- หน้าแรก
- เบสบอล ระบบเมเจอร์ลีก
- บทที่ 281 มื้อเที่ยงของครอบครัว
บทที่ 281 มื้อเที่ยงของครอบครัว
บทที่ 281 มื้อเที่ยงของครอบครัว
บทที่ 281 มื้อเที่ยงของครอบครัว
“อย่างที่ผมบอกไป ผมยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาลเลยครับ ทันทีที่เราทราบเรื่องอะไรเพิ่มเติม เราจะรีบประกาศให้ทราบทันทีครับ”
เซจิ ฮานาดะ วางสายโทรศัพท์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสายที่ 20 ของช่วงบ่ายนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น สำนักข่าวทุกแห่งต่างก็ต้องการอัปเดตล่าสุดว่าอาการของเคนเป็นอย่างไรบ้าง
โชคร้ายที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรที่จะเอาไปบอกได้เลย
เขาถอนหายใจออกมาและแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า สีส้มของดวงอาทิตย์ยามอัสดงที่ทาบตกกระทบหมู่เมฆ ช่างผสมปนเปไปกับความรู้สึกไร้หนทางของเขาในเวลานั้น
ครืด ครืด
“บ้าเอ๊ย อะไรอีกล่ะเนี่ย?” เขาสบถ แทบจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงถนนอยู่แล้ว
ทว่า ในวินาทีต่อมา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าข้อความนั้นส่งมาจากคริส พ่อของเคน
‘เคนปลอดภัยดีครับ หมอบอกว่าเขาฟื้นตัวได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ แต่หมออยากให้อยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสักคืนนึงครับ’
หลังจากอ่านข้อความ เซจิก็รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอก ความโล่งใจที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากรู้ว่าเคนปลอดภัยดีนั้น เพียงพอที่จะเปลี่ยนอารมณ์ของเขาได้อย่างรวดเร็ว
“ฉันควรจะรีบไปบอกทุกคนดีกว่า” เขาพึมพำ
พวกผู้เล่นทีมโยโกฮาม่ารู้สึกช็อกและหดหู่ยิ่งกว่าเขาเสียอีก บางคนถึงกับกินข้าวไม่ลงและตรงดิ่งไปนอนคลุมโปงเลยด้วยซ้ำ
เขาเดินกลับเข้าไปในที่พักและกำลังจะเรียกให้ทุกคนมารวมตัวกัน อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าพวกเด็กๆ อยู่ในห้องอาหารกันหมดแล้ว กำลังรอให้ไลน์บุฟเฟต์เปิด
ไม่เพียงแค่นั้น ท่าทีหดหู่เศร้าหมองของพวกเขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าปิติยินดีและบรรยากาศแห่งความรื่นเริง
โค้ชฮานาดะทำได้เพียงมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน นี่ไม่ใช่สภาพของพวกเด็กๆ ที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อไม่ถึง 10 นาทีก่อนหน้านี้เลยนี่นา
‘...หรือว่าพวกเขาจะรู้ข่าวแล้วเหมือนกัน?...’ เขาคิด
“โค้ชครับ! ได้ยินข่าวหรือยังครับ? เคนปลอดภัยดีร้อยเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ!”
ชิโระซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ซึมเศร้าและกระวนกระวายที่สุดหลังจากเห็นเหตุการณ์ กระโดดโลดเต้นไปมาราวกับเด็กเตาะแตะที่กินน้ำตาลเข้าไปมากเกิน หางตาของเขายังมีหยาดน้ำตาที่ยังไม่แห้งเหือดติดอยู่ แสดงให้เห็นเลยว่าเขาดีใจกับข่าวนี้มากแค่ไหน
“ใช่ครับ หมอนั่นน่ะอึดจะตายไป ลูกเบสบอลอัดเข้าหัวแค่นั้นทำอะไรเขาไม่ได้หรอกน่า” ฮิโรกิเสริมด้วยรอยยิ้มกว้าง
คนอื่นๆ ในทีมต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดเหล่านั้น พากันปั้นหน้าทำเป็นว่า 'ฉันไม่ได้เป็นห่วงสักหน่อย'
“แล้วพวกเธอไปรู้ข่าวมาได้ยังไงล่ะ?” โค้ชฮานาดะถาม ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งปรี๊ด
ไอซึ่งยืนอยู่กับผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ค่อยๆ ยกมือขึ้น
“แม่ของหนูสนิทกับคุณแม่ของเคนน่ะค่ะ แม่ก็เลยส่งข่าวมาบอกเมื่อกี้นี้เอง” เธอยอมรับพร้อมกับยิ้มบางๆ
เธอจงใจละเว้นเรื่องที่เธอได้คุยโทรศัพท์กับเขาเป็นการส่วนตัวไว้ เพราะคนทั้งทีมไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนั้น ทว่าคำอธิบายนี้ก็ดูเหมือนจะเพียงพอแล้วสำหรับโค้ช
โค้ชฮานาดะยิ้มอ่อนๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น พวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ฉลองชัยชนะที่เอาชนะโอซาก้ามาได้เลย แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วจะชนะเพราะอีกฝ่ายขอยอมแพ้ แต่พวกเขาก็นำอยู่ 2-0 และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะปิดเกมได้ในอินนิ่งที่ 9 อยู่ดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคนยังคงรักษาฟอร์มเก่งเหมือนใน 8 อินนิ่งแรกเอาไว้ได้
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามหาคำพูดที่เหมาะสม
“เอาล่ะ ทุกคนฟังให้ดี” เขาขึ้นเสียงดึงความสนใจจากผู้เล่นทุกคน
“วันนี้ทุกคนเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก และฉันก็ภูมิใจในตัวพวกนายทุกคนสุดๆ” สายตาของเขากวาดมองไปตามผู้เล่นที่เขาดูแลมาตลอด แม้บางคนเขาจะเพิ่งสอนมาได้แค่ 5 เดือน แต่บางคนอย่างมาโคโตะก็อยู่ด้วยกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว
“แต่... มันยังไม่จบหรอกนะ... เรายังมีอีกหนึ่งแมตช์ก่อนที่เราจะสามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็นแชมป์ระดับประเทศ”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น ความตื่นเต้นก็ปกคลุมไปทั่วทั้งกลุ่ม นี่คือเป้าหมายที่พวกเขาใฝ่ฝันหามาอย่างยาวนาน
“ฉันรู้ว่าผู้เล่นตัวหลักของเราหายไปคนนึง แต่ฉันก็ยังเชื่อว่าพวกเรามีความสามารถพอที่จะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ และคว้าธงแชมป์มาให้กับโยโกฮาม่าได้” เซจิกล่าวอย่างมั่นใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
“โอร่าาาา”
“คืนนี้มาดื่มด่ำกับชัยชนะกันให้เต็มที่ ส่วนเรื่องรอบชิงชนะเลิศค่อยว่ากันพรุ่งนี้”
“เย้!”
“โยโกฮาม่า!”
“สู้โว้ย!”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนดังลั่น เซจิก็ส่งสายตาขอโทษไปให้เหล่าพนักงานที่พักซึ่งต้องมาทนรับมือกับกลุ่มวัยรุ่นจอมโวยวายเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาเพียงแค่ยิ้มและหัวเราะอย่างขบขันไปกับบรรยากาศอันแสนสุขนั้น
และแล้ว ทีมก็เริ่มลงมือจัดการอาหารค่ำ เฉลิมฉลองชัยชนะเหนือคู่แข่งที่เรียกได้ว่าหินที่สุดในโคชิเอ็ง
เช้าวันรุ่งขึ้น เคนได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลในเวลาประมาณ 10 โมงเช้า
ความจริงเขาสามารถกลับได้ตั้งแต่ 7 โมงเช้าแล้ว แต่คุณหมออยากจะทำการทดสอบเพิ่มเติมอีกสองสามอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่พลาดอะไรไป
แม้จะไฟเขียวให้เคนกลับบ้านได้แล้ว แต่คุณหมอฮิเงะก็ยังคงรู้สึกฉงนใจอยู่ดี ผลการตรวจเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสสูงมากที่จะมีเลือดออกในสมอง ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดลิ่มเลือดและภาวะความดันกะโหลกศีรษะสูง
ทว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเข้ารับการรักษา สิ่งเหล่านั้นกลับหายไปจนหมดสิ้น
ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีรอยฟกช้ำด้านข้างศีรษะของเคนให้เห็น เขาคงไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้เคยได้รับบาดเจ็บมา
“จำไว้นะครับ ห้ามทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงหนักๆ เป็นเวลาสองสามวัน และถ้ารู้สึกหน้ามืดหรือคลื่นไส้ ให้รีบกลับมาตรวจทันทีเลยนะครับ” คุณหมอกล่าวพร้อมกับยิ้มบางๆ
“เอ่อ คุณหมอคะ มีอาหารประเภทไหนเป็นพิเศษที่ควรเน้นทานเพื่อช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้นไหมคะ?” ยูกิถาม ในมือถือสมุดจดเตรียมพร้อม
“เอ่อ... ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ แค่ดูแลให้เขาได้รับแคลอรี่ตามปริมาณที่แนะนำต่อวันก็พอแล้วครับ”
เคนพยายามอย่างเต็มที่ที่จะตัดจบบทสนทนาและขอตัวกลับ แต่แม่ของเขาก็ยังคงยิงคำถามใส่คุณหมอไม่หยุด เธอเริ่มจดลงในสมุดอย่างเอาเป็นเอาตายและอ้าปากเตรียมจะถามต่อ
“แม่ครับ หมอก็บอกแล้วไงว่าผมสบายดี พ่อกับไดจิรอพวกเราอยู่ที่รถไม่ใช่เหรอครับ?”
แต่คำพูดของเขากลับเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ยูกิยังคงชวนคุณหมอคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ สารพัดเรื่องที่เธอจะนึกออก จนคุณหมอเริ่มหน้าแดงกล่ำ
“อ-เอ่อ ขอโทษทีนะครับคุณนายทาคากิ พอดีผมโดนเรียกตัวด่วนน่ะครับ”
จากนั้นโดยไม่ทันได้กล่าวลากัน เขาก็รีบผลุนผลันออกจากห้องไป แทบจะวิ่งชนกำแพงด้วยความรีบร้อนที่จะหนีเอาตัวรอด
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน