เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330 - ชีวิตระดับตำนานของเปียวจอมโหด

บทที่ 330 - ชีวิตระดับตำนานของเปียวจอมโหด

บทที่ 330 - ชีวิตระดับตำนานของเปียวจอมโหด


บทที่ 330 - ชีวิตระดับตำนานของเปียวจอมโหด

ทางเข้าสนามมีลักษณะยาวแคบและแสงสลัวยิ่งนัก

แผ่นหลังของจางเปียวยามนี้ในสายตาของฟางเจิ้งอีเริ่มพร่ามัว สิ่งเดียวที่มองเห็นชัดเจนคือดาบใหญ่เล่มหนักอึ้งที่กำลังแผ่แสงสีแดงฉาน

เมื่อเห็นว่าได้จังหวะ ฟางเจิ้งอีก็สั่งการทันควัน "จุดไฟ!"

จากนั้นก็มีคนสองคนถือคบเพลิงก้าวออกมายืนอยู่เบื้องหลัง

จี้ลงบนพื้นเบาๆ!

เปลวเพลิงสองสายก็พวยพุ่งขึ้นมาส่องสว่างไปทั่วทางเดิน และลุกลามพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว!

ยามนี้กลางลานประลอง ชื่อเลี่ยถือทวนยืนนิ่งจ้องมองไปยังจุดที่จางเปียวจะเปิดตัว

บนอัฒจันทร์ผู้ชมเงียบกริบไร้สรรพเสียง ต่างรอคอยการปรากฏตัวของจางเปียวเช่นกัน

ฉับพลัน 'มังกรไฟ' สองสายก็พุ่งพรวดออกมาจากทางเข้า พุ่งทะยานไปไกลร่วมสิบจั้งก่อนจะหยุดชะงัก!

กลายเป็นเปลวเพลิงสองสายที่โอบล้อมเป็นทางเดิน!

ผู้ชมบนอัฒจันทร์พลันแตกตื่นฮือฮา!

กลุ่มสตรีเสียงแผดแปดหลอดห้าร้อยคนจากอำเภอเถาหยวน ล้วงกลองรัดเอวออกมาอย่างตื่นเต้น พร้อมกับกางป้ายผ้าออก

ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของผู้คนรอบข้าง พวกนางก็เริ่มตีกลองส่งเสียงเชียร์กันอย่างไม่สนใจผู้ใด

ลั่วหนิงซินก็นั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นกัน โดยมีเจ๊ชุนนั่งอยู่ข้างๆ ทว่าเรือนร่างของนางดูซูบผอมลงไปไม่น้อย

เมื่อเปลวไฟลุกโชน เจ๊ชุนก็คว้ามือลั่วหนิงซินด้วยความตื่นเต้น ร้องตะโกน "ดูเร็ว เปียวเกอกำลังจะออกมาแล้ว!"

ลั่วหนิงซินถูกบีบจนเจ็บ จ้องมองเจ๊ชุนอย่างจนใจ "เจ๊ชุน จางเปียวกลับมาก็ไม่เคยไปหาท่านเลย ท่านจะตื่นเต้นไปทำไม?"

"เจ้ายังเด็กนัก เจ้าไม่เข้าใจหรอก!"

"..."

เจ๊ชุนปรายตามองนาง "เจ้ายังจะมาว่าข้า ใต้เท้าฟางเขียนจดหมายบอกรักเจ้าทุกวี่ทุกวัน แล้วไฉนเจ้าถึงได้กลายไปเป็นสาวใช้ในจวนเขาได้เล่า?"

ใบหน้าลั่วหนิงซินร้อนผ่าว เอ่ยอย่างขัดเขิน "ข้าไม่ใช่สาวใช้นะ!"

เจ๊ชุนเอ่ยอย่างดูแคลน "ชิ! จะใช่หรือไม่ใช่ก็ช่างเถอะ! แค่อาศัยใบหน้าสวยๆ ของเจ้า ยังจะมัดใจผู้ชายคนหนึ่งไม่ได้หรือไง?"

"ใต้เท้าฟางเขียนจดหมายหาเจ้ามากมายปานนั้น แสดงว่าเขามีใจให้เจ้าแน่ๆ"

มีใจ? มีใจบ้าบออันใดล่ะ! ผู้ชายคนนี้มันจอมลวงโลกชัดๆ!

ลั่วหนิงซินมีสีหน้าโกรธแค้น

เจ๊ชุนยังคงบ่นพึมพำไม่หยุด "เจ้าคิดว่าเจ้ายังอยู่ในหอจ้างเซียงหรือไง ที่มีผู้ชายแย่งกันมาเจอเจ้าน่ะ?"

"หากเจ้าไม่อยากเป็นสาวใช้ไปตลอดชีวิต ก็ต้องรู้จักเป็นฝ่ายรุกบ้าง!"

"รุกเยี่ยงไร?" ลั่วหนิงซินมึนงง ตั้งแต่เข้าวงการมา นางก็วางตัวหยิ่งทะนงมาตลอด อย่างมากก็แค่นั่งดีดพิณดื่มเหล้าเป็นเพื่อน

มีผู้ใดบ้างที่เจอหน้านางแล้วไม่แสดงความเคารพเกรงใจ? ต่อให้เป็นพวกบ้ากามหื่นกระหาย พออยู่ต่อหน้านางก็ยังต้องสงวนท่าที

แต่ฟางเจิ้งอีสิ นางเป็นฝ่ายรุกเข้าหาเขาแล้ว ผลคือไม่เขาก็วิ่งหนีก็พ่นแต่เรื่องบ้าบอ นางจะทำอันใดได้อีก?

"ใช่แล้ว! ก็เหมือนพวกพี่น้องคนอื่นๆ ไง เจ้าก็กระโจนใส่เขาเลยสิ!"

"พอจัดการเขาเสร็จ ก็ช่วยแนะนำเปียวเกอให้ข้าด้วยล่ะ"

ลั่วหนิงซิน: "..."

บนที่ประทับ จิ่งตี้ทอดพระเนตรเปลวเพลิงสองสายเขม็ง เห็นไฟลุกโชนขึ้นแล้วก็เริ่มมีควันดำหนาทึบลอยฟุ้งขึ้นมา

เปลวเพลิงสีแดงฉาน ผสานกับควันดำที่แผ่กระจายออกไป ประกอบกับทางเข้าที่ส่องประกายสีแดงเข้มอย่างน่าขนลุก ทำให้บังเกิดความรู้สึกถึงพลังอำนาจอันชั่วร้ายอย่างประหลาด!

แม้คนจะยังมาไม่ถึง แต่แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่แล้ว!

น้ำมันไฟโลกันตร์นี่เอง... แต่เหตุใดควันดำถึงได้หนาทึบปานนี้?

จิ่งตี้ยกยิ้มมุมพระโอษฐ์ แม้จะยังไม่ได้เริ่มประลอง แต่ดูจากรูปแบบการเปิดตัว ก็ถือว่าเชิดหน้าชูตาได้เต็มที่แล้ว!

เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน

ฟางเจิ้งอีเจ้าเด็กนี่ เล่นใหญ่จัดเต็มได้เสมอ! ครั้งนี้ถือว่าใช้ได้ถูกที่ถูกเวลา!

ยามนี้ ฟางเจิ้งอีและคนสนิทสองสามคนได้ย้ายจากทางเดินมายังอัฒจันทร์ผู้ชมแล้ว ทว่ามิได้อยู่ข้างกายจิ่งตี้ แต่ไปอยู่ที่ห้องพากย์แทน เพราะที่นี่มีวิสัยทัศน์ดีที่สุด แถมยังซ่อนตัวส่งสัญญาณให้คนข้างล่างได้ง่ายอีกด้วย

มองดูปฏิกิริยาของผู้คนในสนาม ฟางเจิ้งอีก็ยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ

น้ำมันไฟโลกันตร์ถูกเทราดไว้ที่พื้นอย่างลับๆ ตอนที่ทีมแสดงถอยออกไป

แต่การที่ทำให้เกิดควันดำหนาทึบปานนี้ได้ เป็นเพราะผสมน้ำมันงาเข้าไปเป็นจำนวนมาก!

นี่เป็นแค่ออร์เดิร์ฟเท่านั้น!

ฟางเจิ้งอีล้วงตั๋วเงินห้าสิบตำลึงออกจากแขนเสื้อยัดใส่มือพิธีกร พร้อมกับยื่นกล้องส่องทางไกลให้อีกอัน

"พากย์ให้ดีล่ะ! ไม่ต้องยึดติดกับโพยมากนัก! ดึงความฮึกเหิมออกมาให้ได้!"

"ทำได้ดี มีรางวัลให้อย่างงาม!"

เมื่อพิธีกรเห็นตั๋วเงิน ก็ฉีกยิ้มกว้างทันที

จากนั้นก็รับกล้องส่องทางไกลมาพลิกดูไปมา แม้จะไม่รู้ว่าเป็นสิ่งใด แต่เมื่อครู่ก็เห็นเซี่ยเสียนใช้มัน

ของสิ่งนี้เห็นได้ชัดว่าเอาไว้ใช้ส่องดูสิ่งต่างๆ

เมื่อยกกล้องส่องทางไกลขึ้นส่อง พิธีกรก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ร้องอุทานเสียงหลง "นายท่าน! เล็กลงแล้วๆ! เหตุใดคนถึงได้ตัวเล็กลงเยี่ยงนี้ล่ะ!"

"เจ้าถือกลับด้าน!" ฟางเจิ้งอียื่นมือไปช่วยสลับด้านกล้องให้เขา

"อ้า ใหญ่จริงๆ!" พิธีกรอดเดาะลิ้นชื่นชมมิได้ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังจุดที่จางเปียวจะเปิดตัว

ตรงทางเข้า เปลวเพลิงเต้นเร่า ควันดำลอยฟุ้ง!

จางเปียวลากดาบเหล็กสีแดงฉาน เรือนร่างอาบไปด้วยน้ำมันมันวับ ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ดาบเหล็กครูดไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบไม่หยุด...

ดวงตาของเขาแน่วแน่ จ้องเขม็งไปที่ชื่อเลี่ย ผนวกกับใบหน้าที่แต่งแต้มดั่งผีร้าย ราวกับเทพแห่งความตายที่ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรก!

ภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้ ทำเอาพิธีกรถึงกับลืมหายใจไปชั่วขณะ!

ชั่วพริบตานั้นเขาถึงกับพูดไม่ออก!

ฟางเจิ้งอีเห็นจางเปียวโผล่หน้ามาแล้ว แต่พิธีกรยังนิ่งเงียบ จึงรีบเร่ง "เร็วเข้า! พูดบทสิ!"

"พูด... ข้าพูด..." พิธีกรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองทีกว่าจะดึงสติกลับมาได้

"เขา! สิบขวบฝากตัวเป็นศิษย์ยอดฝีมือสิบกระบวนท่าอู๋อู๋ตี๋! ดาบ ทวน กระบี่ ง้าว กระบอง หมัด ฝ่ามือ ขา ดรรชนี กรงเล็บ ไร้สิ่งใดไม่เชี่ยวชาญ!"

"ยี่สิบขวบฝากตัวเป็นศิษย์มารกระบี่ตู้กูฉิวไป้! ฝึกกระบี่เพียงหนึ่งปี! สยบวีรบุรุษทั่วหล้า ไร้ผู้ต่อกร!"

"ยี่สิบสองขวบ มุ่งหน้าสู่เกาะวีรบุรุษเพียงลำพัง..."

ระหว่างที่พิธีกรกำลังบรรยาย วงดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงอย่างกระหึ่ม!

ท่วงทำนองปลุกเร้าอารมณ์ บทเพลง 'หนานเอ๋อร์ตังจื่อเฉียง' ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งวีรบุรุษดังกึกก้องไปทั่วสนาม

ในขณะเดียวกัน ผู้ชมบนชั้นสูงสุดบางส่วนก็เริ่มหยิบกระจกบานเล็กออกมา

กระจกแก้วที่สะท้อนแสงได้อย่างดีเยี่ยมบานแล้วบานเล่าได้รวบรวมแสงอาทิตย์ให้เป็นลำแสง

ลำแสงทั้งหมดสาดส่องไปที่ตัวจางเปียว!

เมื่อกระทบกับน้ำมันหมูที่ชโลมไว้ทั่วร่าง ทำให้ทั้งร่างของเขาเปล่งประกายสีทองระยิบระยับ!!

วินาทีนี้ จางเปียวได้แปรสภาพจากผีร้ายกลายเป็นเทพเทวาไปโดยสมบูรณ์

เขาก้าวเดินช้าๆ ไปยังกลางสนาม ราวกับเทพยดาจุติลงมาบนโลกมนุษย์!

ผู้ชมทั้งสนามต่างตกตะลึงกับภาพอันน่าเลื่อมใสทว่าพิลึกพิลั่นนี้!

แม้แต่จิ่งตี้ก็ทรงเสียกิริยา ทอดพระเนตรดาบเหล็กของจางเปียวที่ครูดกับพื้นจนเกิดประกายไฟฟู่ฟ่า แล้วอดลอบกลืนน้ำลายมิได้

นั่นคือของวิเศษอันใดกัน?

ของเยี่ยงนี้ แม้แต่เจิ้นก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน?

หรือจะเป็นนิมิตมงคลอันใหม่?

หลี่หยวนจ้าวที่อยู่ข้างกายหน้าแดงก่ำ ตื่นเต้นจนแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่!

โคตรเจ๋ง! โคตรเจ๋งเลย!

ต้องยกให้เหล่าฟางจริงๆ! พอมาเทียบกันแล้ว ไอ้พวกสวนสัตว์เสือดาวที่ข้าเล่นอยู่มันขยะชัดๆ!

ดาบเล่มนั้นไฉนถึงเปล่งแสง แถมยังพ่นประกายไฟได้อีก?

จางเปียวมีของวิเศษเช่นนี้ เหตุใดข้าถึงไม่เคยเห็นมาก่อนเลยล่ะ??

ผู้ที่นิ่งสงบที่สุดในยามนี้กลับกลายเป็นเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊เสียอย่างนั้น

คนส่วนใหญ่ที่เคยเห็นชื่อเลี่ยต่างไม่เชื่อว่าจางเปียวจะเอาชนะได้... ทว่าพอเห็นภาพนี้ ในใจก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที!

คนฝึกยุทธ์จะไปสู้กับคนบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนได้อย่างไร? เจ้าจะเอาอันใดไปชนะเขาเล่า?!

พิธีกรเองก็อินไปกับบรรยากาศในสนาม อารมณ์เริ่มพุ่งพล่าน!

"เมื่ออายุมากขึ้น! ยี่สิบห้าปี ในใต้หล้าก็ไร้ซึ่งศัตรูที่เขาจะเอาชนะไม่ได้อีกต่อไป!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 330 - ชีวิตระดับตำนานของเปียวจอมโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว