- หน้าแรก
- ลูกเขยไร้ค่าคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง
- บทที่ 8 - การกลั่นแกล้ง!
บทที่ 8 - การกลั่นแกล้ง!
บทที่ 8 - การกลั่นแกล้ง!
บทที่ 8 - การกลั่นแกล้ง!
ทันใดนั้น!
ผู้คนรอบด้านต่างก็ส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจ ซูเม่ยเอ๋อร์ถึงกับเอามือปิดปากยืนอึ้ง นึกว่าตัวเองตาฝาดไป
"มึงปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะโว้ย..."
เฉินเผิงอับอายขายหน้าจนทนไม่ไหว โกรธจนลืมตัว สบถด่าเสียงดัง
"เพียะ~"
ฉินเฟิงสะบัดมือตบหน้าไปหนึ่งฉาด ทำให้ฝ่ายนั้นหุบปากไปในทันที
"ไอ้ขยะ มึงกล้า..."
"เพียะ!"
"เพียะ!"
"เพียะ!"
ฉินเฟิงตบซ้ายป่ายขวา ไม่เปิดโอกาสให้เฉินเผิงได้อ้าปากอีกต่อไป
ฟันทีละซี่ เลือดทีละหยด กระเซ็นหลุดร่วงลงสู่พื้นตามจังหวะฝ่ามือของฉินเฟิง
ตบไปเต็มๆ สามสิบสี่สิบที เฉินเผิงก็ถูกตบจนหน้าบวมฉุเป็นหัวหมู จากนั้นก็ถูกฉินเฟิงโยนลงกับพื้น!
เวลานี้ เฉินเผิงคุกเข่าลงบนพื้นทั้งสองข้าง ก้มหน้างุด!!
"เมื่อกี้แกบอกว่า ถ้าอัดฉันจนฟันไม่ร่วง แกจะยอมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดียวกับฉันไม่ใช่เหรอ?"
ฉินเฟิงย่อตัวลง ใช้มือจิกผมเฉินเผิง ดึงเชิดหน้าขึ้นมา แล้วหัวเราะเยาะเสียงเย็น
"อู้อู้ว...ม..ม้าย พ..พี่ฉิน ผ..ผมผิดไปแล้ว อย่าตีอีกเลย ทนไม่ไหวแล้ว"
"พรวด"
เวลาเฉินเผิงพูด ลมก็รั่วออกจากปาก ฟันหน้าและฟันกรามถูกตบจนหลุดร่วงไปหมด เวลาพูดเลือดก็ไหลทะลักออกมา
เขาถูกตีจนหวาดกลัวเข้ากระดูกดำแล้ว
"หึหึ จำเอาไว้ วันหลังถ้าเจอฉัน ก็เดินหลบไปไกลๆ"
ฉินเฟิงขี้เกียจเสียเวลากับกุ๊ยกระจอกพรรค์นี้ ที่เขายอมหยุดมือ ก็เพื่อต้องการข่มขู่ซูเม่ยเอ๋อร์
ไม่ได้ตั้งใจจะแก้แค้นอะไรหรอก แค่อยากให้ซูเม่ยเอ๋อร์สงบเสงี่ยมลงบ้าง จะได้ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ซูหลานอีก!
พูดจบ ฉินเฟิงก็ลุกขึ้นยืนตระหง่าน ตวัดสายตาอันเย็นเยียบมองตรงไปยังซูเม่ยเอ๋อร์!
เพียงแค่สบตา ภายใต้แสงแดดอันแผดเผา ซูเม่ยเอ๋อร์กลับรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว ร่างกายสั่นเทิ้ม
สายตาของฉินเฟิง น่ากลัวเกินไปแล้ว!
กว่าอีกฝ่ายจะเดินจากไป ซูเม่ยเอ๋อร์ก็เพิ่งจะได้สติ เธอมองดูแผ่นหลังที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตานั้น ถึงกับคิดว่าตัวเองคงจะตาฝาดไปแน่ๆ!
นี่... ยังใช่ฉินเฟิง ลูกเขยตระกูลซูที่คอยแต่จะทำตามคำสั่ง และยอมทนรับการรังแกคนนั้นอยู่อีกหรือ?
พลบค่ำ
ทันทีที่ฉินเฟิงเปิดประตูห้อง กำลังจะถอดรองเท้า เสียงแหลมปรี๊ดก็ดังขึ้น
"ดึกป่านนี้แล้ว ไปตายที่ไหนมา ข้าวปลาก็ไม่ทำ บ้านช่องก็ไม่เก็บกวาด ฉินเฟิง นี่แกคิดจะก่อกบฏหรือไง?"
ปรากฏร่างของแม่ยาย เฉินเหม่ยหลิง สวมชุดนอนหลวมโพรก มีแผ่นมาสก์หน้าแปะอยู่ ยืนเท้าสะเอวอยู่ที่ประตู เอ่ยปากซักไซ้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ฉินเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ เก็บงำรังสีอำมหิต แล้วเปลี่ยนไปสวมรองเท้าแตะ
"แม่ครับ พอดีผมติดธุระนิดหน่อย เดี๋ยวผมไปทำกับข้าวให้เดี๋ยวนี้แหละครับ!"
"หลานหลานก็ยังไม่กลับมาไม่ใช่เหรอครับ ตอนนี้ทำก็ยังทันอยู่ครับ"
พูดจบ ฉินเฟิงก็เดินตรงเข้าไปในห้องครัว
"แกจะมีธุระอะไรได้ ก็แค่ไปเถลไถลอยู่ข้างนอกนั่นแหละ ไม่รู้ว่าตอนนั้นคุณปู่ใจดำทำลงไปได้ยังไง ถึงต้องบังคับให้ลูกสาวฉันแต่งงานกับแก ลำบากไม่พอยังต้องมาเลี้ยงดูไอ้ตัวกินล้างกินผลาญอย่างแกอีก"
"แกเป็นผู้ชายอกสามศอก ไม่คิดจะหางานทำ แบ่งเบาภาระครอบครัวบ้างเลยหรือไง หลานหลานไม่ได้หวังให้แกได้ดิบได้ดีอะไรหรอกนะ แต่การที่แกเอาแต่อยู่บ้านกินๆ นอนๆ รอวันตายแบบนี้ มันเป็นความผิดของแก!"
"ที่ฉันพูดนี่แกได้ยินไหม ดูอย่างซูเม่ยเอ๋อร์สิ หางานเป็นผู้บริหารระดับสูงของว่านติ่งกรุ๊ปได้ ได้ยินมาว่ารู้จักกับคุณชายหานด้วยนะ เงินเดือนปีละตั้งหลายแสน แล้วหันมาดูแกสิ ขนาดกางเกงในของแก ลูกสาวฉันยังต้องเป็นคนออกเงินซื้อให้เลย แกยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย!"
ทว่า!
เฉินเหม่ยหลิงกลับเดินตามฉินเฟิงเข้าไปถึงในครัว ยืนบ่นฉอดๆ อยู่หน้าประตูไม่หยุดหย่อน
แม้จะน่ารำคาญราวกับแมลงวันบินหึ่งๆ แต่ฉินเฟิงก็ชินเสียแล้ว
ชีวิตแบบนี้ เขาผ่านมาถึงห้าปี ห้าปีเต็มๆ เลยเชียว
ได้แต่ฟังแม่ยายยืนเปรียบเทียบอยู่ข้างๆ บ่นว่าลูกเขยบ้านนั้นที่ทำงานซื้อรถเบนซ์ ซื้อบ้านใหม่
แล้วก็เอาเขาไปเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบในแง่ลบ
แม้จะมีภูมิต้านทานแล้ว แต่ในใจของฉินเฟิงก็ยังอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้
แต่ไม่นานเขาก็ข่มความรู้สึกนั้นลงไปได้
ในที่สุด ยี่สิบนาทีผ่านไป ดูเหมือนเฉินเหม่ยหลิงจะเริ่มคอแห้ง จึงหันหลังเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา
ตอนนั้นเอง ประตูก็เปิดออก!
ซูหลานกลับมาแล้ว เธอถอดรองเท้าส้นสูงออก เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า
ฉินเฟิงรีบเดินเข้าไปหยิบรองเท้าแตะเตรียมจะก้มตัวลงไปสวมให้เธอ
แต่กลับเห็นซูหลานสะบัดตัวเดินเท้าเปล่ามุ่งตรงไปที่ห้องนอน
"ลูกสาวเอ๊ย ทำไมเพิ่งกลับมาล่ะเนี่ย แอบไปเดตกับคุณชายรูปหล่อคนไหนมาหรือเปล่าจ๊ะ"
"แม่จะบอกอะไรให้นะ จางฉินเพื่อนร่วมงานแม่น่ะ ลูกสาวป้าจางไง ตอนนี้เขาหาแฟนได้แล้วนะ ได้ยินมาว่าทำงานธนาคาร เงินเดือนปีละตั้งห้าแสนแน่ะ วันนี้เพิ่งจะถอยรถเบนซ์เอคลาสมาใหม่หมาดๆ ลูกไม่ได้เห็นท่าทีโอ้อวดของจางฉินหรอก ขับรถมาแจกลูกอมถึงใต้ตึกที่ทำงานเลยนะ!"
เฉินเหม่ยหลิงวางรีโมตลง ลุกขึ้นเดินตามซูหลานไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอน ปากก็พร่ำบ่นไม่หยุด
ประมาณสองสามนาทีต่อมา ซูหลานก็เปลี่ยนมาสวมชุดอยู่บ้าน เดินนวดไหล่ตัวเองออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเต็มที!
"เขาจะซื้อรถใหม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับบ้านเราล่ะคะ แม่ช่วยระวังคำพูดหน่อยนะคะ หนูแต่งงานแล้ว จะออกไปเดตกับใครได้ยังไง"
"แม่ช่วยใส่ใจความรู้สึกของฉินเฟิงบ้างได้ไหมคะ?"
ซูหลานปรายตามองไปทางฉินเฟิงที่ยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่ในครัว แแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟา ดึงหมอนอิงมากอดไว้!
"นี่มันบ้านของฉัน ทำไมฉันต้องไปใส่ใจความรู้สึกของมันด้วย ถ้าฟังไม่เข้าหูก็ไสหัวออกไปสิ ฉันไปขอร้องให้มันอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ!"
"ถ้าเก่งจริง ก็ไปซื้อบ้านเดี่ยว ซื้อบ้านพักตากอากาศสิ จะได้ไม่ต้องมาทนลำบากอยู่ที่นี่ ถ้ามันมีความสามารถขนาดนั้น คงไม่ต้องแต่งเข้าบ้านเราหรอก!"
"ลูกสาวฉัน ช่างอาภัพจริงๆ ฉันก็อาภัพเหมือนกัน ตอนนั้นคุณปู่คิดอะไรอยู่ถึงได้..."
พอพูดไปพูดมา เฉินเหม่ยหลิงก็เริ่มร่ายยาวอีกแล้ว
ซูหลานฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างมาก
"พอได้แล้วค่ะแม่ แม่พูดอะไรเนี่ย!!"
"ต่อให้ฉินเฟิงจะไม่มีผลงานอะไร แต่เขาก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอด หลายปีมานี้ ก็มีแต่เขานี่แหละที่คอยดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวเรา แล้วแม่ก็ทำเกินไปแล้วด้วย กางเกงในของตัวเอง แม่ซักเองไม่ได้หรือไง หนูจะบอกแม่ไว้นะคะ ว่าต่อไปนี้ห้ามเอาถุงเท้าของพ่อ กับกางเกงในของแม่ไปให้ฉินเฟิงซักอีก"
"อ้อ แล้วก็ วันนี้คุณย่าเรียกหนูไปพบ มีเรื่องนึงที่หนูต้องบอกให้แม่รู้ไว้ก่อน"
ซูหลานถอนหายใจ รู้สึกจนปัญญาจริงๆ!
นิสัยของแม่ เธอรู้ดีที่สุด พูดไปก็เปล่าประโยชน์
"คุณย่าเรียกแกไปพบ คงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานนี้หรอกนะ ลูกโดนด่ามาใช่ไหม?"
พอได้ยินชื่อคุณย่าซู เฉินเหม่ยหลิงก็รีบถามอย่างร้อนรน
"เปล่าค่ะ แต่มันร้ายแรงกว่านั้นอีก คุณย่าตั้งเป้าหมายให้หนูว่า เดือนนี้จะต้องปิดโปรเจกต์ระดับล้านให้ได้ ไม่อย่างนั้นท่านจะยึดบ้านเก่าหลังนี้คืน"
ซูหลานถอนหายใจ ท่าทางดูไร้เรี่ยวแรงเต็มที!
เมื่อเฉินเหม่ยหลิงได้ยินดังนั้น ก็ตกตะลึงอ้าปากค้างไปในทันที
แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มร้องห่มร้องไห้โวยวายขึ้นมา!
ซูหลานทนฟังไม่ไหวจริงๆ จึงลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน
"ฉินเฟิง เข้ามาข้างในหน่อยสิ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาด้วย"
ก่อนจะปิดประตู ซูหลานก็ตะโกนเรียก
"อืม เดี๋ยวตามไป"
ฉินเฟิงเช็ดมือ แล้วหันหลังเดินตามซูหลานเข้าไปในห้องนอน
...
"ฉินเฟิง ครั้งนี้ฉันเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วจริงๆ เป้าหมายที่คุณย่าตั้งไว้ ฉันไม่มีทางทำสำเร็จได้แน่ๆ เพราะงั้นฉันเลยคิดว่า..."
ซูหลานนั่งอยู่บนเตียง เงยหน้าขึ้นมองฉินเฟิงด้วยสายตาหยั่งเชิง
"หรือว่า ฉันจะลองไปพบคุณชายหานคนนั้นดู บางทีอาจจะยังมีหวัง"
"ฉันแค่ไปขอโทษเขา มันไม่ได้ฝืนใจอะไรมากมายหรอก ถ้าพวกเราต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้ พ่อกับแม่ต้องรับไม่ไหวแน่ๆ พวกท่านก็อายุมากแล้ว..."
ฉินเฟิงยังไม่ทันได้พูดอะไร ซูหลานก็ยกมือขึ้น ห้ามเขาพูดต่อเสียก่อน!
"ฉินเฟิง... เมื่อไหร่คุณถึงจะหัดคิดถึงตัวเองบ้างนะ?"
ขอบตาของซูหลานเริ่มแดงระเรื่อ
จนฉินเฟิงถึงกับชะงักงัน เขาเริ่มเดาไม่ออกแล้วว่าแท้จริงแล้วซูหลานต้องการจะสื่ออะไรกันแน่
(จบแล้ว)