เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 371 นาทีที่ 75 จุติร่างมารอย่างเป็นทางการ!

บทที่ 371 นาทีที่ 75 จุติร่างมารอย่างเป็นทางการ!

บทที่ 371 นาทีที่ 75 จุติร่างมารอย่างเป็นทางการ!


ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของทุกคน โคลเซยิ้มบางๆ แล้วโบกมือให้ผู้ตัดสิน พร้อมกับพูดเป็นภาษาอังกฤษและเยอรมันว่า “ผมแค่เสียหลักล้มเองครับ กองหลังไม่ได้ทำฟาวล์อะไรหรอก”

เมื่อได้ยินคำพูดของโคลเซ นักเตะทั้งสองฝ่ายต่างก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ซุนอวี่รีบปรบมือให้โคลเซแล้วเดินเข้าไปจับมือกับเขาทันที

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เทพโคลเซในวัยสามสิบเจ็ดปี จะไม่เรียกร้องเอาจุดโทษจากผู้ตัดสินในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ช่างน่าเคารพยกย่องจริงๆ

เมื่อเทียบกันแล้ว ไอ้หมอนั่นอย่างมึลเลอร์มันก็แค่พวกหน้าเงิน... เอ้ย นักเตะอาชีพธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ

ซุนอวี่ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่มึลเลอร์ทำมันผิดหรอกนะ ในการแข่งขันระดับอาชีพ การต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของทีมภายใต้กรอบกติกา มันก็เป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ และไม่มีอะไรให้ต้องตำหนิ

อย่างไรก็ตาม การที่โคลเซสามารถทำแบบนี้ได้ มันก็แสดงให้เห็นถึงจิตใจอันสูงส่งที่น่ายกย่องอย่างแท้จริง

ซุนอวี่ยอมรับเลยว่าเขาคงทำแบบนั้นไม่ได้ ถ้าเจอสถานการณ์เดียวกัน เขาก็คงจะโวยวายเอาจุดโทษแน่นอน

มุมมองของคนเราต่อโลกใบนี้ ย่อมแตกต่างกันไปตามช่วงวัย ตราบใดที่ไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายอะไร การใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองสบายใจ มันก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ทั้งนั้นแหละ

นักเตะเยอรมนีมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่พวกเขาก็แสดงความเคารพต่อการตัดสินใจของโคลเซ

ตอนนี้ซุนอวี่เชื่อหมดใจเลยว่า การที่เทพโคลเซในวัยสามสิบเจ็ดปี ยังคงติดทีมชาติเยอรมนี และได้รับความไว้วางใจจากเลิฟให้ลงมากู้สถานการณ์ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ได้ มันย่อมหมายความว่าเขาต้องมีทีเด็ดอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ

ต้องเข้าใจนะว่า ทีมชาติเยอรมนีก็เหมือนกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่คัดเลือกนักเตะทีมชาติด้วยมาตรฐานระดับอุตสาหกรรม เน้นความแม่นยำและประสิทธิภาพเป็นหลัก

ใครที่กล้าประมาทศูนย์หน้าวัยสามสิบเจ็ดปีคนนี้ รับรองว่าต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่นอน

เกมเริ่มกันใหม่ และทีมชาติโปรตุเกสก็เป็นฝ่ายเปิดเกมรุก ซุนอวี่ได้บอลแล้วก็รีบจ่ายต่อให้มาร์ตินส์ทันที

มาร์ตินส์กระชากบอลทะลวงทางกราบขวาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ตบเข้ากลางให้คริสเตียโน โรนัลโด ที่ถอยร่นลงมารับบอลจากกรอบเขตโทษ

คริสเตียโน โรนัลโดถ่ายบอลออกไปทางปีกซ้ายทันที กูเองเตราเปิดบอลจังหวะเดียวโดยไม่แต่ง มาร์ตินส์สปรินต์พุ่งไปที่เสาแรกฝั่งขวา นอยเออร์ก็รีบขยับไปปิดมุมเสาแรกทันที

ในจังหวะที่มาร์ตินส์รับบอล เขาก็ใช้ข้างเท้าด้านนอกปั่นไซด์ก้อยให้บอลโค้งไปที่เสาไกล ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องของแฟนบอลชาวโปรตุเกส ลูกบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกหลังไปอย่างน่าหวาดเสียว

แฟนบอลทั้งสนามพร้อมใจกันถอนหายใจด้วยความเสียดาย และแฟนบอลชาวโปรตุเกสก็รีบปรบมือให้กำลังใจมาร์ตินส์ทันที

มาร์ตินส์ที่พลาดโอกาสทองไป หันไปมองซุนอวี่ตามสัญชาตญาณ

ซุนอวี่รีบชูนิ้วโป้งให้เขา แล้วก็ปรบมือรัวๆ ไปทางเขา

หลังจากร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาทั้งฤดูกาล ซุนอวี่ก็ได้ล้างสมองรุ่นน้องคนนี้จนอยู่หมัดแล้ว

ตอนนี้ ไม่ว่ามาร์ตินส์จะเจอเรื่องอะไร สัญชาตญาณแรกของเขาก็คือการมองดูปฏิกิริยาของซุนอวี่ก่อนเสมอ

ซุนอวี่จำได้ว่าในชาติก่อน ตอนที่เขาเล่นเกม Football Manager เขาเริ่มคุมทีมในแชมเปียนชิป และซื้อตัวมาร์ตินส์มาร่วมทีมตอนที่เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีก

ตามค่าพลังศักยภาพในเกม เพดานความเก่งของมาร์ตินส์คือการเป็นตัวจริงให้กับทีมระดับกลางค่อนไปทางท้ายตารางในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น

แต่เกมมันก็แค่โปรแกรมที่ถูกตั้งค่าไว้ แต่มนุษย์เรานั้นมีศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด

แม้แต่ซุนอวี่เองก็ยังไม่คาดคิดเลยว่า หลังจากผ่านการเคี่ยวกรำมาหนึ่งฤดูกาล มาร์ตินส์ในวัยสิบแปดปี จะเบียดแย่งตำแหน่งจากนานีและบาเลนเซีย จนกลายมาเป็นปีกขวาตัวจริงขาประจำของทั้งแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทีมชาติโปรตุเกสได้

แม้จะมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด แต่มาร์ตินส์ก็ยังไม่สามารถแบกรับภาระในการทะลวงแนวรับคู่แข่งในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ได้อยู่ดี

ลูกยิงฝืนๆ เมื่อกี้ก็เป็นแค่การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเท่านั้นแหละ

ในฐานะปราการเหล็กด่านสุดท้ายในแดนกลาง ซุนอวี่ไม่สามารถดันขึ้นไปเติมเกมรุกในพื้นที่สุดท้ายได้อย่างอิสระ

ความเร็วในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของทีมชาติเยอรมนีนั้น รวดเร็วและแม่นยำราวกับสายพานในโรงงานอุตสาหกรรม

ในแง่ของระเบียบวินัยทางแทคติก ทีมชาติโปรตุเกสที่เน้นความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลักนั้น สู้ทีมชาติเยอรมนีไม่ได้เลยสักนิด

อย่างไรก็ตาม ระบบการพัฒนานักเตะของเยอรมนีก็มีข้อเสียเหมือนกัน พวกเขาสามารถปั้นนักเตะที่เก่งตามแทคติกและมีเบสิกแน่นเปรี๊ยะออกมาได้นับไม่ถ้วน แต่กลับขาดพื้นที่ให้นักเตะที่มีพรสวรรค์จริงๆ ได้เติบโต

นักเตะเยอรมนีเปรียบเสมือนสมการคณิตศาสตร์ที่ตายตัว พวกเขามักจะมองหาวิธีที่ดีที่สุดในการเจาะแนวรับของทีมชาติโปรตุเกสอยู่ตลอดเวลา

แต่ฟุตบอลคือกีฬาที่ต้องอาศัยไหวพริบและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แทคติกที่ถูกเซตมาอย่างตายตัว พอใช้เป็นครั้งที่สอง กองหลังก็จับทางได้หมดแล้ว

โคลเซได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การล้มลงของเขาเมื่อครู่เป็นเพราะเสียหลักจริงๆ

แม้อัลวึชจะดูเหมือนนักรบออร์คร่างยักษ์ แต่โคลเซก็ยังสามารถเก็บบอลไว้กับตัวในกรอบเขตโทษได้

ทีมชาติเยอรมนีพยายามเจาะเข้าทำอยู่หลายครั้ง และในที่สุดพวกเขาก็ค้นพบว่า แทคติกง่ายๆ แบบนี้นี่แหละที่อันตรายที่สุด

โคลเซเก็บบอลไว้กับตัวในกรอบเขตโทษเพียงลำพัง และนักเตะเยอรมนีคนอื่นๆ ก็จะรีบวิ่งเติมขึ้นมาทันที ทำให้แนวรับโปรตุเกสต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากการโจมตีหลากหลายทิศทางของทีมชาติเยอรมนี

หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง โคลเซก็ตัดสินใจไปยืนปักหลักอยู่ข้างๆ กอชตา เซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวาของทีมชาติโปรตุเกส

กอชตามีความคล่องตัวและความรวดเร็วกว่าอัลวึชก็จริง แต่ความแข็งแกร่งในการปะทะของเขากลับด้อยกว่า

และเมื่อโคลเซเห็นจุดอ่อนนี้ เขาก็เริ่มเรียกบอลในกรอบเขตโทษอย่างไม่เกรงใจใคร

ในนาทีที่เจ็ดสิบเอ็ด โคลเซรับบอลในกรอบเขตโทษ พลิกตัว เบียดกอชตากระเด็น แล้วก็ซัดเรียดพุ่งเสียบเสาแรกทันที

ปาตรีซียูไม่ได้ลนลานในช่วงเวลาสำคัญ เขารีบย่อตัวลงต่ำ และใช้มือเดียวปัดบอลออกไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่ลูกบอลก็ยังคงกระดอนไปเข้าเท้านักเตะเยอรมนี เกิทเซทำท่าเหมือนจะจ่ายบอลคืนหลังให้ลาห์ม แต่จู่ๆ ก็พลิกตัวกระชากไปที่เส้นหลัง แล้วเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษทันที

โคลเซพุ่งเข้าชาร์จที่เสาแรก เบียดเอาชนะกอชตา แล้วโหม่งเต็มแรงส่งบอลพุ่งเข้าหาประตู

ปาตรีซียูได้แต่มองลูกบอลลอยข้ามหัวไปทางเสาไกลอย่างหมดหนทาง

ในขณะที่แฟนบอลเยอรมันเตรียมจะลุกขึ้นเฮ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาบนเส้นประตูของทีมชาติโปรตุเกส

ซุนอวี่วิ่งลงมาซ้อนที่เส้นประตูพอดี!

เมื่อเผชิญหน้ากับลูกบอลที่กำลังจะพุ่งเสียบตาข่าย ซุนอวี่ก็ใช้เท้าซ้ายถีบตัวพุ่งทะยานขนานไปกับพื้น และใช้ปลายเท้าเตะสกัดบอลลอยโด่งขึ้นไปบนอัฒจันทร์ได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อเห็นภาพนี้ สนามอาเรนา ฟงเต โนวา ก็ดังระงมไปด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของแฟนบอลเยอรมัน และเสียงเฮลั่นด้วยความโล่งอกของแฟนบอลชาวโปรตุเกส

ที่ข้างสนาม

ซานโตสถอนหายใจยาว แผ่นหลังเสื้อเชิ้ตของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ห่างออกไปไม่ไกล เลิฟกุมขมับด้วยความผิดหวัง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด

หน้ากรอบเขตโทษของทีมชาติโปรตุเกส กองหลังทุกคนต่างก็วิ่งกรูเข้าไปกอดซุนอวี่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ

ในห้องส่ง หวงเจี้ยนเสียงตะโกนด้วยความตื่นเต้น “ซุนอวี่สกัดบอลช่วยชีวิตทีมไว้ได้! การสกัดบอลครั้งนี้ของเขามีค่าดั่งทองคำเลยครับ สำคัญไม่แพ้การทำประตูเลยทีเดียว!”

“นักเตะโปรตุเกสต้องตั้งสมาธิให้ดีแล้วนะครับ ตอนนี้เข้าสู่นาทีที่เจ็ดสิบห้าแล้ว ขีดจำกัดทางร่างกายของนักเตะทั้งสองทีมกำลังมาถึงจุดพีก ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะทนรับความกดดันทั้งร่างกายและจิตใจได้ดีกว่ากัน!”

“ทีมชาติเยอรมนีมีนักเตะรูปร่างสูงใหญ่หลายคน ทีมชาติโปรตุเกสต้องรับมือกับลูกเตะมุมครั้งนี้ให้ดีครับ”

ทีมชาติเยอรมนีได้ลูกเตะมุม กองหลังทั้งสี่คนดันขึ้นมาอยู่ในกรอบเขตโทษของทีมชาติโปรตุเกสกันหมด ทิ้งให้ลาห์มกับเกิทเซยืนคุมเชิงอยู่ในแดนหลังแค่สองคน

ในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายแบบนี้ ทีมชาติเยอรมนีพร้อมจะเทหมดหน้าตักแล้ว

นักเตะเยอรมนีรูปร่างสูงใหญ่ถึงหกคน ไปกระจุกตัวรวมกันอยู่ในกรอบเขตโทษของโปรตุเกส คนที่เตี้ยที่สุดอย่างโคลเซ ก็ยังสูงถึง 1.84 เมตรเลยทีเดียว

ทางฝั่งทีมชาติโปรตุเกส ซุนอวี่และคริสเตียโน โรนัลโดก็ลงมาช่วยป้องกันในกรอบเขตโทษด้วย พวกเขามีนักเตะที่สูงใหญ่แค่สี่คนเท่านั้น

ซุนอวี่นึกขำๆ ขึ้นมาว่า ถ้ามอยส์เป็นเฮดโค้ชทีมชาติเยอรมนี เขาคงจะงัดแทคติก "โยนบอมบ์เข้าใส่" มาใช้ตั้งแต่ต้นเกมแล้วล่ะ

เมื่อเทียบกันแล้ว ความคิดทางแทคติกของเลิฟยังดูจะยึดติดเกินไปหน่อย เอาแต่สั่งให้ทีมต่อบอลเลียดพื้นอยู่ได้

ถ้าเขามีประสบการณ์ในการคุมสโมสรมากกว่านี้ เขาคงจะยืดหยุ่นกว่านี้ในช่วงเวลาแบบนี้แน่ๆ

โครสเปิดลูกเตะมุมเข้ามา และกรอบเขตโทษของทีมชาติโปรตุเกสก็กลายเป็นสมรภูมิรบขนาดย่อมทันที

ฮุมเมิลส์และบัวเต็งตามประกบซุนอวี่และคริสเตียโน โรนัลโดอย่างใกล้ชิด เคดีราเทกตัวขึ้นโหม่งที่เสาไกลเต็มแรง ส่งบอลพุ่งตรงเข้าหาประตูโปรตุเกส

ลูกโหม่งนี้รุนแรงมาก แต่ด้วยการก่อกวนของอัลวึช ทำให้ทิศทางบอลไม่ห่างตัวผู้รักษาประตูมากนัก

ปาตรีซียูที่สูงชะลูด พุ่งปัดบอลข้ามคานออกหลังไปได้ ทีมชาติเยอรมนีได้ลูกเตะมุมอีกครั้ง

เมื่อเผชิญหน้ากับการโหมบุกอย่างหนักหน่วงของนักเตะเยอรมนี ซุนอวี่ก็สัมผัสได้ถึงความกดดันอันมหาศาล

ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์หกคนกระจายตัวอยู่ในกรอบเขตโทษของทีมชาติโปรตุเกส แถมบางคนยังคอยวิ่งสกรีนบังทางให้เพื่อนอีกด้วย

ถ้าลูกบอลไม่ได้ลอยมาตกใส่หัวเขาหรือคริสเตียโน โรนัลโด นักเตะเยอรมนีก็จะได้เปรียบในจุดตกอื่นๆ ทันที

การปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างนักเตะทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นให้เห็นทั่วทั้งกรอบเขตโทษ ต่างฝ่ายต่างก็พยายามช่วงชิงพื้นที่ได้เปรียบ

โครสรีบเปิดลูกเตะมุมลูกที่สองเข้ามาทันที เมื่อเห็นวิถีบอล ซุนอวี่ก็คาดเดาได้ทันทีว่าลูกเตะมุมนี้จะมาตกแถวๆ จุดโทษ

ซุนอวี่รวบรวมพละกำลังทั้งหมด เบียดกระแทกบัวเต็งที่ขวางทางอยู่จนกระเด็น วิ่งสับเท้าสองก้าว แล้วก็เทกตัวกระโดดสุดแรงเกิด

ที่จุดโทษ โคลเซก็กระโดดลอยตัวอยู่กลางอากาศแล้ว

แม้เขาจะไม่ได้สูงมากนักสำหรับตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า แต่ทักษะการโหม่งของเขานั้นเรียกได้ว่าอยู่ในระดับปรมาจารย์

จากตำแหน่งนั้น เขาสามารถโหม่งบอลไปเสียบมุมไหนของประตูก็ได้

แต่ทว่า.

วินาทีต่อมา!

ซุนอวี่ก็โผล่พรวดขึ้นมากลางอากาศดื้อๆ

เขาคำรามลั่น ก่อนจะโหม่งสกัดบอลข้ามหัวโคลเซออกไปจากกรอบเขตโทษได้สำเร็จ

ในวินาทีนั้น แฟนบอลชาวโปรตุเกสทั้งสนามก็ส่งเสียงเฮลั่น

ซุนอวี่ตะโกนเสียงดัง "ดันขึ้นไป!"

เมื่อได้ยินเสียงของซุนอวี่ นักเตะโปรตุเกสที่กำลังอึ้งกับการโหม่งสกัดของเขาก็ได้สติ และรีบดันไลน์แนวรับขึ้นไปบีบให้นักเตะเยอรมนีต้องจ่ายบอลคืนหลังทันที

ในเวลานี้

นักเตะทั้งสองฝ่ายต่างก็หอบหายใจแฮกๆ หลังจากผ่านการบดขยี้กันอย่างหนักหน่วงมาตลอดเจ็ดสิบห้านาที พละกำลังของนักเตะส่วนใหญ่ก็มาถึงขีดจำกัดแล้ว

นี่คือกฎธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ ยกเว้นพวกบ้าพลังบางคน นักเตะส่วนใหญ่ในตอนนี้คงจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นขาและหายใจหอบถี่กันหมดแล้ว

เพื่อจะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ก็ต้องลดจังหวะเกมลง หรือไม่ก็เปลี่ยนตัวผู้เล่นที่สดกว่าลงมา

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ นักเตะทั้งสองฝ่ายทำได้เพียงกัดฟันสู้ต่อไปเท่านั้น

ในเวลานี้ ซุนอวี่คือหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนบนสนามที่ยังคงมีพละกำลังเหลือเฟือ

ไม่ใช่เพราะความอึดของเขามันอยู่ในระดับปีศาจอะไรหรอกนะ ค่าความอึดระดับ 90 กว่าๆ ก็ถือว่าดีทีเดียว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะข่มนักเตะคนอื่นๆ ได้มิดหรอก

ยังไงซะ นักเตะในสนามตอนนี้ก็เป็นนักเตะระดับท็อปคลาสของโลกกันทั้งนั้น ความฟิตของพวกเขาคงไม่ขี้เหร่อะไรหรอก

เหตุผลที่เขายังมีแรงเหลือเฟือ ก็เป็นเพราะในครึ่งหลัง ซุนอวี่ไม่ได้วิ่งพล่านไปทั่วเหมือนคนบ้าอย่างรูนีย์ต่างหากล่ะ

ซุนอวี่มักจะปักหลักอยู่ในแดนกลางและแดนหลังซะเป็นส่วนใหญ่ ปล่อยหน้าที่ป่วนแนวรับคู่แข่งให้เป็นของคริสเตียโน โรนัลโดและมาร์ตินส์ไป

ในครึ่งหลัง ทีมชาติโปรตุเกสมีผู้เล่นเติมเกมรุกอย่างมากก็แค่สี่คน ในขณะที่ซุนอวี่ก็คอยคุมเชิงอยู่ด้านหลัง รอจังหวะให้นักเตะเยอรมนีออกอาการล้า แล้วค่อยงัดทีเด็ดมาเล่นงานแนวรับของพวกเขา

ในนาทีที่เจ็ดสิบเจ็ด เยอรมนีถ่ายบอลไปทางกราบขวา เออซิลรับบอลอยู่ใกล้ๆ บริเวณกลางสนาม

ซุนอวี่ขยับเข้าไปบีบพื้นที่ เออซิลก็ทำท่าเหมือนจะจ่ายบอลเข้ากลาง ดึงให้ซุนอวี่ต้องถอยกลับไปตั้งรับตรงกลาง

เมื่อเห็นเออซิลเตรียมจะหักเข้ากลาง ซุนอวี่ก็พลิกตัวเตรียมจะขยับตาม

วินาทีต่อมา

เออซิลก็ดึงบอลกลับมาไว้ที่เท้ากะทันหัน พลิกตัว และเตรียมจะมองหาช่องทางจ่ายบอลออกปีก

แต่ทว่า.

จู่ๆ ซุนอวี่ก็หันขวับกลับมา พุ่งเข้าใส่เขาอย่างดุดัน แล้วก็สไลด์เสียบสกัดบอลเต็มแรง

เออซิลไม่ทันตั้งตัว โดนซุนอวี่เสียบจนลอยละลิ่วไปพร้อมกับลูกฟุตบอลเลยทีเดียว

ซุนอวี่สปรินต์ไปเก็บบอลทางกราบซ้าย แล้วก็กระชากขึ้นหน้าทันที

โครสพุ่งเข้ามาจากแดนกลาง และพุ่งสไลด์เสียบสกัดอย่างไม่ลังเล

เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก: ต้องหยุดซุนอวี่ให้ได้ด้วยการเสียบสกัด

ซุนอวี่เตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว เขาแตะบอลยาวห้าหกเมตรหลบการเสียบสกัดของโครสไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วก็สปรินต์เต็มสปีดเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายทันที

ซุนอวี่ติดเครื่องเต็มที่แล้ว เคดีราพยายามจะวิ่งเข้ามาสกัด แต่ก็สู้ความเร็วของซุนอวี่ไม่ได้เลย

มาถึงตรงนี้ ก็เหลือแค่ลาห์มคนเดียวที่ยืนขวางหน้าแผงหลังสี่คนของทีมชาติเยอรมนี

เมื่อเผชิญหน้ากับซุนอวี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน ลาห์มก็ทำตัวเหมือนนักอเมริกันฟุตบอล พุ่งเข้ารวบเอวซุนอวี่ดื้อๆ เลย

ลาห์มรู้ดีว่า ถ้าปล่อยให้ซุนอวี่หลุดเข้าไปใกล้กว่านี้ หมอนี่ก็พร้อมจะสับไกยิงไกลได้ทุกเมื่อ

หลังจากโดนลาห์มรวบเอว ซุนอวี่ก็บิดตัวอย่างแรง สะบัดคู่แข่งจนหลุดกระเด็นไปได้อย่างรุนแรงขณะที่วิ่งด้วยความเร็วสูง

ลาห์มเองก็สู้ยิบตา เขาพยายามใช้สองมือคว้าเสื้อของซุนอวี่ไว้แน่น จนโดนซุนอวี่ลากครูดไปกับพื้นหญ้าตั้งห้าเมตร

เสียงนกหวีดดังขึ้น ผู้ตัดสินรีบวิ่งเข้าไปหาลาห์มทันที จ้องมองกัปตันทีมชาติเยอรมนีด้วยสายตาถมึงทึง มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ตัดสินก็ชูใบเหลืองให้ลาห์ม

ซุนอวี่ดูออกเลยว่าผู้ตัดสินในวันนี้เป็นคนที่มีอีโก้สูงปรี๊ด ดูเหมือนเขาจะมองว่าการกระทำที่รุนแรงเกินเหตุของนักเตะในสนาม คือการท้าทายอำนาจของเขา

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนที่เปเป้ไปบีบหน้ามึลเลอร์ เขาถึงได้ควักใบแดงตะเพิดออกไปทันที

สิ่งที่ลาห์มทำมันก็น่าเกลียดจริงๆ นั่นแหละ แต่มันก็แค่ใบเหลืองแก่ๆ ยังไม่ถึงขั้นเป็นใบแดงอ่อนๆ ด้วยซ้ำ

ผู้ตัดสินเรียกลาห์มเข้าไปหา แล้วก็อบรมสั่งสอนเขาเสียงดังลั่นราวกับผู้บังคับบัญชากำลังด่าลูกน้อง

ลาห์มไม่กล้าหืออะไรในเวลานี้ ได้แต่ก้มหน้ารับฟังและกล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทันทีที่ผู้ตัดสิ้นอบรมเสร็จ ซุนอวี่ที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาก็ฉวยโอกาสเล่นฟรีคิกเร็วทันที

ผลก็คือ เคดีรารีบยื่นขาออกมาดักบอลไว้ได้

ซุนอวี่หันไปกางแขนฟ้องผู้ตัดสินทันที “เขาจงใจขัดขวางการเล่นนะครับ!”

ผู้ตัดสินเลือดขึ้นหน้าทันที หันไปแจกใบเหลืองให้เคดีราอีกคน

เมื่อเห็นว่าผู้ตัดสินกำลังของขึ้น นักเตะเยอรมนีทุกคนก็พร้อมใจกันเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าเข้าไปแก้ตัวอะไรเลย

ซุนอวี่เงยหน้าขึ้นและกะระยะทาง จุดเตะฟรีคิกอยู่ห่างจากประตูเกือบสี่สิบห้าเมตร

เอาไงดี ยิงเลยดีไหมวะ?

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 371 นาทีที่ 75 จุติร่างมารอย่างเป็นทางการ!

คัดลอกลิงก์แล้ว