- หน้าแรก
- ลูกเขยไร้ค่าคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 80 - คำเตือนความหวังดี ไม่อาจรั้งผีที่รนหาที่ตาย!
บทที่ 80 - คำเตือนความหวังดี ไม่อาจรั้งผีที่รนหาที่ตาย!
บทที่ 80 - คำเตือนความหวังดี ไม่อาจรั้งผีที่รนหาที่ตาย!
บทที่ 80 - คำเตือนความหวังดี ไม่อาจรั้งผีที่รนหาที่ตาย!
คราวนี้ เฉินเหม่ยหลิงลนลานทำอะไรไม่ถูกแล้ว ใครจะไปคิดล่ะว่า แค่อวดรวยนิดๆ หน่อยๆ จะนำมาซึ่งวิกฤตอันใหญ่หลวงต่อลูกสาวและตระกูลซูได้ถึงเพียงนี้!
ไอ้อู๋ปั๋วมันตั้งใจจะแทงข้างหลังกันชัดๆ
"อู๋ปั๋ว พ่อหนุ่ม ทำไมเธอถึงได้จิตใจโหดเหี้ยมขนาดนี้!"
"เธอลองโทรดูสิ!"
เฉินเหม่ยหลิงนั่งไม่ติดแล้ว!
ถ้าหากโครงการนี้ได้รับผลกระทบ อย่าว่าแต่ลูกสาวเลย แม้แต่คุณย่าซูก็คงฉีกอกเธอเป็นชิ้นๆ แน่
เธอเอื้อมมือไปหมายจะแย่งโทรศัพท์ แต่กลับถูกไห่หนิงขวางเอาไว้!
"ทำไมล่ะจ๊ะ กินปูนร้อนท้องล่ะสิ เหม่ยหลิงเอ๊ย ปากก็พร่ำบอกว่าจะทำตัวโลว์โปรไฟล์ ก็นึกว่าครอบครัวเธอจะมีความสามารถอะไร ที่แท้ก็แอบเอาเงินลงทุนจากโครงการของว่านติ่งกรุ๊ปไปถลุงซื้อรถหรูนี่เอง"
"โปรเจกต์ยังไม่ทันเสร็จ ตระกูลซูของพวกเธอก็ทำตัวไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลยนะ"
ไห่หนิงกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อกี้เกือบจะโดนเฉินเหม่ยหลิงข่มซะมิดแล้วเชียว
เวลานี้ โทรศัพท์ของอู๋ปั๋วก็ต่อสายติดแล้ว
"ไห่หนิง ฉันไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกับเธอมากมายขนาดนั้นนะ ทำไมเธอถึงต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย!"
"มิตรภาพหลายสิบปีของพวกเรา มันก็แค่การอวดโอ้ ชอบแข่งขันกันไม่ใช่เหรอ เธอไม่เห็นต้องทำตัวต่ำทราม ทำลายคนอื่นโดยที่ตัวเองก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรแบบนี้เลย"
เฉินเหม่ยหลิงร้อนใจจนแทบจะบ้า แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้ว
โทรศัพท์ก็ต่อสายไปแล้ว แถมไห่หนิงยังจับตัวเธอไว้แน่น ดิ้นยังไงก็ไม่หลุด
เธอแทบจะเอ่ยปากอ้อนวอนอยู่รอมร่อ
ในจังหวะนั้นเอง ฉินเฟิงก็เดินเข้ามา เฉินเหม่ยหลิงเห็นดังนั้น ก็รีบร้องตะโกนสั่ง "ฉินเฟิง รีบไปแย่งโทรศัพท์มันมาเร็วเข้า!"
ฉินเฟิงได้ยินดังนั้น ก็ล้วงมือใส่กระเป๋ากางเกง เดินหน้านิ่งเข้าไปหาอู๋ปั๋ว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "พอเถอะครับ ไม่ต้องโทรแล้ว ไม่มีประโยชน์หรอก!"
"แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วย!" อู๋ปั๋วขมวดคิ้วตวาดเสียงเย็น!
"อู๋ปั๋ว ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก มันก็แค่ไอ้ลูกเขยไร้น้ำยาของตระกูลซูนั่นแหละ" มีเสียงคนในฝูงชนยุยงส่งเสริม
เมื่ออู๋ปั๋วได้ยินดังนั้น ก็แสดงสีหน้าดูถูกดูแคลนออกมา พร้อมกับถือสายรอต่อไป
"โทรไปแล้วจะเสียใจนะ ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร!"
ฉินเฟิงพูดจบ ก็เดินไปขึ้นรถ นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่เบาะคนขับหน้าตาเฉย
เมื่อเฉินเหม่ยหลิงเห็นภาพนั้น ก็แทบจะโกรธจนอกแตกตาย ทีแรกเธอยังคิดว่ารถคันนี้จะช่วยสร้างความภูมิใจให้เธอได้ แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะกลายเป็นหายนะแบบนี้ เมื่อกี้เธอยังคิดจะกลับไปปล่อยฉินเฟิงไปสักครั้งเลยเชียว!
แต่ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นว่า เรื่องราวบานปลายใหญ่โตเกินคาด
เพราะเรื่องนี้มันมีความสำคัญมาก มันจะส่งผลกระทบต่อตระกูลซู และส่งผลกระทบต่อลูกสาวของเธอ
เฉินเหม่ยหลิงเริ่มแสดงสีหน้าอ้อนวอน แต่ไห่หนิงกลับไม่สนใจไยดีเลยแม้แต่น้อย
"หึๆ ทีเมื่อกี้ยังทำท่ากร่างอยู่เลย ตอนนี้เพิ่งจะมารู้สึกกลัวงั้นเหรอ สายไปแล้วย่ะ"
"อย่ามาพูดเรื่องพี่ๆ น้องๆ อะไรนั่น ใครเป็นพี่เป็นน้องกับเธอฮะ"
เมื่อเห็นว่าอู๋ปั๋วต่อสายติดแล้ว ไห่หนิงก็ปล่อยมือออกจากเฉินเหม่ยหลิงทันที!
ส่วนเฉินเหม่ยหลิงนั้นหน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ แม้แต่ซูต้าไห่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ ช่วยอะไรไม่ได้เลย
"ฮัลโหล ประธานหานครับ ผมมีเรื่องด่วนจะขอรายงานสถานการณ์ให้ทราบหน่อยครับ"
พูดจบ อู๋ปั๋วก็กดเปิดลำโพง
มีเสียงดังลอดมาจากปลายสาย!
"อู๋ปั๋ว มีเรื่องอะไร ว่ามาสิ"
เสียงของหานตงเจี๋ยดังมาจากในโทรศัพท์ เสียงนี้ เฉินเหม่ยหลิงเองก็คุ้นหูเป็นอย่างดี เมื่อได้ยิน หัวใจของเธอก็กระตุกวูบทันที
เย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ
"เพื่อนเก่า คืออย่างนี้นะครับ กลุ่มบริษัทของเรากำลังร่วมโปรเจกต์กับตระกูลซูอยู่ใช่ไหมครับ!"
"แต่ผมบังเอิญไปเจอเรื่องนึงเข้า"
พูดถึงตรงนี้ อู๋ปั๋วก็เงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้เฉินเหม่ยหลิง
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำของหานตงเจี๋ยจะดังขึ้นมา!
"เพื่อนเก่า นายเพิ่งกลับมาแท้ๆ ฉันยังไม่ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับนายเลยนะ!"
"คืนนี้ฉันขอเป็นเจ้ามือเอง ด้วยความสามารถของนาย อนาคตในว่านติ่งกรุ๊ปต้องรุ่งโรจน์แน่นอน ต่อไปนายคงต้องเป็นฝ่ายดูแลฉันแล้วล่ะ!"
หานตงเจี๋ยพูดเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง!
"เพื่อนเก่า นายก็เกรงใจกันเกินไป ความสัมพันธ์ระดับเรา ใครได้ดีก็ไม่มีวันลืมกันอยู่แล้ว"
"เรื่องกินเหล้าน่ะเอาไว้ก่อน ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเรื่องตระกูลซูก่อนนะ พวกเขาเอางบลงทุนไปถลุงซื้อรถหรูกันหน้าตาเฉยเลย พาร์ทเนอร์แบบนี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ ผมว่ามีความจำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ให้ท่านประธานกรรมการทราบนะครับ"
อู๋ปั๋วคลายปมเนกไทให้หลวมขึ้น การกลับมาครั้งนี้ เขาตั้งใจจะสร้างผลงานชิ้นโบแดง
โชว์ฝีไม้ลายมือในว่านติ่งกรุ๊ปให้เต็มที่
และตอนนี้ก็คือโอกาสทองของเขาเลยล่ะ
ถ้าเขี่ยตระกูลซูทิ้งไปได้ ก็จะมีพันธมิตรรายอื่นเข้ามาแทนที่ ถึงตอนนั้นเขาก็จะขอเข้าไปมีเอี่ยวในโปรเจกต์นี้ด้วย สร้างผลงานให้ประจักษ์ รับรองว่าเบื้องบนต้องหันมามองเขาแน่
"เพื่อนเก่า นายอยู่ฝ่ายบุคคลนะ เรื่องของฝ่ายโปรเจกต์น่ะ ปล่อยไปก่อนเถอะ นายเพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไร"
"เอาล่ะๆ ทางนี้ฉันมีงานต้องทำแล้ว คืนนี้ไปหาที่ก๊งเหล้ากันดีกว่า!" หานตงเจี๋ยหัวเราะเบาๆ พยายามเฉไฉเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง!
"นี่เพื่อน นายจะพยายามปิดบังอะไรกันฮะ เมื่อกี้ฉันพูดไม่ชัดเจนหรือไง?"
"ตระกูลซูไม่มีคุณสมบัติพอที่จะร่วมงานกับว่านติ่งกรุ๊ป ฉันจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการบริหาร ขอเปลี่ยนตัวพาร์ทเนอร์ และดึงงบลงทุนกลับมา!"
เมื่อถูกบ่ายเบี่ยงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สีหน้าของอู๋ปั๋วก็เริ่มดูไม่ได้แล้ว
เขาเอ่ยปากด้วยท่าทีแข็งกร้าวในทันที!
"นายจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการบริหารงั้นเหรอ?"
"อู๋ปั๋ว เราสองคนเป็นเพื่อนเก่ากัน ฉันไม่มีทางหักหลังนายหรอกนะ แต่มึงนี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงวะ คำเตือนความหวังดี ไม่อาจรั้งผีที่รนหาที่ตาย มึงเรียนจนสมองกลับไปแล้วหรือไงวะ?"
"มึงมีปัญญายุ่งกับตระกูลซูหรือไง ไอ้หมาหน้าโง่ กูฝากงานให้มึงทำ ไม่ใช่ให้มึงมาสั่งสอนกู ไอ้คนอย่างมึงเนี่ยนะ ในออฟฟิศชั้นสามของว่านติ่งกรุ๊ปมีเดินชนกันตาย ถ้าไม่มีกู มึงก็เป็นแค่หมาตัวนึงเท่านั้นแหละ"
"ตอนนี้ ไสหัวกลับมาบริษัทเดี๋ยวนี้เลย ด่วนที่สุด ภายในครึ่งชั่วโมงกูต้องเห็นใบลาออกของมึง!!"
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด...
จู่ๆ สายก็ถูกตัดไป อู๋ปั๋วถึงกับยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก!
เขานึกว่าตัวเองหูแว่วไปเสียอีก
เพื่อนซี้ เพื่อนเก่าของเขา เมื่อกี้ดันทำตัวเหี้ยมเกรียมไล่เขาออกจากงานซะงั้น
อู๋ปั๋วสติแตกไปแล้ว เหงื่อเย็นแตกพลั่ก เขารีบถอดเสื้อสูทออก หอบหายใจแฮ่กๆ
จากนั้นก็ลุกลี้ลุกลนแหวกฝูงชนออกไป ขึ้นรถขับหนีหายไปอย่างรวดเร็ว!
เขาต้องไปหาหานตงเจี๋ย เขาจะตกงานไม่ได้ เขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงไปยั่วโมโหหานตงเจี๋ยจนฟิวส์ขาดได้ขนาดนี้~
ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันอึ้งกิมกี่ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
ทางด้านเฉินเหม่ยหลิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกสะใจสุดๆ แต่เธอก็ไม่ได้พูดจาโอ้อวดอะไรต่อ แอบขึ้นรถเงียบๆ แล้วสั่งให้ฉินเฟิงขับรถกลับบ้าน
ครอบครัวของไห่หนิงต่างก็ยืนอึ้ง สีหน้าซีดเผือด สังหรณ์ใจว่ากำลังจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น
...
ระหว่างทางกลับบ้าน เฉินเหม่ยหลิงอารมณ์ดีสุดๆ เอามือลูบเบาะรถ มองอะไรก็ดูเจริญหูเจริญตาไปซะหมด!
"จึ๊ๆๆ สมกับที่เป็นรถหรูจริงๆ คันละสองล้านกว่าบาท ลูกรักสวรรค์อะไรนั่น ดีจริงๆ เลย!"
"ดูงานประกอบสิ ดูหนังเบาะนี่สิ มองปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นของเกรดพรีเมียม!"
"กระจกรถเอย อะไรเอย ดีงามไปหมด"
รอยยิ้มของเฉินเหม่ยหลิงกว้างขึ้นเรื่อยๆ งานเลี้ยงรุ่นวันนี้ เธอรู้สึกฟินสุดๆ ไปเลย
เมื่อกี้ก็มีคนโทรมาหาเธอตั้งหลายคน นัดชวนเธอไปกินข้าววันหลัง!
ตารางคิวยาวเหยียดไปทั้งเดือนเลย
เห็นได้ชัดว่า พวกเขาต้องการจะเข้ามาตีสนิทกับเธอนั่นเอง
ฉินเฟิงเห็นภาพนั้นแล้วก็ยังคงตีหน้าตาย การรับมือกับแม่ยายคนนี้น่ะง่ายนิดเดียว นั่นก็คือความชอบโอ้อวดไงล่ะ!
ใครตอบสนองความต้องการของเธอได้ คนนั้นก็คือคนดี
"ฉินเฟิง รถคันนี้แกเป็นคนจัดการซื้อ หรือว่าลูกสาวฉันสั่งให้ซื้อกันแน่?" จู่ๆ เฉินเหม่ยหลิงก็เอ่ยปากถามขึ้นมา
"ผมเป็นคนตัดสินใจซื้อเองครับ ยังไงซะตอนนี้สถานะของหลานหลานก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เวลาออกไปคุยธุรกิจ ก็ควรจะมีรถหรูๆ ขับสักคัน" ฉินเฟิงตอบอย่างไม่ลังเล
"แกตัดสินใจเองงั้นเหรอ? แกไปเอาสิทธิ์นั้นมาจากไหนฮะ ถึงได้มีอำนาจตัดสินใจเรื่องใหญ่โตขนาดนี้!"
"เงินตั้งสองล้านกว่าบาท จะถึงตาแกได้ยังไง! ต้องเป็นลูกสาวฉันแน่ๆ ที่สงสารแม่ที่ตรากตรำทำงานบ้านมาค่อนชีวิต เลยซื้อรถคันนี้มาให้แม่ได้นั่งเชิดหน้าชูตาบ้าง"
เฉินเหม่ยหลิงเอนหลังพิงเบาะ สีหน้าดูผ่อนคลาย แต่ปากก็ยังคงพูดจาถากถางไม่หยุด!
ฉินเฟิงไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ไม่อย่างนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาคงอัดอั้นตันใจตายไปนานแล้ว
(จบแล้ว)