- หน้าแรก
- วนลูปมรณะก่อนวันสิ้นโลก
- ตอนที่ 47 ผลิตภัณฑ์จากต่างดาว?
ตอนที่ 47 ผลิตภัณฑ์จากต่างดาว?
ตอนที่ 47 ผลิตภัณฑ์จากต่างดาว?
ตอนที่ 47 ผลิตภัณฑ์จากต่างดาว?
“เฮ่อเหวยจง?!”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ ปฏิกิริยาแรกของหวังชงคือคิดว่าตัวเองโดนหลอกเข้าแล้ว!
“ไอ้เฒ่าบัดซบนี่เสแสร้งตบตาฉันงั้นเหรอ”
ในหัวของหวังชงผุดภาพท่าทางของเฮ่อเหวยจงในการวนลูปหลายครั้งก่อนหน้านี้ขึ้นมา
“บัดซบเอ๊ย ล่าห่านป่ามาทั้งวัน กลับโดนห่านป่าจิกตาซะได้!” หวังชงสบถด่า
เขารวมๆ แล้วข่มขู่ไอ้เวรนี่ไปตั้งกี่ครั้งกัน ทุกครั้งที่เห็นท่าทางขี้ขลาดของมัน ก็รู้สึกว่าไอ้หมอนี่มันก็แค่หนอนแมลงในระบบที่คอยผลาญงบไปวันๆ นึกไม่ถึงว่าจะซ่อนตัวได้ลึกขนาดนี้!
แต่ในเมื่อรู้แล้วว่าเป็นใคร งั้นก็จัดการง่ายแล้ว
“เฒ่าจ้าว ครั้งนี้เวลาไม่พอแล้วจริงๆ รอให้ลืมตาขึ้นมาครั้งหน้า เรื่องแรกที่ฉันจะทำก็คือไปกระชากหน้ากากของไอ้เฮ่อเหวยจงออกมา!”
จ้าวกังพยักหน้า แม้ในใจจะยังคงสั่นสะเทือน แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวว้าวุ่นกับเรื่องนี้
จ้าวกังหันตัวกลับมา สายตาจ้องเขม็งไปยังจางมู่ฉู่ที่ยังคงสะอื้นไห้ “องค์กรของพวกเธอ มีการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวใช่หรือไม่”
นี่แหละคือประเด็นสำคัญ!
ถ้าหากเป็นการต่อสู้กันเองของมนุษยชาติล่ะก็ เท่ากับว่าเหนื่อยเปล่าแล้วล่ะ!
เมื่อจางมู่ฉู่ได้ยินคำซักไซ้ของจ้าวกัง ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว ส่ายหน้าปฏิเสธสุดชีวิต
“มนุษย์ต่างดาวอะไรกันคะ อาจารย์ ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ! ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องมนุษย์ต่างดาวอะไรนั่นมาก่อนเลย!”
จ้าวกังขมวดคิ้วแน่น หันเหสายตาไปยังหลี่เฉาฉินที่อยู่บนเก้าอี้ข้างๆ
เวลานี้ใบหน้าของหลี่เฉาฉินซีดเผือด บาดแผลตรงบั้นท้ายยังมีเลือดซึมออกมา เจ็บปวดจนเหงื่อแตกพลั่กเต็มหัว
เมื่อเห็นจ้าวกังมองมา เขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว รูทวารขมิบแน่นโดยสัญชาตญาณ ร้องโอดครวญด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นว่า
“ผม... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ! อาจารย์ พวกเราแค่ทำตามคำสั่งจริงๆ เบื้องบนไม่เคยพูดถึงเรื่องมนุษย์ต่างดาวเลย!”
“ไม่รู้เหรอ” หวังชงเลิกคิ้วขึ้น เดินไปตรงหน้าหลี่เฉาฉินอีกครั้ง แล้วลงมีดในทันที!
“ฉึก!”
มีดวารีแทงทะลุเข้าไปในแก้มก้นของหลี่เฉาฉินอย่างแม่นยำอีกครั้ง!
“อ๊าก——!!!”
หลี่เฉาฉินส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด ร่างทั้งร่างเด้งขึ้นบนเก้าอี้อย่างแรง ลูกตาแทบจะถลนออกมา
“สาวสวยเขาบอกว่าไม่รู้ แกก็ยังจะบอกว่าไม่รู้อีก! ฉันล่ะเกลียดพวกชอบลอกเลียนแบบที่สุดเลย!”
หลี่เฉาฉินเจ็บจนตาเหลือก ริมฝีปากสั่นระริกอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
จากนั้น หัวของเขาก็พับตก สลบเหมือดไปในที่สุด
“แค่นี้ก็สลบแล้วเหรอ ฉันยังไม่ได้แทงจุดตายซะหน่อยนะ”
จ้าวกังก้มหน้ามองแวบหนึ่ง เลือดใต้บั้นท้ายของหลี่เฉาฉินก่อตัวเป็นแอ่งเล็กๆ ไหลคดเคี้ยวไปตามขาเก้าอี้ลงสู่พื้น
“เสียเลือดมากเกินไป บวกกับตกใจมากเกินไปน่ะ”
หากเป็นจ้าวกังในอดีต เวลานี้คงรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมานานแล้ว
แต่จ้าวกังในตอนนี้ไม่ได้สนใจความเป็นตายของหลี่เฉาฉินเลยแม้แต่น้อย
“เสี่ยวหวัง ในเมื่อไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล งั้นก็ลองไม้อ่อนดู ลองใช้สิ่งที่คุณเพิ่งพูดไปเมื่อกี้นี้... กลชายงามดูสิ”
หวังชงอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอียงคอ ใช้สายตาเหมือนมองสัตว์หายากกวาดมองจ้าวกังตั้งแต่หัวจรดเท้า
นี่ใช่ตาแก่บัณฑิตผู้สุภาพเรียบร้อยคนนั้นหรือเปล่าเนี่ย
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ เฒ่าจ้าวเอ๋ยเฒ่าจ้าว ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของนายนี่ แทบจะตามฉันทันแล้วนะ!”
จ้าวกังไม่ได้สนใจคำล้อเลียนของหวังชง เขาถอดแว่นตาออก นวดคลึงหัวคิ้วที่เหนื่อยล้า
“สถานการณ์ไม่ปกติ ก็ต้องทำเรื่องไม่ปกติ”
หวังชงจ้องมองจ้าวกังอยู่สองสามวินาที แล้วก็หัวเราะออกมา
ทว่า หวังชงก็พอจะเข้าใจได้!
ก็เหมือนกับตอนที่เขาแหกกฎเป็นครั้งแรก แล้วก็เสพติดไปเลย!
คนเราเมื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปแล้ว ก็จะค้นพบว่าตัวเองได้กลายเป็นคนละคนไปแล้ว!
แต่จ้าวกังกับหวังชงก็แตกต่างกันอยู่นิดหน่อย หวังชงเป็นความบ้าคลั่งที่เกิดจากผลข้างเคียง ส่วนจ้าวกังเป็นคนเลือกเอง!
หวังชงเลียริมฝีปาก หันไปมองจางมู่ฉู่
เวลานี้จางมู่ฉู่ตกใจจนสติหลุดไปแล้ว เธอพยายามหดตัวไปด้านหลังเก้าอี้สุดชีวิต ปากก็ละล่ำละลักอ้อนวอนว่า
“อย่า... อย่าเข้ามานะ...”
“ฉันไม่รู้จริงๆ ไม่รู้จริงๆ นะ~~~”
หวังชงลากจางมู่ฉู่ไปทั้งคนทั้งเก้าอี้ตรงไปยังห้องเก็บของมุมหนึ่งในห้องปฏิบัติการ
“หึหึ ต่อให้รู้ ก็รออีกเดี๋ยวค่อยบอกฉันแล้วกันนะ!”
“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่า!”
จางมู่ฉู่กรีดร้องอย่างสิ้นหวัง แต่ในห้องปฏิบัติการอันกว้างขวาง เสียงนี้กลับยิ่งฟังดูโหยหวนมากขึ้นไปอีก
เสียงกรีดร้องนี้ ทำให้จูจวินและผู้คุ้มกันคนอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลฟังแล้วถึงกับกำหมัดแน่น อดสบถออกมาไม่ได้ว่า “เดรัจฉานเอ๊ย!”
ตอนนั้นเองจ้าวกังก็เตือนขึ้นมาว่า “เสี่ยวหวัง เวลาเหลือไม่มากแล้ว ทำอะไรก็... ให้มันเร็วหน่อยนะ”
หวังชงหันกลับมาทำท่า “โอเค”
“วางใจเถอะเฒ่าจ้าว ฉันเสร็จเร็วน่า!”
พูดจบ ก็ปิดประตูเสียงดัง “ปัง”
ในวินาทีที่ประตูปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังชงก็แข็งค้างไปเล็กน้อย
เดี๋ยวก่อนนะ
ประโยคเมื่อกี้นี้มันแปลกๆ หรือเปล่าเนี่ย
...
หกโมงเช้าวันที่ห้า!
หวังชงเดินออกมา
ใบหน้าของเขาแดงปลั่ง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
จ้าวกังหันขวับกลับมา ถามอย่างร้อนรนว่า “เป็นไงบ้าง”
“ยอมพูดแล้ว เธอไม่รู้เรื่องมนุษย์ต่างดาวเลยจริงๆ!”
“ในความเข้าใจของเธอ องค์กรของพวกเขามันเหมือนกับ... ลัทธิชั่วร้ายซะมากกว่า”
“ลัทธิชั่วร้ายเหรอ”
“ถูกต้อง”
“องค์กรนี้โอนเงินให้พวกเขาเป็นประจำ เดือนละสองแสน... เหรียญสหรัฐ!”
จ้าวกังขมวดคิ้ว “ให้เงินผู้ช่วยสองคนมากมายขนาดนี้เนี่ยนะ คุณค่าของพวกเขาอยู่ที่ไหนกัน”
“ประเด็นสำคัญมาแล้ว”
“ภารกิจในช่วงนี้ขององค์กรพวกเขามีเพียงอย่างเดียว—— รวบรวมสมอง!”
“แถมยังไม่ใช่สมองของคนธรรมดา แต่เป็นสมองของนักวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้าอย่างนายต่างหากล่ะ!”
จ้าวกังรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นจากฝ่าเท้าพุ่งตรงขึ้นสู่กระหม่อม ในเวลาเดียวกันก็พลันคิดเรื่องราวมากมายตก!
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
หวังชงพูดต่อไปว่า
“และนักเรียนของนายก็เป็นเพียงแค่ตัวเชื่อมโยงในภารกิจนี้เท่านั้น!”
“พวกเขารับผิดชอบแค่ผ่ากะโหลกเอาสมองออกมา จากนั้นก็ส่งมอบให้กับเบื้องบน!”
“ส่วนจะลักพาตัวนักวิทยาศาสตร์มาได้ยังไง หรือจะทำลายหลักฐานซ่อนเร้นศพยังไง พวกเขาก็ไม่ต้องไปสนใจ!”
“เพราะงั้น ฉันเดาว่า ครั้งก่อนคงเป็นเพราะโอกาสหายากจริงๆ พวกเขาสองคนเลยอดใจไม่ไหวต้องลงมือ หวังจะฟันก้อนใหญ่!”
“แต่ว่า จางมู่ฉู่ก็บอกแล้วว่า องค์กรของพวกเขาบอกว่าภารกิจจะยุติลงในวันที่สี่ ดังนั้นครั้งก่อนน่าจะเป็นการพลการของพวกเขาเองล่ะมั้ง!”
หวังชงพูดจบ ก็หันตัวเดินตรงไปที่ประตูห้องปฏิบัติการทันที หยิบเป้สองใบลงมา นั่นคือของที่หลี่เฉาฉินกับจางมู่ฉู่สะพายเข้ามา
ซ่า
หวังชงเทของในเป้ออกมากองเต็มพื้น
นอกจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและเอกสารทั่วไปแล้ว ยังมีกล่องกำมะหยี่สีดำอีกหนึ่งใบ
หวังชงคว้ากล่องใบนั้นมาเปิดดู
ภายในบรรจุท่อนโลหะหนึ่งอันเอาไว้
หวังชงยื่นนิ้วออกไป คีบมันออกมา
ท่อนโลหะที่อยู่ในมือหนักอึ้ง แผ่ซ่านความเย็นเยือกออกมา
ขนาดไม่ใหญ่มาก ก็พอๆ กับลิปสติกของผู้หญิง
“เฒ่าจ้าว นายดูสิ ไอ้ของสิ่งนี้เนี่ย มันเหมือนกับผลิตภัณฑ์จากต่างดาวไหม!”
[จบตอน]