- หน้าแรก
- พ่อค้าสมบัติสะท้านภพ เปิดกล่องทีไรได้ของระดับพระเจ้าทุกที
- บทที่ 15 วันนี้ไม่มีอะไรทำ ไปฟังเพลงที่หอนางโลมดีกว่า
บทที่ 15 วันนี้ไม่มีอะไรทำ ไปฟังเพลงที่หอนางโลมดีกว่า
บทที่ 15 วันนี้ไม่มีอะไรทำ ไปฟังเพลงที่หอนางโลมดีกว่า
รอยยิ้มของฉู่ผิงอันนั้นหุบยากยิ่งกว่าปืน AK ส่วนเว่ยชุนชิวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่น้อยหน้ากันเลย
เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ต่างก็พึงพอใจกับรางวัลที่ได้รับจากหีบสมบัติเป็นอย่างมาก
"ลุงเว่ย ได้ของดีอะไรมาถึงยิ้มแฉ่งขนาดนั้นครับ"
ความจริงแล้วฉู่ผิงอันรู้อยู่เต็มอกว่าผลลัพธ์จากสกิลของอีกฝ่ายคืออะไร แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะแกล้งถาม
เว่ยชุนชิวดึงสติกลับมา รอยยิ้มบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย
"มันดีมากจริงๆ นั่นแหละ"
ระหว่างที่พูด เขาก็โชว์สกิลที่เพิ่งได้รับมาให้ฉู่ผิงอันดูด้วย
【ลอบเร้นในความว่างเปล่า ระดับมหากาพย์: หลังจากเปิดใช้งานสกิล คุณจะกระโดดหลุดพ้นจากมิติปัจจุบัน และได้รับความสามารถในการเคลื่อนที่ในความว่างเปล่าชั่วคราว หลังจากผ่านไปกว่า 10 วินาที คุณจะออกจากความว่างเปล่าโดยอัตโนมัติ การแทงข้างหลังครั้งต่อไปของคุณจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 2,000 เปอร์เซ็นต์ แก่เป้าหมาย
ค่าร่ายสกิล: แต้มคอมโบ 1 แต้ม, ระยะเวลาคูลดาวน์สกิล: 120 วินาที】
หลังจากทำคอมโบสำเร็จ นักฆ่าจะได้รับแต้มคอมโบหนึ่งแต้ม
สกิลไม้ตายหลายๆ สกิลล้วนต้องใช้แต้มคอมโบในการเปิดใช้งาน
"ยินดีด้วยนะครับลุงเว่ย"
ฉู่ผิงอันกล่าวแสดงความยินดีจากใจจริง
"ครั้งนี้ต้องขอบใจหลานมากนะผิงอัน"
"ด้วยสกิลนี้ ในที่สุดลุงก็พอจะมีความหวังที่จะลองทำภารกิจเลื่อนขั้นระดับ 7 ดูได้แล้ว"
ฉู่ผิงอันส่ายหน้า "ผมก็แค่หยิบยื่นโอกาสให้เท่านั้นเอง การที่ลุงได้สกิลแบบนี้มา มันเป็นเพราะโชคของลุงล้วนๆ เลยต่างหากครับ"
โอกาสอย่างนั้นหรือ
คนส่วนใหญ่ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิต ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้รับโอกาสแบบนี้ด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เว่ยชุนชิวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เขากลับจดจำความมีน้ำใจในครั้งนี้ไว้ในใจอย่างเงียบๆ
"ว่าแต่ ลุงเว่ยอยากจะเปิดอีกสักใบไหมครับ"
ขณะที่พูด ฉู่ผิงอันก็หยิบหีบสมบัติอีกใบออกมา ราวกับเล่นกล
เมื่อมองดูหีบสมบัติตรงหน้า ประกายแห่งความปรารถนาก็ฉายชัดในดวงตาของเว่ยชุนชิว
ทว่าเขากลับส่ายหน้าปฏิเสธ "ช่างมันเถอะ"
"ลุงไม่มีหินเวทมนตร์สิบล้านก้อนอยู่ในมือแล้วล่ะ"
"ล้านก้อนก็ได้นะครับ"
เว่ยชุนชิวยิ้มและปฏิเสธความหวังดีของฉู่ผิงอัน
"หลานเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ ว่าทุกครั้งที่มีคนอื่นเปิดหีบ หลานก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาด้วยน่ะ"
"และผลตอบแทนนั้นก็ขึ้นอยู่กับรางวัลที่เปิดได้ และราคาที่ขายหีบนั้นไปด้วย"
"ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เราก็ไม่ควรปล่อยให้โอกาสอันล้ำค่านี้สูญเปล่าไปอย่างไม่ระมัดระวังหรอกนะ"
เมื่อพูดถึงจุดนี้ น้ำเสียงของเว่ยชุนชิวก็จริงจังขึ้นมา "จำไว้นะ ต่อให้เป็นพ่อของหลาน ตัวลุงเอง หรือแม้แต่ท่านอาจารย์ของเรา ก็ไม่สามารถปกป้องหลานไปได้ตลอดชีวิตหรอก"
"ความแข็งแกร่งของตัวเองต่างหากคือทุกสิ่งทุกอย่าง!"
"ดังนั้น อย่าทิ้งโอกาสในการเปิดหีบสมบัติไปเปล่าๆ เพียงเพราะความชอบส่วนตัวเด็ดขาด!"
"เข้าใจแล้วครับคุณลุง"
"เด็กดี"
เว่ยชุนชิวยิ้มพลางตบไหล่ฉู่ผิงอันเบาๆ แต่ในใจกลับคิดว่า 'ดูเหมือนว่าในอนาคต ฉันคงต้องรับภารกิจให้มากขึ้น เพื่อหาเงินมาเปิดหีบแล้วล่ะ'
หลังจากบอกลาเว่ยชุนชิว ฉู่ผิงอันก็มองดูหีบสมบัติในมือ
เขาถอนหายใจออกมา
"แล้ว..."
"ฉันควรจะขายเจ้านี่ให้ใครดีล่ะเนี่ย"
ในฐานะลูกชายของท่านเจ้าเมือง เขารู้จักพวกคุณชายบ้านรวยอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ
แต่ไอ้พวกนั้นอย่าว่าแต่สิบล้านเลย แค่ล้านเดียวก็คงกระอักเลือดแล้ว!
"ช่างมันเถอะ"
"ยังไงนี่ก็เพิ่งจะบ่ายเอง เดี๋ยวค่อยคิดหาทางทีหลังก็แล้วกัน"
ถ้าจนตรอกจริงๆ ขายแค่ล้านเดียวก็ไม่ได้แย่อะไรนักหรอก
ส่วนตอนนี้น่ะหรือ
ถึงเวลาไปฟังเพลงที่หอนางโลมแล้วสิ
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากแยกย้ายกัน เว่ยชุนชิวก็กลับไปที่ห้องทำงานประจำของฉู่ขวงเหริน
ทว่ารูปลักษณ์ของเขาได้เปลี่ยนไปจากชายวัยกลางคนหน้าตาธรรมดาๆ ในตอนแรก กลายเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีคิ้วคมเข้มและดวงตาเป็นประกาย
"คนจากเบื้องบนยังมาไม่ถึงอีกเหรอ"
"ยังเลย"
ฉู่ขวงเหรินเอ่ยตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ เมื่อเขาจัดการกับเอกสารในมือเสร็จ เขาก็เงยหน้าขึ้นและต้องตกตะลึงเมื่อเห็นรูปลักษณ์ใหม่ของสหายเก่า
"เฒ่าเว่ย วันนี้แกแต่งตัวซะหล่อเฟี้ยวเลยนะ มีเรื่องอะไรดีๆ หรือเปล่าเนี่ย"
"หึ"
เว่ยชุนชิวแค่นเสียงหัวเราะและไม่ยอมตอบ
ทว่าด้วยความสนิทสนมกันมานาน ฉู่ขวงเหรินก็เดาเรื่องราวได้ในทันที
"โย่ มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับแกจริงๆ ด้วยสิ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มุมปากของเว่ยชุนชิวก็ยกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบตำราสกิล 【ลอบเร้นในความว่างเปล่า】 ออกมาโบกไปมาตรงหน้าอีกฝ่ายเงียบๆ
ซี๊ด
ฉู่ขวงเหรินถึงกับสูดปาก
"พระเจ้าช่วย! สกิลนี้มันโคตรโกงเลยไม่ใช่หรือไงเนี่ย?!"
"แกไปได้มันมาจากไหนกัน"
"ลองเดาดูสิ"
ฉู่ขวงเหรินนึกขึ้นได้ในทันที "ไอ้ลูกชายตัวแสบของฉันงั้นเหรอ"
"โควตาการเปิดหีบของวันนี่มันหมดไปแล้วไม่ใช่หรือไง"
"เดี๋ยวนะ ฉันเข้าใจแล้ว จำนวนครั้งที่มันสามารถเปิดหีบได้เพิ่มขึ้นหลังจากการเลื่อนขั้นสินะ"
เว่ยชุนชิวพยักหน้ารับ จากมุมปากที่ยกยิ้มกว้างจนยากจะหุบลงนั้น ก็ไม่ยากเลยที่จะบอกได้ว่าตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดีสุดๆ
อย่างไรก็ตาม...
"แกคงไม่ได้สกิลนี้มาจากหีบราคาสิบล้านหรอกใช่ไหม"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเว่ยชุนชิวมลายหายไปในทันที เช่นเดียวกับที่ฉู่ขวงเหรินรู้ใจเขา เขาก็รู้เช่นเห็นชาติอีกฝ่ายดีเหมือนกัน
เขาแทบไม่ต้องคิดเลยว่าไอ้ทึ่มนี่กำลังจะทำอะไรต่อไป
ดังนั้นก่อนที่ฉู่ขวงเหรินจะได้อ้าปากพูด เว่ยชุนชิวก็แค่นเสียงหัวเราะแล้วหายตัวไปในทันที
ฉู่ขวงเหรินที่กำลังเตรียมจะอวดสกิลระดับตำนาน 【การคุ้มครองแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์】 ที่เขาเพิ่งเรียนรู้มา กลับต้องพบว่าตอนนี้ไม่มีใครให้อวดเสียแล้ว
ฉู่ขวงเหรินลูบผมสั้นๆ ของตัวเองพลางเดาะลิ้น "วิ่งไวยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก"
เห็นได้ชัดเลยว่า หากเว่ยชุนชิวไม่ชิงหนีไปก่อน ฉู่ขวงเหรินก็คงจะพูดว่า
"สกิลระดับมหากาพย์ของแกก็ถือว่าไม่เลวหรอกนะ แต่ถ้าเทียบกับสกิลระดับตำนานของฉันแล้ว มันก็ยังห่างชั้นกันอยู่ดี"
"เรื่องดวงน่ะ แกยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ!"
น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาไม่มีใครให้อวดด้วยแล้ว ฉากนี้จึงไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ฉู่ขวงเหรินนั่งตัวตรง จัดแจงท่าทีให้ดูน่านับถือสมกับเป็นท่านเจ้าเมือง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "เข้ามาได้"
ทหารยามนายหนึ่งก้าวเข้ามาจากด้านนอก
"ท่านเจ้าเมืองขอรับ ผู้แทนพิเศษจากเบื้องบนเดินทางมาถึงแล้วครับ"
"เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันออกไป"
ณ ห้องรับรอง
"ต้องขออภัยด้วยที่ปล่อยให้ผู้แทนพิเศษทั้งสองต้องรอนาน"
ขณะที่พูด ฉู่ขวงเหรินก็ลอบประเมินสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟา
ผู้แทนพิเศษทั้งสองคนเป็นผู้หญิง และดูเด็กมาก น่าจะเพิ่งอายุยี่สิบต้นๆ เท่านั้น
คนหนึ่งสวมชุดนักเวทสีฟ้าคราม ส่วนอีกคนสวมชุดเดรสสีขาวเรียบง่าย
พวกเธอไม่ได้แต่งหน้าเลย แต่ความงามของพวกเธอกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
คนหนึ่งดูอ่อนโยนและฉลาดเฉลียว ส่วนอีกคนดูซุกซนและน่ารักน่าเอ็นดู
แม้แต่ฉู่ขวงเหรินที่อายุใกล้จะห้าสิบแล้ว ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาเมื่อได้เห็นพวกเธอ
'เด็กสาวสวยๆ แบบนี้... ฉันน่าจะหาทางจับคู่ให้มาเป็นลูกสะใภ้สักคนนะ ไม่อย่างนั้นไอ้ลูกตัวแสบของฉันก็คงไม่ยอมเป็นฝั่งเป็นฝาสักที'
อายุยังไม่ทันจะถึงสิบแปดดี ก็เอาแต่ไปฟังเพลงที่หอนางโลมแทบทุกวัน แบบนี้มันใช่พฤติกรรมของเยาวชนที่ควรทำหรือไง!
มู่หว่านฮว๋าในชุดเดรสสีขาว และเจียงเยว่เยว่ในชุดนักเวทสีฟ้าคราม รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
"ท่านเจ้าเมืองฉู่กล่าวเกินไปแล้ว พวกเราเองก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงเหมือนกันค่ะ"
แม้ว่าพวกเธอจะเป็นถึงผู้แทนพิเศษ แต่นั่นก็เป็นเพราะอาชีพของพวกเธอบังเอิญเหมาะสมกับภารกิจนี้พอดี
ไม่ใช่เพราะพวกเธอมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าฉู่ขวงเหรินหรอกนะ
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยชื่อเสียง ความแข็งแกร่ง และภูมิหลังของเขา ต่อให้เป็นคนที่แข็งแกร่งกว่า ก็ไม่มีใครกล้าทำตัวไม่เคารพเขาหรอก
ฉู่ขวงเหรินดึงสติกลับมาและมองดูพวกเธอ "ถ้าอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พวกเราไปที่เกิดเหตุกันก่อนดีกว่า"
"เดี๋ยวผมจะอธิบายรายละเอียดให้พวกคุณฟังระหว่างทางก็แล้วกัน ดีไหมครับ"
"พวกเรายินดีทำตามการจัดเตรียมของท่านเจ้าเมืองค่ะ"
"ปิดงั้นเหรอ"
เมื่อมองดูตัวอักษรขนาดใหญ่สองตัวที่แขวนอยู่หน้าประตู ฉู่ผิงอันก็เผยสีหน้าไม่พอใจออกมา
"กลางวันแสกๆ ดันไม่ยอมเปิดทำมาค้าขายให้เป็นกิจจะลักษณะ กลับไปเอาดีแต่เรื่องพรรค์นั้นในตอนกลางคืน!"
"คอยดูนะ คืนนี้ฉันจะพากำลังคนมาบุกถล่มให้ราบเป็นหน้ากลองเลย!"
กว่าเขาจะปลีกเวลามาฟังเพลงได้สักทีนึง คิดว่ามันง่ายนักหรือไง