- หน้าแรก
- ระบบตัวร้าย: ข้าคือองครักษ์เสื้อแพร กุมอำนาจล้นฟ้าแล้วมันผิดตรงไหน?
- บทที่ 725 จิ้งจอกสวรรค์คลายกำหนัดได้ดีเยี่ยม
บทที่ 725 จิ้งจอกสวรรค์คลายกำหนัดได้ดีเยี่ยม
บทที่ 725 จิ้งจอกสวรรค์คลายกำหนัดได้ดีเยี่ยม
บทที่ 725 จิ้งจอกสวรรค์คลายกำหนัดได้ดีเยี่ยม
ในชั่วพริบตาที่กระบี่ยาวสีเขียวปักเข้าใส่ค่ายกลยันต์แปดทิศสีเลือด ค่ายกลยันต์แปดทิศสีเลือดก็พลันพังทลายลง
และสูญสลายไปอย่างสมบูรณ์ นักพรตลึกลับมองดูกระบี่ยาวสีเขียวบนพื้นด้วยความตกตะลึง
ทว่าเพียงไม่นานเขาก็ได้สติกลับคืนมา “กระบี่ปรมาจารย์แห่งวิถี???”
เมื่อเห็นกระบี่ชัดเจน ปฏิกิริยาแรกของนักพรตลึกลับคือการเผ่นหนีทันที
พูดเป็นเล่นน่า ของสิ่งนี้เขาเพิ่งจะมอบให้ไอ้จิ๊กโก๋เฒ่าแห่งนิกายเทียนอี้ไปเมื่อไม่นานมานี้เอง
บัดนี้มาปรากฏอยู่ที่นี่ มันหมายความว่าอย่างไร?
ก็หมายความว่าคนของนิกายเทียนอี้มาแล้วน่ะสิ?
ลำพังแค่หลี่หานเจียงคนเดียวก็รับมือยากพออยู่แล้ว นี่ถ้าเจ้าสำนักแห่งนิกายเทียนอี้โผล่มาอีกคน จะสู้ไปเพื่อสิ่งใด ดีไม่ดีวันนี้อาจจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่จริง ๆ ก็ได้
หลี่หานเจียงที่เห็นค่ายกลยันต์แปดทิศสีเลือดพังทลายลง ก็ไม่รอช้า รีบใช้วิชาเคลื่อนที่พริบตาไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังนักพรตลึกลับทันที
เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหลบหนี
แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้ว่าเจ้าของกระบี่เล่มนี้เป็นมิตรหรือศัตรู ทว่าในเมื่อกระบี่เล่มนี้สามารถทำลายค่ายกลยันต์แปดทิศสีเลือดได้ นั่นก็หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนผู้นี้กับนักพรตลึกลับย่อมไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
ดีไม่ดีอาจจะมีความแค้นต่อกันด้วยซ้ำ
ดังคำกล่าวที่ว่า ศัตรูของศัตรูคือมิตร ดังนั้นในตอนนี้หลี่หานเจียงจึงไม่อยากสนใจว่าเจ้าของกระบี่เล่มนี้เป็นใคร
เรื่องเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือห้ามปล่อยให้ปลาไหลตัวนี้หลุดมือไปได้อีก
มารดามันเถอะ กล้ามาก่อกวนถึงถิ่นของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า หากครั้งนี้ยังปล่อยให้มันหนีไปได้อีก หลี่หานเจียงจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
นักพรตลึกลับเห็นหลี่หานเจียงขวางทางหนีของตน ก็ร้อนรนจนทนไม่ไหว รีบเอ่ยขึ้นว่า
“ใต้เท้าหลี่ ท่านรีบปล่อยข้าไปเถิด ข้าขอรับรองว่าข้าจะเป็นหนี้บุญคุณท่านครั้งใหญ่ วันหน้าข้าจะต้องตอบแทนท่านอย่างแน่นอน”
หลี่หานเจียงยิ้มบาง ๆ
“ทำไมจู่ ๆ ถึงได้รีบร้อนจะไปนักล่ะ???”
“ดูเหมือนว่าเจ้าของกระบี่เล่มนี้ จะไม่ใช่แค่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเจ้า ทว่าน่าจะมีความแค้นกับเจ้าเลยนะเนี่ย”
นักพรตลึกลับไม่สนใจคำพูดประชดประชันของหลี่หานเจียง เขากล่าวซ้ำอีกครั้งว่า “ข้าบอกไปแล้ว ใต้เท้าหลี่ หากท่านปล่อยข้าไปตอนนี้ ข้าขอรับรองว่าจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้ท่าน หางจิ้งจอกในครั้งก่อนมันใช้การได้ดีใช่หรือไม่?”
“ขอเพียงท่านปล่อยข้าไป ข้าจะยกจิ้งจอกสวรรค์ให้ท่านเลย นางไม่ได้มีดีแค่เป็นของล้ำค่าทั้งตัวนะ ทว่าสิ่งสำคัญคือนางสามารถช่วยคลายกำหนัดให้ท่านได้ด้วย”
หลี่หานเจียงไม่สะทกสะท้านต่อเงื่อนไขของนักพรตลึกลับเลยแม้แต่น้อย
ในสายตาของเขา ร่างกายของนักพรตลึกลับนั้นมีค่ามากกว่าจิ้งจอกสวรรค์อะไรนั่นตั้งเยอะ
หลี่หานเจียงปลดปล่อยพลังเวททั่วร่างออกมา
“ข้าจำได้ว่าข้าเคยไว้หน้าเจ้าไปครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้เจ้ายังกล้ามาเยือนเมืองซานโจวอีก นี่แสดงว่าเจ้าไม่ได้เห็นหลี่หานเจียงผู้นี้อยู่ในสายตาเลย”
“ผลของการไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาก็คือชีวิต...... หากไม่เชือดไก่ให้ลิงดู ทุกคนก็คงจะคิดว่าข้าหลี่หานเจียงเป็นเพียงลูกพลับนิ่มที่ใครจะบีบก็บีบได้”
ปัง!!!
ในขณะที่หลี่หานเจียงกำลังพูด เงาร่างอีกสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าคนทั้งสอง
“ใต้เท้า หลิวเยวียนมารายงานตัวขอรับ!”
ผู้มาใหม่ประสานมือคารวะ
หลี่หานเจียงมองดูผู้มาใหม่ด้วยความประหลาดใจ
“หลิวเยวียน??? เจ้าลงมาจากนิกายเทียนอี้เร็วถึงเพียงนี้เลยรึ? ข้าคิดว่าเจ้าต้องใช้เวลาอีกสักปีสองปีเสียอีก”
หลิวเยวียนอธิบายว่า
“เนื่องจากเหตุผลพิเศษบางประการ จึงได้ลงเขามาก่อนกำหนดขอรับ”
จากนั้นหลิวเยวียนก็ชักกระบี่ปรมาจารย์แห่งวิถีขึ้นมาชี้ไปทางนักพรตลึกลับ แล้วหันไปถามหลี่หานเจียงว่า
“ใต้เท้า ไอ้สวะนี่คือคนที่มาต่อกรกับท่านใช่หรือไม่ขอรับ?”
หลี่หานเจียงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ก็แค่ตัวเล็กตัวน้อย ไม่น่าเก็บมาใส่ใจหรอก”
“ส่วนเจ้าน่ะ ไปอยู่นิกายเทียนอี้ไม่กี่เดือน เปลี่ยนไปมากเลยนะ.......”
“สมกับเป็นสำนักใหญ่จริง ๆ รังสีอำมหิตบนตัวเจ้าหายไปจนหมดสิ้น หากไม่ใช่เพราะพวกเราคุ้นเคยกัน ข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นยอดฝีมือเร้นกายจากภูเขาลูกใดลูกหนึ่งเสียแล้ว”
หลิวเยวียนยิ้มบาง ๆ “ใต้เท้า ข้าไม่ได้เปลี่ยนไปเลยขอรับ ข้ายังคงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน เพียงแต่วิถีเต๋าของข้าได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มที่หนึ่งก่อนเท่านั้นเอง”
นักพรตลึกลับเห็นว่าทั้งสองคนเป็นพวกเดียวกัน ซ้ำยังมาทบทวนความหลังกันอีก เขาจึงสบโอกาสเตรียมจะเผ่นหนีอีกครั้ง
หลิวเยวียนสังเกตเห็นความผิดปกติของนักพรตลึกลับในทันที จึงรีบขว้างกระบี่ปรมาจารย์แห่งวิถีในมือออกไปสกัดการเคลื่อนไหวของนักพรตลึกลับเอาไว้
นักพรตลึกลับฝืนยิ้ม “ท่านทั้งสอง ในเมื่อเป็นสหายเก่า ไฉนจึงไม่รำลึกความหลังกันให้มากกว่านี้เล่า จะมาสนใจข้าทำไมกัน?”
“เอาเช่นนี้ ใต้เท้าหลี่........ เงื่อนไขที่ข้าเสนอให้เมื่อครู่ยังคงเป็นไปตามเดิมนะขอรับ”
หลี่หานเจียงไม่พูดพร่ำทำเพลง กระบี่สยบเทพพุ่งออกมาจากร่างของราชาภูตผีที่หมดสติไปแล้ว และกลับคืนสู่งมือของเขาในทันที
เมื่อเห็นดังนั้น นักพรตลึกลับก็รับรู้ได้ถึงท่าทีของหลี่หานเจียงแล้ว
นักพรตลึกลับมองดูร่างกายที่ไร้แขนขวาของตน สลับกับมองหลี่หานเจียงและหลิวเยวียน
แล้วถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
“เอาล่ะ ในเมื่อใต้เท้าหลี่ยืนกรานเช่นนี้ ก็เข้ามาเลย~”
“จริงสิ....... ข้าขอเตือนใต้เท้าหลี่เอาไว้ก่อน หากท่านสังหารข้า พวกเราจะกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันในทันที ตอนนี้ท่านอาจจะมีพลังฝีมืออยู่บ้าง ทว่าในก้าวสุดท้ายนั้นจำต้องได้รับการสืบทอด”
“จริงอยู่ที่ท่านได้รับการสืบทอดมา ทว่าการสืบทอดแห่งปรโลกของท่านและวิถีแห่งโลหิตของข้า ล้วนอยู่ภายใต้วิถีแห่งสวรรค์ หากท่านสังหารข้า วิถีแห่งสวรรค์จะตัดขาดหนทางของท่าน ท่านจงคิดให้รอบคอบเถิด”
“ในทางกลับกัน หากข้ารู้ว่าท่านมีกฎเกณฑ์แห่งแก่นแท้แห่งฟ้าดิน ‘ปรโลก’ ข้าก็คงไม่สังหารท่านหรอก”
“และประการสุดท้าย.......”
“พูดจาไร้สาระยืดยาว” หลี่หานเจียงกล่าวด้วยความรำคาญใจ พลางบังคับกระบี่สยบเทพให้แทงทะลุร่างอีกฝ่าย
ครั้งนี้แทงทะลุหัวใจฝั่งขวา
เลือดเริ่มไหลรินจากมุมปากของนักพรตลึกลับ ทว่าในดวงตากลับไร้ซึ่งแววสิ้นหวัง
เขากลับหัวเราะร่วนแล้วกล่าวว่า
“ป...... ประการสุดท้าย ข้าจะบอกท่านว่า หัวใจฝั่งขวาคือหัวใจดวงที่อ่อนแอที่สุดของข้า....... ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!! ใต้เท้าหลี่ช่างกล้าหาญนัก ถึงกับกล้าตัดขาดวิถีแห่งสวรรค์ด้วยตนเอง”
ตุบ!!!
สิ้นเสียง นักพรตลึกลับก็ล้มลงกับพื้น สิ้นลมหายใจไปในที่สุด
[ติ๊ง~ โฮสต์สังหารนักพรตโลหิต การประเมินผลโดยรวมได้รับแต้มสังหาร 50,000,000 แต้ม]
หลี่หานเจียงมองดูแต้มสังหารที่ได้รับพลางขมวดคิ้ว
ดูเหมือนว่านักพรตลึกลับผู้นี้จะยังไม่ตายสนิทจริง ๆ
มิฉะนั้นคงไม่ได้แต้มเพียงเท่านี้ นี่คือยอดฝีมือที่บรรลุถึงระดับแก่นแท้เชียวนะ หากไม่ใช่เพราะเขาใช้วิธีหลอกล่อร่างโลหิต ก็อาจจะต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว
หัวใจฝั่งขวา หัวใจฝั่งซ้าย...... หรือว่าที่ตายไปเมื่อครู่จะเป็นเพียงหัวใจฝั่งขวาเท่านั้น???
หลิวเยวียนมองดูกองทัพนับล้านที่อยู่เบื้องหน้าพลางเอ่ยถามว่า
“ใต้เท้า ให้ข้าจัดการพวกมันดีหรือไม่ขอรับ?”
หลี่หานเจียงถูกคำพูดของหลิวเยวียนดึงสติกลับมา
เขาส่ายหน้า “พวกนี้ข้าจะจัดการด้วยตัวเอง เจ้าแค่ยืนดูอยู่เฉย ๆ ก็พอ”
แผ่นป้ายคำสั่งปรากฏขึ้นเหนือแผ่นหลังของหลี่หานเจียง กระบี่สยบเทพในมือก็เปล่งประกายแสงสีแดงออกมา
อาณาเขตปลิดชีพทวยเทพถูกเปิดออก ป้ายคำสั่งถูกแขวนเอาไว้
“เตรียมตัวสนุกได้เลย!!!”