- หน้าแรก
- ชีวิตสุดเทพของเด็กหลังห้องกับระบบไร้เทียมทาน
- บทที่ 660 - เก็บข้อมูลใหม่
บทที่ 660 - เก็บข้อมูลใหม่
บทที่ 660 - เก็บข้อมูลใหม่
บทที่ 660 - เก็บข้อมูลใหม่
"พี่อัน" ลั่วเทียนก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหา ย่อมต้องสังเกตเห็นรอยขมวดคิ้วที่แวบขึ้นมาของอันเยว่เหวิน ลั่วเทียนกระซิบถาม "พี่อัน มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
"เปล่าๆ เสี่ยวเทียน มานี่สิ มาทำความรู้จักคนพวกนี้ไว้ พวกนี้คือเครือข่ายคอนเนคชั่นนะ พอผ่านคืนนี้ไป ฉันรับรองได้เลยว่านายจะต้องเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนต่อไปของเมืองเฉินหยางแน่นอน คนพวกนี้คือคอนเนคชั่นทางธุรกิจที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้นายเติบโตได้อย่างรวดเร็ว" อันเยว่เหวินตบไหล่ลั่วเทียนด้วยความตื่นเต้น
"เฮ้อ พี่อันครับ" ลั่วเทียนยิ้มอย่างอ่อนใจ "พี่อัน ตอนนี้ผมมีธุระนิดหน่อย ต้องขอตัวสักครู่ ผมเลยมาบอกพี่ไว้ก่อน ส่วนเรื่องที่จะไปพบคนพวกนั้น..."
ลั่วเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ และแน่นอนว่าคนเหล่านั้นต่างก็กำลังมองมาที่เขาตาละห้อย หลายคนถึงกับทนไม่ไหว ทำท่าจะถือแก้วไวน์เดินเข้ามาหาอยู่แล้ว
"นายจะไปไหนล่ะ เสี่ยวเทียน ฉันจะบอกอะไรนายให้นะ..." อันเยว่เหวินคว้าไหล่ลั่วเทียนเอาไว้
แต่ตอนนั้นเอง จ้าวเหวินหลงก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น ในดวงตาแฝงความหมายลึกซึ้งขณะปรายตามองอันเยว่เหวิน เป็นเพียงการปรายตามองแวบเดียว แต่อันเยว่เหวินก็หน้าเสียไปทันที
"พี่อัน?" ลั่วเทียนส่งสายตาเชิงตั้งคำถามให้อันเยว่เหวิน
"มะ.. ไม่มีอะไร เสี่ยวเทียน ถ้านายมีธุระด่วนก็ไปจัดการธุระของนายเถอะ" อันเยว่เหวินฝืนยิ้มออกมา
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเทียนก็พยักหน้า หันไปคุยกับหลี่เสวี่ยเจียวสองสามประโยค แล้วก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งไปที่ลิฟต์
หลังจากลั่วเทียนเดินจากไป อันเยว่เหวินก็ถลึงตาจ้องจ้าวเหวินหลงทันที
"ท่านผู้อำนวยการจ้าว คุณทำแบบนี้มันเกินไปหน่อยไหมครับ คืนนี้เป็นงานของผมอันเยว่เหวินนะ การที่คุณมาเงียบๆ แบบนี้ ตั้งใจจะมาก่อกวนหรือไง?" อันเยว่เหวินกดเสียงต่ำมองจ้าวเหวินหลง
"ประธานอัน คุณพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ผมไม่ได้มาก่อกวนสักหน่อย ผมก็แค่มาหาลั่วเทียนก็เท่านั้นเอง" จ้าวเหวินหลงตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
"แต่คุณก็รู้ทั้งรู้ว่าลั่วเทียนคือตัวเอกของงาน คืนนี้เป็นการเปิดตัวยาเซิงจิง..." อันเยว่เหวินชี้หน้าจ้าวเหวินหลง
แต่พูดยังไม่ทันจบ จ้าวเหวินหลงก็หรี่ตาลง กลิ่นอายของผู้ทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาในพริบตา
"แล้วพวกคุณก็เลยจะให้ลั่วเทียนเป็นต้นไม้เงินต้นไม้ทอง? ทำธุรกิจของพวกคุณไปงั้นสิ?" จ้าวเหวินหลงถามเสียงเย็นชา
"คุณ..." สีหน้าของอันเยว่เหวินดูไม่ได้ขึ้นมาทันที ในวินาทีนั้นเขาราวกับสิงโตที่กำลังเกรี้ยวกราด
"ชู่ว..." จ้าวเหวินหลงชี้มือไปรอบๆ เบาๆ "คุณอย่ามาทำเสียงดังใส่ผมนะ คืนนี้คืองานฉลองครบรอบยี่สิบปีของบริษัทอันหรานของคุณ ผมรู้ดี ผมไม่ได้อยากจะมาหาเรื่องคุณหรอกนะ แต่ในทำนองเดียวกัน ผมก็อยากให้คุณเข้าใจเรื่องหนึ่งเอาไว้ด้วย"
จ้าวเหวินหลงขยับเข้าไปใกล้อันเยว่เหวิน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "มูลค่าของลั่วเทียน ไม่ได้มีไว้เป็นแค่ต้นไม้เงินต้นไม้ทองอย่างแน่นอน และผมก็หวังว่าคุณจะเข้าใจ ว่ายังมีอีกหลายที่ที่ต้องการตัวลั่วเทียนมากกว่านี้ ผมขอเตือนไว้แค่นี้ก็แล้วกัน"
พูดจบ จ้าวเหวินหลงก็ยกแก้วไวน์ขึ้นชูให้อันเยว่เหวิน ก่อนจะเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
ทิ้งให้อันเยว่เหวินยืนโกรธจนเส้นเลือดดำที่คอปูดโปนอยู่ตรงนั้น
หวังโส่วอี้ที่อยู่ข้างๆ ก็ขยับเข้ามายืนข้างๆ
หลังจากที่จ้าวเหวินหลงปรากฏตัวแล้วดึงตัวลั่วเทียนออกไปคุยกันตามลำพัง หวังโส่วอี้กับอันเยว่เหวินก็เริ่มกังวลขึ้นมานิดๆ แล้ว โดยเฉพาะการที่จ้าวเหวินหลงดึงตัวลั่วเทียนเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยให้ลั่วเทียนกลับมาร่วมงาน ถึงแม้จะดูเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับผู้ยิ่งใหญ่ระดับพวกเขามันก็เพียงพอที่จะสื่อให้เห็นอะไรได้หลายๆ อย่างแล้ว
"จ้าวเหวินหลงกะจะรวบตัวลั่วเทียนไว้ในกำมือจริงๆ ด้วยสินะ" อันเยว่เหวินกัดฟันพูดพึมพำ
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังโส่วอี้ก็ไม่ได้พูดอะไร สำหรับเรื่องนี้ หวังโส่วอี้เตรียมใจเอาไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว ตั้งแต่เริ่มทำความรู้จักลั่วเทียน จนกระทั่งได้เห็นลั่วเทียนผ่านเรื่องราวมากมายมาขนาดนี้ ก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้วว่า อนาคตของลั่วเทียนไม่มีทางหยุดอยู่แค่การมาร่วมทำธุรกิจกับเขาแน่ๆ
นี่คือความจริง และหวังโส่วอี้ก็เตรียมใจรับมือเรื่องนี้เอาไว้แล้ว
...
ชั้นใต้ดินของโรงแรมเทียนซิง
บริเวณลานกว้างอันว่างเปล่า
"ผมพร้อมแล้ว" ลั่วเทียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูด
"ค่ะ คุณไม่ต้องเอาโทรศัพท์เครื่องนี้มาจ่อที่ปากก็ได้นะคะ การส่งสัญญาณระหว่างเราใช้ต่างหูที่ติ่งหูของคุณค่ะ ส่วนโทรศัพท์เครื่องนั้นก็มีไว้ส่งข้อมูลเฉยๆ จะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ" เสียงของเสี่ยวเฟยดังขึ้น
"คุณมองเห็นผมด้วยเหรอ?" ลั่วเทียนถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยิน
ณ ฐานทัพใต้ดินแห่งหนึ่งในเมืองหลวงที่อยู่ห่างไกลออกไป
ลึกลงไปใต้ดิน ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทคโนโลยีขั้นสูง
หญิงสาววัยยี่สิบกว่าปีสวมหูฟังกำลังเงยหน้ามองจอโปรเจกเตอร์ ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็คือใบหน้าอันหล่อเหลาเย็นชาของลั่วเทียน
"ใช่ค่ะ ฉันมองเห็น คือว่ารบกวนคุณช่วยเอาโทรศัพท์ออกห่างๆ หน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้หน้าคุณแนบชิดจนล้นจอไปหมดแล้ว" หญิงสาวกุมขมับถอนหายใจ แต่ในน้ำเสียงกลับไม่ได้เจือปนอารมณ์ใดๆ
"เอ่อ..." ลั่วเทียนชะงักไป รีบยกโทรศัพท์ขึ้นตามสัญชาตญาณ พร้อมกับหันซ้ายหันขวาส่องดู
"ตอนนี้ดีขึ้นหรือยังครับ?" ลั่วเทียนถามอย่างระมัดระวัง
"คุณเอาโทรศัพท์ไปวางไว้บนเสาตรงหน้าคุณได้เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวโทรศัพท์พังนะคะ โทรศัพท์เครื่องนี้ผลิตจากวัสดุคอมโพสิตที่ล้ำสมัยที่สุด มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม คุณแค่ปามันใส่กำแพงตรงๆ ก็พอค่ะ" เสี่ยวเฟยอธิบาย
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเทียนก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเลิกคิ้วถาม "คุณแน่ใจนะ ว่าให้ปาขึ้นไปเลย?"
"ค่ะ" เสี่ยวเฟยพยักหน้า
"ปาตรงๆ เลยเหรอ? มือผมหนักนะบอกก่อน" ลั่วเทียนพึมพำอย่างไม่แน่ใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น เสี่ยวเฟยก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอามือกุมขมับ "เชื่อฉันเถอะค่ะ ถ้ามันพัง ฉันก็ไม่เก็บเงินค่าเสียหายจากคุณหรอก"
"คุณพูดเองนะ" ลั่วเทียนพลิกข้อมือ กำโทรศัพท์แน่นแล้วขว้างอัดกำแพงไปเต็มแรง
"แปะ..." เสียงดังสนั่น
โทรศัพท์กระแทกเข้ากับเสาค้ำยันอย่างจัง และมันก็แปะติดหนึบอยู่บนกำแพงจริงๆ
"แม่เจ้า..." ลั่วเทียนมองโทรศัพท์ขึ้นๆ ลงๆ ด้วยความประหลาดใจราวกับเห็นของแปลก
"นี่มันหลักการอะไรเนี่ย ถึงได้ไม่ร่วงลงมา"
ส่วนเสี่ยวเฟยที่อยู่ปลายสาย ก็นวดหว่างคิ้วตัวเองแรงๆ "ตอนนี้คุณถอยหลังไปหน่อยนะคะ แล้วก็ทำตามที่ฉันบอก ส่วนเรื่องหลักการน่ะ คุณเป็นผู้ฝึกยุทธ์ใช่ไหมคะ ฉันคิดว่าต่อให้ฉันอธิบายไป คุณก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี ถูกไหมคะ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วเทียนก็เบ้ปาก เอาเถอะ นี่โดนมองว่าเป็นคนไร้การศึกษาไปซะแล้ว แต่ลั่วเทียนก็ไม่ได้ถือสาอะไร ยอมถอยหลังไปสองสามก้าวแต่โดยดี
เมื่อเสี่ยวเฟยเห็นภาพเต็มตัวของลั่วเทียนปรากฏบนหน้าจอแล้ว เธอก็ก้มหน้าพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อยู่นิ่งๆ นะคะ อดทนไว้สามสิบวินาที"
พอได้ยิน ลั่วเทียนก็รีบยืนตัวตรงแด่วทันที
เสี่ยวเฟยยื่นมือไปเคาะแป้นพิมพ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว บนหน้าจอโปรเจกเตอร์ปรากฏจุดสีแดงขึ้นมาทีละจุด พร้อมกันนั้น ร่างของลั่วเทียนก็เริ่มโปร่งใส จากนั้นภาพก็เปลี่ยนไปเป็นโครงกระดูกของลั่วเทียน เมื่อสแกนโครงกระดูกเสร็จก็เปลี่ยนเป็นอวัยวะภายใน และสุดท้ายก็กลับมาเป็นรูปร่างของลั่วเทียนอย่างสมบูรณ์แบบ บนหน้าจอในตอนนี้เต็มไปด้วยข้อมูลยิบย่อยมากมาย
ตั้งแต่ความสูงและน้ำหนักของลั่วเทียนที่อยู่ด้านบนสุด ไปจนถึงอวัยวะภายใน และข้อมูลกล้ามเนื้อต่างๆ
"นี่กำลังทำอะไรอยู่เนี่ย?" ลั่วเทียนไม่กล้าขยับตัว แต่ในดวงตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ระบบ" ลั่วเทียนเรียกในใจ
"เจ้านายครับ ระบบตรวจพบว่ามีอนุภาคไฟฟ้าชีวภาพเข้าสู่ร่างกายของคุณนะครับ" เสียงของเสี่ยวซ่าดังขึ้น
"อนุภาคไฟฟ้าชีวภาพ?" ลั่วเทียนขมวดคิ้ว
"ใช่ครับ มันเป็นความรู้พื้นฐานเบื้องต้นของวิชาชีววิทยา มีคนกำลังใช้อนุภาคไฟฟ้าพวกนี้เพื่อดึงข้อมูลร่างกายของคุณอยู่ครับ" เสี่ยวซ่ายิ้มบางๆ แม้คำพูดนี้จะฟังดูน่ากลัว แต่ลั่วเทียนก็จับน้ำเสียงเหยียดหยามของเสี่ยวซ่าได้ชัดเจน
"แล้วนายจะถูกเปิดเผยไหม?" ลั่วเทียนถามด้วยความกังวล ถ้าเกิดระบบถูกตรวจพบขึ้นมา เขาคงได้...
"พรืด..." จู่ๆ เสี่ยวซ่าก็หัวเราะออกมา แม้จะไม่ได้ตอบตรงๆ แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะนี้ ลั่วเทียนก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
(จบแล้ว)