- หน้าแรก
- ระบบตัวประกอบ กู้ซากสวรรค์
- บทที่ 20 - อู๋เทียน: สหายเก่าเคยบอกว่าเรียนพุทธไปก็ช่วยชีวิตคนไม่ได้! หลี่จวิน: ผู้หญิงเหรอ?
บทที่ 20 - อู๋เทียน: สหายเก่าเคยบอกว่าเรียนพุทธไปก็ช่วยชีวิตคนไม่ได้! หลี่จวิน: ผู้หญิงเหรอ?
บทที่ 20 - อู๋เทียน: สหายเก่าเคยบอกว่าเรียนพุทธไปก็ช่วยชีวิตคนไม่ได้! หลี่จวิน: ผู้หญิงเหรอ?
บทที่ 20 - อู๋เทียน: สหายเก่าเคยบอกว่าเรียนพุทธไปก็ช่วยชีวิตคนไม่ได้! หลี่จวิน: ผู้หญิงเหรอ?
แววตาของหลี่จวินใสกระจ่าง
วินาทีนี้ความทรงจำในหัวเริ่มเดือดพล่าน
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับสืบทอดทุกอย่างจากถังซำจั๋งโดยไร้ซึ่งความเจ็บปวดและภัยพิบัติใดๆ!" ระบบประกาศ
หลี่จวินสัมผัสถึงพลังอันบ้าคลั่งในร่างและวิชาพุทธาคมเต็มสูบ เขาเงียบไปหนึ่งวินาที
ไซอิ๋วภาคพิสดาร?
คนที่มารับจ้างปั้นไอดีให้คือถังซำจั๋ง?
ในเวลานี้อู๋เทียนพุทธองค์กำลังบุกทะลวงเขาหลิงซาน ส่วนยูไลพุทธองค์ก็ดับขันธ์จุติลงไปเกิดใหม่เพื่อจีบสาวซะแล้ว!
ก่อนไปยูไลได้กำชับทุกคนบนเขาหลิงซานว่าห้ามผลีผลามทำอะไรให้รอคอยชะตาฟ้ากำหนด
แต่ทว่าถังซำจั๋งในไซอิ๋วภาคพิสดารกลับไม่ใช่พระถังซำจั๋งผู้ทรงศีลแห่งต้าถังที่ผู้คนเคารพศรัทธาอีกต่อไป แต่กลายเป็นพวกบ้าพลังที่ไม่อยากสั่งสอนคนด้วยคุณธรรมแต่อยากสั่งสอนด้วยกำลังล้วนๆ
คุยกันไม่รู้เรื่องก็ถกแขนเสื้อเตรียมบวกทันที!
หลังจากยูไลจากไปเขาก็เปิดฉากซัดกับอู๋เทียนทันทีและสุดท้ายก็ถูกตบปลิวไปอยู่ในยมโลก
หลี่จวินพูดไม่ออก
ต้องยอมรับเลยว่าถังซำจั๋งในโลกนี้บ้าบิ่นสุดๆ ไปเลย!
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็อย่าหาว่าข้าไร้ความปรานีก็แล้วกัน!" อู๋เทียนสีหน้าเรียบเฉยถอนหายใจเบาๆ
ดอกบัวดำค่อยๆ ลอยขึ้นมาเปล่งแสงสีดำมืดเตรียมจะครอบคลุมร่างของหลี่จวิน
"เดี๋ยวก่อน!" หลี่จวินรีบยกมือห้าม "มหาเถระโปรดรอสักครู่!"
อู๋เทียนมีสีหน้างุนงง "ข้าบุกเข้ามาในหลิงซานเจ้าเป็นคนแรกที่ลงมือขัดขวางข้า!"
"ยูไลจากไปกำชับให้ทุกคนในหลิงซานอยู่นิ่งๆ เจ้าก็เป็นคนแรกที่ลุกขึ้นต่อต้าน!"
"แล้วตอนนี้ทำไมถึงมาสั่งให้ข้าหยุดล่ะ?"
พูดง่ายๆ ก็คือเจ้าคงไม่ได้ปอดแหกหรอกใช่มั้ย?
หลี่จวินถอนหายใจอย่างโล่งอก
ผมมีจิตศักดิ์สิทธิ์ระดับต้าหลัวก็จริงแต่ถังซำจั๋งคนนี้ยังมีพลังไม่ถึงขั้นนั้น!
ส่วนท่าน...
หลี่จวินมองประเมินอู๋เทียนแล้วยิ้มบางๆ
โลกไซอิ๋วภาคพิสดารที่แสนจะเรียบง่ายจริงๆ ด้วย
ไม่มีนักบุญไม่มีโลกหงฮวง
อย่างน้อยก็รอให้ผมอัปเลเวลพลังตัวเองก่อนเถอะ!
"มหาเถระยินดีจะสนทนาเป็นการส่วนตัวกับพระน้อยหรือไม่?" หลี่จวินถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ตกลง!"
อู๋เทียนพยักหน้าเบาๆ "ซำจั๋งเจ้าคือคนที่ข้าเลื่อมใสหวังว่าเจ้าจะรู้จักรักษาน้ำใจนะ!"
อู๋เทียนโบกมือทั้งสองก็เข้ามาอยู่ในห้องด้านหลังดอกบัวดำสยายกลีบออกตัดขาดทุกสรรพสิ่งรอบกาย
"พูดมาสิ!" อู๋เทียนเอ่ยเสียงเรียบ
"พระน้อยอยากถามว่ามหาเถระต้องการจะทำอะไร?" หลี่จวินมีสีหน้าผ่อนคลาย "หลังจากครอบครองสามภพแล้วคิดจะทำลายล้างสามภพงั้นหรือ?"
หลังจากได้รับความทรงจำมาหลี่จวินก็ค่อนข้างแปลกใจ
ในใจของถังซำจั๋งมีความแค้นเคืองต่อยูไลพุทธองค์อย่างมหาศาล
แทบจะอยากให้ยูไลผู้นั้นไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดชั่วนิรันดร์เลยทีเดียว!
หลี่จวินถึงกับงงกึก
ในเนื้อเรื่องเดิมถังซำจั๋งไม่ได้วิ่งเต้นหาทางช่วยให้ยูไลกลับมาจนหัวปั่นหรอกเหรอ?
แล้วทำไมตอนนี้...
จากนั้นความแค้นที่อัดอั้นอยู่ในอกก็ทำให้หลี่จวินเข้าใจทุกอย่าง!
นั่นคือความยึดติดของถังซำจั๋ง!
ความยึดติดของถังซำจั๋ง... หากวันใดเขามีอำนาจจะต้องจับยูไลมาลิ้มรสประสบการณ์แบบเดียวกับเขาให้จงได้!
ลงไปจุติเวียนว่ายตายเกิดเก้าชาติแรกต้องตายอย่างอนาถไร้ที่ฝังศพ!
ชาติที่สิบบังคับให้ไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่แดนประจิมเผชิญวิบากกรรมแปดสิบเอ็ดประการป่าวประกาศให้เหล่าปีศาจมารร้ายรู้ทั่วกันว่ากินเนื้อเพียงคำเดียวจะอายุยืนหมื่นปี!
หลี่จวินถอนหายใจยาว
ตอนดูไซอิ๋วไม่เห็นรู้สึกเลยว่าถังซำจั๋งจะโกรธแค้นขนาดนี้!
พระถังซำจั๋งพระอนุชาของถังไท่จง... หากรั้งอยู่ในต้าถังย่อมมีแต่ผู้คนเคารพศรัทธา!
แต่กลับถูกเจ้าแม่กวนอิมมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนมากมายกลางสายตาธารกำนัลพูดถึงคัมภีร์มหายานขึ้นมา
แล้วเขาจะทำยังไงได้ล่ะ?
น้ำหมึกและกระดาษก็สามารถฆ่าคนได้เหมือนกัน!
ถ้าเขาไม่ไปก็ต้องเสียชื่อเสียงป่นปี้!
ดังนั้นเขาไม่ได้อยากไปอัญเชิญพระไตรปิฎกจากใจจริงแต่ถูกบีบบังคับให้ต้องก้าวเดินบนเส้นทางสายนี้!
"ซำจั๋ง" อู๋เทียนยิ้มบางๆ แววตาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน "เจ้าสมแล้วที่เป็นคนที่ข้าเลื่อมใส!"
"การต่อต้านของเจ้าในตอนแรกอาจเป็นเพียงความไม่ยินยอมแต่เมื่อเจ้าคิดตกเจ้าก็จะถามข้าว่าข้าต้องการจะทำอะไร..."
"เจ้าสมแล้วที่เป็นผู้มีปัญญาญาณอันยิ่งใหญ่!"
อู๋เทียนมองหลี่จวินด้วยสายตาชื่นชม
หลี่จวินทำหน้างง "????"
อย่ามามโนหลอกตัวเองสิฟะ!
"ความคิดของข้าก็เหมือนกับเจ้าในอดีตนั่นแหละ!" อู๋เทียนกล่าว "เจ้ามีความปรารถนาที่จะโปรดสรรพสัตว์เจ้าจึงไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่แดนประจิม!"
"แต่ทว่าการศึกษาพระธรรมไม่อาจช่วยชีวิตผู้คนได้!"
"เมื่อสามหมื่นสามพันปีก่อนสหายเก่าคนหนึ่งของข้าได้สอนให้ข้ารู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้!"
"ศึกษาพระธรรมช่วยเหลือสรรพสัตว์ไม่ได้!" อู๋เทียนยิ้มเยาะตัวเอง
หลี่จวินเงยหน้าขึ้นยิ้มกริ่ม "สหายเก่าคนนั้นเป็นผู้หญิงงั้นหรือ?"
ใบหน้าของอู๋เทียนกระตุกเล็กน้อยดูเหมือนจะเขินอายนิดๆ "เป็นสหายเก่า!"
หลี่จวินระเบิดเสียงหัวเราะ "มหาเถระไม่เป็นไรหรอก!"
"สมัยที่พระน้อยไปอัญเชิญพระไตรปิฎกก็เคยหวั่นไหวที่เมืองแม่ม่ายเหมือนกัน!"
"หากในใจมหาเถระจะมีผู้หญิงสักคนก็เป็นเรื่องปกติ!" หลี่จวินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
สีหน้าของอู๋เทียนกลับดูอึดอัดเหมือนความลับอะไรสักอย่างถูกเปิดเผย
แต่เขากก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อย
เขามองหลี่จวินแววตาแฝงความสงสัย
กล้าพูดเรื่องเมืองแม่ม่ายออกมาหน้าตาเฉยแบบนี้ก็เท่ากับส่งจุดอ่อนของตัวเองมาให้เขาตลบหลังไม่ใช่เหรอ?
ถังซำจั๋งจะโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ?
สีหน้าของอู๋เทียนเปลี่ยนเป็นจริงจัง "ซำจั๋งในสายตาข้าโลกใบนี้มันงมงายไปหมดแล้ว!"
"ข้าต้องการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ข้าต้องการโปรดสรรพสัตว์!"
"เจ้าเชื่อหรือไม่?" อู๋เทียนถาม
หลี่จวินพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ข้าเชื่อ!"
อู๋เทียนหน้าเหวอ "????"
เชื่อกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ข้าเตรียมคำพูดไว้ตั้งเยอะแยะยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะ!
"สมัยก่อนพระน้อยก็เคยคิดว่าถ้าได้พระไตรปิฎกมาจะสามารถโปรดสรรพสัตว์ได้!" หลี่จวินหันไปมองไกลๆ "สามร้อยปีก่อนต้าถังร่มเย็นเป็นสุขแต่สามร้อยปีให้หลัง... มหาเถระท่านดูสิโลกมนุษย์ใบนี้เต็มไปด้วยไฟสงครามภัยพิบัติลุกลามไม่สิ้นสุด"
"ศึกษาพระธรรมช่วยชีวิตคนไม่ได้หรอก!"
"แดนประจิมไร้ซึ่งแดนสุขาวดีแดนสุขาวดีสถิตอยู่ในใจ"
"โลกนี้ไร้ซึ่งดินแดนบริสุทธิ์ดินแดนบริสุทธิ์ก็คือขุมนรกดีๆ นี่เอง!"
หลี่จวินยิ้มบางๆ "พระพุทธองค์ไม่อาจช่วยสรรพสัตว์ สรรพสัตว์ต้องช่วยตัวเอง!"
"ประเสริฐ!" อู๋เทียนมองหลี่จวินด้วยความประหลาดใจ "ซำจั๋งเจ้าสมแล้วที่เป็นคนที่ข้าเลื่อมใส!"
"แต่มหาเถระท่านขาดคนนะ!" หลี่จวินยิ้มกริ่ม "ลำพังแค่สี่ผู้พิทักษ์ของท่านกับกองกำลังจากแดนปีศาจคิดจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ท่านทำไม่ได้หรอก!"
"ชะตาฟ้ากำหนดไว้สามสิบสามปีพระพุทธองค์จะกลับมา!"
"ท่านก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!" หลี่จวินหัวเราะ
อู๋เทียนถอนหายใจยาวกล่าวอย่างมีความหมายแฝง "ทำไม่ได้ก็ต้องลองดูหากไร้ซึ่งเป้าหมายไร้ซึ่งความปรารถนาข้าจะยังเป็นตัวข้าอยู่อีกหรือ?"
"ข้ารับปากไว้แล้ว!"
"เมื่อข้าได้ครอบครองสามภพเปลี่ยนแปลงสามภพที่หยุดนิ่งนี้ได้แล้วข้าจะไปรับนาง!"
อู๋เทียนยิ้ม "ซำจั๋งสรุปแล้วเจ้ามีแผนการอะไรกันแน่?"
"ข้าอยากช่วยท่าน!" หลี่จวินพูดตรงๆ "ความแค้นที่ข้ามีต่อพระพุทธองค์ท่านจินตนาการไม่ออกหรอก!"
อู๋เทียนชะงัก "เจ้าปกป้องเขาขนาดนั้นแล้วมาบอกว่าแค้นเขาเนี่ยนะ?"
อานนท์ขอยอมจำนนเจ้าก็พุ่งเข้าไปตบเขาจนคว่ำ
ข้าจะยึดหลิงซานเจ้าก็พุ่งเข้ามาจะซัดกับข้า
แล้วเจ้ามาบอกว่ามีความแค้นต่อยูไลงั้นรึ?
"ก็แค่อุดมการณ์ไม่ตรงกันเลยถีบข้าลงมาเกิดใหม่บนโลกมนุษย์!" หลี่จวินกัดฟันพูดอย่างเคียดแค้น "เก้าชาติแรกตายอย่างอนาถไร้ที่ฝังศพ!"
"ชาติที่สิบบังคับให้พระน้อยไปอัญเชิญพระไตรปิฎก! กินเนื้อข้าคำเดียวอายุยืนยาว?"
"ข้าก็แค่มนุษย์ธรรมดาพวกปีศาจมารร้ายพวกนั้นจะไปเชื่อได้ยังไง?"
"ในเมืองแม่ม่ายถ้าพระน้อยรั้งอยู่ที่นั่นสิ่งที่ตามออกมาคงไม่ใช่แค่ปีศาจแมงป่องแน่แต่อาจจะเป็นปีศาจที่น่ากลัวกว่านั้นเป็นร้อยเท่า!"
"พระน้อยไม่เหลือแม้แต่อิสรภาพด้วยซ้ำ!"
"ท่านว่าความแค้นนี้มันมากพอไหมล่ะ?"
"มหาเถระที่ข้าเลือกจะลงมือกับท่าน... ก็เพราะพระพุทธองค์สั่งไว้ว่าไม่ให้พวกเราทำอะไรบุ่มบ่าม!"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้แสดงว่าพระพุทธองค์ต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ และที่ข้าทำอะไรบุ่มบ่ามลงไปก็อาจจะไปทำลายแผนการของเขาก็ได้!"
"ข้าก็แค่อยากจะทำนู่นทำนี่ข้าจะยืนจะนั่งจะกระโดดโลดเต้นจะเดินเล่นชิลๆ..."
"แล้วยูไลจะทำไมข้าได้ล่ะ?"
อู๋เทียนอึ้งไปเลย
[จบแล้ว]