- หน้าแรก
- ลูกเขยไร้ค่าคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 50 - วางกับดัก!
บทที่ 50 - วางกับดัก!
บทที่ 50 - วางกับดัก!
บทที่ 50 - วางกับดัก!
"แกอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องคนอื่นเลย ใครอนุญาตให้แกเช่ารถฮะ แกเอาเงินมาจากไหน?"
"อ้อ ฉันรู้ละ แกยักยอกเงินกงสีบริษัทมาใช่ไหม นั่นมันเงินกู้เลยนะเว้ย แกนี่มันชักจะเอาใหญ่แล้วนะ เช่ารถเบนซ์จีคลาสมาขับเนี่ยนะ แถมยังใหม่เอี่ยมขนาดนี้ วันนึงค่าเช่าปาเข้าไปตั้งเป็นพัน ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว!"
"คุณย่ารู้เรื่องนี้หรือเปล่า ใครอนุญาตให้แกทำแบบนี้ฮะ?"
ตอนนี้ความอิจฉาริษยากำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นสมองซูต้าเหอแล้ว
รถหรู ๆ แบบนี้ เอาให้ซูหลานขับ มันช่างเสียของจริง ๆ
ตัวเขาเองยังไม่เคยขับรถหรูขนาดนี้เลย
"ลุงใหญ่คะ รถคันนี้ฉันใช้เงินส่วนตัวเช่ามา ลุงจะปรักปรำอะไรก็ต้องมีหลักฐานด้วยนะคะ!"
"เงินกงสีของบริษัท ฉันไม่เคยแตะต้องเลยสักแดงเดียว ไม่เชื่อลุงก็ให้คุณย่ามาตรวจสอบบัญชีดูสิคะ"
ที่ซูหลานยอมตื่นแต่เช้า ก็เพราะเรื่องงานเจรจาธุรกิจนี่แหละ
ตอนนี้โปรเจกต์เดินหน้าไปแล้ว ต้องการวัสดุก่อสร้างเป็นจำนวนมาก
ถ้าได้ราคาที่เหมาะสมและคุณภาพดี เธอก็ย่อมอยากจะช่วยบริษัทประหยัดงบอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ลุงใหญ่กลับเอาแต่เซ้าซี้เรื่องรถไม่เลิก ทำให้เสียเวลาและอาจจะทำให้เสียงานใหญ่ได้
นั่นทำให้ความอดทนของซูหลานเริ่มจะหมดลงทุกที!
"หึ แกมีปัญญาที่ไหนไปเช่ารถ รายได้แกเท่าไหร่ ฉันจะไม่รู้ได้ยังไงฮะ?"
"เอาเถอะ เรื่องนี้เก็บไว้ไปอธิบายให้คุณย่าฟังที่บ้านก็แล้วกัน ตอนนี้เรามาคุยเรื่องงานกันก่อน!"
"คนที่ตระกูลซูจะมาร่วมธุรกิจด้วยในวันนี้ ก็คือคุณหลิวกัง ผู้กว้างขวางแห่งเมืองหนิงโจว เขาเป็นเจ้าของแหล่งวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ แถมราคาก็สมเหตุสมผล เดี๋ยวพอเข้าไปข้างใน แกต้องพยายามเอาใจเขาให้มาก ๆ เข้าใจไหมฮะ?"
พอซูต้าเหอนึกถึงเรื่องงานสำคัญขึ้นมาได้ ก็รีบตัดบท เขาไม่อยากให้หลิวกังต้องรอนาน
ไม่อย่างนั้น เขาคงทนรับพายุอารมณ์ของหลิวกังไม่ไหวแน่!
พอนึกขึ้นได้ว่าหลิวกังจะช่วยกำจัดเสี้ยนหนามอย่างซูหลานให้ ในใจของซูต้าเหอก็แอบกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมาอีกครั้ง!
เรื่องเช่ารถช่างมันก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง
พูดจบ เขาก็เดินนำเข้าไปในคลับเฮาส์ เป็นคนเดินนำทาง
ซูหลานเดินตามหลัง ขึ้นลิฟต์ไปจนถึงห้องสวีตหรูหราบนชั้นสาม!
ในห้อง หลิวกังกำลังนั่งจิบเหล้าอยู่บนโซฟา พอเห็นซูหลานในชุดกระโปรงเข้ารูปสีครีมเดินเข้ามา บรรดาสาว ๆ ในห้องก็พากันหมองลงไปถนัดตา กลายเป็นแค่ตัวประกอบไปเลย
ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา หรือบุคลิกภาพ ซูหลานก็กินขาดพวกหล่อนไปหลายขุม
วินาทีที่เธอปรากฏตัว!
ก็ดึงดูดสายตาของหลิวกังไปจนหมดสิ้น!
เขาลุกพรวดขึ้นมาด้วยสีหน้าขึงขัง ก่อนจะโบกมือไล่
พวกผู้หญิงในห้องก็พากันเดินออกไปอย่างรู้หน้าที่
ซูหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศที่คลุ้งไปด้วยควันบุหรี่และกลิ่นเหล้าในห้องนี้
แต่เพื่อจะให้ได้มาซึ่งวัสดุก่อสร้างในราคาถูก เธอก็ต้องยอมบีบจมูก ทนเดินเข้าไปในห้อง!
"ท่านนี้ก็คือคุณซูหลานสินะครับ ได้ยินชื่อเสียงมานาน เพิ่งจะได้เจอตัวจริงก็วันนี้เอง สมแล้วที่เป็นสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนิงโจว สวยสมคำร่ำลือจริง ๆ ครับ!"
"คุณซูสวยมากจริง ๆ ครับ ผม หลิวกัง คนนี้ ผ่านผู้หญิงมาก็เยอะ ดารานางแบบก็เคยควงมาหมดแล้ว แต่พอมาเจอคุณซู พวกหล่อนก็กลายเป็นแค่เศษฝุ่นไปเลยครับ!"
"เร็วเข้า ๆ เลื่อนเก้าอี้มาให้คุณซูหลานนั่งสิ!"
หลิวกังพ่นคำหวานหูออกมาเป็นชุด ท่าทางเป็นมิตรสุด ๆ!
ฉับพลัน!
ลูกน้องสองคนก็ยกเก้าอี้มาวางไว้ตรงหน้าซูหลาน!
แต่ซูหลานกลับไม่ได้นั่งลง เธอเพียงแค่ส่งยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า "คุณหลิวคะ ลุงใหญ่ของฉันเคยเล่าเรื่องคุณให้ฟังแล้วค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รู้จักคุณนะคะ ที่ฉันมาวันนี้ ก็เพื่อจะมาเจรจาเรื่องวัสดุก่อสร้างกับคุณน่ะค่ะ ตอนนี้ราคาตลาดอยู่ที่ชิ้นละสามพันบาท แต่ฉันได้ยินมาว่า ถ้าสั่งซื้อกับคุณ จะได้ในราคาชิ้นละสองพันห้าร้อยบาท"
"ถ้าคุณภาพสินค้าได้มาตรฐาน พวกเราก็ยินดีจะเซ็นสัญญาร่วมงานกันระยะยาวเลยค่ะ!"
ซูหลานรู้สึกไม่ค่อยประทับใจหลิวกังคนนี้สักเท่าไหร่ แต่เพื่อเห็นแก่ธุรกิจ เธอก็ต้องฝืนทนเก็บอาการไว้
ถึงยังไง การทำธุรกิจก็ต้องเจอกับคนหลากหลายประเภทอยู่แล้ว
นี่มันเป็นบททดสอบเบื้องต้นเลยนะ!
สมัยก่อนตอนที่เธอออกไปวิ่งเต้นหางาน เธอก็เคยเจอคนมาสารพัดรูปแบบแล้ว
ก็พอจะรับมือได้แหละน่า!
"คุณซูอย่าเพิ่งรีบร้อนคุยเรื่องงานสิครับ พอดีผมเพิ่งได้เหล้าดีมาขวดนึง เรามาดื่มไปคุยไปดีกว่านะครับ"
หลิวกังหยิบไวน์แดงขวดหนึ่งออกมาเปิดจุก รินใส่แก้วจนเต็ม แล้วยื่นไปตรงหน้าซูหลาน!
สายตาของเขาร้อนแรงสุด ๆ
กวาดตามองเรือนร่างของซูหลานอย่างจาบจ้วง ทำเอาซูหลานรู้สึกระแวดระวังตัว และปฏิเสธอยู่ลึก ๆ
"เรื่องดื่มเหล้า เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ เรามาคุยธุรกิจกันก่อนดีกว่า คุณหลิวคะ เอาเป็นว่าเราคุยงานกันให้จบ แล้วค่อยดื่มกันทีหลัง ดีไหมคะ!"
ซูหลานไม่ได้ยื่นมือไปรับแก้วไวน์ แต่กลับส่ายหน้าปฏิเสธ!
เธอไม่ได้โง่พอที่จะยอมกินเหล้าที่คนแปลกหน้ายื่นให้หรอกนะ
พอเห็นซูหลานปฏิเสธ รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิวกังก็หุบลงทันที เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาแทน
เขากระแทกแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระจกอย่างแรง แล้วทิ้งตัวลงนั่งสูบบุหรี่บนโซฟา!
ซูต้าเหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้น ก็รีบเดินเข้ามาแทรก!
"ซูหลาน แกนี่มันไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่เอาซะเลย คุณหลิวอุตส่าห์ให้เกียรติรินเหล้าให้ แกก็รับไปสิ"
"ไม่งั้นเขาจะยอมขายวัสดุก่อสร้างให้ในราคาถูกได้ยังไงล่ะฮะ!"
"หัดรู้ตัวซะบ้างนะ ว่าเหล้าของคุณหลิว ไม่ใช่ใครนึกจะดื่มก็ได้ดื่มนะเว้ย!"
ซูต้าเหอแกล้งทำเป็นดุซูหลานด้วยท่าทางขึงขัง!
"ลุงใหญ่คะ ถ้าอย่างนั้น ลุงก็ดื่มแทนฉันสิคะ ลุงก็เป็นคนตระกูลซู ทำเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลซูเหมือนกันนี่คะ!"
ซูหลานขมวดคิ้ว ตอบสวนกลับไปทันควัน!
ซูต้าเหอได้ยินดังนั้น ก็หน้าเจื่อนลงทันที สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก!
เขาจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าในเหล้าแก้วนี้มันถูกวางยาไว้หรือเปล่า
"แกพูดบ้าอะไรเนี่ย นี่คุณหลิวเขาให้เกียรติรินเหล้าให้แกนะ ซูหลาน อย่าคิดว่าตอนนี้แกเป็นผู้รับผิดชอบบริษัท แล้วจะมาปีนเกลียวสั่งสอนฉันได้นะ!"
"ตอนนี้โปรเจกต์เพิ่งจะเริ่มเดินหน้า ต้องการวัสดุก่อสร้างลอตแรกเข้าไปที่ไซต์งานด่วนเลยนะ ขืนแกทำให้งานล่าช้า แกจะรับผิดชอบไหวไหมฮะ!"
ซูต้าเหออึกอักอยู่นาน กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้!
ท่าทางดูมีพิรุธสุด ๆ!
"เอาล่ะ ในเมื่อคุณซูไม่มีความจริงใจ ก็ช่างมันเถอะ แก้วนี้จะดื่มหรือไม่ดื่มก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว เพราะผมรู้สึกว่าตระกูลซูของพวกคุณ ไม่มีความจริงใจในการทำธุรกิจเลยสักนิด!"
"เชิญคุณซูกลับไปเถอะครับ ไม่ไปส่งนะครับ!"
หลิวกังชี้มือไปทางประตู เอ่ยไล่ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด!
ตอนนี้เอง
ซูหลานเริ่มตกที่นั่งลำบากแล้ว
เธอต้องการวัสดุก่อสร้างอย่างเร่งด่วนจริง ๆ เพราะตอนนี้ทางว่านติ่งกรุ๊ปได้เริ่มเดินเครื่องก่อสร้างไปแล้ว
หานตงเจี๋ยก็เพิ่งจะโทรมาเร่งให้เธอรีบส่งวัสดุก่อสร้างเข้าไป
เวลาไม่คอยท่าแล้วจริง ๆ
เรื่องเงินทุนน่ะ เธอหามาได้เกือบครบแล้ว แต่ดันมาติดขัดเรื่องซัพพลายเออร์วัสดุก่อสร้างนี่สิ
เพราะพวกพ่อค้าวัสดุก่อสร้างในเมืองหนิงโจว ต่างก็รู้กันทั่วแล้วว่าตอนนี้ตระกูลซูไปเกาะเกี่ยวได้โปรเจกต์ยักษ์จากว่านติ่งกรุ๊ปมา!
พวกเขาก็เลยพร้อมใจกันโก่งราคาขึ้นไปอีก หวังจะฟันกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง
แถมพวกพ่อค้าพวกนี้ก็จับมือกันเหนียวแน่น ถ้าจะกินก็ต้องได้กินด้วยกัน ถ้าไม่ได้กินก็ต้องอดเหมือนกันหมด
เพราะฉะนั้น ราคาที่พวกเขายื่นเสนอให้ซูหลาน มันถึงได้แพงหูฉี่ แพงซะจนรับไม่ได้เลยล่ะ
ซูหลานจ้องมองแก้วไวน์บนโต๊ะกระจก ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
"ซูหลาน แกจะมัวลังเลอะไรอยู่อีก ก็แค่เหล้าแก้วเดียว ถ้าแค่เรื่องแค่นี้แกยังทำไม่ได้ ตระกูลซูจะหวังพึ่งอะไรแกได้อีกฮะ!"
ซูต้าเหอยังคงยืนกดดันอยู่ข้าง ๆ พ่นคำพูดเยาะเย้ยถากถางซูหลานไม่หยุด!
ณ เวลานี้ ในใจของซูหลานเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!
เธอกัดฟันแน่น ตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะกระจก ยื่นมือออกไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า "เหล้าแก้วนี้ ฉันจะดื่มค่ะ แต่ฉันก็หวังว่าคุณหลิวจะรักษาคำพูดด้วยนะคะ!"
พูดจบ!
ซูหลานก็ยกแก้วไวน์ขึ้น ดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง!
หลิวกังเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที!
"ฮ่าฮ่าฮ่า ใจเด็ดมาก แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าคุยธุรกิจกันรู้เรื่อง!"
"การทำธุรกิจน่ะ มันก็ต้องอาศัยบรรยากาศและอารมณ์ด้วยสิ พออารมณ์ดี ธุรกิจมันก็ไหลลื่นไงล่ะ"
"มา ๆ ๆ ดื่มอีกแก้วสิครับ ดื่มเหล้าแก้วเดียวมันจะไปสนุกอะไรล่ะ มา ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย!"
พูดจบ หลิวกังก็ยกแก้วไวน์ของตัวเองขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมดเช่นกัน
ในเวลาเดียวกัน ซูต้าเหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ผสมโรงด้วยการรินไวน์เพิ่มให้ซูหลานอีกแก้ว
ซูหลานขมวดคิ้วแน่น
(จบแล้ว)