- หน้าแรก
- ยอดหมอเทวดาไร้เทียมทาน
- บทที่ 35 - เขาไม่ใช่มดปลวก และไม่ใช่ฝุ่นธุลี!
บทที่ 35 - เขาไม่ใช่มดปลวก และไม่ใช่ฝุ่นธุลี!
บทที่ 35 - เขาไม่ใช่มดปลวก และไม่ใช่ฝุ่นธุลี!
บทที่ 35 - เขาไม่ใช่มดปลวก และไม่ใช่ฝุ่นธุลี!
หลังจากเย่เฉินเดินลับสายตาไป เสิ่นเมิ่งเจียก็เดินเข้าไปหาเสิ่นไห่ฮวา ดึงชายเสื้อเขาพลางทำปากยื่นปากยาว
"พ่อคะ หนูว่าพ่อกำลังพยายามจับคู่หนูกับเย่เฉินอยู่นะคะเนี่ย? ทำไมต้องให้เบอร์โทรศัพท์หนูไปด้วย แล้วทำไมถึงบังคับให้หนูไปส่งเขา ฮึ! ถึงเขาจะรักษาพ่อหาย แต่ก็ไม่เห็นจะต้องถวายตัวหนูให้เขาเลยนี่คะ เราจ่ายค่ารักษาไปแล้วนะ"
เสิ่นเมิ่งเจียอุตส่าห์ดีใจที่รอดพ้นจากการแต่งงานคลุมถุงชนมาได้ พ่อของเธอก็เคยรับปากไว้ว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องการแต่งงานของเธอ แต่การปรากฏตัวของเย่เฉินกลับทำให้แผนการของเธอพังทลายลงหมด!
ทำไมเธอจะดูเจตนาของพ่อไม่ออก!
เสิ่นไห่ฮวาเอามือไพล่หลัง สายตายังคงทอดมองไปยังทิศทางที่เย่เฉินเดินจากไป
ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงค่อยหันมามองเสิ่นเมิ่งเจีย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เมิ่งเจีย ลูกคิดว่าคุณเย่เป็นยังไงบ้าง?"
เจอคำถามจู่โจมแบบนี้ เสิ่นเมิ่งเจียถึงกับหน้าแดงก่ำ
เย่เฉินน่ะเหรอ ถ้าพูดถึงความหล่อ ก็ถือว่าหล่อเอาการ แถมยังมีบุคลิกที่ดูน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก
ส่วนเรื่องความสามารถ ถึงขนาดรักษาโรคร้ายของพ่อให้หายได้ ก็ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
"ก็งั้นๆ แหละค่ะ หนูรู้จักผู้ชายที่เก่งกว่าเขาตั้งเยอะแยะ..."
พอเสิ่นไห่ฮวาได้ยินประโยคนี้ ก็แทบอยากจะยกมือขึ้นฟาดหน้าเสิ่นเมิ่งเจียสักฉาด
"ผู้ชายที่เก่งกว่างั้นเหรอ? พ่อจะบอกอะไรให้นะ ไอ้พวกหนุ่มไฟแรงที่ลูกรู้จักน่ะ เมื่อไปยืนอยู่ต่อหน้าคุณเย่ แม้แต่จะเป็นคนถือรองเท้าให้เขายังไม่คู่ควรเลยด้วยซ้ำ!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นเมิ่งเจียถึงกับอึ้งไปเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินพ่อพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้
คนรู้จักของเธอ ไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นคนถือรองเท้าให้เย่เฉินเนี่ยนะ?
ล้อกันเล่นหรือเปล่า?
เย่เฉินก็แค่เก่งวิชาแพทย์เท่านั้นแหละ ถ้าเทียบเรื่องชาติตระกูล เรื่องการวางตัว เขาจะไปสู้พวกที่ได้รับการศึกษาอย่างดีมาตั้งแต่เกิดได้ยังไง?
เป็นไปไม่ได้หรอก!
จู่ๆ เสิ่นเมิ่งเจียก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงโต้แย้งกลับไปว่า "พี่ลู่ข่ายก็ยังเทียบเย่เฉินไม่ได้เหรอคะ?"
ตั้งแต่เด็กจนโต ลู่ข่ายคือตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ในแวดวงสังคมของพวกเธอ เขาเรียนข้ามชั้นตั้งแต่ประถมยันมัธยมต้น อายุแค่ 16 ก็คว้าตำแหน่งที่หนึ่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของมณฑลเจียงหนานมาครองได้! และได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งโดยตรง ในตอนนั้นเขาได้รับยกย่องให้เป็นอัจฉริยะแห่งประเทศจีน พออายุ 19 ก็คว้าปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมาได้ เล่นเปียโนระดับสิบ แถมยังเป็นนักหมากล้อมระดับแปดอีกต่างหาก
ส่วนภูมิหลังทางครอบครัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตระกูลลู่เป็นถึงหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองเจียงเฉิง! แถมยังเป็นตระกูลแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงอีกด้วย!
ลู่ข่ายแทบจะเป็นลูกรักของสวรรค์ในเมืองเจียงเฉิงเลยก็ว่าได้ มีแต่คนคอยแหงนหน้ามองเขา
ตั้งแต่เล็กจนโต ทุกครั้งที่ร่วมโต๊ะอาหาร พ่อก็จะเอาแต่ชมผู้ชายคนนี้ไม่ขาดปาก! แถมยังใช้คำว่า 'มังกรในหมู่มนุษย์' มาเปรียบเปรยอยู่บ่อยๆ!
เสิ่นเมิ่งเจียไม่เชื่อหรอกว่า คนเก่งกาจระดับนี้ จะเทียบเย่เฉินไม่ได้!
และก็เป็นไปตามคาด เสิ่นไห่ฮวาเงียบไป เขาครุ่นคิดอยู่หลายวินาที ก่อนจะตอบว่า "ลู่ข่ายถือว่าเป็นบุคคลชั้นแนวหน้าในเมืองเจียงเฉิงจริงๆ นั่นแหละ แต่ถ้าจะให้เอาไปเปรียบเทียบกับคุณเย่ล่ะก็—"
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "ตลอดชีวิตของลู่ข่าย เขามีสิทธิ์ทำได้แค่เงยหน้ามองคุณเย่เท่านั้นแหละ"
"เมิ่งเจีย ลูกถูกพ่อปกป้องมาอย่างดีตลอด เลยไม่รู้หรอกว่า โลกใบนี้หลังจากถูกปอกเปลือกนอกที่สวยงามออกแล้ว มันเป็นยังไง โลกใบนี้มันทั้งมืดมน โสมม และเต็มไปด้วยคาวเลือด
โลกแบบนี้ มีคนเพียงประเภทเดียวเท่านั้นที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างสุขสบาย นั่นก็คือ ผู้แข็งแกร่ง คนพวกนี้กุมทรัพยากรของโลกไว้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์! พวกเขาสามารถทำลายตระกูลเสิ่นของเราให้ย่อยยับได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ! พวกเขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก และมองลงมาที่พวกเราราวกับมองมดปลวก! มองฝุ่นธุลี!"
"แต่! เขาเย่เฉินไม่เหมือนพวกเรา! เขาไม่ใช่มดปลวก และไม่ใช่ฝุ่นธุลี! เขาคือคนที่มีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายผู้แข็งแกร่งพวกนั้นได้!"
"ถ้าผู้แข็งแกร่งพวกนั้นเปรียบเสมือนภูเขาสูงตระหง่านที่ยากจะปีนป่าย! เย่เฉิน ก็คือแผ่นฟ้าที่ปกคลุมอยู่เหนือภูเขานับไม่ถ้วนเหล่านั้น!"
คำพูดของเสิ่นไห่ฮวาดังกึกก้องอยู่ในหูของเสิ่นเมิ่งเจียราวกับเสียงฟ้าผ่า หนังหัวเธอชาหนึบ สมองขาวโพลน โลกทัศน์ที่เคยมีเริ่มพังทลายลง ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพของเย่เฉินวนเวียนอยู่เต็มไปหมด
……
ร้านเต๋อเหรินถัง
เย่เฉินลงจากแท็กซี่ จูเหรินเต๋อก็มารอรับอยู่ที่ประตูหน้าแล้ว
"คุณเย่ครับ ในที่สุดคุณก็มา เมื่อวานคุณไปโดยไม่ได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ ผมยังกลัวว่าคุณจะลืมซะอีก สมุนไพรบางตัวเพิ่งส่งตรงมาจากยูนนานเลยนะครับ สดใหม่มาก สรรพคุณยอดเยี่ยมแน่นอน..."
จูเหรินเต๋อรีบก้าวเข้ามาต้อนรับ เขาแอบแปลกใจที่เย่เฉินไม่มีรถขับมาเอง
ด้วยฝีมือระดับเย่เฉิน การจะมีรถหรูขับสักคันไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา จูเหรินเต๋อจึงไม่อยากเซ้าซี้ให้มากความ
เย่เฉินปรายตามองจูเหรินเต๋อ พยักหน้ารับ "สมุนไพรอยู่ที่ไหน พาฉันไปดูหน่อยสิ"
"คุณเย่ เชิญทางนี้ครับ"
จูเหรินเต๋อนำทางเย่เฉินเดินผ่านห้องโถงตรงไปยังลานกว้างด้านหลังร้าน
ลานด้านหลังเต็มไปด้วยสมุนไพรวางเรียงรายจนละลานตาไปหมด ถ้ากะน้ำหนักคร่าวๆ น่าจะราวๆ สองร้อยชั่งเห็นจะได้
เย่เฉินเดินตรวจดูสมุนไพรพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุหรือความสดใหม่ ล้วนเกินกว่าที่เขาคาดไว้มาก ทำให้เขามองจูเหรินเต๋อในแง่ดีขึ้นไปอีกระดับ
"ผู้อาวุโสจู ใส่ใจในรายละเอียดมากครับ" เย่เฉินประสานมือคารวะ จากนั้นก็ยื่นบัตรเครดิตให้ "รบกวนผู้อาวุโสจูช่วยคิดราคาสมุนไพรทั้งหมดนี่ให้ด้วยนะครับ คิดตามราคาตลาดมาได้เลย"
แม้จูเหรินเต๋ออยากจะยกสมุนไพรล็อตนี้ให้เย่เฉินฟรีๆ ใจแทบขาด แต่เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมรับไว้แน่ๆ จึงยอมบอกราคาไปในราคาที่ต่ำกว่าทุน "คุณเย่ จ่ายให้เต๋อเหรินถังของเราแค่ห้าล้านก็พอครับ"
ความจริงแล้ว ต้นทุนสมุนไพรล็อตนี้ รวมค่าแรงคนงานแล้วก็ปาเข้าไปเกือบสิบล้าน
โดยเฉพาะสมุนไพรสองสามตัวที่หายากมากในแถบเขาฉางไป๋ซาน ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว
เย่เฉินย่อมเดาออกว่าจูเหรินเต๋อยอมขายขาดทุนให้เขา เขาไม่พูดอะไรมาก ถึงเวลาเขาก็จะตอบแทนน้ำใจนี้ให้อย่างสาสมแน่นอน
หลังจากรูดบัตรเสร็จ เย่เฉินก็ส่งที่อยู่ให้จูเหรินเต๋อ และนัดให้ส่งของไปถึงที่นั่นในเวลาบ่ายสามโมงตรง
"อ้อ จริงสิ ผู้อาวุโสจู ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาคุณหน่อยน่ะครับ" จู่ๆ เย่เฉินก็เอ่ยปากถาม
"คุณเย่ เชิญถามมาได้เลยครับ"
"ผู้อาวุโสจู คุณพอจะรู้ไหมว่าในเมืองเจียงเฉิง มีที่ไหนขายเตาหลอมโอสถบ้าง?"
เย่เฉินไม่อยากใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าปรุงยาอีกต่อไปแล้ว ประสิทธิภาพมันต่ำเกินไปจริงๆ
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "เตาหลอมโอสถ" รูม่านตาของจูเหรินเต๋อก็หดเกร็ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกตะลึงไปเลย
"คุณเย่... คุณ... หรือว่าคุณจะปรุงโอสถเป็น?"
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ ราวกับได้ยินเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุดในชีวิต
ที่เป็นแบบนี้ก็มีเหตุผล
เพราะนักปรุงโอสถในประเทศจีนได้สูญหายไปเป็นพันปีแล้ว! คำว่า 'นักปรุงโอสถ' ถือเป็นคำศัพท์ในตำนานเลยก็ว่าได้!
แม้ในท้องตลาดจะยังมียาลูกกลอนวางขายอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นยาสูตรโบราณที่ตกทอดมาจากเมื่อพันปีก่อน ซึ่งเป็นของที่ล้ำค่ามาก!
ยาลูกกลอนบางขนานถึงกับมีการประมูลซื้อขายกันในราคาหลายร้อยล้านเลยทีเดียว!
เรียกได้ว่าเป็นของที่มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ
เมื่อนำมาเชื่อมโยงกับการที่เย่เฉินสั่งซื้อสมุนไพรเป็นจำนวนมากขนาดนี้ จูเหรินเต๋อก็เริ่มคิดว่าบางทีเย่เฉินอาจจะกำลังจะปรุงโอสถจริงๆ ก็ได้!
ภายในใจของเขาเกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดกระหน่ำ เขาพยายามสะกดความตกใจเอาไว้ แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
เขาจ้องมองเย่เฉินตาไม่กะพริบ รอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
เย่เฉินหรี่ตาลง ผ่านไปหลายวินาที จึงค่อยคลี่ยิ้มออกมา "ผู้อาวุโสจู ล้อเล่นอะไรกันครับ ผมจะไปปรุงโอสถเป็นได้ยังไง ผมก็แค่ชอบสะสมของพวกนี้ไว้เป็นงานอดิเรกเฉยๆ น่ะครับ"
จากปฏิกิริยาของจูเหรินเต๋อ เย่เฉินก็รู้ทันทีว่าเรื่องการปรุงโอสถห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด จึงปฏิเสธไปอย่างหน้าตาเฉย
เมื่อได้ยินแบบนั้น จูเหรินเต๋อก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ถ้าเย่เฉินเป็นนักปรุงโอสถจริงๆ เขาจะรีบเดินทางไปที่ตระกูลจูสาขาหลักในมณฑลเจียงหนานเพื่อรายงานเรื่องนี้ทันที และจะขอให้ผู้นำตระกูลจูลงมาเจรจาดึงตัวเย่เฉินด้วยตัวเองเลย!
เพราะนักปรุงโอสถมีความสำคัญต่อตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ในจีนมากเหลือเกิน!
ตระกูลไหนที่ได้นักปรุงโอสถไปครอบครอง รับรองว่าภายในไม่เกินสามปี ตระกูลนั้นจะต้องผงาดขึ้นเป็นตระกูลระดับท็อปของประเทศจีนอย่างแน่นอน!
(จบแล้ว)