เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - บุกรุกอย่างอุกอาจ!

บทที่ 50 - บุกรุกอย่างอุกอาจ!

บทที่ 50 - บุกรุกอย่างอุกอาจ!


บทที่ 50 - บุกรุกอย่างอุกอาจ!

เมื่อได้ยินเสียงนั้น เหยาจินกู่ก็พยายามเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาของเขาถูกเลือดบดบังจนพร่ามัวไปหมด มองเห็นภาพตรงหน้าได้ไม่ชัดนัก ที่แย่ไปกว่านั้นคือ กลิ่นบุหรี่ที่ลอยคลุ้งอยู่รอบตัวทำให้เขาสำลักไอออกมาอย่างรุนแรง

ทุกครั้งที่ไอ ความเจ็บปวดก็แล่นแปลบไปทั่วอวัยวะภายใน เลือดทะลักออกจากปากไม่หยุด

ทรมานแสนสาหัส

ใครจะไปคิดว่า คนที่เคยอยู่สูงเสียดฟ้าอย่างเขา จะต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชขนาดนี้!

เขาพยายามปาดเลือดที่เกรอะกรังอยู่ตรงหางตาออกอย่างยากลำบาก แล้วจ้องมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า

นัยน์ตาของชายหนุ่มช่างเย็นชาและเฉยเมย ราวกับไม่แยแสต่อสิ่งใดในโลก

วินาทีนี้ ความกลัวเกาะกุมหัวใจเขาอย่างแท้จริง!

อีกฝ่ายแข็งแกร่งมาก!

แข็งแกร่งกว่าเขามากโข!

ประเทศจีนมีปรมาจารย์ยุทธ์ที่อายุน้อยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

และที่สำคัญ เบาะแสทุกอย่างล้วนชี้ชัดว่า ปรมาจารย์ตรงหน้านี้ก็คือ เย่เฉิน ที่หายสาบสูญไปเมื่อห้าปีก่อน!

ไอ้สวะตระกูลเย่ที่ถูกคนทั้งเมืองเจียงเฉิงหัวเราะเยาะคนนั้น!

เย่เฉินบี้ก้นบุหรี่ทิ้ง ลุกขึ้นยืน ทอดสายตามองลงมาที่เหยาจินกู่เบื้องล่าง "ฉันจะให้โอกาสแกตอบคำถามฉันสักข้อ แล้วฉันจะลองเก็บไปคิดดูว่าจะปล่อยแกไปดีไหม"

เหยาจินกู่กระอักเลือดออกมาอีกคำ กัดฟันพูดเสียงแหบพร่า "แกฝันไปเถอะ!"

เย่เฉินแค่นยิ้มเย็นชา ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เหยียบเท้าลงบนใบหน้าของเหยาจินกู่ "ความอดทนของฉันมีจำกัด ถ้าแกไม่ยอมให้ความร่วมมือดีๆ ฉันรับรองเลยว่า แกจะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างสาสม! คำถามแรก แกตามหาฉันเจอได้ยังไง มีใครรู้เรื่องนี้บ้าง?"

เหยาจินกู่รู้สึกได้ถึงแรงกดที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นที่ฝ่าเท้า เขารู้ดีว่า หากอีกฝ่ายออกแรงเหยียบเมื่อไหร่ หัวของเขาต้องแหลกละเอียดกลายเป็นกองเลือดแน่!

พลังของปรมาจารย์ยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!

เขาอยากจะดิ้นให้หลุด แต่ก็ทำไม่ได้เลยสักนิด

เขาไม่มีทางเลือก!

อุตส่าห์ดิ้นรนฝึกฝนจนมาถึงระดับนี้ ถ้าต้องมาตาย ทุกอย่างก็จบเห่!

"ถ้าฉันบอก แกจะปล่อยฉันไปแน่ใช่ไหม?" เหยาจินกู่ต่อรอง

"แกคิดว่าตอนนี้แกยังมีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันอีกเหรอ?" เย่เฉินตวาดเสียงต่ำ

เหยาจินกู่เหลือบมองเย่เฉินด้วยหางตา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ยอมปริปากบอก "เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันพบว่ามีคนพยายามค้นหาประวัติของแกผ่านฐานข้อมูลในดาร์กเว็บ ฉันเลยแปลกใจว่า คนที่ตายไปแล้วห้าปี จะมีค่าอะไรให้คนมาตามหา ฉันก็เลยสั่งให้คนตามรอยฐานข้อมูลนั่นไป จนเจอวิดีโอกับรูปถ่ายสองสามใบ เมื่อเอามาเปรียบเทียบกัน ฉันก็พบว่าแกมีส่วนคล้ายกับเย่เฉินที่ตายไปแล้วถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์...

ฉันเป็นพวกชอบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ก็เลยเป็นฝ่ายมาหาแกก่อน ไม่ว่าแกจะเป็นเย่เฉินตัวจริงหรือไม่ ฉันก็ตั้งใจจะฆ่าแกทิ้งอยู่แล้ว

คนของตระกูลเย่ ห้ามปล่อยให้มีชีวิตรอดไปได้แม้แต่คนเดียว นี่คือคำสั่งของนายท่านหลง"

เมื่อได้ยินชื่อ 'นายท่านหลง' รังสีอำมหิตอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากร่างของเย่เฉิน!

เพราะเขารู้ดีว่า คนคนนี้นี่แหละ ที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาอย่างเลือดเย็น!

ถ้าไม่มีงานเลี้ยงที่คฤหาสน์อวิ๋นหู พ่อแม่เขาก็คงไม่ต้องตาย!

"นายท่านหลงที่ว่าชื่อจริงว่าอะไร? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? แล้วเขารู้เรื่องการมีอยู่ของฉันหรือเปล่า?" เย่เฉินพยายามข่มความโกรธแค้นเอาไว้ แล้วถามต่อ

เหยาจินกู่ยิ้มขื่น "นายท่านหลงน่ะเหรอ? คนต้อยต่ำอย่างฉันจะไปรู้เรื่องของเขาได้ยังไงกัน ในแวดวงยุทธ์ หรือแม้แต่ตระกูลใหญ่ๆ ในเมืองหลวง ต่างก็ต้องก้มหัวเรียกเขากว่า 'นายท่านหลง' กันทั้งนั้น ส่วนเรื่องของแก ต่อให้ฉันอยากจะบอกเขา ฉันก็ต้องมีโอกาสได้เจอเขาก่อนสิ ในประเทศจีนมีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

ฉันรู้แค่ว่า เขาแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งจนฉันจินตนาการไม่ออกเลยล่ะ"

เบาะแสขาดสะบั้นลงแค่นี้

เย่เฉินอยากรู้ข้อมูลมากกว่านี้ จึงเค้นถามต่อ "ทำไมหมอนั่นถึงต้องสั่งฆ่าล้างตระกูลเย่ในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์อวิ๋นหูด้วย? เป็นเพราะพ่อฉันไปขัดหูขัดตาเขาเข้าจริงๆ หรือเปล่า?"

เหยาจินกู่ส่ายหน้า "เรื่องลึกตื้นหนาบางฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอก งานเลี้ยงที่คฤหาสน์อวิ๋นหูมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก ทุกคนก็หวังจะประจบเอาใจนายท่านหลงกันทั้งนั้น ฉันจำได้ลางๆ ว่า นายท่านหลงกำลังตามหาของบางอย่างอยู่ และเบาะแสสุดท้ายของชิ้นนั้นก็ไปตกอยู่ที่ตระกูลเย่ของแก!"

ของบางอย่างงั้นเหรอ?

ในหัวของเย่เฉินแวบภาพหินก้อนนั้นที่พ่อเคยมอบให้ขึ้นมาทันที

หรือว่านายท่านหลงฆ่าล้างตระกูลเย่ก็เพราะสิ่งนี้?

ขณะที่เย่เฉินกำลังครุ่นคิด โทรศัพท์ในกระเป๋าของเหยาจินกู่ก็ดังขึ้น

พอเห็นหน้าจอโทรศัพท์ เหยาจินกู่ก็กระอักเลือดออกมาอีกคำ ท่าทีเปลี่ยนไปทันที เขาหัวเราะอย่างน่าขนลุก "ไอ้หนุ่ม ถ้าแน่จริงก็ฆ่าฉันเลยสิ แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่รับประกันนะว่า แฟนสาวตัวน้อยของแกจะปลอดภัยดีหรือเปล่า คนของฉันไปถึงอพาร์ตเมนต์ของหล่อนแล้ว ฮ่าๆ"

ดวงตาของเย่เฉินแข็งกร้าวขึ้นมาทันที เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อเหยาจินกู่ ยกตัวเขาขึ้นมาอย่างแรง!

"ถ้าแกกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะฆ่าล้างตระกูลแกให้หมด!"

ซุนอี๋คือคนเดียวที่เย่เฉินแคร์มากที่สุดในตอนนี้ จะให้เธอเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด!

แต่ตอนนี้ ถ้าเขาจะรีบตามไป ก็คงไม่ทันการแล้ว คงต้องฝากความหวังไว้ที่ซุนอี๋ ว่าเธอจะทำตามที่เขาสั่งไว้หรือเปล่า!

……

ในขณะเดียวกัน ที่อพาร์ตเมนต์ต้าตู

รถเต่าคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้า แต่ยามที่เฝ้าอยู่กำลังหลับสัปหงก เลยไม่ได้เปิดประตูให้ทันที

"บ้าเอ๊ย!"

ซุนอี๋ไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบลงจากรถ แล้ววิ่งหน้าตั้งเข้าไปในอพาร์ตเมนต์!

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกเหมือนมีคนกำลังสะกดรอยตามเธออยู่

เธอใส่เกียร์หมาวิ่งไปที่หน้าลิฟต์ แล้วกดขึ้นไปที่ห้องพักทันที!

ไขกุญแจ "ปัง!" ปิดประตูดังสนั่น แล้วรีบล็อกประตูทันที!

ขาทั้งสองข้างของเธอสั่นพั่บๆ ในหัวมีแต่คำพูดที่เย่เฉินสั่งเสียไว้ดังก้องอยู่

"โทรศัพท์... ใช่แล้ว... ต้องรีบไปเอาโทรศัพท์ก่อน!"

ซุนอี๋รีบคว้าโทรศัพท์บ้านที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วทำตามคำสั่งของเย่เฉิน วิ่งเข้าไปในห้องของเขาทันที!

แม้จะไม่รู้ว่าทำไมเย่เฉินถึงสั่งให้เธอเข้ามาซ่อนตัวในห้องของเขา แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามานั่งคิดหาเหตุผลแล้ว!

วินาทีที่ปิดประตูห้อง ซุนอี๋ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า บนบานประตูมีแสงประหลาดๆ ไหลเวียนอยู่

เธอขยี้ตาตัวเอง และพบว่าบนบานประตูมีอักขระโบราณวาดอยู่เต็มไปหมด

และไม่รู้ทำไม เธอถึงรู้สึกว่าอักขระพวกนี้กำลังขยับได้!

"เย่เฉิง... นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย..."

ไม่ทันให้เธอได้หยุดคิด เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบกดปุ่มโทรซ้ำที่โทรศัพท์ทันที

หน้าจอปรากฏหมายเลขโทรศัพท์แปลกๆ ขึ้นมาชุดหนึ่ง

"เบอร์นี้มันจะติดไหมเนี่ย?" ซุนอี๋เริ่มไม่แน่ใจ

ไม่นาน ปลายสายก็รับสาย มีเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังก้องขึ้น:

"ท่านประมุข?"

พอเสียงนั้นดังขึ้น ซุนอี๋ก็ได้ยินเสียงพังประตูดังมาจากข้างนอก!

ประตูห้องโดนพังเข้ามาแล้ว!

มีคนบุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ!

ความหวาดกลัวและลนลานเข้าเกาะกุมจิตใจ เธอไม่สนอะไรอีกแล้ว รีบตะโกนกรอกหูโทรศัพท์ "ตอนนี้ฉันอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ต้าตู ตึก C ห้อง 1003 ในเมืองเจียงเฉิง เย่เฉิง... เย่เฉิงบอกให้คุณรีบส่งคนที่เก่งที่สุดมาที่นี่ด่วนเลย... เร็วเข้า... มีคนพังประตูเข้ามาแล้ว!"

"รับทราบครับ"

ปลายสายตอบกลับมาสั้นๆ เพียงคำเดียว แล้วก็วางสายไปทันที

วินาทีนี้ หัวใจของซุนอี๋หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอนั่งขดตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมห้อง

"ทำไมถึงรีบวางสายล่ะ ทำไมล่ะ... เบอร์นี้ใช่เบอร์ตำรวจเมืองเจียงเฉิงหรือเปล่าเนี่ย..."

มณฑลเจียงหนาน ตึกเฉียนหลง

เย่หลิงเทียนกดวางสาย หน้าดำคร่ำเครียดไปหมด!

บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!

เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงที่โทรมาคือใคร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น!

ประเด็นคือ โทรศัพท์สายนี้ ท่านประมุขเป็นคนสั่งให้เธอโทรมา และดูจากน้ำเสียงที่ร้อนรนของเธอแล้ว แสดงว่าทางฝั่งเจียงเฉิงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว! เรื่องใหญ่ระดับคอขาดบาดตายด้วย!

ใครหน้าไหนมันกล้ามาแหยมกับคนของท่านประมุข! มันก็คือศัตรูของราชันหนานเจียงคนนี้!

เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขโทรออกไปยังเมืองเจียงเฉิง เพียงเสี้ยววินาทีก็มีคนรับสาย

"ฉันไม่สนหรอกนะว่าลูกน้องมือดีที่สุดของแกกำลังทำภารกิจอะไรอยู่ สั่งให้พวกมันทุกคนมุ่งหน้าไปที่อพาร์ตเมนต์ต้าตู ตึก C ห้อง 1003 ในเมืองเจียงเฉิงเดี๋ยวนี้! ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรไปแม้แต่รอยขีดข่วน แกเตรียมตัวหิ้วหัวมาหาฉันได้เลย!"

ปลายสายชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบกลับมา "รับทราบครับ ท่านราชันหนานเจียง!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 50 - บุกรุกอย่างอุกอาจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว