เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 437 : เดินหน้าเข้ารูปเข้ารอย | บทที่ 438 : เอกสารหนึ่งฉบับ

บทที่ 437 : เดินหน้าเข้ารูปเข้ารอย | บทที่ 438 : เอกสารหนึ่งฉบับ

บทที่ 437 : เดินหน้าเข้ารูปเข้ารอย | บทที่ 438 : เอกสารหนึ่งฉบับ


บทที่ 437 : เดินหน้าเข้ารูปเข้ารอย

“ป่ายเซ่อ: ผลผลิตต้นสบู่ดำทำสถิติใหม่อีกครั้ง นำร่องเส้นทางใหม่ของพลังงานชีวภาพที่ไม่ใช่อาหารระดับประเทศ!”

“มณฑลกุ้ย: ฐานวัตถุดิบพลังงานชีวมวลหลายล้านหมู่ต้อนรับการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่อีกครั้ง ผลผลิตรวมทะลุสองล้านตัน!”

“ภูเขาหัวโล้นเปลี่ยนเป็นทุ่งนาชั้นดี ‘บ่อน้ำมัน’ ชีวภาพนับล้านหมู่ในฉู่สยงทำผลงานน่าประทับใจ!”

พอเข้าสู่เดือนตุลาคม มณฑลกุ้ยและมณฑลอวิ๋นก็เริ่มเก็บเกี่ยวผลสบู่ดำ

ทั้งสองพื้นที่ได้ประกาศผลงานทันที

จางซื่อจงจากกรมป่าไม้ฉู่สยงถึงกับประกาศสโลแกนต่อหน้าสาธารณชนในงานส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมป่าไม้พลังงานในต่างพื้นที่

“ลงทุนปลูกต้นสบู่ดำ เข้าเสฉวนได้ แต่ยิ่งต้องลงไปยูนนาน”

ตอนที่กัวหยางเห็นคำพูดของจางซื่อจง เขาก็แทบจะหัวเราะจนบ้า

“จางซื่อจงคนนี้ ไม่เห็นมณฑลกุ้ยอยู่ในสายตาเลยนะ!”

ฉีจื่อเหวินที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะตาม “อาจจะแค่อารมณ์เสียก็ได้ครับ ตอนนี้มณฑลกุ้ยทุ่มเทกำลังทั้งมณฑลเพื่อพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนที่เข้าไปหรือเกษตรกรในพื้นที่ ต่างก็มีความกระตือรือร้นในการปลูกต้นไม้สูงกว่า มณฑลอวิ๋นยังถือว่าตามหลังอยู่นิดหน่อย”

ทั้งสองคนรู้ดีว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ปัญหาชนกลุ่มน้อยในมณฑลอวิ๋นนั้นเบากว่าพื้นที่สามจังหวัดในมณฑลเสฉวน แต่ก็หนักกว่าในมณฑลกุ้ย

แต่ว่าพื้นที่เป้าหมายหลักที่เจียเหอกำลังพัฒนาอยู่ในตอนนี้ ล้วนถือเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาน้อย

ทว่าก็ต้องเริ่มก้าวเข้าไปในพื้นที่อื่นบ้างแล้ว

แต่ไม่จำเป็นว่าเจียเหอจะต้องเป็นคนไปลุยน้ำขุ่น ทุนหรือองค์กรอื่นๆ ก็ไปได้ อย่างเช่นซีเอ็นพีซีที่ทำงานอืดอาด ก็ทำได้แค่ไปช่วยแก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่พวกนี้

กัวหยางไม่ได้หมกมุ่นกับปัญหานี้ เขาครุ่นคิดพลางกล่าว “พอเก็บเกี่ยวสบู่ดำเสร็จ อาหารจานหลักก็กำลังจะมาแล้ว”

ฉีจื่อเหวินกล่าว “เตรียมตัวเท่าที่ทำได้ไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็ทำได้แค่แก้ปัญหาไปตามสถานการณ์”

การต่อสู้ระหว่างเจียเหอกับบริษัทน้ำมันแบบดั้งเดิมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวของคนระดับรากหญ้า

ที่ฉู่สยง ริมแม่น้ำจินซา นกน้ำหยอกล้อ ปลาลอยฟ่องเล่นแสงตะวัน

บนภูเขาหัวโล้นในหุบเขาแห้งแล้งและร้อนระอุแต่เดิม บัดนี้เต็มไปด้วยต้นสบู่ดำที่ตั้งตระหง่านอย่างมีระเบียบเรียบร้อย

ชาวบ้านชื่อหยางติ้งอี้รับเหมาเช่าภูเขาหัวโล้น 600 หมู่

จับจอบขุดดิน ประคองต้นกล้ากลบดิน กั้นคันดินรดน้ำ... ผ่านไปสามปีติดต่อกัน ภูเขาที่เคยโล้นเตียนผืนนี้ก็พลิกโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง

“หยางติ้งอี้ ฉันดูมารอบใหญ่แล้ว มีแต่ผลไม้บ้านนายที่ออกดกที่สุด!”

“แน่นอนสิ” หยางติ้งอี้ภูมิใจมาก เพราะเขาเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ลงมือเช่าที่ดิน ย่อมได้เลือกแปลงที่มีแหล่งน้ำดีที่สุดและดึงน้ำมาใช้ได้สะดวกที่สุด

ถึงแม้ต้นสบู่ดำจะทนแล้ง ทนความแห้งแล้งกันดาร แต่ก็เหมือนกับคนนั่นแหละ กินเยอะก็ย่อมขับถ่ายเยอะ

“หมู่หนึ่งได้ผลผลิตกี่ชั่งล่ะเนี่ย?”

คนที่มาคือหัวหน้าจากกรมป่าไม้ของอำเภอที่ลงพื้นที่มาเยี่ยมเยียน ชื่อว่าหวังหง ตอนมาถึงเขาก็เห็นรถบรรทุกคันหนึ่งจอดอยู่ริมถนนใหญ่ รวมถึงรถเพื่อการเกษตรขนาดเล็กหลายคันที่วิ่งรับส่งไปมาไม่หยุด

หยางติ้งอี้ชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว

หวังหงร้องอุทาน “3,000 ชั่ง?”

หยางติ้งอี้ยิ้มแล้วพยักหน้า

“โคตรเจ๋งเลยแม่ง!” หวังหงพึมพำ “ต่อให้ชั่งละ 4 เหมา หนึ่งหมู่ก็ตก 1,200 หยวน! 600 หมู่ก็คือ 720,000 หยวน! รวยเละแล้ว!”

“ที่ไหนจะมีเยอะขนาดนั้น” หยางติ้งอี้รำพึง “ลือกันว่าเดี๋ยวอาจจะลดราคาลง ราคาที่รับซื้ออาจจะให้ไม่ถึง 4 เหมาต่อชั่ง แถมยังต้องหักลบกลบหนี้เงินกู้ของปีก่อนๆ ไปส่วนหนึ่ง พอหักต้นทุนแล้ว ที่ตกถึงกระเป๋าก็มีไม่เท่าไหร่หรอก”

“ก็ไม่น้อยแล้วนะ หลังจากนี้ก็มีให้เก็บทุกปี”

“นั่นก็จริง”

หยางติ้งอี้รู้สึกว่าวันแห่งความสุขอยู่ไม่ไกลแล้ว เขายังมีใจอยากจะเหมาเช่าภูเขาและที่ดินรกร้างเพิ่มอีกหน่อย

อย่างไรเสียช่วงหลายปีมานี้คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านก็ออกไปทำงานข้างนอกกันหมด ภูเขาและเนินเขารกร้างมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ที่มณฑลกุ้ย บนเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อนแห่งหนึ่งในอำเภอเถียนหยาง มีป่าไม้สองผืนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตั้งอยู่ตรงข้ามกัน

ฝั่งหนึ่งคือต้นยูคาลิปตัสโตเร็ว ฝั่งหนึ่งคือต้นสบู่ดำ ทั้งคู่ถูกปลูกลงดินพร้อมๆ กันเมื่อสองปีก่อน

ในช่วงสองปีนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็เคยแอบด่ากันและกันว่าไอ้โง่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ทว่า พอเห็นต้นสบู่ดำออกผลภายในเวลาสองปี และพ่อค้าคนกลางก็มารับซื้อตามกำหนด พวกเกษตรกรที่ปลูกต้นยูคาลิปตัสโตเร็วก็รู้สึกหมดไฟขึ้นมาดื้อๆ

ทำได้แค่ปลอบใจตัวเองว่า ผลตอบแทนของต้นยูคาลิปตัสโตเร็วนั้นสูงกว่านี้ตั้งเยอะ แถมยังได้เงินก้อนทีเดียวรวด...

แต่พอคิดขึ้นมาว่า ภาพที่ทำได้แค่มองคนอื่นนั่งนับเงินแบบนี้ จะต้องเกิดขึ้นอีกอย่างน้อยสองสามครั้ง เขาก็รู้สึกหดหู่ใจนิดๆ

แม่งเอ๊ย! คราวหน้าเปลี่ยนไปปลูกต้นสบู่ดำดีกว่า

กรณีศึกษาที่มีชีวิตจริงปรากฏขึ้นในมณฑลกุ้ยและมณฑลอวิ๋นทีละรายๆ ผู้คนที่เริ่มตื่นตัวและอยากจะลงมือทำก็มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ถังเว่ยหัวจากบริษัทเจียเหอชีวเคมี หลังจากเสร็จสิ้นการรับซื้อเมล็ดเหวินกวนกั่วทางตอนเหนือแล้ว ก็กลับมาที่ภาคใต้เพื่อเป็นประธานจัดการงานต่อ

ไม่นานเขาก็ถูกผู้คนที่เข้ามาสอบถามห้อมล้อม “ประธานถัง ยังมีกล้าพันธุ์อยู่ไหม?”

“ประธานกัว คุณไม่ได้มาตรวจงานที่มณฑลกุ้ยพักใหญ่แล้วนะ!”

หม่าเปียว ผู้นำฝ่ายท้องถิ่นของมณฑลกุ้ยที่เกิดในเถียนหยางโทรหากัวหยางและกล่าวเชิญชวน

กัวหยางพูด “ปลีกตัวไม่ได้จริงๆ ครับผู้นำ ช่วงนี้เจียเหอเพิ่งเปิดโครงการใหม่ๆ ไปเยอะมาก”

หม่าเปียวพูด “การศึกษาความเป็นไปได้ของคลองผิงลู่ผ่านการประเมินจากรัฐบาลแล้วนะ”

“นี่เป็นเรื่องดีสำหรับมณฑลกุ้ยเลยนะเนี่ย!”

“ทางมณฑลวางแผนจะเปิดตัวโครงการนี้ เลยอยากจะถามว่าเจียเหอมีแผนจะเข้ามาร่วมหุ้นด้วยไหม?”

กัวหยางแอบขำอยู่ในใจ ตอนนั้นเจียเหออยากจะเข้าถือหุ้นในกลุ่มการท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ แต่ถูกปฏิเสธ เรื่องที่เจียเหอจะออกทุนให้กับคลองผิงลู่ก็เลยจบลงแบบเงียบๆ

ไม่สิ...

“แผนคลองผิงลู่เริ่มเดินเครื่องแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ ทางมณฑลวางแผนให้กรมการขนส่งของมณฑลเป็นแกนนำ ให้กลุ่มทุนของรัฐขนาดใหญ่ในหนานหนิง ชินโจว กลุ่มการท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ และบริษัทอีก 6 แห่งร่วมกันระดมทุน ธนาคารก็ตกลงปล่อยกู้แล้วด้วย”

นี่มันไม่ตรงกับบทที่กัวหยางคิดไว้เลย

ในไทม์ไลน์เดิม คลองผิงลู่เริ่มสร้างเร็วขนาดนี้ที่ไหนกัน อย่างน้อยก็เร็วกว่ากำหนดสิบกว่าปีเลยนะ

“มีแผนจะลงทุนเท่าไหร่เหรอครับ?”

“จากการประเมิน โครงการทั้งหมดต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 5 หมื่นล้าน แต่ทุนจดทะเบียนตามแผนคือ 2 หมื่นล้าน ซึ่งก็คือเงินลงทุนจริง”

ในใจของหม่าเปียวรู้สึกประหม่ามาก

การที่ธนาคารยอมปล่อยกู้ก็เพราะมองเห็นอนาคตของป่าพลังงานชีวภาพ สถานการณ์ปัจจุบันของป่าพลังงานต้นสบู่ดำนั้นเกินความคาดหมายของทุกคนไปมาก

แค่ปีที่สาม ก็มีตัวอย่างผลผลิต 3,000 ชั่งต่อหมู่แล้ว หากคิดจากอัตราส่วนการสกัดน้ำมันได้หนึ่งในสาม ก็เท่ากับว่าแต่ละหมู่สามารถผลิตไบโอดีเซลได้ถึง 0.5 ตัน!

โครงการที่เจียเหอวางแผนจะลงทุนปลูกต้นสบู่ดำสิบล้านหมู่ในมณฑลกุ้ย ปลูกเสร็จไปแล้วกว่าครึ่ง ส่วนที่เริ่มออกผลแล้วยิ่งมีถึงสองสามล้านหมู่

สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนคลองผิงลู่ได้อย่างแน่นอนในระยะสั้น

ในระยะยาว มณฑลกุ้ยวางแผนจะพัฒนาต้นสบู่ดำ 20 ล้านหมู่ และยังมีการขนส่งสู่ตลาดที่มีศักยภาพในเขตตะวันตกเฉียงใต้อีกด้วย

อนาคตของคลองผิงลู่ดูดีทีเดียว

ธนาคารไม่เพียงแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้เสีย แต่ยังสามารถอาศัยโอกาสนี้กอบโกยดอกเบี้ยได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่ธนาคารก็หวังว่าจะดึงเจียเหอมาร่วมด้วย นี่คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ป่าพลังงานเติบโตขึ้นได้

มณฑลกุ้ยเองก็หวังว่าจะดึงเจียเหอมาร่วมด้วย เพราะถึงธนาคารจะปล่อยกู้ แต่เงินทุนก็ยังมีช่องโหว่ ต้องการให้เจียเหอมาช่วยอุดช่องว่างส่วนหนึ่ง แล้วค่อยไปยื่นขอจากรัฐบาลอีกส่วนหนึ่ง

เรื่องนี้ก็ถือว่าสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

กัวหยางฟังจบก็ถาม “ต้องการให้เจียเหอออกเท่าไหร่ครับ?”

หม่าเปียวตอบ “2 พันล้าน ได้หุ้น 10%”

กัวหยางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด “ผู้นำ คุณก็รู้นี่ครับ ความกดดันด้านยอดขายไบโอดีเซลนั้นมีมาก เจียเหอต้องใช้เงินสำรองจ่ายจำนวนมหาศาลในการรับซื้อผลผลิต แล้วยังเปิดโครงการอื่นอีกหลายตัว เงินทุนของเจียเหอก็ตึงมือเหมือนกันนะครับ!”

หม่าเปียวเตรียมตัวมาอย่างดี จึงกล่าวตอบ “เรื่องยอดขายไบโอดีเซล ทางมณฑลจะคอยสนับสนุนเจียเหออย่างเต็มที่ มณฑลกุ้ยมีโรงกลั่นน้ำมันของรัฐอยู่ที่เถียนตง และมีลูกค้าปลายน้ำที่ร่วมมือกันอยู่มากมาย ลูกค้าเหล่านี้ก็สามารถแชร์กับเจียเหอได้

นอกจากนี้ บริษัทเชื้อเพลิงเรือเดินสมุทรก็จะเพิ่มการสนับสนุนเจียเหอด้วย”

“แบบนี้จะดีเหรอครับ?”

“ไม่เป็นไรหรอก ดีเซลกับไบโอดีเซลไม่ได้ขัดแย้งกันสักหน่อย ไม่แน่ว่าลูกค้าอาจจะยินดีด้วยซ้ำไป”

กัวหยางกล่าวอย่างครุ่นคิด “ผู้นำครับ อย่างน้อยปีนี้เจียเหอก็คงควักเงินให้ไม่ได้หรอก”

หม่าเปียวพูด “ไม่รีบๆ เราก็ยังมีงานอื่นที่ต้องเตรียมตัวอีกเยอะ ถ้าปีหน้าเสร็จได้ก็ถือว่าจุดธูปบูชาพระได้ของดีแล้ว”

กัวหยางพยักหน้า “ตกลงครับ หุ้น 10% นี้ เจียเหอรับไว้เอง”

อนาคตของการลงทุนก้อนนี้จะเป็นอย่างไร กัวหยางก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก แต่ที่ลงทุนไปก็เพราะอยากลงทุนล้วนๆ

กัวหยางยังพอรู้ว่าเจียเหอสามารถควักเงินออกมาได้เท่าไหร่ บอกได้แค่ว่ามีเยอะมากๆ เงิน 5 หมื่นล้านนี้จะให้เจียเหอออกทั้งหมดก็คงไม่มีปัญหา

ด้วยความทรงจำของผู้ทะลุมิติ ความมั่งคั่งของเจียเหอที่สะสมมาจากการลงทุนทางการเงินนั้นเป็นอะไรที่เหนือจริงมาก

2 พันล้านก็เป็นแค่เศษเงินเท่านั้นแหละ

แต่เงินทองต้องไม่ให้ใครเห็น นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมกัวหยางถึงอยากจะทำโครงการจัดการระบบนิเวศให้มากขึ้นอีกสักหน่อย

เจียเหอทำเงินได้ก็จริง แต่ดูสิ เงินเอาไปลงทุนในการก่อสร้างต่างๆ หมดแล้ว ดึงโครงการใหญ่สักโครงการออกมาก็ทำให้คนอ้าปากค้างได้แล้ว

สองวันต่อมา กัวหยางก็เดินทางไปมณฑลกุ้ย ร่วมหารือกับทางมณฑลเรื่องคลองผิงลู่ และได้ร่างแผนเบื้องต้นออกมา

จากนั้น กัวหยางก็ไปรวมตัวกับฟางเสี่ยวจาง และไปเยือนโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีเถียนตงด้วยกัน

ที่นั่นมีบ่อน้ำมันขนาดเล็กหนึ่งแห่ง โรงกลั่นน้ำมันขนาด 1 ล้านตันหนึ่งแห่ง และโรงงานน้ำมันหล่อลื่นขนาด 1 แสนตันอีกหนึ่งแห่ง

ภายใต้การจัดการของรัฐบาลระดับมณฑล เจียเหอชีวเคมีและโรงงานแห่งนี้ก็บรรลุความร่วมมือกันได้อย่างราบรื่น

ตามมาติดๆ ด้วยการอาศัยโรงงานแห่งนี้เป็นตัวกลาง บรรลุข้อตกลงกับปั๊มน้ำมันเอกชนและบริษัทขายน้ำมันในระดับปลายน้ำอีกมากมาย

ในตอนนั้นเอง การเก็บเกี่ยวต้นสบู่ดำก็เข้าสู่ช่วงเร่งด่วนสุดท้าย

รถบรรทุกผลไม้หลายคันถูกส่งไปยังโรงกลั่นน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ถูกนำไปบีบอัดจนกลายเป็นน้ำมันพืช จากนั้นน้ำมันพืชก็ผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านเอสเทอร์จนกลายเป็นไบโอดีเซล

ถึงจุดนี้ก็สามารถนำไปผสมตามสัดส่วนของตัวเอง หรือจะขายส่งให้กับองค์กรอย่างจงฮว่าเพื่อนำไปผสมต่อก็ได้

วันนี้ กัวหยางและฟางเสี่ยวจางมาปรากฏตัวที่โรงกลั่นน้ำมันเถียนตง มองดูรถบรรทุกน้ำมันถูกขนส่งผ่านตู้รถไฟไปยังฐานปิโตรเคมีของจงฮว่า

กัวหยางพูด “ไม่มีวัตถุดิบดีเซลปิโตรเคมีเป็นของตัวเอง การผสมเชื้อเพลิงก็เลยค่อนข้างจะตกเป็นฝ่ายรับอยู่บ้าง”

ฟางเสี่ยวจางพูด “เพราะงั้นสามยักษ์ใหญ่น้ำมันถึงได้อยากบีบเจียเหอไงล่ะ”

กัวหยางถามอีก “ปิโตรเคมีเถียนตงสามารถดัดแปลงอุปกรณ์ได้ แล้วโรงกลั่นน้ำมันขนาดเล็กในพื้นที่อื่นล่ะพอจะมีทางเป็นไปได้ไหม?”

องค์กรกลั่นน้ำมันทั้งขนาดใหญ่และเล็กในประเทศที่ผ่านการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลมีแปดสิบกว่าแห่ง แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นองค์กรกลั่นน้ำมันในท้องถิ่นที่กำลังลำบากเพราะขาดแคลนแหล่งน้ำมัน

ส่วนการนำเข้าน้ำมันดิบก็ใช้ระบบโควตา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในมือของสามยักษ์ใหญ่น้ำมัน ทำให้เกิดการผูกขาดขึ้นมาจริงๆ

แต่สำหรับการผสมเชื้อเพลิงไบโอดีเซล มีไบโอดีเซลแล้วก็จริง ทว่าน้ำมันดีเซลปิโตรเคมีต่างหากที่มีสัดส่วนมากที่สุด

ปีที่แล้วผลผลิตมีน้อย ปัญหาจึงไม่ใหญ่โตนัก

พอมาปีนี้ที่ผลผลิตพุ่งสูงขึ้น บวกกับนโยบายรองรับที่ยังไม่สอดคล้องกัน ก็เลยกลายเป็นโอกาสให้สามยักษ์ใหญ่น้ำมันข่มขู่เจียเหอ

ฟางเสี่ยวจางพูดต่อ “อุปกรณ์สำหรับผสมน่ะไม่ยากเลย จงฮว่าใช้เวลาแค่เดือนกว่าๆ ก็ปรับปรุงและติดตั้งเสร็จแล้ว

แต่โรงกลั่นน้ำมันแห่งอื่นยังรอดูการยอมรับของตลาดต่อไบโอดีเซล แหล่งน้ำมันดิบของตัวเองก็ยังไม่แน่นอน เว้นแต่จะมีการแทรกแซงทางบริหารที่แข็งแกร่งอย่างมณฑลกุ้ย มิฉะนั้นองค์กรท้องถิ่นเหล่านี้ก็ไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงหรอก”

กัวหยางพยักหน้า ไม่ฝืนร้องขออีกต่อไป ตอนนี้พวกเขามีวิธีการรับมือมากมายมหาศาลแล้ว

“ถ้าสามารถใช้ B100 ได้โดยตรงก็คงจะสมบูรณ์แบบเลย”

“ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ”

ทั้งสองคนค่อนข้างมั่นใจในจุดนี้

ปัจจัยที่จำกัดการขยายตลาดของไบโอดีเซลมากที่สุดก็คือต้นทุน ตอนนี้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว แถมยังได้รับการยกเว้นภาษีการบริโภคและภาษีมูลค่าเพิ่มอีก ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะผลักดันไม่ได้

เพียงแต่การวิจัยและประยุกต์ใช้สารเร่งปฏิกิริยาในประเทศนั้นล้าหลัง แถมยังไม่มีรถยนต์รุ่นที่ผลิตมาเพื่อใช้กับไบโอดีเซลโดยเฉพาะ การใช้ B100 ในระยะยาวจะสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์มากเกินไป

นี่จึงเป็นจุดที่พวกปล่อยข่าวโจมตีใช้เล่นงานเป็นหลัก

จากการสำรวจผู้ใช้ หลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับไบโอดีเซล และส่วนใหญ่ก็เลือกให้เหตุผลว่า ‘ไม่มั่นใจในคุณภาพ’ เป็นต้น

แต่ตอนนี้เจียเหอกระจายความเสี่ยงออกไปนานแล้ว ช่องทางค้าปลีกของจงฮว่าก็เลยไม่ได้เป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับเจียเหอขนาดนั้น

ด้วยข้อตกลงที่ร่วมแรงร่วมใจกันภายในเจียเหอกรุ๊ปเมื่อเร็วๆ นี้ ต่างก็ระดมทรัพยากร รวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆ ของกัวหยางในมณฑลกานซู่ มณฑลกุ้ย และที่อื่นๆ ในช่วงนี้

คนที่ยินดีจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเจียเหอนั้นมีมากมายเกินกว่าที่กัวหยางจะจินตนาการไว้เสียอีก

เรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่เจียเหอแทบไม่เคยกินรวบอยู่ฝ่ายเดียว

ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะมองจากมุมมองของระบบนิเวศในอุตสาหกรรม ในฐานะผู้นำในหลายสาขา เจียเหอแทบไม่เคยกีดกันคู่แข่งเลย

ในทางกลับกัน พวกเขากลับมักจะคิดที่จะขยายตลาดให้ใหญ่ขึ้น

ตัวอย่างเช่นอุตสาหกรรมนม ในวิกฤตการณ์เมลามีน จริงๆ แล้วบริษัทผลิตภัณฑ์นมเหอซีมีโอกาสที่จะตัดตอนการพัฒนาของบริษัทหลายๆ แห่ง อย่างน้อยชื่อเสียงก็คงไม่กลับมาดีได้เร็วขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทผลิตภัณฑ์นมเหอซีไม่ได้ยึดติดอยู่กับการแย่งชิงความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย

หลังจากได้รับตำแหน่งผู้นำอย่างเด็ดขาดในหลายหมวดหมู่ พวกเขากลับหันหลังไปดึงคนที่อยู่ข้างหลังขึ้นมา ไม่ตระหนี่ที่จะแจกจ่ายวัวนมสายพันธุ์ดีและหญ้าเลี้ยงสัตว์คุณภาพเยี่ยม ช่วยปรับปรุงชื่อเสียงโดยรวมของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมในประเทศ

แม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทผลิตภัณฑ์นมเหอซีจะครองอันดับหนึ่งอย่างมั่นคง แต่สัดส่วนก็ยังคงรักษาไว้ที่ราวๆ 25% เสมอมา

แต่สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์นมที่มีมูลค่า 1 แสนล้าน กับมูลค่า 2 แสนล้าน การครองส่วนแบ่ง 25% นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก

ดังนั้น พอขบวนรถโลจิสติกส์ในเครือของอีลี่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ กัวหยางก็รู้สึกประหลาดใจ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำความเข้าใจได้

ตัวอย่างแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย

แม้จะดูเหมือนช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่มันก็ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดี

พอรวมตัวกัน ปริมาณดีเซลที่จะถูกเผาผลาญไปก็ถือว่าน่าดูชม อย่างน้อยก็ให้เวลาปั๊มน้ำมันได้พักหายใจพักคอตั้งหลายเดือน ไปจนถึงครึ่งปี

ถึงตอนนั้น นโยบายจะเป็นอย่างไรก็ยากจะบอกได้แล้ว

จะป้ายสีก็ป้ายสีไปเถอะ

อย่างไรเสียตอนนี้เจียเหอก็ไม่ได้รีบร้อน มีเวลามากพอที่จะให้ผู้ใช้ตรวจสอบคุณภาพของไบโอดีเซล

หลังจากเดินตรวจสอบโรงงานด้วยกัน ทั้งสองคนก็มาที่ห้องประชุม ฟางเสี่ยวจางจัดให้คนมาทบทวนช่องทางที่มีอยู่อีกครั้ง

ไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังการผลิตไบโอดีเซล 1.5 ล้านตันในหนานฟาง เกือบครึ่งหนึ่งมีจุดหมายปลายทางแล้ว

วินาทีนี้ กัวหยางกลับรู้สึกคาดหวังกับสถานการณ์ยอดขายของปั๊มน้ำมันจงฮว่าขึ้นมาเสียแล้ว ถ้าเกิดปังขึ้นมาในครั้งเดียว เส้นทางนี้ก็จะฉลุยเลย

นั่งฟังการประชุมอยู่ครู่หนึ่ง กัวหยางก็กลับมาที่โรงแรมที่พัก แล้วเปิดเว็บไซต์ฮุ่ยหนงขึ้นมาอีกครั้ง

แบบสอบถามผู้ใช้เกี่ยวกับไบโอดีเซลยังคงแขวนอยู่บนหน้าแรกของเว็บไซต์

ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีคนเข้าร่วมตอบแบบสอบถามมากกว่าหนึ่งล้านคน

คำถามก็ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ มีการชี้นำอย่างมีนัยยะ เน้นย้ำข้อดีของไบโอดีเซล และทำให้ข้อด้อยบางอย่างดูเบาบางลง

อย่างเช่นตัวเลือก ‘ไม่มั่นใจในคุณภาพ’ นี้ ก็จะออกแนวเป็นกลางหน่อย

แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงไม่น่าพอใจนัก

ผู้ใช้ที่ระบุอย่างชัดเจนว่าจะใช้เชื้อเพลิงผสมไบโอดีเซลมีเพียงไม่กี่หมื่นคน คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 10%

นี่ขนาดเป็นเว็บไซต์ฮุ่ยหนงนะ ผู้ใช้หลายคนมีความรู้สึกดีกับการป้องกันและควบคุมทะเลทราย และการจัดการระบบนิเวศมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

ถ้าเปลี่ยนเป็นเว็บไซต์อื่น อย่าว่าแต่คนสนับสนุนไม่กี่หมื่นคนเลย คนที่เข้ามาทำแบบสอบถามอาจจะมีแค่ไม่กี่หมื่นคนเองมั้ง

การสำรวจเชิงลึกในครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของไบโอดีเซลในปั๊มน้ำมันจงฮว่าถูกบดบังไปด้วยเงามืด

ในสายตาของบางคน เจียเหอและจงฮว่ากำลังยกก้อนหินทุ่มใส่เท้าตัวเองชัดๆ

กัวหยางดูรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้บนอินเทอร์เน็ต

ต่งเทียนเฉิง รองประธานของซีเอ็นพีซี กล่าวต่อหน้าสื่อว่า “เทคโนโลยีของไบโอดีเซลยังไม่สมบูรณ์ และยังมีอันตรายที่ซ่อนอยู่อีกมากมาย ซีเอ็นพีซีจึงยังไม่มีความคิดที่จะขายในตอนนี้”

ช่างหน้าไม่อายจริงๆ

ทั้งๆ ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยังติดต่อฟางเสี่ยวจางและถังเว่ยหัวมาอยู่เลย บอกว่าอยากได้กล้าพันธุ์ แล้วก็อยากได้ไบโอดีเซลด้วย แต่ดันทำตัวสูงส่งราวกับว่ากำลังมาบริจาคทานให้ยังไงยังงั้น

แต่ว่า ฟางเสี่ยวจางก็กล้าไม่เบา ตอบโต้กลับไปอย่างแข็งกร้าว

“สามยักษ์ใหญ่น้ำมันผูกขาดตลาดในประเทศ ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เพียงพอ แต่ถึงแม้จะมีสถานะผูกขาด บริษัทน้ำมันก็ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นในด้านผลกำไรและภาษี หนำซ้ำยังต้องการเงินอุดหนุนจากรัฐอยู่บ่อยครั้ง”

นี่ทำให้กัวหยางถึงกับต้องมองฟางเสี่ยวจางใหม่ ใครบอกว่าบัณฑิตทำงานไม่สำเร็จ?

นอกจากต่งเทียนเฉิงแล้ว ก็ยังมีสื่อและผู้เชี่ยวชาญบางส่วนที่คอยพ่นคำวิจารณ์ในแง่ลบ

แต่เจียเหอก็ใช้ความจริงพิสูจน์ให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือของเชื้อเพลิงผสมไบโอดีเซลเช่นกัน

นอกเหนือจากกระบวนการเปลี่ยนผ่านเอสเทอร์แล้ว การใช้ไบโอดีเซลกับเครื่องจักรกลการเกษตรในวงกว้างระดับมหึมาทางตะวันตกเฉียงเหนือก็คือหลักฐานชั้นดี

จะปลอดภัยหรือไม่ ความจริงจะเป็นตัวตัดสิน

นอกจากนี้ เจียเหอชีวเคมียังได้ประกาศอย่างเปิดเผยเช่นกันว่าต้นกล้ากำลังขาดแคลน ในขณะเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียการควบคุมกำลังการผลิต พวกเขาจะควบคุมการผลิตต้นกล้าเป็นการชั่วคราว

จริงๆ แล้ว นี่ก็คือการตอบโต้พุ่งเป้าไปที่ซีเอ็นพีซี ขายให้น่ะขายให้แน่ แต่เตรียมตัวโดนเชือดราคาได้เลย

“การพัฒนาไบโอดีเซลขนานใหญ่ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารของชาติ”

พอเห็นนักข่าวคนเดิมยังคงกัดไม่ปล่อยเรื่องความมั่นคงทางอาหาร กัวหยางก็พึมพำ “นี่ไม่ใช่ว่าญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้จ้างหน้าม้ามาหรอกนะ”

ช่วงหลายวันนี้ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ก็กำลังประณามอยู่เหมือนกัน แต่เป้าหมายคือการพักดิน

เนื่องจากการพักดิน ปริมาณการส่งออกอาหารของประเทศจีนในปีนี้จะลดลงอย่างมาก ราคาอาหารในตลาดโลกจึงพุ่งสูงปรี๊ดตั้งแต่ต้นปี

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เริ่มร้อนรน ราวกับลูกลิงที่ถูกจับหางเอาไว้

การผลิตทางการเกษตรของพ่ออเมริกาสุดที่รักของทั้งสองประเทศกำลังประสบปัญหาใหญ่ ไม่มีข้าวโพดและถั่วเหลืองราคาถูกขายให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอีกต่อไปแล้ว

ก็เลยตั้งความหวังว่าจะพึ่งพาอาหารราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้านขนาดใหญ่มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ว่า ทำไมจะต้องขายให้พวกแกด้วยล่ะ?

แค่พวกแกสร้างความวุ่นวายในระดับนานาชาติอยู่สามวันดีสี่วันไข้ ก็มีเหตุผลมากพอที่จะจัดการกับพวกแกแล้ว

หลังจากท่องเน็ตอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกในใจของกัวหยางก็ราวกับมีกองทัพแปดแสนนายอยู่ในมือ ชัยชนะเป็นของฉันแน่ๆ

จงฮว่า พวกนายรวบรวมกำลังฮึดหน่อยสิ!

บนถนนสายหลักของเฉวียนโจว มณฑลฝูเจี้ยน ที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นดอกหอมหมื่นลี้ ชายวัยกลางคนสองคนกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในโรงน้ำชาข้างทาง

“เชี่ย ราคาดีเซล 5.26 หยวนต่อลิตร!”

“หืม? นายพูดถึงราคาน้ำมันเมื่อปีที่แล้วหรือเปล่าเนี่ย”

“นายมาดูเองสิ ในข้อความเขียนไว้ชัดเจน ปั๊มน้ำมันจงฮว่า ที่อยู่ก็ให้มาเสร็จสรรพ จะเป็นของปลอมไปได้ยังไง?”

สวีเล่ออ่อนไหวกับราคาน้ำมันมาก ตั้งแต่ปีที่แล้ว ราคาน้ำมันก็พุ่งพรวดๆ ขึ้นมาตลอด

ในระยะเวลาหนึ่งปี ราคาดีเซลถูกปรับขึ้นจาก 5.09 หยวนต่อลิตร เป็น 6.58 หยวนต่อลิตร ตรงกลางมีปรับลดลงมาบ้างประปราย แต่ไม่นานก็เด้งกลับขึ้นไปอีก

พอจู่ๆ มาได้ยินว่าราคาดีเซล 5.26 หยวนต่อลิตร ก็ย่อมไม่เชื่ออยู่แล้ว

เขาขยับเข้าไปใกล้เจียงฝานเพื่อนสมัยเด็ก เนื้อหาข้อความบนมือถือนั้นมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“เชื้อเพลิงราคาพิเศษ ของแถมเพียบ รับประกันคุณภาพ!”

“ดีเซล B20 เพียง 5.26 หยวนต่อลิตร!”

สวีเล่อเลิกคิ้วขึ้น พูดอย่างประหลาดใจว่า “B20? นี่มันเชื้อเพลิงผสมไบโอดีเซลนี่!”

เจียงฝานก็ตอบสนองทันควัน “ไบโอดีเซลที่กำลังฮิตสุดๆ ช่วงนี้อะนะ? ราคานี้ก็ถูกเกินไปแล้วมั้ง ต่างกันตั้ง 1.32 หยวนเลยนะ!”

“รู้แหละว่าไบโอดีเซลมันถูก แต่ไม่คิดว่าจะถูกขนาดนี้”

สวีเล่อเลิกดื่มชาทันที เขาไปหาเถ้าแก่เพื่อเช็กบิล แล้วขับรถตรงดิ่งไปยังปั๊มน้ำมันจงฮว่าที่ใกล้ที่สุด

ยังไม่ทันจะถึง ก็เห็นป้ายสีแดงขนาดใหญ่วางอยู่ตรงทางเข้าปั๊มน้ำมัน บนนั้นเขียนแบ่งเป็นบรรทัดไว้ว่า

“ข่าวดี! ปั๊มนี้มีไบโอดีเซลจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โปรโมชั่นตลอดวัน ลดราคา 1.32 หยวนต่อลิตร!”

คราวนี้ข่าวจริงแน่นอนแล้ว

สวีเล่อมองไปที่คิวรอเติมน้ำมันในปั๊ม มีรถหลายคันจอดอยู่ข้างตู้จ่ายน้ำมันดีเซล ตู้หนึ่งมีหัวจ่ายสองหัว หัวที่เขียนว่า B20 กำลังถูกใช้งานอยู่ ในขณะที่หัวจ่ายดีเซลธรรมดากลับว่างเปล่า

เห็นได้ชัดว่าเจ้าของรถพวกนี้ตั้งใจมาเติม B20 กันทั้งนั้น

“คนพวกนี้ไม่กลัวเครื่องยนต์พังหรือไง?” เจียงฝานพูดด้วยความประหลาดใจ แม้จะไม่ได้มีความรู้เรื่องไบโอดีเซลลึกซึ้งอะไรนัก แต่เรื่องแค่นี้เขาก็ยังพอรู้

สวีเล่อถาม “นายรู้ไหมว่า 5.26 หยวนต่อลิตรมันหมายความว่าไง?”

เจียงฝานไม่เข้าใจ “หมายความว่าไง?”

“ก็หมายความว่ารถฉันเติมเต็มถังประหยัดไปตั้ง 90 หยวนไงเล่า!”

สวีเล่อไม่มัวสำรวจอีกต่อไป เขาเหยียบคันเร่งเบาๆ หักพวงมาลัยเปลี่ยนทิศทาง รถกระบะเกรทวอลล์ของเขาก็ไปต่ออยู่ท้ายคิว

“เมื่อวานเพิ่งเติมน้ำมันไปไม่ใช่เหรอ?”

“ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าไอ้ของพรรค์นี้มันประหยัดเงินได้ขนาดไหน!”

เจียงฝาน “...”

“ช็อก! ราคาไบโอดีเซลลดต่ำสุดถึง 5.26 หยวนต่อลิตร!”

“เติมเต็มถังประหยัดไปถึง 90 หยวน ปั๊มน้ำมันต่อคิวยาวเหยียด!”

“จงฮว่าเปิดทะลวงห่วงโซ่การขายปลายทางของไบโอดีเซลสำเร็จ!”

เช้าตรู่วันแรก ข่าวเกี่ยวกับการเริ่มจำหน่ายไบโอดีเซลในหลายมณฑลก็ถูกรายงานแพร่กระจายไปตามสื่อใหญ่ทุกสำนัก

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าราคาที่จงฮว่าตีออกมาได้สร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าของรถทั่วประเทศ

เติมเต็มถังประหยัดไป 90 หยวน!

แม่งเอ๊ย นี่มันคอนเซ็ปต์บ้าอะไรเนี่ย!

แม้จงฮว่าจะชูสโลแกนโปรโมทลดราคา 20% ถึง 30% มาตั้งนานแล้ว แต่หลายคนก็มองว่ามันเป็นแค่สโลแกนขายฝัน

นึกไม่ถึงเลยว่าจงฮว่าจะเอาจริง

ตอนที่กัวหยางมาถึงออฟฟิศแล้วทราบข่าวนี้ เขาก็ตกใจไม่แพ้กัน

จากนั้นก็รีบโทรหาฟางเสี่ยวจางทันที “คุณภาพไบโอดีเซล B20 ของจงฮว่าไม่มีปัญหาแน่นะ?”

“ไม่มีปัญหา!”

ฟางเสี่ยวจางพูดอย่างหนักแน่น เห็นได้ชัดว่าเขามีแผนในใจอยู่แล้ว

กัวหยางถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ราคานี้ของจงฮว่า ฮวาคังได้บอกนายล่วงหน้าไหม?”

ฟางเสี่ยวจางตอบ “ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนจงฮว่าจะปล่อยข่าวเตรียมลดราคา 20% มาพักใหญ่แล้ว ตอนนั้นคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติก็เพิ่งจะปรับขึ้นราคาน้ำมันพอดี น้ำมันลอตนี้ของจงฮว่าน่าจะนำเข้ามาตั้งนานแล้ว

แถมต่อให้นำเข้ามาในราคาตอนนี้ แต่เพราะเป็น B20 ไบโอดีเซลก็ช่วยดึงต้นทุนให้ต่ำลงอยู่ดี จงฮว่ายังไงก็ได้กำไร”

“ก็มีแค่คำอธิบายนี้แหละ”

กัวหยางหัวเราะฮ่าๆ “โชคดีที่เลือกจงฮว่า ทำเรื่องนี้ได้เด็ดขาดมีบารมีดีเหมือนกันนะ แต่ทางฝั่งฮวาคังน่ะ คงมีเรื่องให้บ่นกับนายอีกยาวแน่”

“หึๆ ฉันล่ะอยากให้เขาขายออกไปเยอะๆ ซะด้วยซ้ำ”

ขณะเดียวกัน ฮวาคังแห่งบริษัทขายน้ำมันจงฮว่าก็กำลังดูข้อมูลที่ส่งกลับมาจากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ เช่นกัน

“เฉลี่ยแล้วแต่ละปั๊มมีรถมาเติม B20 วันละ 120 คัน รถคันหนึ่งเติมเฉลี่ย 60 ลิตร ยอดขายต่อวันอยู่ที่ 8 ตัน”

ฮวาคังถาม “แบบนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่งดงามแล้วใช่ไหม?”

“แน่นอนสิครับ!”

ผู้จัดการฝ่ายขายหมี่หย่งเจี๋ยกล่าว “แถมประธานฮวาดูสิครับ มีปั๊มน้ำมันหลายแห่งที่ปกติทำผลงานได้ระดับกลางๆ แต่ตอนนี้ยอดขายน้ำมันต่อวันทะลุ 60 ตันไปแล้ว!

เทียบได้กับปั๊มที่อยู่ในทำเลทองเลย นี่ล้วนเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นมาจากไบโอดีเซลทั้งนั้น

เพราะงั้นถึงบอกว่า นี่เป็นการเปิดตัวที่โคตรจะงดงาม ต้องยกความดีความชอบให้กับการตัดสินใจและบัญชาการอันชาญฉลาดของประธานฮวาล้วนๆ เลยครับ!

ผมว่านะ รอให้ข่าวแพร่สะพัดออกไป ยอดขายหลังจากนี้ยังมีให้พุ่งขึ้นอีกเยอะ!”

ฮวาคังหัวเราะลั่น “ดี งั้นฉันจะรออีกสักสองสามวันแล้วค่อยรายงานข่าวดีขึ้นไปข้างบน!”

การกระโดดเข้าสู่ตลาดด้วยราคาต่ำ คือกลยุทธ์ที่ฮวาคังผลักดันด้วยตัวเอง

การที่ไบโอดีเซลถูกนำมาวางขายในปั๊มน้ำมันในประเทศเป็นครั้งแรก ระดับการยอมรับของเจ้าของรถทั่วไปจึงต่ำมาก

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพวกตัวป่วนอีกตั้งมากมาย

ไบโอดีเซลมีข้อเสียอยู่เยอะจริง แต่มันก็ไม่ได้แย่เหมือนที่พวกปล่อยข่าวป้ายสีพูดกัน ยิ่งไปกว่านั้นเทคโนโลยีของเจียเหอก็ได้รับการพัฒนาจนสมบูรณ์แบบสุดๆ และทดลองใช้มาปีสองปีแล้วด้วย

การนำไปใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตรก็บ้าระห่ำแบบสุดๆ

ผลลัพธ์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า หลังจากใช้ไบโอดีเซล พื้นผิวของชิ้นส่วนสำคัญๆ ของเครื่องยนต์รถ อย่างเช่นส่วนบนของลูกสูบ วาล์ว และหัวฉีด ล้วนไม่มีคราบเขม่าคาร์บอนเกาะเลย

และไม่มีอาการขัดข้องที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินน้ำมัน รถบางคันยังมีการปล่อยไอเสียที่ดีขึ้นอีกด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น รถยนต์ก็ถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่ามากสำหรับครอบครัวทั่วไป แทบไม่มีใครยอมเสี่ยงเอารถคันโปรดมาทดลองเติมไบโอดีเซลหรอก

ดังนั้น ฮวาคังจึงทำได้เพียงทุ่มน้ำหนักลงไปที่เรื่องราคา

โชคดีที่เจียเหอก็ใจป้ำมาก

จนถึงตอนนี้ฮวาคังก็ยังจำได้ดีว่า ตอนที่บอสของเจียเหอเสนอราคามาที่ 4,500 หยวนต่อตัน สีหน้าของเขาประหลาดใจแค่ไหน

ราคาที่คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติกำหนดไว้ในตอนนั้นคือ 7,740 หยวนต่อตัน

ส่วนต่างราคามีมากถึง 3,240 หยวน

ก่อนที่ไบโอดีเซลจะได้รับการยกเว้นภาษีการบริโภค มันก็ได้รับการอุดหนุนนโยบายจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้าแล้วจ่ายคืนทีหลังมานานแล้ว จ่ายคืน 100% เลยด้วย

เท่ากับว่าเงิน 3,240 หยวนนี้ พอกระหักค่าขนส่ง ค่าผสมน้ำมัน และค่าดำเนินการออก ที่เหลือก็เป็นกำไรล้วนๆ

ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อปีครึ่งที่แล้ว ตอนที่ราคาดีเซลอยู่ที่ 5,590 หยวนต่อตัน ปิโตรเลียมจงฮว่ายังขาดทุนย่อยยับอยู่เลย!

ราคาที่เจียเหอเสนอมานี่มันเหมือนส้มหล่นทับ เล่นเอาคนมึนตึ้บไปเลย

แต่เพื่อเป็นการเปิดตลาด คนในจงฮว่าก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะอาศัยราคาเพื่อดึงดูดผู้คนที่ชอบลองของใหม่กลุ่มแรก!

สำหรับตลาดน้ำมันสำเร็จรูป ผู้บริโภคจะอ่อนไหวกับราคามากที่สุด

ดูจากตอนนี้แล้ว การเดินหมากตานี้ถูกต้องที่สุด

ไบโอดีเซลกลายเป็นประเด็นร้อนแรงติดต่อกันหลายวัน

เจียเหอและจงฮว่าก็เริ่มเปิดฉากโจมตีด้วยการโปรโมทครั้งใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงรถเพื่อการเกษตร รถบรรทุกสำหรับงานก่อสร้าง และรถบรรทุกสำหรับงานขนส่ง

ในการบุกเบิกทะเลทรายโกบีกว่า 1.8 ล้านหมู่แห่งใหม่ เครื่องจักรหลากหลายประเภทหลายร้อยคันล้วนใช้ไบโอดีเซล

ปริมาณการใช้น้ำมันและปริมาณงานก่อสร้างในหนึ่งวันถือว่าน่าทึ่งมาก และมันต่างจากไบโอดีเซล B20 ของจงฮว่าด้วย

กับเครื่องจักรของตัวเอง เจียเหอกลับใช้สัดส่วนที่ก้าวร้าวรุนแรงยิ่งกว่า ทั้ง B30, B40, B50 ก็ถูกนำมาทดลองทั้งหมด

นี่เป็นเพราะคุณสมบัติที่แตกต่างกันระหว่างน้ำมันเหวินกวนกั่วและน้ำมันสบู่ดำ

ไบโอดีเซลที่แปรรูปมาจากน้ำมันเหวินกวนกั่วมีคุณภาพสูงกว่า เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วก็เคยมีบริษัทพยายามนำน้ำมันเหวินกวนกั่วไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานมาแล้ว

ดังนั้น การทดลองที่บ้าระห่ำของเจียเหอชีวเคมีนี้จึงไม่ได้บุ่มบ่ามเลย ในทางกลับกันมันช่วยขับเน้นให้เห็นถึงความมั่นใจเสียมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เครื่องจักรขนาดใหญ่ต่างๆ ไม่พบว่ามีคราบเขม่าคาร์บอนเกาะอยู่ตามชิ้นส่วนสำคัญ และไม่พบอาการขัดข้องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินน้ำมันเลย

สิ่งนี้ได้ส่งต่อข้อความบางอย่างไปสู่สายตาคนนอก

ดูสิ อย่าว่าแต่ B20 ของจงฮว่าเลย เจียเหอเล่นใช้ตั้ง B50 ก็ยังไม่เห็นมีปัญหาอะไร

ราคาเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่เครื่องหนึ่ง ไม่ได้ถูกไปกว่าราคารถบรรทุกงานก่อสร้างหรือรถบรรทุกงานขนส่งของพวกคุณเลยนะ

เพราะงั้นก็วางใจและใช้มันอย่างกล้าหาญเถอะ

ภายใต้คำสั่งของไช่ปิน แทบจะทุกวันจะมีคนขับเครื่องจักรของบริษัทหรือเถ้าแก่ที่ร่วมมือกันอัปโหลดวิดีโอที่เกี่ยวข้องลงเน็ต หรือแม้กระทั่งแทบอยากจะไลฟ์สดให้เห็นหน้างานกันเลยทีเดียว

ทุกๆ วันก็จะมีกลุ่มคนที่ทำงานด้านการเกษตร งานวิศวกรรม และงานขนส่งแห่กันเข้าไปที่เว็บไซต์ฮุ่ยหนง จากนั้นก็เดินเข้าปั๊มน้ำมันจงฮว่า

“รถดีเซลเหรอ? งั้นก็ไปเติมไบโอดีเซล B20 ของจงฮว่าสิ! โคตรถูกเลย!”

“รถสับปะรังเคของนายขืนเติมน้ำมันดีๆ ก็เสียของเปล่าๆ ไปจงฮว่าเถอะ”

“รถบรรทุกงานก่อสร้างยิ่งต้องเติมไบโอดีเซลเลย นายไม่เห็นเหรอว่าเจียเหอบุกเบิกที่ดินป่าเถื่อนทางตะวันตกเฉียงเหนือก็เติมไบโอดีเซลทั้งนั้นน่ะ?”

“คราบเขม่าคาร์บอนเหรอ? ไม่มีทางหรอก”

วันแล้ววันเล่า ฮวาคังเฝ้ามองยอดขายไบโอดีเซลพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ปั๊มน้ำมันจงฮว่าที่บริหารเอง ร่วมทุน และแฟรนไชส์จะเทียบชั้นสามยักษ์ใหญ่น้ำมันไม่ได้เลย แต่ก็มีเป็นพันแห่ง

ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้และภาคใต้ มีอยู่ราวๆ 600 แห่ง

เมื่อปั๊มน้ำมันที่ขายไบโอดีเซลมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปริมาณการจ่ายน้ำมันต่อวันของจงฮว่าก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ยอดขายต่อวันจากสี่พันตัน เป็นหกพันตัน เป็นแปดพันตัน เป็นหนึ่งหมื่นตัน...

แทบจะทุกๆ สองวันก็ขยับขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

เพราะนอกเหนือจากการขายปลีกตามปั๊มน้ำมันแล้ว ยังมีออเดอร์ล็อตใหญ่จากฝั่งงานก่อสร้างและวิศวกรรมปรากฏขึ้นอีกมากมาย

ตอนที่ฮวาคังรับสายจากหลิวเต๋อซู่ ยอดขายต่อวันก็ทะลุ 12,000 ตันไปแล้ว

“เจียเหอมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้จงฮว่าจริงๆ”

หลิวเต๋อซู่ดีใจจนแทบเนื้อเต้น

เดิมทีเป้าหมายของจงฮว่าคือยาปราบศัตรูพืชของฉวนหวาง แต่นึกไม่ถึงเลยว่าไบโอดีเซลที่เป็นแค่ของแถมจะพุ่งพรวดออกมาก่อน

แถมยาปราบศัตรูพืชในเครือฉวนหวางก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีในอ่าวซินหนงด้วย

“ถ้ายังรักษาตัวเลขนี้ไว้ได้ ส่วนแบ่งตลาดดีเซลของจงฮว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ถึงแม้ฐานจะน้อย แต่นี่ก็ถือเป็นผลงานที่เจิดจรัสมาก”

ฮวาคังหัวเราะร่วน “ต้องยกความดีความชอบให้กับการตัดสินใจอันยอดเยี่ยมของประธานหลิวเลยครับ”

หลิวเต๋อซู่ยิ้ม “ก็เป็นเพราะเจียเหอยอมเสียเปรียบให้เยอะด้วยนั่นแหละ พูดถึงแล้ว คนหนุ่มสาวนี่มีบารมีความกล้าหาญจริงๆ”

อีกด้านหนึ่ง

เชื้อเพลิงผสมไบโอดีเซลของปิโตรเคมีเถียนตงก็ได้รับการแย่งชิงจากปั๊มน้ำมันเอกชนด้วยเช่นกัน

“สต็อกไบโอดีเซล B20 ไว้ประมาณ 10 ตัน เดิมทีคาดว่าจะเติมหมดภายในสี่ห้าวัน สรุปว่าสองวันก็เกลี้ยงแล้ว”

เสียงบ่นของเถ้าแก่เอกชนคนหนึ่ง เรียกเสียงสนับสนุนจากผู้คนได้มากมายในเวลาอันรวดเร็ว

คนพวกนี้มารวมตัวกันเพื่อรอน้ำมัน

ที่จิ่วเฉวียน กัวหยางก็กำลังดูข้อมูลยอดขายไบโอดีเซลทางตอนใต้

“เฉลี่ยช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดขายต่อวันแตะ 1.5 หมื่นตันแล้ว ห่างจากเป้าหมายอีกไม่ไกล”

กำลังการผลิตไบโอดีเซล 1.5 ล้านตัน หากทำยอดขายต่อวันได้ประมาณ 2.05 หมื่นตัน ก็สามารถระบายสต็อกได้หมดเกลี้ยงภายในหนึ่งปี

แต่การมีสต็อกเหลืออยู่บ้างก็เป็นเรื่องปกติ

ดังนั้นข้อมูลชุดนี้จึงทรงพลังมาก

กัวหยางมองไปที่ฉีจื่อเหวิน “ทางซีเอ็นพีซีมีความเคลื่อนไหวไหม?”

“ยังไม่มีเลยครับ คาดว่าภายในน่าจะใกล้ตีกันตายแล้วมั้ง” ฉีจื่อเหวินหัวเราะ “ตอนนี้ถึงคราวที่เจียเหอต้องเป็นฝ่ายจัดการพวกนั้นบ้างแล้วล่ะ”

กัวหยางถามอีก “แล้วเรือนเพาะชำล่ะ?”

“บอส คุณอยากจะลองนึกย้อนกลับไปตอนที่รับทรัพย์เข้ากระเป๋าวันละหมื่นทองดูอีกสักรอบไหมครับ?”

บทที่ 438 : เอกสารหนึ่งฉบับ

กัวหยางพยายามนึกทบทวนอย่างจริงจัง

เขาเคยสัมผัสความรู้สึกของการทำเงินได้มหาศาลต่อวันมาหลายครั้ง อย่างเช่นการเดิมพันในตลาดฟิวเจอร์สสองสามครั้ง

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง กัวหยางก็หัวเราะ “มันก็แค่อาการสั่นสะท้านชั่ววูบเท่านั้นแหละ”

“เอ่อ...”

ฉีจื่อเหวินถึงกับสำลักไปชั่วขณะ

เขาเพิ่งเข้ามาทำงานในเจียเหอได้แค่สามสี่ปี และเพิ่งได้สัมผัสกับเรื่องราวระดับบริหารของกลุ่มบริษัทในช่วงหนึ่งหรือสองปีที่ผ่านมา เขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับผลงานในอดีตของเจียเหอนัก

“เรือนเพาะชำเหวินกวนกั่วหลายแห่งอย่างจางเย่ จิ่งไท่ และที่อื่นๆ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ส่งออกต้นกล้าเฉลี่ยวันละกว่าเจ็ดล้านต้น ยอดขายต่อวันทะลุร้อยล้าน ยอดขายสะสมแตะหกพันกว่าล้านแล้ว แต่หลายคนก็ยังติดหนี้ไว้ก่อน”

หลังจากฉีจื่อเหวินพูดจบ เขาก็สังเกตสีหน้าของกัวหยาง เมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมาบ้าง

กัวหยางคำนวณคร่าวๆ แล้วพูดว่า “พูดแบบนี้ก็คือ ในเวลาแค่สองเดือน พื้นที่ปลูกเหวินกวนกั่วเพิ่มขึ้นเกือบ 4 ล้านหมู่เลยสิ”

เอ่อ...

เมื่อเห็นกัวหยางกำลังคำนวณจำนวนหมู่อย่างใจเย็นและจริงจัง ฉีจื่อเหวินก็รู้สึกอึ้งไปเล็กน้อย

จุดโฟกัสมันแปลกๆ ไปหน่อยไหม?

เงินหกพันกว่าล้านไม่ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นสักนิดเลยเหรอ? ไม่คิดจะสนใจหน่อยหรือว่าได้กำไรเท่าไหร่?

ทำไมมีคนติดหนี้ถึงไม่ถามสักคำ

ฉีจื่อเหวินสะบัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไป แล้วพูดว่า “ข้อมูลที่ประธานถังให้มาคือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.2 ถึง 2.4 ล้านหมู่ครับ”

กัวหยางสงสัย “ทำไมตัวเลขถึงต่างกันขนาดนี้ล่ะ?”

ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ!

ใครจะไปรู้ว่าคุณจะมาโฟกัสเรื่องนี้เป็นอย่างแรก ฉีจื่อเหวินทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย

“มีการปรับความหนาแน่นในการปลูกหรือเปล่า?”

กัวหยางยังคงพึมพำวิเคราะห์อยู่คนเดียว “เดิมที 1 หมู่ปลูกได้ 110 ต้น ดูจากข้อมูลที่ถังเว่ยหัวให้มา น่าจะปรับเป็น 200 กว่าต้นต่อหมู่แล้ว”

ฉีจื่อเหวินพูด “ปลูกแบบนี้มีปัญหาหรือเปล่าครับ เดี๋ยวผมโทรไปถามประธานถังให้”

“ไม่ต้องหรอก ปลูกแบบนี้ก็ไม่มีปัญหา พอความหนาแน่นมากเกินไป ก็ค่อยขุดย้ายต้นไม้พร้อมดินออกไปแถวหนึ่งก็พอ”

กัวหยางส่ายหน้า “แค่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเสนอไอเดียนี้ ดูจากข้อมูลแล้ว พื้นที่ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้กันทั้งนั้น”

เรื่องนี้ทำให้เขานึกถึงส้มโอว่อกานที่พวกพี่น้องในกว่างซีปลูกกันจนโด่งดังในยุคหลังๆ พวกเขาก็ปลูกสองถึงสามร้อยต้นต่อหนึ่งหมู่ ความหนาแน่นสูงจนน่าตกใจเหมือนกัน

แต่พอปีที่สองก็คืนทุน ปีที่สามก็ทำกำไรมหาศาล ถ้าตลาดยังดีอยู่ก็ขุดย้ายไปพร้อมดิน ถ้าตลาดไม่ดีก็ตัดต้นทิ้งเลย

ในช่วงเวลานั้น มันเปลี่ยนการปลูกไม้ผลให้กลายเป็นโปรเจกต์ที่ทำเงินเร็ว

พอมาคิดดูตอนนี้ รูปแบบการปลูกแบบนี้มันมีมานานแล้ว เพียงแต่โดยทั่วไปหาไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนสูงขนาดนั้นไม่ได้ มันเลยไม่เป็นที่สนใจ

ฉีจื่อเหวินพูดว่า “เดี๋ยวผมจะลงไปสืบดูครับ”

กัวหยางพยักหน้า “ได้ มีข่าวแล้วบอกผมด้วย ผมอยากจะเห็นว่าเขาเป็นลูกน้องใคร”

“ไม่มีปัญหาครับ”

“ต้นกล้าที่เพาะไว้ในช่วงสองปีนี้น่าจะขายใกล้หมดแล้วใช่ไหม?”

ฉีจื่อเหวินถอนหายใจอย่างโล่งอก นี่สิถึงจะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ปกติ เขาบอกว่า “ต้นกล้าขนาดใหญ่ถูกพวกเกษตรกรในพื้นที่ สหกรณ์ และองค์กรธุรกิจแย่งซื้อไปหมดแล้วครับ หลายคนเลือกที่จะหักค่าต้นกล้าจากเงินค่ารับซื้อเมล็ดพันธุ์

นอกจากนี้ ต้นกล้าขนาดเล็กที่อายุไม่ถึงหนึ่งปีก็ถูกสั่งจองไปหมดแล้วเหมือนกัน

กลุ่มบริษัทธัญพืชแห่งชาติ เหยียนฉางปิโตรเลียม และบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ ก็เริ่มลงสนามแล้ว พวกเขาได้สั่งทำออร์เดอร์เพาะกล้าไม้กับทางเรือนเพาะชำ บางส่วนจะมารับของในอีกสองปีข้างหน้า

เรือนเพาะชำเหวินกวนกั่วกำลังร่างแผนขยายการผลิต และจะเริ่มลงมือในช่วงฤดูหนาว

ในขณะเดียวกัน ยอดขายกล้าไม้ของต้นสบู่ดำก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนนี้ แต่เนื่องจากเวลาสั้นเกินไป เรือนเพาะชำก็ยุ่งกันหัวหมุน เลยยังไม่มีการรวบรวมข้อมูลสถิติในตอนนี้

แต่ที่แน่ๆ คือ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดกล้าไม้จะเป็นตลาดใหญ่มากครับ”

กัวหยางหัวเราะ “ไม่เสียแรงที่ดิ้นรนมาตั้งนาน ในที่สุดก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่สักที”

ฉีจื่อเหวินหาโอกาสได้อีกครั้ง เขาพูดอย่างกระตือรือร้น “กำไรของกล้าไม้สูงมากเลยครับ

ปกติแล้วกล้าไม้เหวินกวนกั่วขนาดเดียวกันในตลาดภายนอกจะอยู่ที่ 2-3 หยวนต่อต้น แต่ของเจียเหอขาย 15 หยวนต่อต้น และไม่ลดราคา

แต่เพราะเราขยายขนาดการผลิต ต้นทุนการผลิตจริงจึงอยู่ที่ 1.5 หยวนเท่านั้น อัตรากำไรพุ่งสูงถึง 90% เลยนะครับ!”

“ก็ไม่เลวนี่” กัวหยางพยักหน้าเล็กน้อย

เนื่องจากสายพันธุ์มีความพิเศษ เทียนเหอจึงสามารถแก้ไขปัญหาท้าทายอย่างเรื่อง 'ออกดอกพันดอกติดผลแค่ลูกเดียว' ของต้นเหวินกวนกั่วได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเพาะกล้าไม้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในระดับโรงงาน

ขีดความสามารถในการเพาะกล้าเหวินกวนกั่วจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ต้นสบู่ดำก็เช่นกัน บนพื้นฐานของการจัดหากล้าไม้ให้กับฐานเพาะปลูกในช่วงสองปีที่ผ่านมา พวกเขาก็ยังคงทำการเพาะกล้าไม้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม กล้าไม้มีระยะเวลาการเจริญเติบโต และความเร็วในการโตของเหวินกวนกั่วก็ไม่ได้เร็วมากนัก

เหวินกวนกั่วหลายล้านหมู่ของบริษัทเจียเหอชีวเคมีที่กำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยว ส่วนใหญ่ใช้กล้าไม้อายุ 1-2 ปี ซึ่งคุณภาพค่อนข้างดี

แต่ด้วยระบบการเพาะกล้าไม้ที่สมบูรณ์ขึ้น ตอนนี้กล้าไม้หลักที่ออกจากเรือนเพาะชำจะเป็นกล้าไม้ใหญ่ที่มีอายุสองปี

ผลปรากฏว่ากล้าไม้ที่ยังไม่ถึงหนึ่งปีก็ถูกคนสั่งจองล่วงหน้าไปหมดแล้ว

คิดดูเอาเถอะว่ากล้าไม้มันเป็นที่ต้องการขนาดไหน

ความต้องการใช้พลังงานในประเทศมีมหาศาล ดังนั้นไบโอดีเซลจึงสามารถใช้เป็นหลักประกันได้

ต้นกำเนิดของโอเปก (OPEC) ก็คือการรวมตัวกันของประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อต่อต้านอำนาจของชาติตะวันตก โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดการผลิตและขึ้นราคา เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศผู้ผลิต

โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะไม่เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอย่างกะทันหัน จนทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลงฮวบ

เพราะฉะนั้น แนวโน้มผลกำไรของไบโอดีเซลจึงถือว่าดีมาก

แต่เพื่อขยายอุตสาหกรรมให้ใหญ่ขึ้น เจียเหอได้ยกส่วนแบ่งกำไรตรงนี้ให้กับจงฮว่า และถือโอกาสแสดงให้นักลงทุนเห็นว่ามันมีพื้นที่ทำกำไรได้มากแค่ไหน

ทั้งหมดก็เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น ทำให้มันเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เพื่อผลักดันให้เงื่อนไขของแม่น้ำหงฉีในขั้นต่อไปสุกงอม

ในกระบวนการนี้ กำไรของเจียเหอจากการแปรรูปไบโอดีเซลนั้นบางเฉียบ

ผลพลอยได้จากการแปรรูป และผลิตภัณฑ์แปรรูปเชิงลึกมีแนวโน้มที่ดี แต่ต้องใช้เวลาในการเปิดตลาด

แรงผลักดันที่สนับสนุนการขยายตัวอย่างรวดเร็วของบริษัทเจียเหอชีวเคมี จึงฝากความหวังไว้ที่น้ำมันบริโภคเหวินกวนกั่วและกล้าไม้ทั้งสองสายพันธุ์

ในตอนนี้ ทั้งสองอย่างได้ทำตามความคาดหวังแล้ว

บริษัทเจียเหอชีวเคมีจึงสามารถเร่งความเร็วในการขยายตัวได้มากยิ่งขึ้น

เมื่อดึงสติกลับมาได้ กัวหยางก็ถามอีกครั้ง “แล้วเรื่องเพาะกล้าของเหวินกวนกั่วและต้นสบู่ดำรุ่นที่สองล่ะ?”

นี่คือกล้าไม้ที่กัวหยางเพาะขึ้นเมื่อต้นปีนี้ และเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการอัปเกรดแล้ว

“กล้าไม้เหวินกวนกั่วลอตแรกมีอายุครึ่งปีแล้ว ส่วนต้นสบู่ดำก็เริ่มสร้างเรือนเพาะชำในเมืองต่างๆ ตามแนวแม่น้ำหงฉีแล้วครับ”

กัวหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เหวินกวนกั่วรุ่นที่สองอย่าเพิ่งปล่อยออกมาภายในสามปี ต้นสบู่ดำก็พยายามซ่อนไว้ก่อน”

ฉีจื่อเหวินพยักหน้า นี่สิถึงจะเป็นวิธีที่สร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับเจียเหอ

ความกระตือรือร้นของสังคมในการพัฒนาป่าพลังงานถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว กล้าไม้ที่มีอยู่ตอนนี้ก็เพียงพอให้ใช้

ส่วนสายพันธุ์รุ่นต่อไป การเพาะและกักตุนต้นไม้ในช่วงสองปีนี้ จะทำให้ต้นไม้ใหญ่และแข็งแรงขึ้น มันไม่เพียงแต่เป็นไพ่ตายเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างผลกำไรได้มากขึ้นด้วย

หลังจากที่ฉีจื่อเหวินเดินออกไป กัวหยางก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย

เขาพบว่าจิตสำนึกความเป็น 'เจ้าของ' ของฉีจื่อเหวินนั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง และเขาก็พัฒนาไปได้เร็วมากจริงๆ

ตอนที่เพิ่งย้ายมาที่สำนักงานใหญ่ นิสัยของเขายังค่อนข้างวู่วาม บางครั้งก็ทำอะไรไม่เข้าท่า แต่ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ช่วยคนเก่งไปแล้ว

จะว่าไป เขาก็ไม่ได้สนใจพวกพนักงานระดับกลางของกลุ่มบริษัทมาพักใหญ่แล้ว

สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ ความสามารถในการปลุกปั้นบุคลากรหลักระดับกลางก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนถึงระดับการบริหารจัดการ

เมื่อคิดได้ดังนั้น กัวหยางก็หยิบรายชื่อใน 'โครงการผู้บริหาร' ที่เขาไม่ได้เปิดดูมาสักพักแล้วออกมา

ความจริงแล้วรายชื่อนี้มีการอัปเดตอยู่ตลอด

แต่กัวหยางโฟกัสไปที่กลุ่มคนแรกๆ มากกว่า

ในบรรดาตัวเลือกเหล่านี้ หลายคนเป็นคนที่เขาคัดเลือกมาจากประวัติการศึกษาและประสบการณ์ตอนฝึกงานที่เจียเหอ

เขาดูรายชื่อไปพร้อมกับตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบัน และความเคลื่อนไหวล่าสุดของพวกเขาผ่านระบบจัดการภายในของบริษัท

“สื่อกว่างหยวน เข้าทำงานปี 06 ตำแหน่งรองผู้จัดการฝ่ายผลิตของฐานผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเทียนเหอ”

“เย่จื้อหย่ง เข้าทำงานปี 06 ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายภาคตะวันออกของแผนกการตลาดบริษัทมู่เหอ”

“เซี่ยโป เข้าทำงานปี 07 หืม? ทำไมถึงไปอยู่คองโก (คินชาซา) ได้เนี่ย?”

“หลูเจ๋อชวน รับผิดชอบประสานงานเรื่องโครงการเขื่อนแม่น้ำหมี่หลาน และเป็นหัวหน้าผู้ดูแลการจัดการลุ่มน้ำด้วย ซี้ด... ร้ายไม่เบาแฮะ”

พอเห็นชื่อแม่น้ำหมี่หลาน กัวหยางก็อดไม่ได้ที่จะมองดูอีกครั้ง นี่คือโครงการส่งน้ำของหลัวเจี่ย ซึ่งเจียเหอก็ถือหุ้นอยู่ด้วย

ผลปรากฏว่าเขาเห็นหลูเจ๋อชวนส่งเอกสารคำร้องเรื่องหนึ่ง

“คำร้องขอสร้างฐานสาธิตและทดลองขยายพันธุ์พืชในเขตเหมืองแร่โพแทชหลัวปู้พัว”

เมื่อมองแวบแรก กัวหยางก็รู้สึกว่าไอเดียนี้ค่อนข้างบ้าบิ่น เพราะหลัวปู้พัวคือเขตแดนต้องห้ามของสิ่งมีชีวิต

แต่หลังจากได้อ่านรายละเอียดในคำร้อง เขากลับรู้สึกว่าจำเป็นต้องลองดูสักตั้ง

การสร้างโรงงานสีเขียวคือความคาดหวังของคนหลัวเจี่ย พอยืนอยู่บริเวณโรงงานแล้วมองออกไปให้ไกลที่สุด ก็จะเห็นเพียงทะเลทรายโกบีและพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเกลือขาวโพลนแสบตา

หลูเจ๋อชวนเขียนในคำร้องว่า: “เพื่อให้ได้เห็นสีเขียว ทุกวันจะมีคนไปที่โรงอาหารเพื่อหาแตงกวา ผักกาดขาว และพริกหยวก ไม่ใช่เพื่อกินนะ แต่ขอแค่มองสักครั้งก็ยังดี”

ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของหลัวเจี่ย เจียเหอก็จำเป็นต้องออกแรงช่วยเหลือบ้าง

หลูเจ๋อชวนยังเป็นแค่หัวหน้างาน ขั้นตอนสุดท้ายต้องไปให้หนิวหู่หลินอนุมัติ กัวหยางก็ไม่อยากเข้าไปแทรกแซงโดยตรง

เมื่อคิดดูแล้ว เขาจึงแคปหน้าจอแล้วส่งให้ฉีจื่อเหวิน เพื่อให้เขาไปช่วยประสานงานให้

หลังจากไล่ดูรายชื่อแบบคร่าวๆ คนกลุ่มแรกในตอนนั้นได้กลายเป็นบุคลากรหลักของบริษัท และส่วนใหญ่ก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดี

นี่แหละคือผลลัพธ์ที่เขาต้องการเห็น

เมื่อวางรากฐานได้ดี เรือลำใหญ่ลำนี้ถึงจะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ

กัวหยางคิดว่าคราวหน้าจะเปลี่ยนรูปแบบการตรวจงานสักหน่อย รูปแบบที่ใช้อยู่ตอนนี้ลูกน้องคงจะจับทางได้หมดแล้ว

ครั้งหน้า เขาจะพุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลเลย

นี่นายๆ ออกมาหน่อย เรื่องใหญ่แล้ว บอสใหญ่ต้องการคุยกับนาย!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ กัวหยางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็เริ่มจากนายก่อนเลยแล้วกัน หลูเจ๋อชวน”

...

ในออฟฟิศแห่งหนึ่งที่เมืองหลาน ฟางเสี่ยวจางและถังเว่ยหัวกำลังนั่งปรึกษากัน

ฟางเสี่ยวจางพูดว่า “ยื่อคาเจ๋อ--ซานหนาน——หลินจือ——ก้งเหอ——จิ่งไท่——จางเย่——จิ่วเฉวียน——รั่วเชียง——อัลไต นี่คือโรงงานเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้นกล้าเหวินกวนกั่วขนาดใหญ่เจ็ดแห่งที่เรามี นอกจากโรงงานทั้งแปดแห่งนี้แล้ว ยังมีเรือนเพาะชำขนาดเล็กและขนาดกลางอีกหลายแห่ง

แต่ในปัจจุบัน นอกจากมณฑลกานซู่แล้ว พื้นที่อื่นๆ ยังไม่ได้เริ่มปลูกต้นไม้ และยังไม่มีใครเข้าไปลงทุนในพื้นที่เหล่านั้นเลย”

ถังเว่ยหัวพูดอย่างครุ่นคิด “ที่หนึ่งระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลสูงเกินไปและทำเลก็ห่างไกล ส่วนอีกที่ก็แห้งแล้งและขาดแคลนน้ำ มันยากทั้งสองที่แหละ”

ฟางเสี่ยวจางถาม “กล้าไม้อายุได้หนึ่งปีแล้วใช่มั้ย?”

ถังเว่ยหัวตอบ “อืม เส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นระดับดิน 0.6 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร ยังพอจะลากยาวไปได้อีกปีสองปี ถ้าต้นกล้าโตกว่านี้ ต้นทุนในการเคลื่อนย้ายจะสูงมาก”

“ลากยาวได้” ฟางเสี่ยวจางพูด “เทียนเหอกำลังเลือกสถานที่ในพื้นที่ชิงไห่ทิเบตเพื่อสร้างฐานเพาะต้นกล้าสนเฟอร์และต้นสปรูซ บอสอยากให้สร้างเรือนเพาะชำเหวินกวนกั่วไปด้วยเลย”

ในแง่ของการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ ต้นเหวินกวนกั่วสามารถปลูกได้ลึกสุดทางใต้ถึงเขตหุบเขาแม่น้ำยาร์ลุงจางโป อย่างเช่น ยื่อคาเจ๋อ และ ซานหนาน

ถังเว่ยหัวเคยได้ยินมาว่า เหวินกวนกั่วรุ่นที่สอง นอกจากจะให้ผลผลิตสูงขึ้นแล้ว ยังเหมาะที่จะปลูกในพื้นที่หนาวเย็นที่ราบสูงเป็นอย่างยิ่ง

“โอเค ไม่มีปัญหา เดี๋ยวผมไปจัดการประสานงานให้”

“ยังมีอีกเรื่อง”

“เรือนเพาะชำต้นสบู่ดำเหรอ?”

“ใช่” ฟางเสี่ยวจางรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เขาพูดว่า “พื้นที่ซานเจียงปิ้งหลิวในมณฑลอวิ๋น พื้นที่พานซี และเขตชวนซีกานจือ ก็ต้องเริ่มลงมือแล้วเหมือนกัน”

ถังเว่ยหัวเงียบไป

ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่างานที่มณฑลกุ้ยก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย

แถมพื้นที่ที่ต้องเริ่มลงมือในตอนนี้ก็ระดับความยากไม่ใช่เล่น โชคดีที่เป็นแค่เรือนเพาะชำ...

ฟางเสี่ยวจางถามอีกครั้ง “ภารกิจปลูกต้นสบู่ดำสิบล้านหมู่ในมณฑลกุ้ยที่รับปากไว้ ใกล้จะเสร็จแล้วใช่ไหม?”

“จะเสร็จก่อนฤดูร้อนปีหน้า” ถังเว่ยหัวพูด “มันช่างทำให้คนรู้สึกเดือดพล่านจริงๆ!”

ฟางเสี่ยวจางหัวเราะในลำคอ “บอสของเราก็แบบนี้แหละ ไม่มีเงินสักแดงเดียวที่ได้มาเปล่าๆ ยิ่งหาเงินได้มาก เขาก็ยิ่งทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ขึ้น”

“ฮ่าฮ่าฮ่า...”

ทั้งสองคนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา พวกเขารู้ดีว่าแค่ปีนี้ปีเดียวก็สามารถขุนให้บริษัทเจียเหอชีวเคมีอู้ฟู่ได้แล้ว ส่วนปีหน้าและปีถัดไปก็จะยิ่งร่ำรวยมากขึ้นไปอีก

ผลกำไรแต่ละอย่างชวนให้ใจสั่นทั้งนั้น!

ผลสุดท้ายบอสก็เตรียมจะเอามันไปถลุงเล่นต่อ โดยไม่ลังเลสักนิด

ดูเหมือนว่าโปรเจกต์แม่น้ำหงฉีจะไม่ใช่แค่แนวคิดซะแล้ว บอสอยากจะทำเรื่องยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จจริงๆ

ตอนนี้ถังเว่ยหัวเต็มไปด้วยแรงกระตุ้น เขามีความรู้สึกฮึกเหิมทะเยอทะยานเหมือนคนแก่ที่กลับมาคึกคะนองอีกครั้ง

เขาเพิ่งจะอายุห้าสิบสามปี ยังเหลือเวลาอีกเจ็ดปีกว่าจะเกษียณ ซึ่งมันก็มากพอที่จะทำอะไรให้สำเร็จได้ตั้งหลายอย่าง

หลังจากถังเว่ยหัวเดินออกไป ฟางเสี่ยวจางก็ยังคงก้มหน้าก้มตาจัดการกับเอกสารต่อไป

ตั้งแต่บริษัทเจียเหอชีวเคมีเริ่มออกผลผลิต เขาก็แทบไม่มีเวลาลงไปทำงานวิจัยในห้องแล็บเลย แต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งความสนใจในด้านนี้

เชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันหล่อลื่นเกรดสูง และอื่นๆ คือเป้าหมายต่อไปที่เขาต้องการบรรลุให้ได้

ทีมของศาสตราจารย์จางฮ่าวลี่ที่ร่วมมือกับบริษัทเจียเหอชีวเคมีมาอย่างยาวนาน กำลังดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในด้านนี้อยู่

ขณะที่เขากำลังอ่านเอกสารอย่างใจจดใจจ่อ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นเกาเต๋อ ช่วงนี้โทรหาเขาทุกสองสามวัน ดูเหมือนว่าจะมีข่าวดีอีกแล้ว

“ประธานฟาง ยอดขายจินหลัวทำสถิติใหม่อีกแล้วนะครับ”

“ยินดีด้วยนะ ประธานเกา”

“ยินดีด้วยกันสิครับ ยินดีด้วยกัน” เกาเต๋อถามขึ้นมา “ความกดดันด้านยอดขายไบโอดีเซลคงจะเยอะน่าดู คุณพอจะแบ่งให้บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันอีกสักหน่อยได้ไหม?”

“ตลาดน้ำมันบริโภคจะรองรับไหวเหรอ?”

“บริษัทไหนบ้างจะไม่มีสต็อกของเลย! พอไม่มีของในมือ มันก็รู้สึกหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก ให้ผมเพิ่มราคาให้อีกนิดไหมล่ะ?”

ฟางเสี่ยวจางยิ้ม

“วางใจเถอะ เมล็ดเหวินกวนกั่วเก็บไว้ได้นาน ไบโอดีเซลที่แปรรูปจากมันก็เอาไว้ใช้แค่ภายในบริษัทเท่านั้น เมล็ดพันธุ์มีพอให้ใช้แน่ๆ แถมพอป้อนให้บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมัน กำไรมันก็สูงกว่าด้วย รับรองว่าส่งของตรงเวลาและครบจำนวนแน่นอน”

“แบบนั้นก็ดี” เกาเต๋อพูด “คุณไม่รู้อะไร ตั้งแต่วันชาติมาจนถึงตอนนี้ น้ำมันเหวินกวนกั่วจินหลัวขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ยอดขายต่อวันทั้งออนไลน์และออฟไลน์สูงสุดทะลุ 70 ล้านหยวนเลยนะ...”

เอาเถอะ ที่แท้ก็มาอวดนี่เอง

ฟางเสี่ยวจางเร่งเสียงโทรศัพท์ให้ดังขึ้น แล้ววางมันไว้ข้างๆ จากนั้นก็เริ่มทำงานของตัวเองไปพลาง ตอบรับเกาเต๋อส่งๆ ไปพลาง

“เรื่องพวกนี้คุณควรจะไปรายงานบอสนะ เป็นโอกาสดีที่จะได้เอาหน้าเลย”

“บอกไปแล้ว บอสตอนนี้ความรู้สึกตื่นเต้นตายด้านไปแล้ว แกไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่เลย”

จู่ๆ เกาเต๋อก็รู้สึกหมดสนุก

มาพูดเรื่องพวกนี้กับฟางเสี่ยวจางแล้วมันจะได้อะไร

ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันมักจะใช้กลยุทธ์สงครามราคาในตลาดภายในประเทศ ซึ่งก็ทำมาหลายปีแล้ว

มันทำให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ และช่วยให้ครองส่วนแบ่งตลาดได้ แถมยังมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ชาวบ้านก็มองว่ามันเป็นแค่แบรนด์ธัญพืชและน้ำมันธรรมดาๆ แบรนด์หนึ่งเท่านั้น

ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับระดับไฮเอนด์เลย และไม่เป็นที่ชื่นชอบของครอบครัวที่มีฐานะสักเท่าไหร่

ต่อให้บริษัทเจียเหอธัญพืชและน้ำมันจะเข็นผลิตภัณฑ์อย่างน้ำมันเมล็ดทานตะวันออกมา มันก็แค่สร้างกระแสได้นิดหน่อย ความประทับใจที่ฝังรากลึกนั้นยากจะเปลี่ยนได้

ในตลาดภายในประเทศ น้ำมันบริโภคที่มียอดขายดีและตั้งราคาสูงก็คือน้ำมันเมล็ดชา

ขนาด 4 ลิตร ราคาประมาณ 180 ถึง 200 หยวน

น้ำมันเหวินกวนกั่วก่อนหน้านี้มีคุณภาพดี อุดมไปด้วยสารอาหาร ราคาแพงกว่าด้วย แต่กลับไม่มีทั้งกำลังผลิตและยอดขาย

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่น้ำมันเหวินกวนกั่วจินหลัวของเจียเหอเปิดตัวออกมา คุณภาพก็ยกระดับขึ้น มีสินค้าซัพพลายให้เพียงพอ ทำให้มันสามารถสร้างสถานะในตลาดได้อย่างมั่นคงทันที

เรื่องนี้ทำให้เกาเต๋อรู้สึกหน้าบานอย่างมาก

แต่ไม่รู้ทำไม เขารู้สึกว่าพอแกได้ยินแล้วกลับไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ ถึงจะเอ่ยปากชม แต่ก็ดูเหมือนจะทำไปตามหน้าที่มากกว่า แถมยังกำชับให้เขาสนับสนุนบริษัทเจียเหอชีวเคมีอีกต่างหาก

หลังจากที่ฟางเสี่ยวจางและเกาเต๋อคุยกันสัพเพเหระสองสามประโยค เขาก็เข้าใจเหตุผล

ต้นกล้าเหวินกวนกั่วขายได้หกพันกว่าล้านบอสยังไม่เลิกคิ้วเลย นับประสาอะไรกับยอดขาย 70 ล้านต่อวันที่มันไม่ค่อยจะแน่นอนล่ะ

มีคำหนึ่งที่เกาเต๋อพูดถูก คือความรู้สึกตื่นเต้นของบอสตายด้านไปแล้วจริงๆ

เพิ่งจะวางสายไป เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ฟางเสี่ยวจางขมวดคิ้ว คนที่โทรมาคือฮวาคัง นี่ทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยจะรื่นรมย์เท่าไหร่แล้ว

หมอนี่ก็คงจะมาอวดเหมือนกันแหละ แต่ต่างจากเกาเต๋อตรงที่ฮวาคังเป็นคนของจงฮว่า และเคยปะทะคารมกับฟางเสี่ยวจางมาแล้วตั้งหลายครั้ง

ต้องคิดหน่อยแล้ว

นิ้วของฟางเสี่ยวจางเคาะลงบนโต๊ะซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงโทรศัพท์ก็ดังไม่หยุด แต่ก็ไม่มีใครยอมวางสายไปก่อน

จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย ฟางเสี่ยวจางถึงยอมรับสาย

“ประธานฮวา ยินดีด้วยนะครับ บี20 ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ผมว่าปีนี้คุณคงได้เลื่อนขั้นและรวยเละแน่ๆ”

ฮวาคังไม่หลงกลมุกนี้ เขาแค่นเสียงฮึดฮัด “คุณบอกมาสิว่าผมมีน้ำใจพอไหม จัดโปรโมชั่นครั้งนี้จงฮว่าไม่ได้กำไรสักแดงเดียว ก็เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายให้เจียเหอเลยนะ!”

“มีน้ำใจสุดๆ เลยครับ”

“ตอนเซ็นสัญญา ให้คุณยอมเฉือนกำไรนิดหน่อย ก็มัวแต่อิดออดบ่นนู่นบ่นนี่ ตอนนี้รู้หรือยังล่ะว่าผิดตรงไหน?”

“ดูคำพูดคุณสิ ไม่ผิดแล้วจะปล่อยให้คุณคุยโวหน่อยไม่ได้หรือไง”

“...” ฮวาคังรู้สึกอึดอัดอยู่ในอก พักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะด่าออกมา “ไอ้บ้าเอ๊ย รู้งี้ฉันน่าจะยืดเวลาจ่ายเงินพวกนายให้นานๆ ไปเลย!”

“หืม?”

ฟางเสี่ยวจางตื่นตัวขึ้นมาทันที แล้วถามว่า “จะจ่ายเงินแล้วเหรอ? เออจริงด้วย นี่ก็เกือบเดือนแล้วนี่นา”

ฮวาคังพูดอย่างโมโห “จริงๆ เลยนะ ฟางเสี่ยวจาง หน้าคุณนี่มันหนาจริงๆ เมื่อก่อนมีแต่คนมาขอร้องให้ผมเดินเรื่องจ่ายเงินให้ แต่คุณนี่ดีแฮะ ต้องให้ผมเป็นฝ่ายกระตือรือร้นไปเชิญคุณ”

ฟางเสี่ยวจาง: “เฮ้อ ช่วงนี้บริษัทมีเงินเข้าเยอะเกินไป ไม่มีความกดดันเรื่องเงินทุน ก็เลยลืมไปเลยว่าต้องมีการทวงหนี้ด้วย”

“...” ฮวาคังไม่อยากจะพูดอะไรต่อแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีธุระอื่น เขาคงวางสายไปตั้งนานแล้ว

“ให้คนของคุณรีบส่งเรื่องมาให้เร็วที่สุดนะ”

“โอเค เดี๋ยวจัดการให้ทันทีเลยครับ”

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”

ฟางเสี่ยวจางหรี่ตาลง “ว่ามาสิ”

“ช่วยปรับความถี่และปริมาณสินค้าที่จะป้อนให้จงฮว่าเพิ่มขึ้นอีกนิด ผมกลัวว่าสต็อกจะตามไม่ทัน”

“ไปหา...”

“หามาแล้ว มัวแต่ยุ่งกับการส่งของให้บริษัทเดินเรือนู่นแหละ” ฮวาคังขัดจังหวะ “ไม่งั้นคุณคิดว่าผมจะมาหาคุณเหรอ จะมาอวดอะไรกับคุณล่ะ”

พอได้ยินแบบนี้ ฟางเสี่ยวจางก็แอบขำในใจ มิน่าล่ะถึงได้เปิดประเด็นเรื่องจ่ายเงินก่อน นี่มันความหยิ่งยโสล้วนๆ เลย! แต่ก่อนคือเย่อหยิ่ง ตอนนี้คือปากแข็งซึนเดเระ

“ได้ คุณส่งรายละเอียดมาให้ผม แล้วเดี๋ยวผมจัดการให้”

“งั้นก็แค่นี้แหละ อย่าลืมส่งเรื่องเบิกเงินล่ะ”

“โอเค โอเค”

ฟางเสี่ยวจางกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่จริงๆ เขาหัวเราะร่วนออกมา หลังจากหัวเราะอยู่พักหนึ่ง เขาก็เรียกเถียนเล่อหนิงผู้ช่วยของเขาเข้ามา

“คุณไปแจ้งโรงงานที่มณฑลกุ้ย ให้ไปทำเรื่องเบิกเงินจากจงฮว่า แล้วก็ปรับความถี่และปริมาณการจ่ายน้ำมันให้กับจงฮว่าด้วย”

“รับทราบค่ะ”

เถียนเล่อหนิงก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของโครงการผู้บริหารเจียเหอเหมือนกัน เธอทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก ไม่นานก็ติดต่อเสร็จและกลับมารายงาน

“ตอนนี้โรงงานเถียนตงกำลังเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังผลิต สูงสุดวันละ 4,200 ตัน จงฮว่าได้เพิ่มโควตาเฉลี่ยต่อวันเป็น 2,400 ตันแล้วค่ะ”

“กินจุซะด้วยสิ!”

ฟางเสี่ยวจางเก่งคณิตศาสตร์ เขาคำนวณปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าปั๊มน้ำมันของจงฮว่าตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งเป้ายอดขายน้ำมันดีเซล B20 เฉลี่ยอยู่ที่ 20 ตันต่อวันต่อปั๊ม!

เถียนเล่อหนิงพูด “ตอนนี้ทิศทางการพัฒนากลุ่มลูกค้ารายใหญ่ถือว่าดีมากค่ะ ทางโรงงานก็เป็นห่วงว่าจงฮว่าจะขายไม่หมดแล้วไปกระทบช่องทางอื่น”

ฟางเสี่ยวจางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไม่เป็นไร จัดคิวส่งให้จงฮว่าก่อน ถ้าขายไม่หมด เดี๋ยวผมจะไปคุยกับฮวาคังเอง”

“ได้เลยค่ะ”

เถียนเล่อหนิงหัวเราะเบาๆ เห็นได้ชัดว่าเธอรู้เรื่องความบาดหมางระหว่างทั้งสองคน นี่จะไปคุยกันหรือไง นี่มันกะจะไปเชือดนิ่มๆ ชัดๆ

“จริงสิ” ฟางเสี่ยวจางถาม “ยอดเบิกเงินมีเท่าไหร่?”

เถียนเล่อหนิงยิ้มแล้วตอบ “ครั้งนี้เบิกทั้งหมด 140 ล้านหยวนค่ะ”

“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?” ฟางเสี่ยวจางประหลาดใจ

“ปริมาณที่ยื่นขอชำระเงินคือ 31,200 ตันค่ะ” เถียนเล่อหนิงกล่าว “เป็นปริมาณสำหรับ 20 วัน”

ฟางเสี่ยวจางคำนวณในใจ ถ้าคิดจาก B20 ยอดขายของจงฮว่าจะอยู่ที่ 156,000 ตัน เฉลี่ยวันละ 7,800 ตัน ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งจะมียอดขายเฉลี่ยวันละ 13 ตัน

แต่นอกจากขายปลีกแล้ว จงฮว่าก็ยังมีช่องทางจัดจำหน่ายอื่นอีก

พอรวมเวลาที่ต้องใช้ในการผสม...

จู่ๆ ฟางเสี่ยวจางก็รู้สึกสงสารฮวาคังขึ้นมาหน่อยๆ คนเขาอุตส่าห์หวังดีมาเตือนให้ไปเก็บเงิน จะปล่อยให้เขาได้โอ้อวดหน่อยจะเป็นไรไป

ไม่สมควรเลยจริงๆ

แต่มันก็เป็นเพราะเงินจากการขายต้นกล้าเข้าบริษัทมากเกินไป ทำให้ฝ่ายจัดซื้อวัตถุดิบไม่มีความกดดันเรื่องเงินทุน จนทำให้เขาสูญเสียความระแวดระวัง นี่แหละที่ไม่สมควรยิ่งกว่า

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสายจากจี้หย่งหวย ผู้บริหารของเหยียนฉางปิโตรเลียม

“ประธานฟาง จะสะดวกเจอกันเมื่อไหร่ดีครับ ทางเหยียนฉางปิโตรเลียมสนใจไบโอดีเซลมาก”

“ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ”

ฟางเสี่ยวจางยิ้ม เขาเข้าใจแล้วว่า ค่ายพันธมิตรที่ซีเอ็นพีซีสร้างขึ้นมา ได้แตกสลายลงแล้ว

...

เฉียวเหว่ยเฉียงแห่งซีเอ็นพีซีส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมา

“ประธานต่ง ผมสนับสนุนให้คุณกดดันเจียเหอต่อไปนะ เพื่อเรียกร้องเงื่อนไขที่ดีที่สุด”

ทุกคนจากซีเอ็นพีซีที่เข้าร่วมประชุมล้วนฟังออกว่าเขากำลังประชด

ก่อนที่ไบโอดีเซลของเจียเหอจะวางจำหน่าย เนื่องจากการคัดค้านของต่งเทียนเฉิง ซีเอ็นพีซีจึงเลือกที่จะมองข้ามศักยภาพของไบโอดีเซลไป

ตรงกันข้าม เพื่อบีบให้เจียเหอเซ็นสัญญาส่งกล้าไม้และวัตถุดิบที่ไม่เป็นธรรม พวกเขากลับทุ่มทรัพยากรมหาศาลเพื่อจำกัดช่องทางการขายของเจียเหอ ไปจนถึงการใส่ร้ายป้ายสี

ทว่าจงฮว่ากลับเสนอราคาที่ชวนให้เบิกโพลง

สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าเจียเหอตั้งราคาให้จงฮว่ายังไง แต่ในวินาทีนั้น ทุกคนก็รู้ทันทีว่างานเข้าแล้ว

และความจริงก็เป็นเช่นนั้น

นับตั้งแต่เริ่มวางขาย ปั๊มน้ำมันของจงฮว่าตามแนวชายฝั่งก็คึกคักราวกับตลาด ในช่วงพีคๆ ถึงกับมีคนต่อคิวกันยาวเหยียด

ความกังขาต่างๆ ของผู้ใช้เกี่ยวกับไบโอดีเซลก็ค่อยๆ ลดลง หลังจากที่เจียเหอเอารถเกษตรของตัวเองมาทดลองใช้

น้ำมันดีเซล B20 จึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ทุกคนมองไปที่ต่งเทียนเฉิง ซึ่งตอนนี้เขามีสีหน้าบึ้งตึงอย่างหนัก

“สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ เจียเหอยังไม่ได้หลุดพ้นจากวงล้อมของเราหรอก ขอกดดันอีกหน่อยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส”

“ใช่ครับ วงล้อมที่ประธานต่งออกแบบไว้ยังอยู่”

เฉียวเหว่ยเฉียงพูดอย่างอารมณ์ดี “แต่ว่ายอดขายกล้าไม้ของเจียเหอดีมากเลยนะ กั๋วเหลียงและเหยียนฉางปิโตรเลียมก็มีแผนจะสร้างฐานการผลิตแล้ว

ตอนนี้บริษัทเจียเหอชีวเคมีมีเงินทุนหนามาก จะยื้อไปอีกสักปีครึ่งปีก็ไม่ใช่ปัญหา ได้ยินมาว่าคนที่ประธานต่งส่งไปเจรจาล้วนแต่ถูกปฏิเสธกลับมาหมด

ผมขอเสนอแนะหน่อยนะ ประธานต่ง คุณเป็นคนมีหน้ามีตา ออกโรงเองเลยดีกว่า อย่าหลบอยู่ข้างหลังเลย เดี๋ยวคนเขาจะด่าว่าคุณเป็นเต่าหดหัว”

สีหน้าของต่งเทียนเฉิงดูมืดทะมึนจนน่ากลัว

เฉียวเหว่ยเฉียงยังรู้สึกว่าการโจมตียังไม่แรงพอ จึงใส่ไฟเพิ่มเข้าไปอีก เขาพูดว่า:

“แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนะ ฟังจากคังเมิ่งที่อยู่บริษัทสาขาตะวันตกเฉียงใต้บอกว่า ตอนแรกที่ปฏิเสธไม่ให้เจียเหอเข้ามาดูแลฐานการผลิตที่พานซี เป็นคำสั่งของคุณนี่นาประธานต่ง แบบนี้แหละงานหยาบเลย ลำบากแน่ๆ!”

เซี่ยงป๋อหลิงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะดูเหมือนเพิ่งจะรู้เรื่องนี้

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

“ไม่มีหรอกครับ” ต่งเทียนเฉิงพูดขึ้น “ตอนนั้นเจียเหอไม่มีความคิดที่จะเข้ามาดูแลเลยสักนิด แค่มาร่วมวงสนุกๆ เท่านั้นเอง!”

“เอ๋... แบบนั้นมันก็แปลกอยู่นะ คังเมิ่งบอกว่าคนของเจียเหอไปสำรวจที่ฮุ่ยหลี่ตั้งหลายรอบ”

เฉียวเหว่ยเฉียงมองไปที่เซี่ยงป๋อหลิง “ประธานเซี่ยง คังเมิ่งรออยู่หน้าห้องประชุม จะเรียกเขาเข้ามาฟังหน่อยไหมครับว่าเขาจะพูดว่ายังไง?”

“ให้เขาเข้ามา” เซี่ยงป๋อหลิงสั่ง

ต่งเทียนเฉิงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ตอนนั้นเขาอยู่ในช่วงสำคัญของการโยกย้ายตำแหน่ง เพื่อความมั่นคง เขาไม่ต้องการเสียเวลากับโปรเจกต์ที่ล้มเหลวจริงๆ

แต่เขามั่นใจได้เลยว่าเจียเหอไม่มีเจตนาจะเข้ามาดูแลฐานผลิตต้นสบู่ดำที่ชวนซีแน่นอน!

ทว่า คังเมิ่งที่เดินเข้ามากลับฟาดเขาเข้าอย่างจัง

“คนของเจียเหอเคยมาสำรวจที่ฐานของเราหลายครั้งครับ แต่ก็ไม่เคยเจอคนของเราเลยสักครั้ง กลับกลายเป็นว่าพวกนักเลงเจ้าถิ่นกับคนจากกรมวิชาการเกษตรร่วมมือกันข่มขู่คนของเจียเหอจนหนีเตลิดไปหมด!”

เซี่ยงป๋อหลิงถาม “นายก็ไม่เคยเจอคนของเจียเหอเลยเหรอ?”

“ตอนอยู่ที่เหลียงซานผมไม่เคยเจอครับ แต่เคยคุยโทรศัพท์กัน ประธานต่งไม่อนุญาตให้ผมออกหน้า” คังเมิ่งพูดด้วยความโกรธแค้น

“ปีที่แล้วตอนที่เห็นต้นสบู่ดำของเจียเหอให้ผลผลิตดี เพื่อกอบกู้โปรเจกต์นี้ ผมก็อุตส่าห์ไปร่วมงานทดลองผลิตไบโอดีเซลของเจียเหอที่ป่ายเซ่อ กลับมาก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาเต็มเปี่ยม เลยเสนอแผนงานไปอีก แต่ก็โดนประธานต่งตีกลับอีกครั้ง!

ทุกอย่างที่ผมพูดมีหลักฐานรองรับทั้งนั้นครับ”

ต่งเทียนเฉิงพูดเสียงเย็น “นายแน่ใจนะว่าเมื่อหลายปีก่อนเจียเหอมีความคิดที่จะซื้อฐานผลิตต้นสบู่ดำ?”

“ไม่ลองคุยแล้วจะรู้ได้ไงว่าไม่ได้!” คังเมิ่งตอบ “ถึงจะต้องจ่ายเงินจ้างให้เจียเหอมาช่วยเสียบยอดเปลี่ยนสายพันธุ์ ป่านนี้มันก็ผลิตออกมาตั้งนานแล้ว!”

ต่งเทียนเฉิงพูดว่า “ตอนนี้มาขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

“งั้นเรามาพูดเรื่องปัจจุบันกันดีกว่า”

เฉียวเหว่ยเฉียงพูดเสียงดัง ดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้อง “เมื่อกี้ บริษัทเจียเหอชีวเคมีและเหยียนฉางปิโตรเลียมได้บรรลุข้อตกลงในการส่งมอบน้ำมันแล้ว”

“อะไรนะ?”

“เหยียนฉางปิโตรเลียมเป็นบริษัทที่ประธานต่งติดต่อไปนี่นา”

“นี่มัน...”

เฉียวเหว่ยเฉียงพูดอย่างล้อเลียน “ประธานต่ง เหยียนฉางปิโตรเลียมลงมือแล้ว ต่อไปจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย วงล้อมมีรอยโหว่เบ้อเริ่มเลยนะ!

ประธานต่ง หรือว่าคุณจะช่วยอุดรอยโหว่นั้นหน่อยล่ะ?”

บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดอย่างขีดสุด

ดูเหมือนว่าเฉียวเหว่ยเฉียงและต่งเทียนเฉิงจะเกิดมาเป็นศัตรูกัน ทั้งคู่มีเรื่องขัดแย้งกันมานาน แต่ในวินาทีนี้ดูเหมือนว่าเฉียวเหว่ยเฉียงกำลังจะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะ

ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่ใช่คนดีอะไรก็ตาม

“อะแฮ่ม...” เซี่ยงป๋อหลิงกระแอมไอ “ถึงตอนนี้แล้วก็อย่าทะเลาะกันเองเลย ต่อไปเราจะรื้อฟื้นโปรเจกต์ป่าพลังงานขึ้นมาใหม่ เหว่ยเฉียง นายเป็นคนรับผิดชอบนะ”

“ครับ” เฉียวเหว่ยเฉียงตอบรับ “แต่ถ้าเราไปเจรจาตอนนี้ เงื่อนไขอาจจะไม่ค่อยเป็นผลดีกับเราเท่าไหร่นะครับ”

“เฮ้อ เรื่องวุ่นวายไปหมด” เซี่ยงป๋อหลิงถอนหายใจ “เบื้องบนน่าจะส่งข่าวมาเร็วๆ นี้ รีบจัดการให้เสร็จๆ ไปเถอะ อืม ถ้าเงื่อนไขมันเหมาะสมก็รับได้แหละ”

เฉียวเหว่ยเฉียงนิ่งเงียบ นี่มันเข้าตำรา ขโมยไก่ไม่สำเร็จแถมเสียข้าวสารไปอีกกำมือ ชัดๆ

โดนเจียเหอฟันหัวแบะแน่นอน

แต่นั่นมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ?

เขาคือผู้มีความดีความชอบ

คนที่ต้องรับบาปก็คือต่งเทียนเฉิง ต่อไปชิ้นเนื้อติดมันอย่างไบโอดีเซลก็จะไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีกแล้ว แต่ก็ถือว่าไม่ได้สูญเสียอะไร

คนที่เสียเลือดเนื้อก็คือบริษัทเท่านั้นแหละ

...

ตั้งแต่เหยียนฉางปิโตรเลียมเป็นต้นมา ฟางเสี่ยวจางก็ได้รับเอกสารจากทั้งสามยักษ์ใหญ่น้ำมันอย่างต่อเนื่อง

มีความหมายแฝงอยู่สองนัย

ประการแรก สามยักษ์ใหญ่น้ำมันต้องการจะฟื้นฟูโครงการป่าพลังงาน โดยต้องการให้เจียเหอจัดหากล้าไม้และให้บริการด้านเทคนิค

เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน สามยักษ์ใหญ่น้ำมันก็จะดำเนินการทดลองใช้ไบโอดีเซลด้วย ซึ่งเป็นได้แค่การทดลองใช้เท่านั้น เพราะไม่สามารถผลิตน้ำมันได้ทัน

สามยักษ์ใหญ่น้ำมันมีปั๊มน้ำมันรวมกันทั้งหมดกว่า 50,000 แห่ง ซึ่งมากกว่าจงฮว่าถึง 50 เท่า

การเปลี่ยนแปลงของสามยักษ์ใหญ่น้ำมันมาเร็วมาก แต่มันก็ไม่ได้ทำให้กัวหยางประหลาดใจเลย

ตราบใดที่ปริมาณการจัดส่งไบโอดีเซลยังคงรักษาระดับได้ตามแนวโน้มในปัจจุบัน การทำงานของทั้งระบบก็จะไม่ประสบปัญหาในระยะสั้น

จะมีวงล้อมหรือไม่มีมันก็ไม่สำคัญแล้ว อีกอย่าง ถ้าวงล้อมนี้ยังไม่แตก กำปั้นเหล็กจากเบื้องบนก็คงลงมาจัดการแน่ๆ

หลังจากที่สามยักษ์ใหญ่น้ำมันประกาศทดลองใช้ไบโอดีเซลได้ไม่นาน เอกสาร "ข้อกำหนด" ฉบับหนึ่งก็ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

เป็นการกำหนดข้อกำหนดต่างๆ สำหรับการจำหน่ายไบโอดีเซล B5, B10, และ B20

แม้จะไม่มีการออกกฎหมาย ไม่มีข้อบังคับที่เด็ดขาด แต่แค่เอกสารใบเดียวก็เพียงพอแล้ว ไบโอดีเซลมีความได้เปรียบด้านราคามากพอ!

นี่คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างในประเทศและต่างประเทศ

และเมื่อเอกสารฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้เกิดกระแสความปั่นป่วนระลอกใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

จบบทที่ บทที่ 437 : เดินหน้าเข้ารูปเข้ารอย | บทที่ 438 : เอกสารหนึ่งฉบับ

คัดลอกลิงก์แล้ว