- หน้าแรก
- จอมบงการหลังม่านสะท้านภพ
- บทที่ 55 : น้ำตาโฉมงาม, หัวหลุดกระเด็น
บทที่ 55 : น้ำตาโฉมงาม, หัวหลุดกระเด็น
บทที่ 55 : น้ำตาโฉมงาม, หัวหลุดกระเด็น
"ซูเฉิน เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง! เข้าใกล้ข้าขนาดนี้ ไม่กลัวข้าฆ่าเจ้าหรือไง? จงรู้ไว้ว่าคนเรามีชีวิตเดียว!"
เวินฉีหลัวมองซูเฉิน ดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นเยือก พร้อมกับจิตสังหารที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"อืม!"
"นังนี่เริ่มปล่อยไอสังหารออกมา มันคิดจะฆ่าข้า!"
ทันทีที่จิตสังหารปรากฏ ซูเฉินรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
ด้วยผลจากการเปลี่ยนแปลงของวิญญาณ ทำให้เขารับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของกลิ่นอายได้ไวที่สุด
ตามหลักแล้ว เวินฉีหลัวไม่ควรจะเกิดจิตสังหารขึ้นมา
เพราะเขาก็แค่มาข่มขู่ ไม่ได้ตรงไปฟ้องหกห้องหรือพาคนมาจับกุมนางเสียหน่อย
เศษซากพรรคมารโลหิตอยู่ในประกาศจับของหกห้อง หากจับกุมหรือสังหารได้ ย่อมได้รับรางวัลและการเลื่อนตำแหน่ง
อย่างเช่นตัวเขาที่เป็นหัวหน้าหน่วยหกห้องเขตเมืองใต้ชั่วคราว หากจับตายเศษซากพรรคมารโลหิตได้ การันตีได้เลยว่าคำว่า "ชั่วคราว" ต้องถูกตัดออกไปแน่นอน
"ชีวิตน่ะมีเดียวจริง แต่คนเราตอนยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่อยากตื่นมาแล้วพบว่าเงินหายไปหมดหรอกนะ มีเงินแล้วข้าถึงจะทำอะไรหลายๆ อย่างได้!"
ซูเฉินมองเวินฉีหลัว แววตาเผยความอำมหิตออกมา
"อืม!"
เมื่อเห็นแววตาอำมหิตของซูเฉิน เวินฉีหลัวชะงักไปเล็กน้อย
"เจ้าต้องการแค่เงิน? ไม่ต้องการอย่างอื่นเลยหรือ?"
แววตาที่เคยเย็นชาพลันเปลี่ยนเป็นเย้ายวนใจทันที ทว่าจิตสังหารในใจกลับยิ่งทวีคูณ
คนที่ไม่รักชีวิตเช่นนี้ เก็บไว้ไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนเรื่องที่ฆ่าซูเฉินแล้วความลับเรื่องนางเป็นเศษซากพรรคมารโลหิตจะรั่วไหลหรือไม่นั้น นางหาได้แคร์ไม่
หลี่รุ่ยตาย อำเภอเทียนหนานก็โกลาหลไปหมดแล้ว ต่อให้เปิดเผยตัวตนออกไป อย่างมากนางก็แค่ทิ้งตัวตนนี้ไป ส่วนเรื่องอื่นก็ให้ศิษย์พี่ของนางไปปวดหัวเอาเองเถอะ
"ไอสังหารแรงขึ้น!"
ซูเฉินรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาอีกนิด
ไม่นึกเลยว่าเวินฉีหลัวจะคิดสังหารเขาหนักกว่าเดิม
"ข้าแค่อยากมาหยั่งเชิงเจ้า แต่เจ้ากลับจะเอาชีวิตข้า ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ตายเสียเถอะ!"
ซูเฉินแค่นเสียงในใจ
ในจังหวะนั้นเอง เวินฉีหลัวค่อยๆ ลุกขึ้นเดินตรงมาหาซูเฉิน กลิ่นหอมประหลาดโชยออกมาจากตัวนาง นิ้วมือเรียวงามเอื้อมไปทางลำคอของซูเฉิน!
"ไม่ทราบว่าท่านหัวหน้าซู ได้รับข่าวนี้มาจากผู้ใดกัน?"
นางไม่สนใจว่าซูเฉินจะปล่อยข่าวเรื่องนางเป็นเศษซากพรรคมารโลหิตหรือไม่ แต่นางอยากรู้ว่าซูเฉินไปเอาข่าวนี้มาจากไหน
จากท่าทีของซูเฉินในวันนี้ ดูเหมือนจะมีคนเปิดเผยสถานะของนางให้ซูเฉินรู้เพื่อหวังผลบางอย่าง แต่นึกไม่ถึงว่าซูเฉินกลับคิดจะกรรโชกทรัพย์นางแทน
"ข่าวนี้ ข้าได้รับมา..."
ตูม!
ในชั่วพริบตา ซูเฉินลุกขึ้นพรวด พลังปราณทั่วร่างปะทุขึ้น ฝ่ามือเปลี่ยนเป็นสีเหล็กดำ เขาคว้าเข้าที่หัวของเวินฉีหลัวแล้วออกแรงเหวี่ยงร่างของนางกระแทกลงบนแท่นหินตรงหน้าอย่างแรง!
ปัง!
แท่นหินแตกกระจาย เลือดสาดกระเซ็นเต็มแท่นหิน ใบหน้าของเวินฉีหลัวอาบไปด้วยเลือดและเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จนดูไม่ได้ สติของนางเลือนราง
อ๊าก!
เวินฉีหลัวกรีดร้อง พลังปราณในร่างเตรียมจะระเบิดออก
ปัง!
ในจังหวะนั้นเอง หมัดอีกข้างของซูเฉินก็กระแทกเข้าที่จุดตันเถียนของนางอย่างจัง พลังมหาศาลซัดเข้าไปในอวัยวะภายใน
อั่ก!
เวินฉีหลัวกระอักเลือดออกมาคำโต พลังปราณในร่างดูเหมือนจะไม่มีเหลือ
"ระดับลมปราณภายใน ไม่นึกเลยว่าเถ้าแก่เวินของเราจะฝึกถึงขั้นลมปราณภายใน น่าเสียดายที่เจ้ามาเจอข้า!"
"เจ้าไม่ควรเข้าใกล้ข้าขนาดนี้!"
เสียงของซูเฉินเย็นเยียบ มือหนึ่งกำลำคอนางแน่นแล้วใช้ 'วิชาข้อมือเหล็กกล้า' ทันที
กรอบ!
ลำคอของเวินฉีหลัวถูกซูเฉินหักทิ้งอย่างง่ายดาย
โฉมงามสิ้นชีพ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!
【สังหารศัตรูระดับลมปราณภายใน 1 คน, รางวัลหีบไอเทมระดับเงิน 1 ใบ!】
"อืม หีบไอเทมระดับเงิน!"
ดวงตาซูเฉินเบิกกว้างด้วยความยินดี
เขามองร่างของเวินฉีหลัวที่ล้มลงกับพื้น ก่อนจะคว้าดาบยาวที่ตกอยู่บนพื้นชักออกมา หัวของโฉมงามก็หลุดกระเด็นขึ้นฟ้า
"ให้โอกาสแล้วไม่เอา อยากจะตายนัก ข้าก็จำใจต้องรับไว้!"
ซูเฉินคว้าหัวที่ลอยอยู่กลางอากาศไว้
ทางด้านนี้ หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีม่วงที่แอบติดตามมา มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง
"นี่!"
นางคาดไม่ถึงเลยว่าซูเฉินจะลงมือได้เด็ดขาดและโหดเหี้ยมขนาดนี้
วรยุทธ์ของเวินฉีหลัวนั้นอยู่ในขั้นลมปราณภายใน แม้นางจะไม่รู้ว่าอยู่ในระดับใด แต่ซูเฉินคนนี้โหดเกินไป ในจังหวะที่ฝ่ายนั้นเข้าใกล้ เขาก็ชิงลงมือก่อนทันที พลังที่แสดงออกมานั้นน่ากลัวยิ่ง
ทั่วร่างดุจเหล็ก นี่คือขั้นบรรลุของวิชาเสื้อเหล็ก บวกกับอวัยวะภายในที่แข็งแกร่งเข้าขั้นชำระล้างอวัยวะภายใน โดยเฉพาะจิตสังหารที่ปล่อยออกมาตอนลงมือ มันน่าสะพรึงกลัวนัก
ดูไม่ออกเลยว่านี่คือเด็กหนุ่มวัยเพียง 19 ปี
"ติดตามข้ามานานขนาดนี้ ควรจะออกมาได้แล้วกระมัง!"
ซูเฉินวางหัวของเวินฉีหลัวลงบนแท่นหิน แล้วหันไปมองทางทิศที่หญิงสาวชุดกระโปรงยาวคนนั้นอยู่
ในระหว่างที่สังหารเวินฉีหลัว เขาจับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่าง แต่ตอนนั้นภารกิจสำคัญคือการฆ่าเวินฉีหลัวก่อน เขาจึงเพิ่งมาพูดตอนนี้ และเขามั่นใจว่าคนที่มาคือหญิงสาวชุดดำคนเดิม
"ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะรู้ตัว!"
หญิงสาวชุดกระโปรงยาวร่อนตัวลงมามองซูเฉิน
วันนี้อีกฝ่ายไม่ได้ปิดหน้าและไม่ได้ใส่ชุดดำ แต่ใส่กระโปรงยาวสีม่วงจางๆ
หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะอง ตามประสบการณ์ของซูเฉิน นางยังดูอ่อนต่อโลกนัก
ใบหน้าสวยงามบุคลิกไม่ธรรมดา น่าจะมาจากตระกูลใหญ่
"เจ้าติดตามข้ามาทำไม?"
ซูเฉินไม่ตอบคำถามของนาง แต่ถามกลับ
แม้ฝ่ายนั้นจะมี 'ป้ายหกห้องระดับเงิน' อยู่ในมือ แต่จากการที่นางมาหาเขาในวันนี้ เขารู้ดีว่าเขากำลังเป็นฝ่ายคุมเกม
เมื่อครู่เขายังฆ่ายอดฝีมือระดับลมปราณภายในให้ดูต่อหน้า ต่อให้จะเป็นการฉวยโอกาสลงมือก่อน แต่นี่ก็คือผลงานจริง และนั่นคือแต้มต่อในการต่อรองของเขา
บางครั้ง การทำตัวให้แข็งกร้าวก็เป็นเรื่องจำเป็น
"ทำไมเจ้าถึงไม่ทำตามแผนที่ข้ากำหนดไว้?" หญิงสาวชุดกระโปรงยาวมองซูเฉินแล้วกล่าวเสียงต่ำ
"ข้าจะทำตามคำสั่งเจ้าไปทำไม? เวินฉีหลัวเป็นเศษซากพรรคมารโลหิต การจับนางหรือฆ่านาง จะทำให้ข้านั่งเก้าอี้หัวหน้าหน่วยหกห้องเขตเมืองใต้ได้อย่างมั่นคง หรืออาจจะได้เลื่อนเป็นรองหัวหน้าหน่วยหกห้องอำเภอเทียนหนานด้วยซ้ำ"
"เจ้าคิดว่าเพียงเพราะถือป้ายเงินของหกห้อง แล้วข้าจะยอมทำงานให้ โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าเป็นใครหรือ?"
"วาดวิมานบนอากาศมันไม่มีประโยชน์ สิ่งที่จับต้องได้จริงต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!" ซูเฉินกล่าวเสียงเย็น
"อืม!"
หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวมองซูเฉิน แววตาของนางในวินาทีนี้ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว กลับเต็มไปด้วยความชื่นชม
"เจ้าใช้ได้เลยทีเดียว ข้าแซ่ลู่ นามว่า 'ถางเสวี่ย' รองหัวหน้าหน่วยหกห้องแห่งเมืองต้าเฟิง!"
ลู่ถางเสวี่ยแนะนำตัว
"ดอกไห่ถางยังไม่ร่วงโรย ดอกหลีฮวาก็โปรยปรายดั่งหิมะ เป็นเวลาครึ่งหนึ่งของฤดูกาลผลิร่วง"
ได้ยินชื่อนี้ ซูเฉินก็เผลอพึมพำบทกวีออกมาหนึ่งประโยค