- หน้าแรก
- ลูกเขยไร้ค่าคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 22 - เฮยหลงมีปัญหา!
บทที่ 22 - เฮยหลงมีปัญหา!
บทที่ 22 - เฮยหลงมีปัญหา!
บทที่ 22 - เฮยหลงมีปัญหา!
แต่นี่ยังไม่จบ!
ในขณะที่ทุกคนกำลังช็อกและยังตั้งตัวไม่ติด
ฉินเฟิงก็คว้าแก้วเปล่าบนโต๊ะขึ้นมา พลิกมือกลับไปกระชากคอเสื้อคุณชายจาง แล้วกระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรง!
พร้อมกับแย่งปืนในมือของอีกฝ่ายมาด้วย จากนั้นมหกรรมการทุบตีก็เริ่มขึ้น
"เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!"
ฉินเฟิงคว้าแก้วเหล้าขึ้นมาทีละใบ ฟาดเข้าที่หัวของคุณชายจางอย่างจัง
แก้วแตกกระจายไม่เหลือชิ้นดี
คุณชายจางโดนฟาดจนลืมตาไม่ขึ้น ยืนแทบไม่อยู่ แต่แก้วเปล่าก็ยังคงฟาดลงบนหัวเขาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
จนร่างของเขาอ่อนปวกเปียก ทำท่าจะล้มพับลงไปกองกับพื้น แต่ฉินเฟิงก็ยังดึงคอเสื้อเขาไว้ แล้วใช้แก้วเหล้าฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งฟาดครบสิบแก้ว ฉินเฟิงถึงได้ยอมปล่อยมือ แล้วปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเอง!
ทำหน้าตาเฉยเมยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ตุบ!"
คุณชายจางล้มพับลงไปนอนชักกระตุกอยู่บนพื้น!
ลมหายใจรวยรินแทบจะขาดรอน!
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากในชั่วพริบตาเดียว พวกลูกน้องที่คุณชายจางพามา เพิ่งจะตั้งสติได้
"สัสเอ๊ย ลุยมัน!"
"มันกล้าตีคุณชายจาง!!"
"ฆ่าแม่งเลย กระซวกให้เลือดออกให้หมด!"
ฉับพลัน!
ฝูงชนก็พุ่งทะยานเข้ามา ชายฉกรรจ์เจ็ดแปดคนกรูกันเข้าไปหาฉินเฟิงหมายจะรุมสกรัม
แต่ทว่า!
ฉินเฟิงยังไม่ทันได้ขยับตัว จู่ ๆ ก็มีกลุ่มคนวิ่งกรูกันลงมาจากชั้นบน!
ตรงเข้าไปปะทะกับพวกลูกน้องของคุณชายจางทันที
ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนกันอุตลุดในพริบตา
เวลานั้นเอง หญิงสาวผมสั้นคนหนึ่ง ในชุดเดรสรัดรูปเข้ารูป อวดสัดส่วนเว้าโค้งสุดเร่าร้อน ชนิดที่ว่าสะกดสายตาผู้ชายทุกคนในบริเวณนั้นได้อยู่หมัด
ใบหน้าของเธอเย้ายวนราวกับแมวป่าในยามราตรี นัยน์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกายเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ
เธอค่อย ๆ เดินก้าวลงมาจากบันได เรียวขาคู่สวยที่ทั้งยาวและตรงสวมทับด้วยถุงน่องสีดำ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนโค้งเว้า หรือภาพลักษณ์ที่มองเห็น ก็ทำเอาหลายคนต้องกลืนน้ำลายดังเอื้อก
โดยเฉพาะเนินอกอวบอิ่มที่แทบจะล้นทะลักออกมา เสื้อผ้าที่รัดรูปยิ่งขับเน้นความยิ่งใหญ่ของมัน เธอคือฮอร์โมนเดินได้ตัวจริงเสียงจริง
หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ จุดบุหรี่สำหรับผู้หญิงขึ้นสูบอย่างอ้อยอิ่งสองสามที
รอจนกระทั่งพวกลูกน้องของคุณชายจางถูกจัดการจนหมอบราบคาบ เธอจึงค่อยเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
"เกิดอะไรขึ้น คุณชายจางตั้งใจมากินเหล้าไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ ๆ ถึงลงไม้ลงมือกันล่ะ!"
สิ้นเสียงของหญิงสาว
ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวออกมารายงานทันที "เจ๊ฮวาครับ ไอ้นี่มันเป็นคนลงมือตีคุณชายจางครับ ทีแรกเรื่องมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ตอนนี้คงจบไม่สวยแล้วล่ะครับ"
"ใช่ค่ะเจ๊ฮวา คุณชายจางแค่มาสั่งเหล้ากินเฉย ๆ แต่หมอนี่เป็นคนเริ่มก่อน ไม่เกี่ยวกับพวกเรานะคะ" บาร์เทนเดอร์สาวรีบแก้ตัวด้วยความร้อนรน
"คราวนี้คุณชายจางโดนตีปางตายขนาดนี้ เจ๊ฮวาคะ พวกเราจะเอาไงกันดีคะเนี่ย!"
สิ้นคำพูดของหยางหยาง กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ลงมาจากชั้นบน ก็พากันวิ่งไปล้อมกรอบฉินเฟิงเอาไว้
"ไอ้เวรเอ๊ย มึงตั้งใจมาป้ายสีพวกกูใช่ไหม!"
"เก่งนักใช่ไหม มึงมาต่อยกับกูมา!"
"ไอ้สัส หาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ มึงเสือกมาก่อเรื่องตีกันที่นี่!"
กลุ่มชายฉกรรจ์พากันชี้หน้าด่าทอฉินเฟิง เพราะสิ่งที่เขาทำ มันได้สร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับบาร์หลานกุ้ยฟาง และตัวเจ๊ฮวาเข้าให้แล้ว
เจ๊ฮวาอุตส่าห์เก็บตัวเงียบมาเป็นเดือน รอจนกว่าพี่รองเฮยหลงจะกลับมา ทุกอย่างถึงจะคลี่คลาย
แต่พี่รองเฮยหลงก็ยังไม่ทันกลับมา ดันเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้นซะก่อน!
คุณชายจางคือบุคคลทรงอิทธิพลที่เธอไม่กล้าเข้าไปตอแยด้วย
แต่ตอนนี้กลับโดนซ้อมปางตาย!
เดิมทีเจ๊ฮวาสั่งกำชับไว้แล้ว ว่าปล่อยให้คุณชายจางทำตามใจชอบไปเลย ห้ามเข้าไปขัดขวาง
เห็นได้ชัดว่าเจ๊ฮวาก็เกรงกลัวอิทธิพลเบื้องหลังของคุณชายจางเหมือนกัน
จังหวะนั้นเอง เจ๊ฮวาก็ค่อย ๆ หันกลับมา สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างของฉินเฟิงพอดี
ชั่วพริบตานั้น!
เจ๊ฮวาก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ บุหรี่ในมือร่วงหล่นลงพื้น
แววตาของเธอสั่นไหว ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที หยาดน้ำตาใสเอ่อคลออยู่ในดวงตา
"ลูกพี่... ใช่ท่านหรือเปล่า ลูกพี่!!"
เนิ่นนาน!
ผ่านไปร่วมสิบนาทีเต็ม!
กว่าเจ๊ฮวาจะดึงสติกลับมาได้ ริมฝีปากของเธอสั่นระริก น้ำเสียงบิดเบี้ยวไปหมด
เธอคิดว่าตัวเองตาฝาดไป
หรืออาจจะแค่เจอคนที่หน้าตาเหมือนลูกพี่เฉย ๆ
"เสี่ยวอู่ ไม่เจอกันนานเลยนะ คิดถึงจังเลย"
ฉินเฟิงคลี่ยิ้มบาง ๆ ยกมือขึ้นทักทาย
วินาทีนั้น!
ทุกคนต่างยืนอึ้ง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!
พวกชายฉกรรจ์อ้าปากค้าง ถอยกรูดไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ
เวลานี้ เจ๊ฮวาเอามือปิดปาก น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
เธอสะบัดรองเท้าส้นสูงทิ้ง แล้วรีบจ้ำพรวดเข้าไปหาฉินเฟิง
"ถอยไปสิวะ!"
ชายฉกรรจ์สองคนบังทางอยู่ เธอจึงผลักพวกเขาออกไปอย่างแรง!
ทันทีที่มาถึงตรงหน้าฉินเฟิง เจ๊ฮวากระโดดโผเข้ากอดเขาทันที ทั้งร่างเกาะหนึบอยู่บนตัวฉินเฟิง
"ลูกพี่ โฮฮฮ... เป็นท่านจริง ๆ ด้วย นอกจากท่านแล้ว ไม่มีใครเรียกชื่อเสี่ยวอู่ได้ให้ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว!"
"ท่านหายไปไหนมาคะ หลายปีมานี้ พวกเราแทบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!"
"พี่รองบอกว่า... บอกว่าท่านเกิดเรื่องที่ยุโรปตะวันออก พวกเราห้าคนแห่กันไปตามหาท่านที่นั่นอยู่เป็นครึ่งค่อนปีเลยนะ"
ดูภายนอก เจ๊ฮวาเหมือนเป็นสาวทรงสเน่ห์มาดนางพญา เป็นพี่ใหญ่ที่แสนจะดุดัน
ถึงจะเซ็กซี่เย้ายวน แต่ก็โหดเหี้ยมเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถบริหารบาร์หลานกุ้ยฟางในย่านโลกีย์แบบนี้ได้หรอก
แต่ ณ เวลานี้ เธอกลับดูอ่อนแอราวกับสาวน้อยบอบบางที่แทบจะละลายหายไปได้เลย
ทั้งร่างแนบชิดติดกับฉินเฟิงราวกับปลาหมึก กอดฉินเฟิงไว้แน่นสุดชีวิต ราวกับกลัวว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะหายวับไป
"เอ่อ... เธอช่วยลงไปจากตัวฉันก่อนได้ไหม ตัวหนักจะแย่อยู่แล้วเนี่ย!"
ฉินเฟิงดันตัวเจ๊ฮวาออกเบา ๆ เขาแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
แถมไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี หุ่นของเสี่ยวอู่มันดันเซ็กซี่ขึ้นเป็นกอง
จู่ ๆ มาแนบชิดกันแบบนี้ เขารู้สึกทำตัวไม่ถูกเลยแฮะ
เจ๊ฮวาที่ถูกดันตัวออก ปาดน้ำตาปอย ๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปิติยินดี
"ลูกพี่ ทำไมท่านถึงกลับมาที่จีนได้ล่ะคะ ทำไมไม่รีบกลับมาให้เร็วกว่านี้"
"พี่รองเขา เขาเกิดเรื่องแล้วค่ะ" เจ๊ฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"เฮยหลงน่ะเหรอ เจ้านั่นจะไปมีปัญหาอะไรได้ เล่ามาสิ!"
พอได้ยินชื่อเฮยหลง ฉินเฟิงก็รู้สึกใจคอไม่ดี นึกไปถึงเรื่องเมื่อห้าปีก่อน ชายชาติทหารคนแรกที่เขาช่วยชีวิตไว้
ตอนนั้น เขาเห็นคนตกน้ำกำลังถูกฉลามล็อกเป้าหมาย ทีแรกก็นึกว่าชายคนนั้นคงยอมถอดใจให้ฉลามกินไปแล้ว
แต่ใครจะไปคิดล่ะ ว่ามนุษย์ตัวเล็ก ๆ จะกล้าสู้ยิบตากับเจ้าสมุทรอย่างฉลามกลางทะเลแบบนั้น สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดช่างแรงกล้า แถมยังดิบเถื่อนสุด ๆ!
ตอนนั้นฉินเฟิงก็แค่บังเอิญช่วยลากเขาขึ้นมา แต่ไม่นึกเลยว่าคนดุร้ายแบบนั้น จะเป็นคนรู้จักบุญคุณ ถึงขั้นก้มหัวคุกเข่าขอบคุณเขาทันทีที่ขึ้นมาบนเรือได้
คนคนนั้นก็คือ... เฮยหลง
ถึงแม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ขาก็ต้องพิการไปข้างหนึ่ง
"ตรงนี้คนพลุกพล่านค่ะ ลูกพี่ พวกเราขึ้นไปคุยกันข้างบนเถอะ!"
"ไม่ได้เจอท่านมาตั้งหลายปี ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับท่านเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ"
"เชิญด้านบนเลยค่ะลูกพี่"
พูดพลาง เตี๋ยเลี่ยนฮวาก็ผายมือเชิญด้วยรอยยิ้ม
แต่ว่า...
ฉินเฟิงกลับลังเล
เตี๋ยเลี่ยนฮวาในตอนนี้ เซ็กซี่เย้ายวนเกินไป ไม่เหมือนกับสาวน้อยวัยใสเมื่อห้าปีก่อนเลยสักนิด
ตอนนี้เขาเป็นผู้ชายที่มีพันธะแล้วนะ
ถ้าเกิดมีข่าวลือชู้สาวแพร่งพรายออกไป คงไม่ดีแน่
"เป็นอะไรไปคะลูกพี่?" พอเห็นฉินเฟิงลังเล เตี๋ยเลี่ยนฮวาก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
(จบแล้ว)