกันออกไปจากแผนการ ถูกปิดบัง และกลายเป็น 'นักแสดง' อย่างไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ
เธอเพียงแค่... รู้สึกหวาดกลัว
เพราะเธอได้เป็นพยานรู้เห็นถึงโลกหลังจากที่ความสามารถ 'โลกหยุดนิ่ง' ถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วยตาของตัวเอง ได้เห็นถึงจุดกำเนิดและที่มาของผลึกฝันร้ายหนึ่งแสนชิ้นนั่น นั่นมัน... เป็นความจริงที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณชนได้อย่างเด็ดขาด!
นี่เป็นครั้งแรก... ที่เธอเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อฮั่วเจิ้นซี
บางที เธออาจจะไม่เคยรู้จักคุณอาเล็กคนนี้เลยด้วยซ้ำ