- หน้าแรก
- ระบบตัวประกอบ กู้ซากสวรรค์
- บทที่ 2 - เง็กเซียน กฎสวรรค์นั่นมันคืออะไรกันแน่? หรือว่าเราจะเชือดล้างบางสวรรค์ดี?
บทที่ 2 - เง็กเซียน กฎสวรรค์นั่นมันคืออะไรกันแน่? หรือว่าเราจะเชือดล้างบางสวรรค์ดี?
บทที่ 2 - เง็กเซียน กฎสวรรค์นั่นมันคืออะไรกันแน่? หรือว่าเราจะเชือดล้างบางสวรรค์ดี?
บทที่ 2 - เง็กเซียน กฎสวรรค์นั่นมันคืออะไรกันแน่? หรือว่าเราจะเชือดล้างบางสวรรค์ดี?
"วันนี้เป็นวันดีจริงๆ..."
หลี่จวินเดินทอดน่องออกมาข้างนอก
ตลอดทาง ทุกคนที่พบเห็นหลี่จวินต่างค้อมกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม หลี่จวินก็ยิ้มแย้มทักทายตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี
"เหล่าจวินมาแล้วหรือ เข้ามาสิ!"
หลี่จวินเพิ่งจะมาถึงสระสวรรค์เหยาฉือ ก็ได้ยินเสียงหนึ่งทักทายดังแว่วมา
เสียงนั้นดูเอื่อยเฉื่อยราวกับปลาเค็มตากแห้ง ทว่ากลับแฝงไปด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่อาจปฏิเสธได้
หลี่จวินเดินอมยิ้มเข้าไปข้างใน ประสานมือคารวะ "กระหม่อมขอถวายบังคมฝ่าบาท!"
"วันนี้เหล่าจวินมีเวลาว่างถึงได้มาเยือนสระเหยาฉือของเราได้ล่ะ?"
เง็กเซียนฮ่องเต้นั่งพิงกายอย่างเกียจคร้าน รินสุราลงจอกแล้วยกขึ้นจิบเบาๆ
หลี่จวินนับขนบนแส้ปัดรังควานในมือเล่น "ปล่อยตัวเฉินเซียงไปแล้ว เดินผ่านมาแถวนี้เลยแวะเข้ามาดูสักหน่อย เดี๋ยวค่อยไปหาหยางเจี่ยนต่อ!"
"แล้วทำไมถึงต้องไปหาหยางเจี่ยนด้วยล่ะ?"
เง็กเซียนเอนกายพิงพนัก ยกสุราขึ้นดื่มอีกจอก
"ก็เพราะครอบครัวของพวกเจ้ารังแกคนอื่นไงล่ะ!"
หลี่จวินวางแส้ปัดรังควานลงอย่างไม่ใส่ใจ หยิบจอกสุรามารินให้ตัวเองแล้วยกดื่ม "หลานชายก็เหมือนลุง เจ้ากับหยางเจี่ยนวันๆ เอาแต่รังแกตาเฒ่าอย่างข้า! พอฆ่าคนตายทีไรก็วิ่งโร่มาหาแต่ตาเฒ่า น่ารำคาญชะมัด!"
ดื่มรวดเดียวหมดจอก แล้วรินเติมจนเต็มอีกครั้ง
เง็กเซียนถึงกับไปไม่เป็น
"นี่ท่านคิดจะทิ้งงานงั้นรึ?"
สีหน้าของเง็กเซียนดูอึดอัดใจเล็กน้อย
"เจ้าบอกความจริงกับตาเฒ่ามาเถอะ กฎสวรรค์นั่นมันคืออะไรกันแน่!"
หลี่จวินไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ยกจอกขึ้นซดสุราแล้วกระแทกจอกลงบนโต๊ะอย่างแรง
"แค่กๆๆ!"
เง็กเซียนรีบละล่ำละลักบอก "เหล่าจวิน เหล่าจวิน ท่านจะทิ้งงานกลางคันไม่ได้นะ!"
"ชีวิตของครอบครัวเราล้วนอยู่ในกำมือของท่านนะ!"
"ใจเย็นๆ ต้องใจเย็นๆ ก่อน!" เง็กเซียนยืดตัวขึ้นนั่งตรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรน
หลี่จวินแค่นเสียงเย็น "พวกเจ้าแต่ละคนเก่งแต่เรื่องหลอกใช้ตาเฒ่า มีเรื่องอะไรก็มาขอให้ตาเฒ่าช่วย ขนาดหลานชายเจ้าไปฆ่าคน ก็ยังอุ้มมาหาตาเฒ่า!"
"น่ารำคาญโว้ย!" หลี่จวินสบถอย่างหัวเสีย
เง็กเซียนเกาหัวแก้เก้อ "ก็ในบรรดาทวยเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งสวรรค์ เหล่าจวินคือผู้ที่เก่งกาจที่สุดนี่นา!"
หลี่จวินเอียงคอเล็กน้อย "เจ้าคิดว่าตาเฒ่าอย่างข้าจะสู้เจ้าได้งั้นหรือ?"
เง็กเซียนหัวเราะหึๆ "ลองดูเดี๋ยวก็รู้!"
"เจ้าอยากจะลองดีกับตาเฒ่าจริงๆ หรือเนี่ย?" หลี่จวินถลกแขนเสื้อขึ้น
เง็กเซียนอ้าปากค้าง
ตาเฒ่านี่ วันนี้ไปโดนตัวไหนมากระตุ้นเนี่ย?
ทำไมถึงได้หัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้?
"เหล่าจวิน ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ไว้ก่อน!" เง็กเซียนขยับเข้าไปนั่งข้างๆ เหล่าจวิน รินสุราให้ด้วยท่าทีเอาใจ "ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วยล่ะ?"
"มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ ก็พูดออกมาสิ จะได้ทำให้เรามีความสุข เอ้ย จะได้ให้เราช่วยดูแลเทคแคร์ไง!" เง็กเซียนส่งยิ้มอ่อนโยน
หลี่จวินถอนหายใจยาว "เหนื่อยโว้ย!"
เง็กเซียนเงียบกริบ
"ท่านเป็นถึงปรมาจารย์เต๋านะ ท่านบอกว่าท่านเหนื่อยงั้นรึ?" เง็กเซียนส่ายหัวอย่างจนใจ "พูดออกไป ทวยเทพทั้งสวรรค์จะมีใครเชื่อท่านไหมล่ะ?"
"ขนาดเจ้าเป็นถึงเง็กเซียนฮ่องเต้ยังล้มกางขาแหกเป้าโชว์ได้ แล้วทำไมตาเฒ่าอย่างข้าจะเหนื่อยไม่ได้วะ?" หลี่จวินย้อนถาม
เง็กเซียนทำหน้าจริงจัง "ก็เพราะคนทั้งสามภพเขารู้กันหมดไงล่ะ ว่าเรามันเป็นแค่ตัวไร้ประโยชน์"
"คนทั้งสามภพก็รู้เหมือนกันแหละ ว่าตาเฒ่าอย่างข้านอกจากหลอมโอสถแล้ว ก็ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง!" หลี่จวินเถียงกลับทันควัน
เง็กเซียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "เพราะงั้นเราสองคนก็เลยเป็นพวกไร้ประโยชน์เหมือนกันไง!"
หลี่จวินถึงกับกุมขมับ
ไอ้คำพูดแบบนี้ ฟังแล้วทำไมมันน่าโดนอัดจังวะ?
ชายคนที่เอาแต่ร้องโย่วๆ คนนั้นเคยบอกไว้ว่า เราสามารถแอบอู้งานได้ แต่เราจะกากจริงๆ ไม่ได้!
ตอนนี้คนทั้งสามภพคงคิดว่าพวกเราสองคนกระจอกสุดๆ ไปเลยสินะ?
ก็เพราะเง็กเซียนอย่างเจ้านั่นแหละ!
ปัง!
หลี่จวินกระแทกขวดหยกในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง "ของพรรค์นี้ เจ้าเก็บไว้ดูแลเองเลย!"
เง็กเซียนสะดุ้งเฮือก รีบคว้าขวดเอาไว้ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว "ถ้าทำแตกขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?"
"ถ้าแตก เจ้าก็ปั้นขึ้นมาใหม่เองสิ!" หลี่จวินยิ้มเย็น
เง็กเซียนถึงกับพูดไม่ออก
"ตอนนี้บาดแผลจากวิถีสวรรค์บนร่างของเรายังไม่หายดี ท่านจะให้เรามาคอยดูแลขวดกักวิญญาณใบนี้เนี่ยนะ?" เง็กเซียนหน้าดำทะมึน
หลี่จวินแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ "หลายปีมานี้ พลังเวทกว่าครึ่งของตาเฒ่าต้องสูญเสียไปกับการสะกดขวดใบนี้ เจ้าบาดเจ็บเป็นคนเดียวหรือไง ตาเฒ่าบาดเจ็บไม่เป็นรึไง?"
เง็กเซียนกำขวดกักวิญญาณแน่น ผุดลุกขึ้นยืนทันที จ้องมองหลี่จวินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เหล่าจวิน ท่านเองก็ได้รับบาดแผลจากวิถีสวรรค์ด้วยงั้นหรือ?"
"เฮ้อ!"
"เราเป็นคนทำร้ายปรมาจารย์เต๋าอย่างท่านเองสินะ!"
เง็กเซียนกำขวดกักวิญญาณแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็สมควรจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง"
"พอเลย เลิกเล่นงิ้วได้แล้ว!" หลี่จวินคว้าขวดกักวิญญาณกลับคืนมา แล้วเก็บเข้าไปในร่างกาย "สภาพปางตายแบบเจ้าน่ะ ถ้าขืนให้เจ้าลงมือเอง ตาเฒ่ารับรองได้เลยว่าอีกสามปีเจ้าได้วิญญาณแตกซ่านแน่!"
เง็กเซียนยิ้มกริ่ม "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณปรมาจารย์เต๋ามากเลยนะ"
"เจ้านี่มันจริงๆ เลย!" หลี่จวินชี้หน้าเง็กเซียน หยิบขวดยาขวดหนึ่งออกมาส่งให้ "ตายไปแล้วตายังต้องมานั่งจัดงานศพให้อีก!"
"แถมผู้สืบทอดตำแหน่งจอมเทพแห่งสามภพคนต่อไป ก็ยังไม่ได้กำหนดเอาไว้ด้วยซ้ำว่าจะให้เป็นใคร"
"หากเจ้าตายไป..."
หลี่จวินสะบัดแส้ปัดรังควานไปมา "ตาเฒ่าก็จะผลักดันองค์ชายกาดำน้อยให้ขึ้นครองบัลลังก์ แล้วค่อยเชิดเขาเป็นหุ่นเชิด ส่วนตาเฒ่าก็จะว่าราชการอยู่หลังม่าน กุมอำนาจจอมเทพแห่งสามภพซะเอง"
เง็กเซียนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เพราะยังไงลูกชายสายตรงของเราก็เหลือแค่องค์ชายกาดำน้อยคนเดียวแล้วนี่นา!"
"เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้หยางเจี่ยน ที่ฟันพี่ชายทั้งเก้าคนของเขาทิ้งจนหมด ทำให้เขากลายเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งอย่างชอบธรรม"
หลี่จวินเบ้ปาก
เง็กเซียนรินสุราให้หลี่จวินอีกจอก "ถ้าปรมาจารย์เต๋าได้เป็นจอมเทพแห่งสามภพ ท่านคิดว่าหลานชายของเราจะก่อกบฏไหมล่ะ?"
หลี่จวินกระดกสุรารวดเดียวหมดโดยไม่สนใจ "เจ้าคิดว่าเขาจะสู้ตาเฒ่าได้ไหมล่ะ?"
เง็กเซียนถึงกับนิ่งอึ้ง
ดูเหมือนจะสู้ไม่ได้จริงๆ แฮะ
เก่งนักก็ลองไปสู้กันด้วยวิชาต่อสู้ตัวต่อตัวดูสิ ดูซิว่าหยางเจี่ยนจะตบไอ้แก่หัวรั้นอย่างท่านให้คว่ำได้ไหม!
"เอาล่ะ เจ้าบอกความจริงกับตาเฒ่ามาเถอะ กฎสวรรค์นั่นมันคืออะไรกันแน่?" หลี่จวินถามย้ำ "ตาเฒ่ามีความรู้สึกว่า กฎสวรรค์ไม่น่าจะเป็นแค่เรื่องผิวเผินแบบนั้น"
เง็กเซียนชี้มาที่ตัวเอง "ตอนนี้ในร่างของเรามีทั้งพลังแห่งวิถีสวรรค์ และบาดแผลจากวิถีสวรรค์ ปรมาจารย์เต๋า ท่านคิดว่าเราพูดได้ไหมล่ะ?"
"ถ้ามันลำบากนัก เจ้าก็หาวิธีติดต่อเจ้าแม่หนี่ว์วาและมหาเทพฝูซี ให้พวกเขากลับมาสิ" หลี่จวินดีดนิ้วดังเป๊าะ
เง็กเซียนทำหน้างง
ถ้าเราติดต่อได้ ป่านนี้เราคงไม่ต้องมานอนเป็นปลาเค็มตากแห้งอยู่อย่างนี้หรอก!
"ปรมาจารย์เต๋า หลังจากนี้คงต้องรบกวนท่านอีกแล้ว!" เง็กเซียนกล่าว "ครั้งนี้ เฉินเซียงคงไม่ไร้เดียงสาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีเอ้อร์หลางคอยปกป้อง สักวันหนึ่งเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงกฎสวรรค์นี้ได้อย่างถึงรากถึงโคนแน่นอน!"
หลี่จวินแค่นเสียงหัวเราะ "ก็แค่ไอ้สวะเฉินเซียงเนี่ยนะ?"
เง็กเซียนหน้าตากระตุก "สวะแล้วมันทำไมล่ะ? สวะมันไปกินข้าวสารบ้านท่านหรือไง?" หลี่จวินปลดเข็มขัดกางเกงออก แล้วยื่นส่งให้เง็กเซียน "เจ้าไม่อยากหวดเฉินเซียงบ้างหรือไง?"
"ก็อยากอยู่นะ!"
เง็กเซียนรับมาด้วยความงุนงง "ท่านให้เข็มขัดกางเกงเรามาทำไมเนี่ย?"
"ไอ้ของพรรค์นี้น่ะ เอาไว้ฟาดคนมันถนัดมือดีนักล่ะ!" หลี่จวินยิ้มร่า "ของเจ้านี่นะ ทั้งรัดทั้งฟาด เจ้าคงใช้ถนัดมือแน่ๆ!"
เง็กเซียนถึงบางอ้อ "ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!"
หลี่จวินเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดของเง็กเซียนบ้าง เง็กเซียนรีบถอยกรูด เอามือปิดหน้าอก "ท่านจะทำอะไรเนี่ย?"
"ก็ทำไงล่ะ!"
"ตาเฒ่าให้เข็มขัดเจ้าไปแล้ว เข็มขัดของเจ้าก็ต้องให้ตาเฒ่าสิ!" หลี่จวินกระชากเข็มขัดของเง็กเซียนออกมาหน้าตาเฉย "ตกลงตามนี้นะ แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย!"
ของวิเศษชิ้นนี้ของเจ้า มันดีกว่าเข็มขัดของตาเฒ่าตั้งเยอะ
ได้มาแบบเนียนๆ สบายใจเฉิบ!
เง็กเซียนยืนแข็งทื่อเป็นหิน
นี่ใช่เหล่าจวินคนเดิมจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย?
"เอาล่ะ ตกลงว่าเรื่องกฎสวรรค์บอกไม่ได้จริงๆ ใช่ไหม?" หลี่จวินคาดเข็มขัดเสร็จก็ถามขึ้น
เง็กเซียนส่ายหน้า "พูดลำบากน่ะ"
"กะแล้วเชียว ว่ากฎสวรรค์มันไม่ใช่แค่เรื่องตื้นๆ!" หลี่จวินยิ้มบางๆ "พลังแห่งวิถีสวรรค์ จอมเทพแห่งสามภพ บาดแผลจากวิถีสวรรค์..."
"กฎสวรรค์..."
มุมปากของหลี่จวินประดับด้วยรอยยิ้ม "บางที ตาเฒ่าอาจจะเข้าใจแล้วก็ได้!"
"ปรมาจารย์เต๋าเข้าใจก็ดีแล้ว!" เง็กเซียนเอ่ย "กฎสวรรค์ก็เป็นเพียงแค่ฟืนท่อนหนึ่งเท่านั้น"
"หา? ข้าเนี่ยนะเป็นฟืนท่อนหนึ่ง?" หลี่จวินหลุดปากถาม
"ท่านจะเป็นฟืนได้ยังไง กฎสวรรค์ต่างหากล่ะ!" เง็กเซียนอธิบาย "ปรมาจารย์เต๋าน่าจะเข้าใจความหมายนะ"
หลี่จวินเงยหน้ามองท้องฟ้า เอามือปาดคอตัวเอง "หรือว่าจะให้ข้าเชือดล้างบางมันดีไหม?"
เง็กเซียนใบ้กิน
เชือดล้างบางงั้นรึ?
ท่านเอาเวลาไปติดต่อมหาเทพฝูซีและเจ้าแม่หนี่ว์วาซะยังจะดีกว่า
ปรมาจารย์เต๋าเอ๋ย ไปอาบน้ำนอนเถอะ ในความฝันน่ะอยากได้อะไรก็มีหมดแหละ!
[จบแล้ว]