เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ฉันคือคนที่แกไม่มีวันล่วงเกินได้!

บทที่ 6 - ฉันคือคนที่แกไม่มีวันล่วงเกินได้!

บทที่ 6 - ฉันคือคนที่แกไม่มีวันล่วงเกินได้!


บทที่ 6 - ฉันคือคนที่แกไม่มีวันล่วงเกินได้!

...

ห้องจัดเลี้ยง

ผู้เฒ่าหมิงก้าวออกมาเพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเย่เฉิน เขาหรี่ตาทั้งสองข้างลง สองมือไพล่หลัง วางท่าประหนึ่งยอดฝีมือผู้สูงส่ง

"ไอ้หนู อย่าคิดว่าเรียนรู้มาแค่ไม่กี่กระบวนท่าแล้วจะทำตัวกำเริบเสิบสานได้นะ ในสายตาของข้า เจ้ามันก็เป็นแค่เพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น"

เมื่อเฉินเฟิงเห็นผู้เฒ่าหมิงลงมือด้วยตัวเอง ก็ดีใจจนเนื้อเต้น!

เขารู้ดีว่าคราวนี้เย่เฉินต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

ไอ้พวกอวดดีทั้งหลาย เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้เฒ่าหมิง มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่!

"ผู้เฒ่าหมิง ผมขอมือขวาของไอ้หมอนี่!" เฉินเฟิงตะโกนลั่น

ผู้เฒ่าหมิงพยักหน้า น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้ง "ไอ้หนู ตอนนี้คนตระกูลเฉินต้องการมือของเจ้าหนึ่งข้าง เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่?"

เย่เฉินหมดคำจะพูดจริงๆ เขาแค่นเสียงเย็น "หนวกหูชะมัด! ถ้าแกยังพล่ามไร้สาระอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะทำให้แกกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต!"

ประโยคนี้ดังทะลุเข้าไปในหูของทุกคนในห้องจัดเลี้ยงทันที ในเสี้ยววินาทีนั้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้คนเกินกว่าครึ่งต่างอดไม่ได้ที่จะเอามือปิดปาก เพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอร้องอุทานออกมา

ผู้เฒ่าหมิงส่ายหน้า ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "ช่างเป็นคนหนุ่มที่โอหังเสียจริง"

สิ้นคำพูด ร่างของเขาก็หายวับไปทันที! ภายในห้องจัดเลี้ยงเกิดลมกระโชกแรงพัดพาอย่างบ้าคลั่ง!

ชั่วพริบตาเดียว เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเย่เฉิน!

ฝ่ามือหนึ่งซัดมาพร้อมกับสายลม! ฟาดฟันลงมาที่มือขวาของเย่เฉินโดยตรง!

"วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งว่ากบในกะลามันเป็นอย่างไร!"

เย่เฉินรีบเดินพลัง เคล็ดวิชาเก้าสวรรค์เซวียนหยาง จุดตันเถียนพลุ่งพล่าน ลมปราณแท้สายหนึ่งพุ่งตรงเข้าสู่ท่อนแขนของเขา หากมีคนสังเกตให้ดี ย่อมต้องพบว่าในเวลานี้ฝ่ามือของเย่เฉินกำลังเปล่งแสงจางๆ ออกมา!

"ไสหัวไป!"

เย่เฉินซัดฝ่ามือสวนกระแสลมขึ้นไป ปะทะเข้ากับผู้เฒ่าหมิงอย่างจัง!

ชั่วพริบตานั้น โต๊ะกระจกรอบด้านแตกกระจายละเอียด! กระแสอากาศอันรุนแรงพุ่งทะยานออกไปรอบทิศทาง!

"ปัง!"

เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนได้เกิดขึ้นแล้ว!

ผู้เฒ่าหมิงลอยกระเด็นออกไป!

พร้อมกับมีเลือดพ่นสาดกระเซ็นอยู่กลางอากาศ!

เพียงกระบวนท่าเดียว ผู้เฒ่าหมิงพ่ายแพ้ราบคาบ!

คนทั้งงานเงียบกริบราวกับป่าช้า เงียบเสียจนแม้แต่เข็มตกสักเล่มก็ยังได้ยินชัดเจน

ทุกคนที่นั่งอยู่ที่นั่นต่างใช้สายตาอันเหลือเชื่อ จ้องมองไปที่เย่เฉิน

ซุนอี๋ที่อยู่ด้านข้างเอามือปิดปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ส่วนเฉินเจิ้งกั๋วและเฉินเฟิงที่อยู่ไม่ไกลกลับยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน!

ผู้เฒ่าหมิงที่พวกเขาคิดมาตลอดว่าแข็งแกร่งไร้เทียมทานกลับพ่ายแพ้! แถมยังแพ้ให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งเนี่ยนะ!

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?

เป็นไปได้อย่างไร!

ถ้าจะถามว่าในบรรดาคนเหล่านี้ใครช็อกที่สุด ก็คงมีเพียงผู้เฒ่าหมิงเท่านั้นแหละ ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากับเย่เฉิน! ไม่มีใครรู้หรอกว่าในใจของเขาเกิดคลื่นพายุโหมกระหน่ำรุนแรงปานใด!

เขาฝืนพยุงตัวเองให้เงยหน้าขึ้น เค้นคำพูดออกมาจากลำคออย่างยากลำบากว่า "เจ้าเป็นใครกันแน่! ระดับพลังของเจ้าเป็นไปได้อย่างไรที่..."

"ฉันเป็นใครน่ะเหรอ?" เย่เฉินก้มมองชายชราบนพื้นจากมุมสูง ในเวลานี้ กลิ่นอายของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งร่างราวกับมีบารมีที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง ทอดสายตามองดูเหล่ามวลมนุษย์จากเบื้องบน!

"ฉันคือคนที่แกไม่มีวันล่วงเกินได้!"

น้ำเสียงของเย่เฉินดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าร้องคำรามไปทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง

ผู้เฒ่าหมิงเมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เขากระอักเลือดออกมาอีกคำ ก่อนจะสลบเหมือดไปอย่างสมบูรณ์

จากนั้น สายตาของเย่เฉินก็กวาดไปตกลงที่สองพ่อลูกตระกูลเฉิน

"เฉินเจิ้งกั๋ว แกยังมีอะไรจะพูดอีกไหม?"

เมื่อเฉินเจิ้งกั๋วได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาไม่สนใจอะไรอีกต่อไป ยกเท้าถีบเข้าที่ขาของเฉินเฟิงทันที!

เสียง "ตุบ!" ดังขึ้น เฉินเฟิงคุกเข่าลงกับพื้น!

"ใต้เท้า เป็นเพราะผมสั่งสอนลูกไม่ดีเอง! ไอ้ลูกเวรนี่ ใต้เท้าอยากจะจัดการยังไงก็เชิญตามสบายเลยครับ!"

พอเฉินเฟิงได้ยินว่าพ่อทอดทิ้งตนเอง ถึงได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ เขารีบร้องขอความเมตตาจากเย่เฉินทันที "ผม... ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณซุนเป็นผู้หญิงของท่าน... ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วจริงๆ!"

เย่เฉินลากเก้าอี้ตัวหนึ่งออกมานั่ง มองดูเฉินเฟิงด้วยสายตาสนุกสนาน พลางกล่าวว่า "แกคิดว่าคนที่แกควรจะขอโทษคือฉันงั้นเหรอ?"

ใจของเฉินเฟิงกระตุกวูบ เขาเข้าใจทันที จึงรีบคลานเข่าไปตรงหน้าซุนอี๋ ร้องขอชีวิตว่า "คุณซุน... ขอ... ขอโทษครับ... เป็นเพราะผมมันตาต่ำเอง... ผมไม่น่าด่าคุณเลย ผม... ผมมันหน้าตัวเมีย โคตรเหง้าศักราชผมเป็นหน้าตัวเมียกันหมดเลย..."

เฉินเฟิงพูดไปพร้อมกับยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองไปฉาดใหญ่ เขาเกิดในตระกูลใหญ่ ย่อมรู้จักสังเกตสีหน้าผู้คน ตอนนี้แม้แต่ลุงหมิงยังร่วงไปแล้ว! ตระกูลเฉินของพวกเขาไม่มีที่พึ่งพาใดๆ อีกแล้ว! ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรอดชีวิตไปจากเงื้อมมือของปีศาจตนนี้ให้ได้!

ซุนอี๋ยังคงตกใจไม่หาย เมื่อมองดูผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งจองหองเมื่อวันวานกลับมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ ชั่วขณะนั้นเธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดอะไรดี

ผ่านไปหนึ่งนาที เธอถึงได้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "นาย... นายไปเถอะ"

เฉินเฟิงดีใจจนออกหน้าออกตา เขาชำเลืองมองเย่เฉิน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้คัดค้าน ก็รีบลุกขึ้นยืน เดินไปหาเฉินเจิ้งกั๋ว แล้วกระซิบว่า "พ่อ เรารีบไปกันเถอะ ไปแจ้งตำรวจที่โรงพักให้มาจัดการไอ้หมอนี่..."

เฉินเจิ้งกั๋วพยักหน้า เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว ตอนนี้แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว

ทั้งสองเพิ่งจะเตรียมตัวจากไป น้ำเสียงเกียจคร้านก็ดังขึ้นจากด้านหลัง:

"เฉินเจิ้งกั๋ว ฉันอนุญาตให้แกไปแล้วหรือไง?"

ฝีเท้าของเฉินเจิ้งกั๋วชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อ! เขาค่อยๆ หันหลังกลับ มองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ไม่ไกลด้วยความสงสัย "คุณเรียกผมเหรอ? ผมจำได้ว่าผมไม่เคยไปล่วงเกิน..."

"คุกเข่าลง!"

เย่เฉินตวาดลั่น!

หากไม่ใช่เพราะมีซุนอี๋อยู่ข้างๆ จิตสังหารรอบตัวเขาคงปะทุแผ่ซ่านไปทั่วร่างนานแล้ว!

เรื่องในวันนี้ถือว่าจบลงไปเปราะหนึ่ง แต่เรื่องเมื่อห้าปีก่อนมันยังห่างไกลจากคำว่าจบสิ้นนัก!

เฉินเจิ้งกั๋วรู้สึกเพียงว่ามีแรงกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้ามา บ่าของเขาราวกับถูกภูเขาขนาดยักษ์ทับเอาไว้!

"ตึง!"

เฉินเจิ้งกั๋วคุกเข่าลงกับพื้นทันที!

วินาทีนี้ สีหน้าของทุกคนในที่นั้นต่างเปลี่ยนไป

การต่อสู้เมื่อครู่นี้เกิดขึ้นเร็วมาก พวกเขาดูไม่ออกด้วยซ้ำ รู้แค่เพียงว่าเย่เฉินเก่งกาจเรื่องการต่อสู้มาก

เก่งแล้วยังไงล่ะ สังคมนี้คือสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมาย! ต่อให้แกเก่งแค่ไหน ก็สู้ลูกปืนไม่ได้หรอก!

แต่ภาพที่เฉินเจิ้งกั๋วคุกเข่าลงตรงหน้านี้มันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง!

แม้ตระกูลเฉินจะไม่ใช่ตระกูลระดับท็อปของเจียงเฉิง! แต่ก็ถือเป็นตัวตนที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง!

ผู้กุมบังเหียนของตระกูลที่ทรงอำนาจขนาดนี้ กลับต้องมาคุกเข่าให้กับชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปีเนี่ยนะ?

เรื่องนี้พูดออกไปใครจะเชื่อ!

ปฏิกิริยาแรกในใจของทุกคนคือ ฟ้าของเจียงเฉิงกำลังจะเปลี่ยนสีแล้ว!

เปลี่ยนสีไปอย่างสิ้นเชิง!

เย่เฉินไม่สนปฏิกิริยาของคนรอบข้าง เขาลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเดินเข้าไปหาเฉินเจิ้งกั๋วทีละก้าว!

ฝีเท้าแผ่วเบา แต่ในสายตาของเฉินเจิ้งกั๋ว นี่คือเสียงฝีเท้าของมัจจุราช!

ไม่นาน ฝีเท้าของเย่เฉินก็หยุดลง เขามองดูเฉินเจิ้งกั๋วจากมุมสูง ราวกับสวรรค์เบื้องบนกำลังก้มมองมดปลวก!

เขาค่อยๆ อ้าปาก เพิ่งจะเตรียมพูด เสียง "ปัง!" ก็ดังขึ้น ประตูบานใหญ่ถูกคนพังเข้ามา!

ตำรวจหน่วยสวาทพร้อมอาวุธปืนนับสิบคนบุกเข้ามา!

"หยุด อย่าขยับ!"

เมื่อเฉินเจิ้งกั๋วเห็นตำรวจหน่วยสวาทเหล่านี้ ก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ในที่สุดชีวิตของเขาก็รอดแล้ว

แม้ในประเทศจีนจะมีผู้ฝึกยุทธ์โบราณดำรงอยู่ แต่ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังถูกควบคุมโดยกลไกของรัฐ

ดังนั้นตลอดหลายปีมานี้ จึงแทบไม่ค่อยมีเหตุการณ์ผู้ฝึกยุทธ์โบราณก่อความวุ่นวายเกิดขึ้นเลย

เย่เฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ แววตาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายชราเคยเล่าเรื่องราวบางอย่างในประเทศจีนให้เขาฟัง เขาก็รู้ดีว่าทางการจีนคอยควบคุมดูแลผู้ฝึกยุทธ์โบราณและผู้ฝึกตนอยู่ แต่ความแค้นนี้ วันนี้เขาต้องชำระให้จงได้!

"ไอ้คนที่ยืนอยู่นั่นน่ะ ฉันขอสั่งให้นายเอามือกุมหัวแล้วนั่งยองๆ ซะ! ถ้านายยังไม่นั่ง ฉันมีสิทธิ์ที่จะวิสามัญนายได้เลยนะ! เตือนครั้งที่หนึ่ง!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 6 - ฉันคือคนที่แกไม่มีวันล่วงเกินได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว