- หน้าแรก
- ระบบตัวร้าย: ข้าคือองครักษ์เสื้อแพร กุมอำนาจล้นฟ้าแล้วมันผิดตรงไหน?
- บทที่ 745 จะให้พวกเจ้าได้ประจักษ์ว่า ‘น้ำพยุงเรือได้ ก็ล่มเรือได้เช่นกัน’
บทที่ 745 จะให้พวกเจ้าได้ประจักษ์ว่า ‘น้ำพยุงเรือได้ ก็ล่มเรือได้เช่นกัน’
บทที่ 745 จะให้พวกเจ้าได้ประจักษ์ว่า ‘น้ำพยุงเรือได้ ก็ล่มเรือได้เช่นกัน’
บทที่ 745 จะให้พวกเจ้าได้ประจักษ์ว่า ‘น้ำพยุงเรือได้ ก็ล่มเรือได้เช่นกัน’
ต้องยอมรับเลยว่า สมกับที่เคยเป็นถึงผู้นำสูงสุดของราชวงศ์ การจะออกไปต่อกรกับคู่ต่อสู้สักคน ยังต้องหาข้ออ้างสวยหรูมาประดับบารมีให้ตนเองเสียก่อน
ทว่าเห็นได้ชัดว่าสถานะและตำแหน่งของอวี่หวงในยามนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนี้อีกแล้ว คาดว่าคงจะเป็นผลพวงตกค้างมาจากสมัยที่เคยเป็นฮ่องเต้กระมัง
หลังจากกล่าวจบ อวี่หวงก็ใช้วิชาเคลื่อนที่พริบตาไปปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าไห่อู่
“หัวหน้าค่ายป้าหวางงั้นรึ? เจ้าช่างโอหังนัก กล้ามาปล้นของราชวงศ์เชียวหรือ?”
ไห่อู่หัวเราะลั่น “ปล้นชิงงั้นรึ? พวกเราเคยพูดคำว่าปล้นชิงตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
“สิ่งที่ข้าหมายถึงก็คือ ถนนเส้นนี้รวมถึงที่ดินภายในเมือง ล้วนอยู่ภายใต้การคุ้มครองของค่ายป้าหวางของพวกเรา พวกท่านได้รับบริการคุ้มครองจากค่ายป้าหวางของพวกเรา การจะเรียกเก็บค่าบริการสักหน่อย คงไม่มากเกินไปกระมัง?”
อวี่หวงราวกับได้ยินเรื่องตลกที่น่าขันที่สุดในโลก
ราชวงศ์ที่อยู่ในดินแดนจักรวรรดิของตนเอง กลับต้องให้ผู้อื่นมาคุ้มครอง ซ้ำยังต้องจ่ายค่าคุ้มครองอีก
อวี่หวงปรายตามองกองทัพเบื้องหลังไห่อู่ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในใจ
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาเต็มพิกัด “เจ้ารู้หรือไม่ว่ากองทัพในเมืองนี้เป็นกองทัพจากที่ใด และรู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด?”
ไห่อู่ยักไหล่ ตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “รู้สิ กองทัพในเมืองก็คือนายท่านจากเมืองหลวง มีกำลังพลถึงห้าแสนนาย ส่วนท่านคือผู้ใดน่ะหรือ…… หากข้าเดาไม่ผิด ท่านก็คืออวี่หวง ฮ่องเต้รุ่นที่สองแห่งราชวงศ์ซื่อเยี่ยนใช่หรือไม่?”
ดวงตาของอวี่หวงหรี่แคบลง เดิมทีเขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่รู้ว่าตนเป็นใครจึงกล้ามาหาเรื่อง ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่า…… อีกฝ่ายจะไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“รู้ว่าข้าเป็นใคร…… แต่ยังกล้ามา แสดงว่าความกล้าหาญไม่เบาเลยนะ เบื้องหลังมีผู้ใดคอยหนุนหลังอยู่ใช่หรือไม่?”
ยังไม่ทันที่ไห่อู่จะได้ตอบกลับ อวี่หวงก็เอ่ยต่อ “ทว่ามีก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เจ้าบอกมาว่าคนผู้นั้นคือผู้ใด ข้าจะไม่เอาความกับความก้าวร้าวของเจ้าในวันนี้”
“ราชวงศ์ของข้าเป็นสถานที่ที่ชื่นชมคนมีความสามารถเสมอมา ข้าชื่นชมในตัวเจ้าและกองทัพของเจ้ามาก หากเจ้ายอมทำงานรับใช้ราชวงศ์ ข้าจะเลื่อนขั้นประทานยศให้เจ้า ทหารของเจ้าแต่ละปีคงต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยใช่หรือไม่? ราชวงศ์จะออกค่าใช้จ่ายในการทำศึกให้เจ้าเอง คนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าให้ผลประโยชน์อันใดแก่เจ้า ราชวงศ์จะให้เจ้าเป็นสองเท่า”
“เจ้าลองนำไปตรึกตรองดูเถิด การทำงานรับใช้ราชวงศ์ ย่อมดีกว่าการทำงานให้ขุมอำนาจระดับสองพวกนั้นอย่างเทียบไม่ติด”
ไห่อู่กำหมัดที่มีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบ “ขอบคุณอวี่หวงที่เมตตา ทว่า…… เบื้องหลังข้าไม่มีผู้ใดคอยหนุนหลังอยู่จริง ๆ ข้าก็ไม่อยากฟังคำสั่งใครด้วย แค่อยากจะเป็นหัวหน้าใหญ่ด้วยตัวเอง ค่ายป้าหวางของข้าก็ไม่ได้มีความคิดจะก่อกบฏแต่อย่างใด เพียงแค่อยากจะเก็บค่าบริการไว้เป็นค่าครองชีพก็เท่านั้นเอง”
“อวี่หวง พวกเราไม่ใช่โจรภูเขานะ พวกเราคือหน่วยงานคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำธุรกิจที่สุจริต ขอท่านโปรดอย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลย”
“พวกเราก็เป็นราษฎรของจักรวรรดิซื่อเยี่ยน เป็นพสกนิกรของฮ่องเต้ อวี่หวง ท่านในฐานะอดีตฮ่องเต้ และผู้อาวุโสในปัจจุบัน”
“คงไม่ยอมให้พสกนิกรของท่าน…… ต้องพบกับความยากลำบากหรอกกระมัง? พวกเราก็แค่อยากจะหาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ขออวี่หวงโปรดอย่ารังแกชาวบ้านตาดำ ๆ อย่างพวกเราเลย”
อวี่หวง:…………
อวี่หวงถูกคำพูดของไห่อู่ทำเอาอึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
หน่วยงานบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ธุรกิจที่สุจริต พสกนิกรของจักรวรรดิซื่อเยี่ยน ชาวบ้านตาดำ ๆ
คำคุณศัพท์เหล่านี้ มีคำใดบ้างที่ดูเข้ากับตัวเจ้าและกองทัพเบื้องหลังเจ้าบ้าง?
อวี่หวงหลุดปากถามออกไปว่า “ค่าคุ้มครอง? จะเก็บเท่าใด?”
ไห่อู่หัวเราะหึ ๆ “หัวหน้ารอง มาคิดคำนวณให้อวี่หวงดูหน่อยสิ ว่าค่าบริการคุ้มครองในครั้งนี้ จะต้องจ่ายเท่าใด”
อวี้ชิงซูรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา
พร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง “ฮ่าฮ่าฮ่า อวี่หวง สบายดีหรือไม่ขอรับ”
“อวี่หวง ท่านคือลูกค้าลายน้อย…… ถุย ๆ ๆ…… คือลูกค้ารายใหญ่ที่สุดที่พวกเราเคยรับมาในรอบร้อยปีเลยนะขอรับ”
เมื่ออวี่หวงได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที
หากกล่าวเช่นนี้ หมายความว่าพวกมันสร้างความเดือดร้อนในภูมิภาคฮวงมานับร้อยปีแล้วงั้นหรือ?
เหตุใดขุนนางในภูมิภาคฮวงจึงไม่มีผู้ใดรายงานเรื่องนี้ขึ้นมาเลย?
อวี้ชิงซูกล่าวต่อ “อวี่หวง เมื่อคำนวณตามอัตราค่าบริการหัวละสองพันตำลึงแล้ว อวี่หวง ท่านต้องจ่ายเงินทั้งหมดหนึ่งพันล้านตำลึงก็พอขอรับ”
“ก่อนหน้านี้ท่านหัวหน้าใหญ่ก็บอกข้าไว้แล้ว ว่าลูกค้ากระเป๋าหนักเช่นนี้ ย่อมต้องมีส่วนลดให้บ้าง เอาเช่นนี้ ท่านจ่ายมาแค่แปดร้อยล้านตำลึงก็พอ พวกเราจะลดให้ท่านสองร้อยล้านตำลึง”
เมื่ออวี่หวงได้ฟังตัวเลข เขาก็ตกตะลึง “สองพันตำลึง? แถมยังคิดเป็นรายหัวอีก?”
“พวกเจ้าปล้น……”
อวี่หวงพูดไม่ทันจบ เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า คนพวกนี้ก็เป็นโจรภูเขากันอยู่แล้วนี่นา
อวี่หวงคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคนทั้งสองอีกต่อไป
เขาพูดตรง ๆ เลยว่า
“นี่คือโอกาสสุดท้าย เงื่อนไขที่ข้าบอกไปเมื่อครู่ยังคงเหมือนเดิม หากไม่เช่นนั้น…… ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร คงไม่ต้องให้ข้าอธิบายให้มากความกระมัง?”
เมื่ออวี้ชิงซูได้ฟังคำพูดของอวี่หวง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที
“อวี่หวง เหตุใดท่านต้องมากลั่นแกล้งพวกเราที่ทำธุรกิจสุจริตด้วยเล่า”
“โจรผู้ร้ายในจักรวรรดิมีตั้งมากมาย พวกที่ชอบปล้นชิงท่านกลับไม่ไปจัดการ ทว่ากลับมากลั่นแกล้งพวกเรา”
“ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกข้าก็จะให้ท่านได้ประจักษ์ว่า ‘น้ำพยุงเรือได้ ก็ล่มเรือได้เช่นกัน’”
“ข้าเชื่อว่าชาวบ้านทั่วทั้งแผ่นดิน จะต้องเข้าใจและสนับสนุนพวกเราอย่างแน่นอน”
กล่าวจบ อวี้ชิงซูก็ตะโกนสั่งการ “หัวหน้าค่ายที่สาม ทำให้ท่านอวี่หวงได้เห็นหน่อยสิ ว่าเพราะเหตุใดพวกเราถึงสามารถทำธุรกิจในภูมิภาคฮวงมาได้นับร้อยปี”
ปัง!!!!
สิ้นเสียงของอวี้ชิงซู เยว่หลินซานก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังอวี่หวง โดยเปิดเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตา
ท่านผู้อาวุโสหานที่อยู่บนกำแพงเมืองรีบตะโกนขึ้นมาทันที
“แย่แล้ว ฝั่งตรงข้ามเล่นตุกติก สองรุมหนึ่ง ข้าจะไปช่วยอวี่หวง”
ท่านผู้อาวุโสหานกำลังจะพุ่งตัวออกไป แต่นักพรตลึกลับก็รั้งเขาเอาไว้
“ท่านผู้อาวุโสหานของข้า ท่านคิดว่านี่คือการละเล่นของเด็ก ๆ หรืออย่างไร? ท่านคิดว่าอวี่หวงเป็นผู้ใด?”
“เขามีพลังฝีมือระดับใด? แค่สู้กับโจรภูเขา ท่านยังต้องลงไปช่วยรุมอีก หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ไม่กลัวคนเขาจะหัวเราะเยาะจนฟันร่วงหรืออย่างไร”
“ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดอวี่หวงจึงรีบร้อนออกโรง?”
“ก็เพื่อกอบกู้ขวัญกำลังใจทหารอย่างไรเล่า หากท่านลงไปช่วย ประเดี๋ยวพวกเดียวกันก็จะคิดว่าศัตรูแข็งแกร่งเกินไป ถึงขั้นต้องใช้คนของราชวงศ์ถึงสองคนจึงจะเอาชนะได้ นั่นมิใช่เป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าศัตรูมีฝีมือทัดเทียมกับพวกเราหรอกหรือ?”
“ในทางกลับกัน หากอวี่หวงสามารถเอาชนะการต่อสู้แบบสองรุมหนึ่งได้ ขวัญกำลังใจทหารก็จะไม่พุ่งทะยานขึ้นมาหรอกหรือ?”
“ทำไม…… ท่านคิดว่าพลังฝีมือของอวี่หวง จะเอาชนะโจรภูเขาสองคนนี้ไม่ได้เชียวหรือ?”
ท่านผู้อาวุโสหานส่ายหน้า “นั่นก็คงไม่ใช่ แค่โจรภูเขากระจอก ๆ เท่านั้นแหละ ทว่า…… รูปร่างของคนที่เพิ่งโผล่มาด้านหลังนั่น ข้ารู้สึกคุ้น ๆ ตาชอบกล ราวกับเคยเห็นที่ใดมาก่อน”