- หน้าแรก
- ระบบตัวประกอบ กู้ซากสวรรค์
- บทที่ 90 - ผานกู่คือปรมาจารย์แห่งวงการรื้อถอนบ้านชาวบ้านตัวจริง!
บทที่ 90 - ผานกู่คือปรมาจารย์แห่งวงการรื้อถอนบ้านชาวบ้านตัวจริง!
บทที่ 90 - ผานกู่คือปรมาจารย์แห่งวงการรื้อถอนบ้านชาวบ้านตัวจริง!
บทที่ 90 - ผานกู่คือปรมาจารย์แห่งวงการรื้อถอนบ้านชาวบ้านตัวจริง!
หลี่จวินหันขวับ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันบ้าคลั่ง เขาฉีกยิ้มกว้าง แล้วค่อยๆ ยกมือขึ้นอย่างสั่นเทา
"ฮัลโหล!"
นี่คือผานกู่อีกแล้วหรือ
"ระบบ ทำไมถึงมาโผล่ที่มิติฮุ่นตุ้นอีกล่ะเนี่ย" หลี่จวินติดต่อกับระบบ พลางโวยวาย "ผานกู่คนก่อนแทบจะทำผมหัวใจวายตาย แล้วผานกู่คนนี้..."
"ติ๊ง นี่ก็คือผานกู่คนนั้นของโฮสต์นั่นแหละ!" ระบบตอบกลับอย่างเรียบเฉย
หลี่จวิน "อ้อ ถ้าอย่างนั้นผมก็เบาใจหน่อย!"
"เดี๋ยวสิ ช้าก่อน..." หลี่จวินชะงัก "ไม่ใช่ว่าสุ่มหรอกหรือ"
"ติ๊ง ใช่แล้ว สุ่มไง!" ระบบตอบหน้าตาย "แต่โลกที่เคยข้ามไปแล้วหนึ่งครั้ง โอกาสที่จะสุ่มเจออีกครั้งจะเพิ่มสูงขึ้นนะ!"
หลี่จวิน "..."
"ติ๊ง เพราะฉะนั้น การที่โฮสต์สามารถกลับมายังโลกเดิมได้ถึงสองครั้ง ถือว่าโชคดีมากเลยนะ!" ระบบเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
หลี่จวิน "..."
นายแน่ใจนะว่าสุ่ม
ผมรู้สึกเหมือนนายจงใจซะมากกว่า
ผานกู่จ้องมองหลี่จวินตาไม่กะพริบ
"พี่ใหญ่!" หลี่จวินยิ้มแฉ่งประจบประแจง
ร่างกายของผานกู่หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว เขาเอื้อมมือมาคว้าไหล่ของหลี่จวินหมับ
แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
กร๊อบ กร๊อบ...
หลี่จวิน "โอ๊ย~~"
หัวไหล่ของเขาถูกบีบจนแหลกละเอียด
ผานกู่อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะทำอะไรไม่ถูก "น้องรอง เจ้ายังไม่เป็นไรใช่ไหม"
เขาเขย่าตัวหลี่จวินไปมาสองที...
กร๊อบ...
หลี่จวิน ตอนนี้ยังรอดอยู่!
แต่คอโดนเขย่าจนหักไปแล้ว!
ผานกู่ "..."
เขารีบวางหลี่จวินลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง "เอ่อ น้องรอง ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ!"
หลี่จวินขยับตัวยุกยิกอยู่บนพื้นสองสามที
กร๊อบ กร๊อบ...
เขาต่อกระดูกหัวไหล่กลับเข้าที่ สองมือประคองหัวตัวเองไว้ แล้วบิดดังกร๊วบ
กร๊อบ...
หัวกลับมาตั้งตรงเหมือนเดิม
เขาโคจรพลังเวท เพื่อเริ่มซ่อมแซมร่างกาย
โชคดีที่เป็นแค่อาการบาดเจ็บทางกายภาพที่เกิดจากแรงบีบ... โชคดีที่ผานกู่ไม่ได้ใช้พลังเวทหรือพลังแห่งมรรคาสายพละกำลังอะไรทำนองนั้น
มิฉะนั้น...
เมื่อกี้คงได้ตายชัวร์ๆ ไปแล้ว!
"พี่ใหญ่ ข้าเพิ่งจะกลับมา ท่านก็คิดจะฆ่าข้าซะแล้วหรือ" หลี่จวินผายมือออก "เมื่อกี้ข้าเกือบตายแล้วนะรู้ไหม!"
ผานกู่ทำหน้าเจื่อน "ข้าลืมไปจริงๆ ว่าน้องรองนั้นอ่อนแอเกินไป!"
มุมปากหลี่จวินกระตุก
ถ้าพูดไม่เป็นก็หุบปากไปเถอะ
"ว่าแต่..." ผานกู่สูดหายใจลึก "น้องรอง ช่วงที่ผ่านมานี้ เจ้าหายไปไหนมา"
"แสงสีขาวที่พาตัวเจ้าไปคราวก่อนมันคืออะไรกัน"
"ไม่ใช่ว่าข้าทำลายมันไม่ได้นะ แต่ถ้าจะทำลาย ข้าต้องทุ่มสุดกำลัง!"
"และถ้าข้าทำลายมัน เจ้าก็ต้องตายไปด้วย!" ผานกู่อธิบาย
หลี่จวิน "????"
ระบบ "..."
หลี่จวิน "ไหนระบบบอกว่าแกไร้เทียมทาน ผานกู่หาแกไม่เจอไง"
ระบบ "ติ๊ง ใช่แล้ว ผานกู่หาระบบไม่เจอหรอก!"
หลี่จวิน "เขายังบอกเลยว่าเขาสามารถทำลายได้!"
ระบบ "หึหึ... ถ้าเขาไม่ใช้ขวานเบิกฟ้า นายก็ลองให้เขาทำลายดูสิ!"
หลี่จวิน "เหอะ!"
"นั่นเป็นมรรคาชนิดหนึ่งที่ข้าครอบครองอยู่น่ะ แต่ว่ายังควบคุมไม่ได้เต็มที่ บทจะใช้ได้ก็ใช้ได้ บทจะใช้ไม่ได้ก็ใช้ไม่ได้..."
"แล้วข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจู่ๆ มันจะพุ่งฟุ่บ แล้วพาข้าหายวับไปตอนไหน!" หลี่จวินตอบกลั้วหัวเราะ
"มิน่าล่ะ!" ผานกู่พยักหน้า "หลังจากเจ้าหายตัวไป ข้าก็ออกตระเวนไปทั่วทั้งมิติฮุ่นตุ้นเลยนะ!"
"ข้าไล่อัดพวกเทพมารสามพันตนจนน่วมไปหมด!"
"แต่ก็ยังหาเบาะแสของเจ้าน้องรองไม่พบเลย!" ผานกู่ถอนหายใจอย่างโล่งอก "ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที!"
หลี่จวิน "..."
ท่านไปไล่อัดเทพมารสามพันตนมาเนี่ยนะ
หรือว่า นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเทพมารสามพันตน ต้องรวมหัวกันมาฆ่าผานกู่ตอนเบิกฟ้าในภายหลัง
เพราะปกติสู้ไม่ได้ ก็เลยต้องฉวยโอกาสตอนที่ผานกู่อ่อนแอจากการเบิกฟ้า เพื่อมาแก้แค้นเอาคืน
แต่สุดท้าย เทพมารสามพันตนก็ถูกผานกู่ฟันตายเรียบอยู่ดี
แล้วในท้ายที่สุด ผานกู่ก็โดนระบบสูบเลือดสูบเนื้อเอาไปจนหมดตัว
"ติ๊ง ใส่ร้ายป้ายสี นี่มันใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ!" ระบบโวยวายลั่น "อีกอย่าง เรื่องที่เทพมารสามพันตนรุมกินโต๊ะผานกู่ มันไปเกี่ยวอะไรกับโฮสต์ฟะ!"
"โฮสต์อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยน่า!"
"โฮสต์ลองคิดดูสิ..."
"ถ้าโดนบังคับรื้อถอนบ้าน แถมไม่ได้ค่ารื้อถอนชดเชย ทำให้หลังจากนี้ไม่มีที่ซุกหัวนอน..."
"โฮสต์จะไม่สู้ตายกับพวกรับเหมาบังคับรื้อถอนเลยหรือไง" ระบบบ่นอุบอิบ
หลี่จวิน "..."
ที่พูดมามันก็... มีเหตุผลสุดๆ ไปเลยแฮะ!
ก็ใช่น่ะสิ!
พวกเทพมารฮุ่นตุ้นอาศัยอยู่ในมิติฮุ่นตุ้นแห่งนี้
จู่ๆ ผานกู่ก็ลุกขึ้นมาเบิกฟ้าแยกแผ่นดินโดยไม่บอกไม่กล่าว
แถมไอ้พวกรับเหมาบ้าพลังนี่ ก็ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าในบ้านจะมีคนอยู่ไหม พอมาถึงก็จัดการบังคับรื้อถอนลูกเดียว...
เป็นใครก็ต้องสู้ตายทั้งนั้นแหละ!
ที่แท้ ผานกู่ก็คือปรมาจารย์แห่งวงการรื้อถอนบ้านชาวบ้านตัวจริงนี่เอง!
"ว่าแต่ วิชาเทพของเจ้ามันคืออะไรกันแน่" ผานกู่เอ่ยถาม "ข้ารู้สึกลึกๆ ว่า กฎเกณฑ์นั่น มันอยู่เหนือแม้กระทั่งกฎของมิติฮุ่นตุ้นเสียอีกนะ!"
"หลังจากเจ้าหายไป เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา"
"แล้วทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาได้ล่ะ"
"แล้วมีโอกาสที่เจ้าจะหายตัวไปกะทันหันอีกหรือไม่" ผานกู่รัวคำถาม
หลี่จวินนวดหว่างคิ้ว "พี่ใหญ่ ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ!"
"ข้าไม่รู้ว่าวิชาเทพนั่นคืออะไร ข้าจะกลับมาตอนไหน จะจากไปเมื่อไหร่ ข้าก็ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด!"
"บางที รอจนข้าแข็งแกร่งได้เทียบเท่ากับพี่ใหญ่เมื่อไหร่..."
"บางที ถึงตอนนั้นข้าอาจจะควบคุมมันได้ก็ได้มั้ง!" หลี่จวินหัวเราะ "ส่วนเรื่องที่ว่าข้าไปไหนมา... ข้าไปเยือนโลกที่อยู่ภายนอกมิติฮุ่นตุ้นมาน่ะ!"
ผานกู่พยักหน้าช้าๆ "เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ภายนอกมิติฮุ่นตุ้น ยังมีโลกใบอื่นอยู่อีก!"
"เอ๊ะ!?" หลี่จวินชะงัก "พี่ใหญ่ ท่านเชื่อว่ามีโลกอยู่ภายนอกด้วยหรือ"
"มิติฮุ่นตุ้นก่อกำเนิดขึ้นด้วยตัวของมันเอง แล้วสิ่งที่อยู่ภายนอกมิติฮุ่นตุ้นจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ" ผานกู่เอ่ยอย่างเรียบเฉย "นอกมิติฮุ่นตุ้นก็ต้องมีมิติฮุ่นตุ้นแห่งอื่นอีก มันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้วนี่"
"ส่วนเรื่องที่ว่ามันมีอยู่ทำไม ทำไมถึงมี..."
"เรื่องพวกนี้ไม่ต้องไปมัวคิดให้ปวดหัวหรอก!"
"การที่มันดำรงอยู่ ก็คือความสมเหตุสมผลแล้ว!"
"สิ่งที่ข้าให้ความสำคัญ มีเพียงพลังพละกำลังเท่านั้น!"
"พลังพละกำลังที่มุ่งไปข้างหน้าอย่างไร้ข้อกังขา!"
"ส่วนเรื่องที่ว่าสิ่งอื่นจะมีอยู่หรือไม่ มันไม่เกี่ยวอะไรกับข้าทั้งสิ้น!" ผานกู่เอ่ยกลั้วหัวเราะ "ว่าแต่โลกภายนอกเป็นอย่างไรบ้างล่ะ"
"อ่อนแอมาก!" หลี่จวินตอบกลับโดยไม่ลังเล "เป็นโลกที่อ่อนแอเกินไป"
ผานกู่หัวเราะร่วน "ข้าเข้าใจแล้ว!"
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง...
ข้าถูกกำหนดมาให้เบิกฟ้าแยกแผ่นดิน เพื่อบรรลุมรรคาสูงสุด! ส่วนน้องเล็ก ถูกกำหนดมาให้บรรลุวิถีสวรรค์
วิชาเทพของเขา ที่สามารถเดินทางข้ามไปมาระหว่างโลกต่างๆ ได้ ก็เพื่อไปเรียนรู้ทำความเข้าใจวิถีสวรรค์
เพื่อให้โลกใบนี้ในอนาคต กลายเป็นโลกที่ดียิ่งขึ้นไปอีก!
ที่แท้ มรรคาสูงสุดก็ได้ลิขิตทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว!
หลี่จวินทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
พี่ใหญ่ ท่านเข้าใจอะไรของท่านเนี่ย
"น้องเล็ก!" ผานกู่คว้าแผ่นหยกแห่งโชคชะตามา "รับไปสิ เอาไปทำความเข้าใจซะ!"
"เอ๊ะ!?" หลี่จวินอึ้งไป ข้ายังไม่ได้เอ่ยปากขอท่านเลยนะ
นี่ท่าน...
ผานกู่ทำหน้าเหมือนรู้ทัน "ไม่เป็นไร ของสิ่งนี้ ต่อไปเจ้าก็เก็บไว้ใช้เองเถอะ ไม่ต้องคืนข้าแล้ว ค่อยๆ ทำความเข้าใจไปก็แล้วกัน!"
หลี่จวิน บ้าไปแล้ว!?
นี่ผมกำลัง...
รวยเละแล้วใช่ไหมเนี่ย
"ขอบคุณมากพี่ใหญ่!" หลี่จวินรีบกล่าวขอบคุณ จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบขวานเบิกฟ้าออกมา
"พี่ใหญ่ นี่คือของวิเศษประจำกายตอนถือกำเนิดของน้องเล็ก แต่มันอ่อนแอเกินไปหน่อย!"
"ของสิ่งนี้มีชื่อว่าขวานเบิกฟ้า และข้าก็เห็นว่าพี่ใหญ่ก็ใช้ขวานเหมือนกัน!" หลี่จวินกล่าว "รบกวนพี่ใหญ่ช่วยอัปเกรดขวานเล่มนี้ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่"
ผานกู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ขวานเบิกฟ้าหรือ
ของสิ่งนี้มันแทบจะถอดแบบมาจากขวานเบิกฟ้าของข้าเลยนี่นา แค่มันดูอ่อนแอปวกเปียกน่าเวทนาไปหน่อย
นี่มัน...
สมกับเป็นน้องชายแท้ๆ ของข้าจริงๆ!
แม้แต่ของวิเศษประจำกายยังเหมือนกันเป๊ะ!
ใช่แล้ว เขาถูกกำหนดมาให้ครอบครองความเร้นลับของมรรคาทั้งสามพันชนิด เพื่อกลายเป็นวิถีสวรรค์
ของวิเศษประจำกายคือขวานเบิกฟ้า นี่ก็หมายความว่า...
ในบรรดามรรคาทั้งสามพันชนิด มรรคาแห่งพละกำลังของข้าคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใช่ไหม
สมกับเป็นน้องชายแท้ๆ ของข้าจริงๆ!
"ได้สิ ไม่มีปัญหา!" ผานกู่พยักหน้าอย่างหนักแน่น "เอาล่ะ น้องเล็ก เจ้าไปฝึกฝนเถอะ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะออกไปทำธุระข้างนอกสักหน่อย จะไปช่วยอัปเกรดขวานเล่มนี้ให้เจ้าด้วย!"
ขวานเล่มนี้...
ถ้าข้าหลอมมันเอง มันจะดูสิ้นเปลืองเกินไป!
สู้...
สลักเอาเคล็ดวิชามรรคาของพวกเทพมารสามพันตนลงไปในนี้เลยดีกว่า!
ช่างเข้ากับวิถีมรรคาของน้องเล็กพอดิบพอดี!
เยี่ยมไปเลย เยี่ยมยอดไปเลยจริงๆ!
[จบแล้ว]