เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271 รางวัลภารกิจยิ่งมายิ่งล่อตาล่อใจ แมตช์นี้แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

บทที่ 271 รางวัลภารกิจยิ่งมายิ่งล่อตาล่อใจ แมตช์นี้แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

บทที่ 271 รางวัลภารกิจยิ่งมายิ่งล่อตาล่อใจ แมตช์นี้แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!


24 เมษายน

อัลลิอันซ์อารีนา

ขุนพลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตบเท้าเข้าสู่สนามตั้งแต่สองชั่วโมงครึ่งก่อนเริ่มเกม

ตามปกติแล้ว ทีมจะรับประทานอาหารมื้อก่อนแข่งร่วมกันในช่วงเวลานี้

นับตั้งแต่มอยส์เข้ามากุมบังเหียนทัพปีศาจแดง เขาก็ได้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูปภายในทีมหลายอย่าง และเรื่องโภชนาการก็เป็นหนึ่งในนั้น

เขาถึงขั้นจ้างนักโภชนาการมาดูแลเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพของนักเตะโดยเฉพาะ

ย้อนกลับไปก่อนยุคพรีเมียร์ลีก ชาวอังกฤษแทบจะไม่สนใจเรื่องโภชนาการการกินเลยแม้แต่น้อย

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า: “สมัยที่ผมยังเป็นนักเตะ สโมสรมักจะจัดสเต๊กเนื้อสันใน พายเนื้อ หรืออะไรเทือกนั้นให้กิน แต่พอผมผันตัวมาเป็นหัวหน้าโค้ช ผมก็พยายามปลูกฝังแนวคิดให้นักเตะเสมอว่า อาหารที่คุณกินก่อนลงสนามนั้น สำคัญพอ ๆ กับเกมการแข่งขันเลยทีเดียว”

วิถีของฟุตบอลอาชีพก็เป็นเช่นนี้แหละ: ใครที่มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มารองรับมากกว่า ใครที่ใส่ใจในรายละเอียดมากกว่า คนนั้นย่อมคว้าผลลัพธ์ที่ดีกว่าไปครอง

ก่อนที่วงการฟุตบอลจะถูกขับเคลื่อนด้วยระบบทุนนิยมอย่างเต็มรูปแบบ วงการลูกหนังอังกฤษมีแนวคิดเกี่ยวกับการกินอาหารก่อนแข่งอยู่อย่างเดียว: กินให้อิ่มท้องเข้าไว้ ขอแค่ย่อยทันก่อนเกมเริ่มก็พอแล้ว

ดังนั้น ตอนที่เวนเกอร์ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องแต่งตัวของอาร์เซนอลเพื่อคุมทีมเป็นนัดแรก เขาถึงกับอึ้งกิมกี่เมื่อเห็นสิ่งที่นักเตะกำลังสวาปามกันอยู่

นอกจากบุหรี่กับเหล้าที่ถูกแบนแล้ว ของกินอย่างอื่นมีวางเกลื่อนกลาดเต็มโต๊ะไปหมด

เวนเกอร์สั่งแบนอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูงเป็นหางว่าว ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ไข่ เฟรนช์ฟรายส์ ช็อกโกแลต และลูกอม

และเมื่อเวนเกอร์พกแผนโภชนาการตามหลักวิทยาศาสตร์นี้ พาทัพปืนใหญ่ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ สโมสรอื่น ๆ ก็พากันทำตามอย่างล้นหลาม

ปัจจุบัน แผนโภชนาการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีความหนาถึง 11 หน้า และมีรายการอาหารให้เลือกถึง 62 รายการ

แผนโภชนาการนี้จะแจกแจงรายการอาหารสำหรับแต่ละมื้อ โดยแบ่งออกเป็นห้าหมวดหมู่หลัก ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน กากใยอาหาร ผลิตภัณฑ์จากนม และผลไม้

ข้อจำกัดเรื่องอาหารในวันฝึกซ้อมและวันแข่งขันจะแตกต่างกัน และมีรายละเอียดที่ยิบย่อยมาก

นักโภชนาการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะจัดตารางอาหารที่ปรับแต่งให้เข้ากับพฤติกรรมการกินของนักเตะแต่ละคนโดยเฉพาะ

ซุนอวี่กำลังดูดโยเกิร์ตเพลิน ๆ จู่ ๆ ก็ได้ยินมอยส์หัวเราะลั่น ทำเอาเขาแทบจะพ่นโยเกิร์ตออกมา

มอยส์เดินปรี่เข้ามาหาซุนอวี่ด้วยรอยยิ้มกว้าง: “ซุนอวี่ ลองดูรายชื่อ 11 ตัวจริงของบาเยิร์นสิ?”

ซุนอวี่รับมาดูแล้วก็แอบทึ่งเบา ๆ เขาทายรายชื่อตัวจริงถูกเผงทั้ง 11 คนเลยนี่หว่า!

มอยส์นี่ก็มีของเหมือนกันนะเนี่ย!

กุนซือที่สามารถกุมบังเหียนสโมสรยักษ์ใหญ่ได้ ย่อมไม่ใช่พวกไก่กาอาราเร่อยู่แล้ว

ในชีวิตก่อน ฤดูกาลของมอยส์พังพินาศตั้งแต่ยังไม่ทันจบฤดูกาลดีด้วยซ้ำ และเขาก็ตกเป็นเป้าโจมตีของทุกคนในตอนนั้น

คำเรียกขานอย่าง “The Chosen One” (ผู้ถูกเลือก) ถูกนำมาล้อเลียนเป็น “The Wrong One” (ผู้ที่ผิดพลาด)

ดูเหมือนว่าบางสิ่งบางอย่างก็ถูกกำหนดไว้ด้วยโชคชะตาจริง ๆ

ถ้ามอยส์ได้เข้ามารับช่วงต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงยุคทอง บางทีทุกอย่างอาจจะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อมองดูตอนนี้ เขาก็พอมีกึ๋นอยู่บ้างเหมือนกัน

ซุนอวี่ยิ้ม แท็กมือกับมอยส์ แล้วพูดว่า “เราต้องชนะแน่ครับบอส!”

มอยส์ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า: “ยังเร็วไปที่จะพูดแบบนั้นนะ เวลาแห่งการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายมาถึงแล้วล่ะ!”

มอยส์เดินออกจากห้องแต่งตัวไป ทิ้งให้รูนีย์ทำหน้าฉงนแล้วถามขึ้น “พวกนายสองคนมีความลับอะไรกันเนี่ย?”

เมื่อได้ยินคำถามของรูนีย์ ขุนพลปีศาจแดงในห้องแต่งตัวทุกคนต่างก็หูผึ่งขึ้นมาทันที

ความอยากรู้อยากเห็นเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์อยู่แล้วนี่นา

ซุนอวี่แกล้งทำหน้าตื่นเต้นแล้วพูดว่า “บอสเดา 11 ตัวจริงของบาเยิร์นถูกเผงเลยล่ะ!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรยากาศในห้องแต่งตัวก็เปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาทันที

เวลาสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก

สิบนาทีก่อนที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมจะดังขึ้น มอยส์ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องแต่งตัวและกล่าวปลุกใจ

“พวกเรา ช่วงเวลาแห่งความจริงมาถึงแล้ว!”

“ก่อนเกมนี้ สื่อทุกสำนักต่างก็ยกให้บาเยิร์นเป็นต่อเราทั้งนั้น!”

“พวกนั้นบอกว่าพวกเขามีหัวหน้าโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก พวกนั้นบอกว่าพวกเขามีนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป!”

“แต่ในสายตาฉัน พวกนั้นก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนักหรอก!”

“ฉันจะบอกพวกนายให้รู้ไว้ ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของเราเดาใจพวกนั้นถูกเผงว่าพวกเขาจะส่งใครลงสนามบ้าง และเราก็วางหมากแก้ทางไว้หมดแล้ว”

“ตอนนี้ เมื่อลงไปบนผืนหญ้า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลงานของพวกนายแล้วล่ะ!”

“บาร์ซาเคยถูกยกให้เป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป และเราก็โค่นพวกเขาลงมาแล้ว!”

“ตอนนี้บาเยิร์นถูกยกให้เป็นทีมที่ดีที่สุดในยุโรป แต่เราก็ไม่เคยเกรงกลัวพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย!”

“เรามีแนวรุกที่อันตรายที่สุดในยุโรป และเราก็มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากกว่าทีมไหน ๆ บนโลกใบนี้!”

“พวกนั้นเอาแต่ค่อนขอดว่าเกมรับคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเรา แต่ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย ฉันภูมิใจในตัวพวกนายทุกคนนะ ทีมที่จะคว้าแชมป์ได้ ไม่สามารถเอาแค่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งไปเปรียบเทียบกับใครได้หรอก!”

“พวกนายคู่ควรกับชัยชนะในทุก ๆ แมตช์ที่เราลงแข่ง!”

“ฉันหวงแหนทุกวินาทีที่เราได้ใช้ร่วมกัน เราคือทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก!”

“ฮึดสู้อีกแค่อีกเดือนเดียว แล้วเราจะไปเหมาถ้วยแชมป์ให้หมดทุกรายการ!”

“ทั้งพรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และแชมเปียนส์ลีก ฉันต้องการมันทั้งหมด!”

“นี่คือปีทองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาสร้างตำนานเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกันเถอะ!”

สิ้นเสียงปลุกใจของมอยส์ บรรยากาศในห้องแต่งตัวก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที

ซุนอวี่กำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงเลือดในกายที่สูบฉีดพลุ่งพล่าน

เขาไม่สนหรอกว่าคู่แข่งจะแข็งแกร่งแค่ไหน!

เขาแค่ต้องการชัยชนะเท่านั้น!

ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร เขาก็ต้องชนะให้ได้!

ชีวิตคนเราจะมีเวลาได้โลดแล่นและเสียเหงื่อบนผืนหญ้าสีเขียวสักกี่ปีเชียว?

เมื่อโอกาสทองมาเยือน ก็ต้องไขว่คว้ามันไว้ให้สุดกำลัง!

ในเมื่อมีระบบอยู่ในมือ เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองต้องมานั่งเสียใจภายหลังเด็ดขาด!

ไม่กี่นาทีต่อมา สตาฟฟ์ก็เดินเข้ามาส่งสัญญาณให้นักเตะเตรียมตัวตั้งแถวในอุโมงค์

ในอุโมงค์นักเตะที่ค่อนข้างคับแคบ ซุนอวี่เหลือบไปเห็นร็อบเบน เจ้าของท่าไม้ตายลากตัดเข้าในแล้วปั่นโค้งอันเลื่องชื่อในชีวิตก่อนของเขา ริเบรี เจ้าของฉายา “ไอ้หน้าบาก” ผู้ที่เกือบจะช่วยให้ซีดานได้ชูถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพในสมัยที่เขายังหนุ่ม และเกิทเซ ผู้ยิงประตูชัยดับฝันอาร์เจนตินาในศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล

ซูเปอร์สตาร์เหล่านี้ ที่เขาเคยทำได้แค่มองดูอยู่ห่าง ๆ ตอนนี้กลับกลายมาเป็นคู่ต่อกรของเขาบนผืนหญ้าแล้ว

ณ วินาทีนี้

ถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงจะโกหกแหละ!

พวกนั้นคงไม่มีทางจินตนาการได้หรอกว่า เด็กหนุ่มจากดินแดนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นทะเลทรายฟุตบอล ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเครื่องจักรสังหารประตูที่สร้างความหวาดผวาให้กับคนทั้งโลกไปแล้ว!

ใช่แล้วล่ะ!

วันนี้ ซุนอวี่จะขอโชว์พลังให้คนทั้งโลกได้ประจักษ์เป็นบุญตาสักหน่อย!

ในเวลานี้ นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างพยายามควบคุมจังหวะการหายใจของตัวเอง

การต้องมายืนประจันหน้ากับทีมที่ดีที่สุดในยุโรป ต่อให้นักเตะบาเยิร์นจะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ แต่มันก็สร้างแรงกดดันที่มองไม่เห็นถาโถมเข้าใส่นักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่ดี

ซุนอวี่หันกลับไปมองด้านหลัง มาร์ตินส์เบิกตากว้าง พยายามทำหน้าขึงขังให้ดูน่าเกรงขามที่สุดเท่าที่จะทำได้

โจนส์และซาลาห์ยืนตัวตรงแหน่ว ราวกับนักรบผู้หยิ่งทะนง

ส่วนรูนีย์ วิดิช และเอวรากำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ไอ้พวกจอมเก๋านี่มันไม่เคยกลัวอะไรเลยจริง ๆ

ราฟาเอลปรายตามองริเบรีด้วยสายตาเหยียดหยาม

เมื่อเห็นอากัปกิริยาของเพื่อนร่วมทีม ซุนอวี่ก็อดยิ้มไม่ได้

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า ไอ้พวกบ้าที่เขาคลุกคลีอยู่ด้วยทุกวันพวกนี้ มันก็น่ารักดีเหมือนกันนะ!

ในโลกของฟุตบอล ไม่มีคำว่านักเตะที่เก่งที่สุดหรอก มีแต่ทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่านั้นแหละ

ไม่มีใครล่วงรู้อนาคตได้หรอก ซุนอวี่แค่อยากจะทะนุถนอมทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีอยู่ในตอนนี้ไว้ให้ดีที่สุด

เขายิ้มและเดินไล่ไปตั้งแต่ท้ายแถว สวมกอดเพื่อนร่วมทีมทีละคน

รูนีย์พูดติดตลก “ดูสิ กัปตันตัวน้อยของเรานี่ช่างใส่ใจลูกทีมซะจริง!”

แต่พอซุนอวี่เดินมาถึงเขา รูนีย์กลับกอดเขาแน่นกว่าใครเพื่อนซะงั้น

เมื่อซุนอวี่เดินกลับมาประจำที่หัวแถว เพลงประจำศึกแชมเปียนส์ลีกก็เริ่มบรรเลงขึ้นทันที

บทเพลงที่ขับร้องโดยคณะประสานเสียงเยาวชนนับสิบชีวิต เปรียบเสมือนแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ที่สาดส่องลงมา เรียกบรรยากาศรอยยิ้มให้กลับคืนสู่ใบหน้าของเหล่านักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อีกครั้ง

เมื่อก้าวพ้นอุโมงค์นักเตะ แสงไฟสปอตไลต์ก็สาดส่องกระทบใบหน้าของซุนอวี่

ซุนอวี่หรี่ตาลง นี่แหละคือชีวิตที่เขาใฝ่ฝัน!

นี่แหละคือยุคสมัยของเขา!

นักเตะของทั้งสองทีมเดินเรียงแถวไปที่กลางสนาม

นักเตะทั้งสองฝ่ายจับมือทักทายกัน

เมื่อนักเตะบาเยิร์นเดินผ่านซุนอวี่ แต่ละคนต่างก็เผลอเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยสัญชาตญาณ

ร็อบเบนถึงขั้นเอื้อมมือมาตบหลังเขาสองสามทีด้วยซ้ำ

ลาห์มเป็นฝ่ายชนะการเสี่ยงทายเหรียญ และเขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายเขี่ยบอลก่อน

หลังจากถ่ายรูปหมู่ 11 ตัวจริงเสร็จ ทั้งสองทีมก็แยกย้ายไปรวมพลังกันในแดนของตัวเอง

ซุนอวี่ยิ้มและพูดขึ้นว่า “พวกเรา เมื่อคืนฉันฝันว่าพวกเราได้ชูถ้วยแชมเปียนส์ลีกด้วยล่ะ!”

“บนแท่นรับรางวัล พวกนายทุกคนยิ้มแฉ่งหน้าบานเป็นจานกระด้งกันหมดเลย!”

เมื่อได้ยินคำพูดของซุนอวี่ เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างก็หัวเราะร่วนอย่างไม่รู้จักอาย

วิดิชกอดคอเอวราแล้วพูดว่า “เหลือเชื่อเลยแฮะ ฉันไม่ได้ร้องไห้ด้วยเหรอเนี่ย!”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 271 รางวัลภารกิจยิ่งมายิ่งล่อตาล่อใจ แมตช์นี้แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!

คัดลอกลิงก์แล้ว