- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์ลูกโหม่งระดับเต็มแม็กซ์ โรนัลโดถวายแอสซิสต์ให้ผมในฟุตบอลโลก
- บทที่ 411 เสียประตูก่อนแล้วไง? วันนี้ทีมชาติบราซิลต้องชดใช้!
บทที่ 411 เสียประตูก่อนแล้วไง? วันนี้ทีมชาติบราซิลต้องชดใช้!
บทที่ 411 เสียประตูก่อนแล้วไง? วันนี้ทีมชาติบราซิลต้องชดใช้!
ภายในอุโมงค์ทางเดินนักเตะ เด็กเก็บบอลที่เดินจูงมือซุนอวี่ถึงกับต้องกอดขาเขาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวต่อเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องกังวานมาจากอัฒจันทร์
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่กดดันบีบคั้นเช่นนี้ อย่าว่าแต่เด็กตัวเล็ก ๆ เลย แม้แต่นักเตะอาชีพของทั้งสองทีมต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดและประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
บนอัฒจันทร์ที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 60,000 คน พื้นที่สองในสามถูกยึดครองโดยแฟนบอลบราซิลที่ล้อมรอบแฟนบอลโปรตุเกสและแฟนบอลทีมอื่น ๆ ไว้ตรงกลาง
ในขณะนั้นเอง เพลงประจำการแข่งขันก็เริ่มบรรเลงขึ้นในสนาม
ผู้ตัดสินหันมาทำสัญญาณมือบอกให้ผู้เล่นที่เดินตามหลังมา ‘ตามผมมา’ ก่อนจะอุ้มลูกฟุตบอลเดินนำหน้าเข้าสู่สนาม
ที่บริเวณปากอุโมงค์ กองทัพช่างภาพในชุดดำต่างก็รัวชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปกันอย่างบ้าคลั่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ซุนอวี่ได้เห็นกองทัพสื่อมวลชนมากมายขนาดนี้ พวกเขาเบียดเสียดกันแน่นขนัดตั้งแต่ปากอุโมงค์ยาวไปจนถึงริมเส้นข้างสนามเป็นระยะทางกว่ายี่สิบเมตร
ทันทีที่เห็นทีมรักเดินลงสู่สนาม แฟนบอลบราซิลก็ระเบิดเสียงเชียร์ดังกึกก้อง พร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดแหลมปรี๊ดของบรรดาแฟนบอลสาว ๆ ที่ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ
ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครม ซุนอวี่รู้สึกหูอื้อไปชั่วขณะ เขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวแรงได้อย่างชัดเจน... ในห้องส่งถ่ายทอดสด
ขณะที่ผู้เล่นของทั้งสองทีมกำลังเดินลงสู่สนาม จ้านจวิ้นก็เริ่มประกาศรายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมทันที
“ทีมชาติบราซิลมาในระบบ 4–2–3–1 ครับ!”
“ผู้รักษาประตู: เซซาร์!”
“แผงหลังสี่คน: ไมกอน, ซิลวา, ดาวิด ลุยซ์, มาร์เซโล!”
“กองกลางตัวรับ: แฟร์นันดินโญ, เปาลินโญ!”
“กองกลางตัวรุก: ออสการ์!”
“ปีกซ้าย: ฮัลค์!”
“ปีกขวา: เนย์มาร์!”
“ศูนย์หน้า: เฟรด!”
“ทีมชาติบราซิลยังคงยึด 11 ตัวจริงชุดเดิมจากแมตช์ที่แล้ว ออสการ์รับบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ ส่วนเนย์มาร์ขยับไปเล่นเป็นปีกขวา ดูเหมือนว่าสโกลารีจะสั่งให้เขาไปป่วนกงเตรา แบ็กซ้ายของทีมชาติโปรตุเกสโดยเฉพาะเลยนะครับ”
“วันนี้ทีมชาติบราซิลเลือกใช้ไมกอนที่เล่นเกมรับได้รัดกุมกว่ายืนเป็นแบ็กขวา แต่แบ็กจอมเก๋าชาวบราซิลคนนี้ก็ปาเข้าไปสามสิบสามปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะรับมือกับความจี๊ดจ๊าดของนานีไหวหรือเปล่านะครับ!”
“ทางฝั่งซานโตส ก็จัดทีมมาในระบบ 4–2–3–1 เช่นกันครับ”
“ผู้รักษาประตู: ปาตรีซียู!”
“แผงหลังสี่คน: เปเรย์รา, เปเป้, อัลวิส, กงเตรา!”
“กองกลางตัวรับ: เมยแรลึช, มูตีญู!”
“กองกลางตัวรุก: ซุนอวี่!”
“ปีกซ้าย: นานี!”
“ปีกขวา: มาร์ตินส์!”
“ศูนย์หน้า: คริสเตียโน โรนัลโด!”
“ทีมชาติโปรตุเกสมีการปรับเปลี่ยนรายชื่อ 11 ตัวจริงเพียงตำแหน่งเดียวครับ ซานโตสถอดเวโลโซที่ทำผลงานในเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมในแมตช์ก่อนออก แล้วส่งมูตีญูที่มีทักษะการจ่ายบอลและคุมจังหวะเกมที่เนียนตากว่าลงมาแทน!”
“ดูเหมือนว่าคำให้สัมภาษณ์ของซานโตสในงานแถลงข่าวจะไม่ได้เป็นแค่การขู่ฟ่อซะแล้ว ทีมชาติโปรตุเกสตั้งใจจะเปิดเกมรุกเข้าแลกกับทีมชาติบราซิลในวันนี้จริง ๆ ครับ!”
หวงเจี้ยนเสียงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดเสริมขึ้นมาว่า “การวางหมากแท็กติกของสโกลารีถือว่าสมเหตุสมผลมากครับ เขาไม่หลงกลไปกับสงครามจิตวิทยาของซานโตสและสื่อมวลชน และเลือกจัดทีมโดยเน้นความรัดกุมในเกมรับเป็นหลัก!”
“เนย์มาร์มีพื้นที่การเล่นที่กว้างขวาง และมักจะหุบเข้ากลางเพื่อทำเกมรุกอยู่บ่อยครั้ง การจับเขาไปยืนริมเส้นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรูปขบวนโดยรวมของทีมชาติบราซิลแต่อย่างใด”
“แม้ออสการ์จะดูบอบบางไปสักหน่อย แต่สไตล์การเล่นของนักเตะคนนี้กลับดุดันและเอาเรื่อง เขาขยันวิ่งไล่กวดแย่งบอลในแดนกลางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แถมยังมีแฟร์นันดินโญและเปาลินโญ สองกองกลางตัวรับระดับท็อปคลาสคอยซ้อนอยู่ด้านหลังอีก”
“ด้วยมิดฟิลด์สามคนนี้ อย่างน้อย ๆ ทีมชาติบราซิลก็จะไม่โดนทีมชาติโปรตุเกสขึงเกมขยี้อยู่ฝ่ายเดียวตรงกลางสนามแน่นอนครับ”
“ในตำแหน่งฟูลแบ็กทั้งสองข้าง แม้ความเร็วและพลังระเบิดของไมกอนจะตกลงไปมาก แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน เขาก็น่าจะพอรับมือกับการลากเลื้อยของนานีได้แบบหืดจับอยู่บ้างครับ”
“ผลงานการจบสกอร์ของนานีในแมตช์ที่ผ่าน ๆ มา ก็ไม่ได้เฉียบขาดอะไรมากมาย เพิ่งจะทำไปได้แค่ประตูเดียว บทบาทหลักของเขาจึงไปหนักทางด้านการดึงตัวประกบและเพรสซิงกดดันคู่แข่งมากกว่า”
“เราจะเห็นได้ว่าบรรยากาศในสนามมีเนย์เราวันนี้มันช่างยิ่งใหญ่อลังการและน่าเกรงขามจริง ๆ ครับ ผู้เล่นบราซิลจะต้องไม่ปล่อยให้เสียงเชียร์ของแฟนบอลมาทำลายสมาธิ และต้องตั้งสติโฟกัสไปที่การรักษาคลีนชีตให้ได้เป็นอันดับแรก!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังวิเคราะห์เกมกันอยู่นั้น เพลงชาติบราซิลก็เริ่มบรรเลงขึ้น
หลังจากท่อนอินโทรที่ยาวเหยียดจบลง นักเตะและแฟนบอลบราซิลทั้งสนามก็ประสานเสียงร้องเพลงชาติกันอย่างกึกก้องกังวาน
กล้องถ่ายทอดสดตัดสลับภาพระหว่างนักเตะกับแฟนบอลไปมา เสียงร้องเพลงในตอนแรกที่ดังกระหึ่ม ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่งจนเสียงแหบเสียงแห้ง
มาร์เซโลและซิลวาเงยหน้าหลับตาปี๋ตลอดการร้องเพลงชาติ
หลังจากนั้น เพลงชาติโปรตุเกสก็ดังขึ้น แฟนบอลโปรตุเกสก็พยายามส่งเสียงร้องอย่างสุดกำลัง แต่แน่นอนว่าพลังเสียงของพวกเขาย่อมสู้เจ้าถิ่นอย่างบราซิลไม่ได้
คริสเตียโน โรนัลโด ชนะการโยนเหรียญทายหัวก้อยและเลือกที่จะเป็นฝ่ายได้เขี่ยบอลก่อน ส่วนซิลวาก็เลือกให้แดนหลังของทีมชาติโปรตุเกส ไปอยู่ตรงหน้าอัฒจันทร์ที่อัดแน่นไปด้วยแฟนบอลบราซิลล้วน ๆ
ท่ามกลางเสียงคำรามอันบ้าคลั่งของแฟนบอลบราซิล เสียงนกหวีดเริ่มเกมของผู้ตัดสินแทบจะถูกกลืนหายไปกับคลื่นเสียงอันมหาศาล
ซุนอวี่เขี่ยบอลไปให้คริสเตียโน โรนัลโด ก่อนที่คริสเตียโน โรนัลโด จะจ่ายบอลคืนหลังไปให้แผงมิดฟิลด์
ในจังหวะนั้นเอง ด้วยความตื่นเต้นและกดดัน กองกลางตัวรับทั้งสองคนของทีมชาติโปรตุเกส ดันปล่อยให้ลูกจ่ายของคริสเตียโน โรนัลโด กลิ้งลอดหว่างขาหลุดไปถึงแดนหลังซะอย่างนั้น
เปเป้สบถด่าอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบวิ่งไปจับบอลไว้ได้
ทันทีที่เขาจับบอล ออสการ์ กองกลางตัวรุกชาวบราซิล ก็พุ่งปรี่เข้ามาบีบอย่างรวดเร็ว
เปเป้ไม่มีเวลาเงยหน้ามองหาเพื่อนร่วมทีม จึงตัดสินใจกระชากบอลหนีออกไปทางริมเส้นตามสัญชาตญาณ แต่ออสการ์ที่หนุ่มแน่นและแข็งแรงกว่า ก็วิ่งตามประกบติดไม่ยอมห่าง
เปเป้ที่เริ่มจะหงุดหงิดกับการโดนตื๊อ จึงลดไหล่ลงและกระแทกออสการ์ล้มลงไปกองกับพื้นตามสัญชาตญาณดิบของตัวเอง
ในชั่วพริบตานั้น ทั่วทั้งสนามก็ระเบิดเสียงโห่ร้องด่าทอกันสนั่นหวั่นไหว
ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน เปเป้ก็เริ่มจะลุกลี้ลุกลน คิดว่าตัวเองไปทำฟาวล์เข้าให้แล้ว
แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ได้เป่านกหวีด และผายมือส่งสัญญาณให้เล่นต่อไป
การตัดสินใจของเขาย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลบราซิลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงโห่ฮาและคำด่าทอสารพัดถาโถมลงมาใส่ผู้เล่นโปรตุเกสราวกับห่าฝน
ออสการ์ลุกขึ้นมาจากพื้นหญ้า และเดินตรงเข้าไปหาเปเป้พร้อมกับฮัลค์
เปเป้ที่สมองตื้อไปหมดแล้วในตอนนี้ ตัดสินใจเตะสาดบอลเลียดขึ้นไปข้างหน้าอย่างแรง
ทว่า บอลดันพุ่งไปเข้าทางเปาลินโญ กองกลางตัวรับชาวบราซิลที่มีอาการเกร็งจนขาแข็ง จับบอลลั่นกระดอนห่างตัวไปร่วมหนึ่งเมตร
โชคดีที่ไม่มีผู้เล่นโปรตุเกสอยู่ใกล้ ๆ เปาลินโญจึงรีบวิ่งตามไปเก็บบอล ก่อนจะเงยหน้ามองไปทางกราบขวา
เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ คงเป็นเพราะความตื่นเต้นกดดัน ทำให้เขาไม่มั่นใจว่าจะวางบอลยาวข้ามครึ่งสนามได้แม่นยำหรือเปล่า
และในจังหวะที่เขากำลังลังเลอยู่นั้น ซุนอวี่ก็พุ่งเข้ามาฉกบอลจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว
เปาลินโญเหลือบเห็นซุนอวี่จากหางตา จึงรีบหันหลังบังบอลเอาไว้ ก่อนจะจ่ายบอลคืนหลังไปให้มาร์เซโล
เมื่อมาร์เซโลรับบอล มาร์ตินส์ก็วิ่งเข้าไปบีบทันที
มาร์เซโลทำท่าหลอกว่าจะเปิดบอลยาว หลอกล่อมาร์ตินส์ที่กำลังตื่นตูมจนเสียจังหวะ ก่อนจะถ่ายบอลไปให้ดาวิด ลุยซ์
เมื่อโดนคริสเตียโน โรนัลโด พุ่งเข้ามากดดัน ดาวิด ลุยซ์ ก็งัดบอลชิปโด่งไปทางกราบขวา
เมื่อเห็นลูกบอลลอยโด่งขึ้นฟ้า นานีก็สปรินต์เข้าไปหาทันที
ลูกจ่ายของลุยซ์ถือเป็นการจ่ายบอลที่อันตรายและเอาเปรียบเพื่อนร่วมทีมมาก หากไมกอนจับบอลจังหวะแรกไม่ดี นานีก็พร้อมจะโฉบไปฉกบอลได้ทันที
แต่ไมกอนจอมเก๋าก็ไม่ได้ลุกลี้ลุกลน เขาอาศัยวิถีของลูกบอล ใช้เท้าขวาแต่งบอลกระดอนไปทางขวาด้านหน้าของตัวเอง หลบการสกัดกั้นของนานีไปได้อย่างเหนือชั้น
นานีหันหลังและเตรียมจะวิ่งไล่กวดไมกอนอีกครั้ง แต่ไมกอนก็ตวัดบอลด้วยเท้าขวาเบา ๆ ถ่ายบอลไปที่แดนกลางแล้ว
แฟร์นันดินโญที่วิ่งลงมารับบอล ใช้หน้าอกพักบอลเพื่อลดแรงกระแทก และโดยไม่รอให้บอลตกลงพื้น เขาก็รีบตวัดบอลขึ้นหน้าทันที
ห่างออกไปไม่ไกล เนย์มาร์พิงบังกงเตราเอาไว้ ก่อนจะดีดบอลไปให้ออสการ์ที่อยู่ข้าง ๆ แล้วหมุนตัวสปรินต์ขึ้นหน้าทันที
ออสการ์จับบอลหนึ่งจังหวะ ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องไปทางกราบขวา การเคลื่อนไหวทั้งหมดลื่นไหลและแม่นยำราวกับหลุดออกมาจากตำราสอนเล่นฟุตบอลเลยทีเดียว
ขณะที่เนย์มาร์กำลังสปรินต์ขึ้นหน้า มูตีญูก็วิ่งตัดสอดเข้ามาขวางเส้นทางวิ่งของเนย์มาร์เอาไว้
เมื่อเนย์มาร์ต้องชะลอความเร็วลง กงเตราก็วิ่งตามมาทันจากด้านหลัง และทั้งคู่ก็เตรียมจะรุมแซนด์วิชเนย์มาร์ทั้งหน้าและหลัง
เมื่อต้องเผชิญกับการประกบติดของสองผู้เล่นโปรตุเกส เนย์มาร์ก็ยกเท้าขวาขึ้น และใช้เท้าขวาคลึงบอลคลึงไปมาอย่างรวดเร็ว
มูตีญูที่เห็นว่ามีเพื่อนร่วมทีมอยู่ใกล้ ๆ ก็ได้ใจ กระทืบเท้าซ้ายลงพื้นและจิ้มสกัดบอลอย่างกะทันหัน
ในวินาทีที่เขายื่นเท้าออกมา เนย์มาร์ก็เหยียบลูกบอล คลึงบอลไปข้างหน้าเบา ๆ ลอดหว่างขามูตีญูไปอย่างเหนือชั้น
แต่กงเตราก็รีบใช้ร่างกายขวางระหว่างเนย์มาร์กับลูกบอลเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเตรียมวิ่งไปเอาบอล
เนย์มาร์ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ใช้ร่างกายพุ่งกระแทกไปทางซ้าย อาศัยทั้งมือและเท้าเตะขัดขากงเตราล้มกลิ้งลงไปในแดนหลัง
ในจังหวะนี้ เขาจะปล่อยให้ทีมชาติโปรตุเกสได้โอกาสสวนกลับเร็วไม่ได้เด็ดขาด
กงเตราลุกขึ้นมาเตรียมจะเล่นลูกฟรีคิกเร็ว แต่เนย์มาร์ก็รีบใช้ร่างกายขวางกงเตราเอาไว้
กงเตราเตะบอลอัดใส่ตัวเนย์มาร์ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณฟ้องผู้ตัดสินว่าเนย์มาร์จงใจขัดขวางการเล่นลูกฟรีคิก ซึ่งถือเป็นการทำฟาวล์
แต่เนย์มาร์ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน เขาลากบอลทะลวงขึ้นไปแดนหน้าอย่างหน้าตาเฉย
เมื่อเห็นความดื้อด้านของหมอนี่ มูตีญูก็พุ่งเสียบสกัดแบบสองเท้าลอยคู่ทันที
ไม่รู้ว่ามูตีญูโดนตัวเนย์มาร์หรือเปล่า แต่เนย์มาร์กระโดดลอยตัวขึ้นฟ้า เอามือกุมขาแหกปากร้องลั่นกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นและกลิ้งโอดครวญไปมาบนพื้นหญ้า มือก็ยังคงกุมขาเอาไว้แน่น
ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่งของแฟนบอลทั้งสนาม เฟรด ศูนย์หน้าทีมชาติบราซิล ก็พุ่งปรี่เข้ามาผลักมูตีญูล้มลง
เปเป้เห็นดังนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปผลักเฟรดกระเด็น และผู้เล่นของทั้งสองทีมก็เปิดศึกตะลุมบอนกันตั้งแต่นาทีแรกของการแข่งขันเลยทีเดียว
ซุนอวี่รีบวิ่งกลับไปที่แดนหลัง ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเนย์มาร์ถึงโดนไล่เตะเป็นลูกขนุนอยู่บ่อย ๆ เวลาลงสนาม
สไตล์การเล่นของไอ้หมอนี่มันน่าหมั่นไส้จริง ๆ ในฐานะคู่แข่ง มันยากมากที่จะห้ามใจไม่ให้หวดมันสักป้าบ
ผู้เล่นบราซิลกรูกันเข้ามาเตรียมจะรุมทึ้งมูตีญู แต่ซุนอวี่ก็วิ่งเข้าไปขวางหน้าผู้เล่นบราซิลเอาไว้เสียก่อน
ในห้องส่งถ่ายทอดสด
จ้านจวิ้นอุทานลั่น “โอ้โห! เกมเพิ่งเริ่มไปได้แค่นาทีเดียว ผู้เล่นของทั้งสองทีมก็หวิดจะวางมวยกันซะแล้วครับ!”
“แมตช์นี้มีความสำคัญต่อทั้งสองทีมมากจริง ๆ ครับ เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอดินปืนที่คุกรุ่นมาจากทั้งสองฝั่งทะลุจอออกมาเลยครับ!”
ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหล ผู้ตัดสินเลือกที่จะใช้วิธีประนีประนอมเพื่อระงับเหตุ
เขาเรียกผู้เล่นตัวต้นเหตุสองสามคนมาตักเตือน และเป่าให้ทีมชาติโปรตุเกสได้ลูกฟรีคิกในแดนตัวเอง
ถ้าจะให้แจกใบเหลืองตามกฎกติกากันจริง ๆ คงต้องมีใบเหลืองว่อนว่อนอย่างน้อยสามสี่ใบแน่นอน
ในแมตช์ที่สำคัญขนาดนี้ ผู้ตัดสินก็ไม่กล้าผลีผลามแจกใบเหลืองพร่ำเพรื่อหรอกครับ
และคำตัดสินของเขาก็เรียกเสียงโห่ฮาดังสนั่นจากแฟนบอลบราซิลได้ในทันที
ทีมชาติโปรตุเกสเปิดลูกฟรีคิก และผู้เล่นของทั้งสองทีมก็เปิดศึกแย่งชิงพื้นที่กันในแดนกลางอย่างดุเดือด
ลูกฟุตบอลกลิ้งไปมาอยู่ในรัศมียี่สิบเมตรของวงกลมกลางสนาม ไม่มีทีมไหนสามารถครอบครองบอลเอาไว้ได้อย่างเด็ดขาด
เวลาล่วงเลยไปเกือบแปดนาที ซุนอวี่ยังคงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นกระบอกที่ถูกชักใย ไม่สามารถขยับตัวได้อย่างอิสระเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางเสียงคำรามอันบ้าคลั่งของแฟนบอลในสนาม สมองของซุนอวี่ก็แทบจะหยุดทำงาน การเคลื่อนไหวทั้งหมดของเขามาจากสัญชาตญาณล้วน ๆ
นักเตะคนอื่น ๆ ก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน ขาของผู้เล่นทั้งสองทีมหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ไม่สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นตามปกติออกมาได้เลย
เกมดำเนินไปอย่างทุลักทุเลและวุ่นวายอยู่ราวสิบนาที ทั้งสองทีมมีโอกาสง้างเท้ายิงไกลกันทีมละครั้ง แต่ก็หลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้นทั้งคู่
น. 11 เปาลินโญเตะเปิดบอลยาวขึ้นมาที่แดนหน้า มูตีญูกะจังหวะโหม่งสกัดพลาด ทำให้ลูกบอลลอยละลิ่วทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ
เฟรด ศูนย์หน้าชาวบราซิล พยายามจะพักบอลด้วยหน้าขา แต่บอลดันกระดอนห่างตัวออกไปเกือบสองเมตร
เฟรดกำลังจะวิ่งตามไปเก็บบอล แต่เปเป้ก็พุ่งพรวดเข้ามาอย่างดุดัน และเตะสาดบอลทิ้งออกจากกรอบเขตโทษไปได้
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่เขาเตะสกัด เขาดันไปกวาดรวบขาเฟรดล้มลงไปด้วย ศูนย์หน้าชาวบราซิลก็ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างแรงทันที
เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ซุนอวี่ก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง
ไอ้เปเป้นี่มัน!
นี่มันแจกจุดโทษให้คู่แข่งดื้อ ๆ เลยไม่ใช่หรือไงวะ?
เฟรดมันสากกะเบือยิ่งกว่านานีซะอีก ถึงมันได้บอลไปก็ทำอะไรไม่ได้หรอก!
ซุนอวี่ได้แต่ภาวนาในใจ หวังว่าผู้ตัดสินจะไม่เป่าให้จุดโทษ
แต่ทว่า.
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดปรี๊ดดดด! พร้อมกับชี้นิ้วขวาไปที่จุดโทษอย่างเด็ดขาด
“เวรเอ๊ย!”
ซุนอวี่ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ จังหวะก้ำกึ่งแบบนี้ ผู้ตัดสินจะเป่าให้เป็นจุดโทษหรือไม่ให้ก็ได้
แต่ในเมื่อผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษไปแล้ว ผู้เล่นโปรตุเกสก็ไม่มีข้ออ้างอะไรไปโต้แย้งได้เลย
เปเป้เอามือกุมหัวด้วยความกังวลใจ นอกจากปาตรีซียู ผู้รักษาประตูที่วิ่งเข้าไปพยายามจะอธิบายกับผู้ตัดสินแล้ว ผู้เล่นโปรตุเกสคนอื่น ๆ ต่างก็ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องของแฟนบอลบราซิล เนย์มาร์อุ้มลูกฟุตบอลเดินไปที่จุดโทษ
ซุนอวี่รีบตะโกนเรียกเพื่อนร่วมทีมให้เตรียมพร้อมตั้งรับการสวนกลับ แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับการเซฟจุดโทษของเนย์มาร์เลยแม้แต่น้อย
แม้แฟนบอลบราซิลในสนามมีเนย์เราจะส่งเสียงข่มขวัญคู่แข่งได้น่ากลัวขนาดไหน แต่มันก็ยากมากที่จะทำให้นักเตะระดับเนย์มาร์ยิงจุดโทษพลาดได้
การแจ้งเกิดและผงาดขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในดินแดนแห่งอาณาจักรฟุตบอล แถมยังเคยได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมอันดับสามของโลก ฝีเท้าความสามารถน่ะเรื่องหนึ่ง แต่สภาพจิตใจของหมอนี่ต้องแข็งแกร่งดุจหินผาแน่นอน
และเห็นได้ชัดว่าทีมชาติบราซิลถอดบทเรียนจากความผิดพลาดของทีมชาติฝรั่งเศสมาเป็นอย่างดี ผู้เล่นโปรตุเกสทุกคนที่ถอยออกไปตั้งหลักนอกเขตโทษ จะมีผู้เล่นบราซิลคอยวิ่งตามประกบเป็นเงาตามตัว
ในขณะนั้นเอง เสียงนกหวีดของผู้ตัดสินก็ดังขึ้น
เนย์มาร์เริ่มซอยเท้าวิ่งสับไก!
สับไกยิง!
ปาตรีซียูพุ่งตัวเซฟสุดชีวิต ปลายนิ้วของเขาเหมือนจะสัมผัสโดนลูกฟุตบอลนิด ๆ แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนวิถีของลูกบอลได้
0–1!
เนย์มาร์สับไกวิ่งไปที่ริมเส้นข้างสนามด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ก่อนที่เพื่อนร่วมทีมจะวิ่งกรูกันเข้ามากระโดดทับถมกันเป็นภูเขา
แฟนบอลบราซิลกระโดดโลดเต้นฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง และซุนอวี่ก็รู้สึกราวกับว่าอัฒจันทร์กำลังจะถล่มทลายลงมาในไม่ช้านี้
ในห้องส่งถ่ายทอดสด
จ้านจวิ้นยิ้มบาง ๆ และส่ายหน้าไปมา “น. 12 ของครึ่งแรก ลูกจุดโทษของเนย์มาร์ก็ช่วยให้ทีมชาติบราซิลเบิกสกอร์แรกได้สำเร็จครับ ทีมชาติบราซิลเปิดเกมได้อย่างสวยหรู ซึ่งก็ต้องยกเครดิตให้กับความผิดพลาดของเปเป้ที่ไปรวบเฟรดล้มลงในจังหวะสกัดบอลนั่นแหละครับ!”
“ผมเชื่อว่าก่อนเริ่มแมตช์นี้ ซานโตส หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติโปรตุเกส ต้องย้ำนักย้ำหนาแล้วแน่ ๆ ว่าให้ระวังการเข้าปะทะในกรอบเขตโทษให้ดี แต่เปเป้ก็ยังควบคุมความห้าวของตัวเองไว้ไม่อยู่!”
“ดูจากสีหน้าของเปเป้แล้ว เขาก็รู้ตัวดีแหละครับว่าทำพลาดไปแล้ว! ในสถานการณ์แบบนั้น ต่อให้เขาแค่เป่าลมใส่เฟรด ศูนย์หน้าชาวบราซิลก็พร้อมจะล้มลงไปกองกับพื้นอยู่แล้วล่ะครับ!”
“เนย์มาร์ซัดประตูที่ห้าของตัวเองในฟุตบอลโลกหนนี้ ขยับขึ้นไปรั้งอันดับสามร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด ในทำเนียบดาวซัลโวแล้วครับ!”
“ผู้เล่นโปรตุเกสตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ต้นเกม มาดูกันครับว่าพวกเขาจะแก้เกมยังไง!”
“ถ้าพวกเขาสามารถดึงฟอร์มเก่งตามมาตรฐานออกมาได้ การตามหลังแค่ลูกเดียวก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกครับ แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือ ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดบีบคั้น และเสียงข่มขวัญที่ดังกึกก้องของแฟนบอลบราซิล ผู้เล่นโปรตุเกสอาจจะเสียสติและฟอร์มหลุดไปดื้อ ๆ ก็เป็นได้นะครับ”
ในจังหวะนั้นเอง กล้องถ่ายทอดสดก็ซูมเข้าไปที่ใบหน้าของซุนอวี่ เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของว่าที่มหาเศรษฐีแห่งวงการกีฬาโลกในอนาคต
บนหน้าจอ ซุนอวี่กำลังเดินอยู่ดี ๆ ก็หยุดชะงักไปชั่วครู่
ในสนาม ซุนอวี่ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องขึ้นในหัว
“ติง!”
“วิเคราะห์จากสถานการณ์การแข่งขันของนายท่านในปัจจุบัน ระบบได้มอบหมายภารกิจหลักให้แก่นายท่านแล้ว!”
“ชื่อภารกิจ: การสวนกลับที่ดับทุกลมหายใจ!”
“เงื่อนไขภารกิจ: พลิกนรกเอาชนะทีมชาติบราซิล และทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกให้ได้!”
“รางวัลภารกิจ: แต้มคุณสมบัติ (แต้มรางวัล = ประตูที่ทีมชาติโปรตุเกสทำได้ - ประตูที่ทีมชาติบราซิลทำได้)!”
“คำแนะนำจากความหวังดี: แต้มคุณสมบัติสามารถใช้อัปเกรดทักษะในช่วง 0-99 ได้อย่างอิสระ!”
เมื่อได้ยินรายละเอียดภารกิจ ซุนอวี่ก็หูผึ่งและตาสว่างขึ้นมาทันที
พูดตามตรง เขาสลัดความมึนงงทิ้งไปได้ตั้งแต่จังหวะที่ทีมชาติบราซิลได้จุดโทษแล้วล่ะ
ด้วยฟอร์มการเล่นของทีมชาติบราซิลในวันนี้ การจะบดขยี้พวกเขาไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่พวกเขาก็คงจะผ่อนเกมลงหลังจากที่ได้ประตูนำห่าง เพื่อถนอมพละกำลังไว้ลุยในนัดชิงชนะเลิศ
ในเมื่อบรรยากาศมันถูกบิลด์มาถึงจุดเดือดขนาดนี้แล้ว ถ้าวันนี้เขาไม่เปิดโหมดสังหารหมู่โหดเหี้ยมไร้ปรานี เขาก็คงจะรู้สึกผิดต่อตัวเองแย่!
ซุนอวี่ยิ้มมุมปาก ยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบา ๆ สองที ก่อนจะเดินเชิดหน้าอกยืดกลับไปที่เส้นแบ่งครึ่งสนามอย่างมาดมั่น
และภาพเหตุการณ์นี้ก็ถูกกล้องถ่ายทอดสดจับภาพเอาไว้ได้พอดี
จ้านจวิ้นยิ้มบาง ๆ และเอ่ยขึ้น “โอ๊ะ ตอนแรกผมก็แอบเป็นห่วงสภาพจิตใจของซุนอวี่อยู่เหมือนกันนะครับ ว่าเขาจะรับมือกับความกดดันมหาศาลในวินาทีหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ไหวหรือเปล่า”
“แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ แกนนำคนสำคัญของทีมชาติโปรตุเกส จะดูคึกคักและมีไฟขึ้นมาแล้วล่ะครับ!”
หวงเจี้ยนเสียงหัวเราะหึ ๆ ในลำคอและพูดเสริม “ถ้าซุนอวี่สามารถดึงฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้ ต่อให้ผู้ตัดสินจะแอบเป่าเอนเอียงเข้าข้างเจ้าบ้านนิดหน่อย มันก็คงไม่มีผลอะไรหรอกครับ”
“ผมยังคงยืนยันคำเดิมครับ วันนี้ซุนอวี่จะต้องซัดแฮตทริกให้ได้เป็นอย่างน้อยแน่นอน!”
“มาลุ้นกันครับว่าซุนอวี่จะสามารถทะลวงครบยี่สิบประตูให้กับทีมชาติโปรตุเกสในฟุตบอลโลกหนนี้ได้หรือไม่!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═