เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า

บทที่ 38 - เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า

บทที่ 38 - เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า


บทที่ 38 - เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า

สิ่งที่ทำให้เยี่ยเทียนซินสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้ ที่พึ่งพิงสำคัญที่สุดของนางก็คือ อาวุธระดับฟ้าอย่างห่วงมากรัก

ห่วงมากรัก สมชื่อเลย รูปร่างของมันเป็นวงกลม ซ่อนคมมีดไว้รอบทิศทางสามร้อยหกสิบองศา มีทั้งหมดสองห่วง หากสัมผัสโดนส่วนไหนก็จะถูกคมมีดบาดเอาได้ง่ายๆ ยิ่งเมื่อผู้ฝึกตนถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป อานุภาพของมันก็จะยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น

ห่วงมากรัก ไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของความรักแต่อย่างใด แต่มันคือความเคียดแค้นชิงชัง หมายความว่าหากมันรัดพันสิ่งใดไว้แล้ว ก็จะไม่มีวันปล่อยมือเป็นอันขาด

...

เยี่ยเทียนซินทำได้เพียงเบิกตาดูห่วงมากรักที่อยู่เคียงข้างนางมานานถึงสิบปี ถูกฝ่ามือมารทะลายทัพอันทรงพลังของลู่โจวรัดรึงเอาไว้จนสิ้นแสงประกาย

ตู้ม!

นางพยายามจะขัดขืน หมายจะแย่งชิงอาวุธคู่กายกลับคืนมา! เพราะถ้านางสูญเสียห่วงมากรักไป ต่อให้วันนี้นางหนีรอดไปได้ ระดับความแข็งแกร่งของนางก็จะลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด

พลังของเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นสมุทรสีครามปะทุขึ้นมา

พลังเหล่านั้นถาโถมเข้าใส่ลู่โจวราวกับคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร

แต่น่าเสียดาย...

คนที่นางกำลังเผชิญหน้าอยู่ คืออดีตอาจารย์ของนาง ผู้ที่รู้จักเคล็ดวิชาเกลียวคลื่นสมุทรสีครามดีกว่าตัวนางเสียอีก

"ทำลาย"

ลู่โจวปลดปล่อยพลังคลื่นสมุทรที่ทรงพลังยิ่งกว่าออกมาจากร่าง

มันม้วนตัวกลับไปกลืนกินทุกสิ่ง

เมื่อเทียบกันแล้ว เคล็ดวิชาเกลียวคลื่นสมุทรสีครามของเยี่ยเทียนซิน ก็ดูเหมือนจะเป็นแค่สายน้ำเส้นเล็กๆ ที่ไร้ความหมายไปเลย

เพียงชั่วพริบตา มันก็ถูกคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำกลืนกินจนหมดสิ้น

ตู้ม!

คลื่นยักษ์กระแทกเข้าที่หน้าอกของเยี่ยเทียนซินอย่างจัง

เยี่ยเทียนซินร้องครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดลมในกายตีกลับ พรูด...

ร่างของนางร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า

วิชามหาเทวะ

ร่างของลู่โจวกะพริบวาบ

พริบตาเดียว เขาก็ลงมายืนอยู่บนพื้นดินแล้ว

เยี่ยเทียนซินปวดร้าวไปทั้งตัว ในหัวขาวโพลนไปหมด... เจ็บปวดจนพูดไม่ออก

วินาทีที่เคล็ดวิชาเกลียวคลื่นสมุทรสีครามอันทรงพลังถาโถมลงมา นางก็รู้ตัวแล้วว่า ตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

เพียงแต่...

แพ้ก็คือแพ้ แล้วตาเฒ่านี่จะใช้วิชามหาเทวะเคลื่อนพริบตาไล่ตามมาเพื่ออะไรอีกล่ะ? จะอวดเบ่งพลังรึไง?

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลู่โจวที่เอะอะก็งัดวิชามหาเทวะออกมาใช้

เยี่ยเทียนซินก็รู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

ตาเฒ่าคนนี้...

ไม่ยอมเปิดโอกาสให้รอดเลยแม้แต่นิดเดียว!

...

ลู่โจวไม่ละสายตา เพ่งมองไปยังร่างของเยี่ยเทียนซินที่กำลังร่วงหล่นลงมา

ในขณะเดียวกัน เขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ และเงี่ยหูฟังทุกความเคลื่อนไหว

เขาต้องการจะดูให้แน่ใจว่า มีศิษย์ชั่วคนอื่นซ่อนตัวอยู่แถวนี้อีกหรือไม่

กายาธรรมช่วยเพิ่มประสาทสัมผัสในการรับรู้ให้กับเขาอย่างมหาศาล

แต่น่าเสียดาย... ที่ไม่มีเลย

นี่มันช่างแปลกประหลาดจริงๆ

ตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ลำพังแค่เยี่ยเทียนซินคนเดียว ไม่น่าจะกล้าทำเรื่องแบบนี้หรอก

ผู้ฝึกตนบนภูเขาจินถิงนับหมื่นคนยังเป็นได้แค่ตัวประกอบ แล้วนี่กลับไม่มีผู้ฝึกตนขั้นทัณฑ์วิญญาณโผล่มาเลยสักคน ในสถานที่ที่มีเพียงลู่โจวที่อยู่ในสถานะจุดสูงสุดเท่านั้น ก็มีแค่เยี่ยเทียนซินคนเดียวที่บรรลุขั้นนี้

โดดเด่นเกินไปก็มักจะเป็นภัย

ไม่ตีเจ้าแล้วจะให้ไปตีใครล่ะ?

ลู่โจวค่อยๆ ยกมือขึ้น

พลังปราณอันมหาศาลพุ่งทะลักออกมา พันรอบตัวของเยี่ยเทียนซิน และรัดรึงนางเอาไว้แน่น

เยี่ยเทียนซินค่อยๆ ร่อนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่โจว โดยมีพลังงานประหลาดคอยพยุงร่างเอาไว้

【ติ๊ง จับเป็นศิษย์ชั่วได้หนึ่งคน ศิษย์คนที่หก เยี่ยเทียนซิน ได้รับรางวัล 1000 แต้มบุญ】

สบตากัน

ทั้งสองคนยืนห่างกันเพียงแค่สองเมตรเท่านั้น

นัยน์ตาของเยี่ยเทียนซินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความตื่นตะลึง

แม้แต่ตอนที่ยังเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชาอยู่บนภูเขาจินถิง นางก็ไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวเท่าวันนี้มาก่อนเลย

มันใกล้เกินไปแล้ว... หัวใจเต้นโครมครามอย่างรุนแรง ลมหายใจก็ถี่กระชั้นและอึดอัด

ลู่โจวยังคงรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย

ความรู้สึกของการอยู่ในสถานะจุดสูงสุด ทำให้จิตใจของเขาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำ

เมื่อมีพลัง ก็ย่อมมีความมั่นใจ และมีบารมี

"เยี่ยเทียนซิน"

ลู่โจวเอ่ยปากเรียกชื่อนางเบาๆ แต่คำสามคำนี้กลับดังก้องเข้าไปในหัวใจของนาง "ศิษย์เนรคุณ ขัดคำสั่งของข้า..."

"ตาเฒ่า... เจ้า จะทำอะไร?"

"ข้าจะเรียกคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าเคยมอบให้เจ้ากลับคืนมา"

"หา?"

เยี่ยเทียนซินสั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงตาเบิกกว้าง

ใบหน้าหวานที่เคยมีสีเลือดฝาด กลับซีดเผือดไร้สีเลือด

ตอนแรกนางตั้งใจจะร้องขอความเมตตา... แต่นางก็เห็นว่า จอมมารเฒ่าที่อยู่ตรงหน้านี้ ได้ยกมือขึ้นแล้ว

ดูเหมือนว่าจะไม่มีพื้นที่ให้ต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น

...

ฝ่ามืออันเหี่ยวย่น รองรับพลังปราณอันมหาศาลเอาไว้

สะบัดมือเบาๆ ด้วยมือเพียงข้างเดียว

พลังปราณอันมหาศาลนั้น ก็พุ่งทะยานออกไป

พรูด——

มันพุ่งเข้ากระแทกจุดตันเถียนและทะเลปราณของเยี่ยเทียนซินอย่างแม่นยำและรุนแรง

เยี่ยเทียนซินถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก

และในจังหวะนั้นเอง นางก็ได้ยินเสียงจุดตันเถียนและทะเลปราณที่นางเฝ้าฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก แตกสลายราวกับกระจกที่แตกละเอียด

เหมือนลูกโป่งที่แตกโพละ พลังปราณที่อยู่ข้างใน ก็แตกซ่านออกมาจนหมดสิ้น

นี่หมายความว่า... ตอนนี้นางกลายเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญไปแล้ว

สูญเสียพลังบ่มเพาะไปจนหมดสิ้น

...

สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว ไม่มีอะไรจะโหดร้ายไปกว่าการถูกทำลายพลังบ่มเพาะอีกแล้ว

เพื่อความแข็งแกร่ง เยี่ยเทียนซินยอมทิ้งความกลัว และเต็มใจกราบไหว้ฝากตัวเป็นศิษย์ที่ภูเขาจินถิง ฝ่าฟันอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายไปมากมาย กว่าจะมีฐานะและความสำเร็จอย่างในทุกวันนี้ ได้รับการกราบไหว้จากผู้คน ได้รับเกียรติยศชื่อเสียงมากมาย

แต่บัดนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ได้มลายหายไปพร้อมกับการแตกสลายของจุดตันเถียนและทะเลปราณของนางแล้ว

นางอึ้งไปเลย

อึ้งจนลืมแม้กระทั่งความเจ็บปวด

ลืมแม้กระทั่งการคิดวิเคราะห์

หลังจากความชาหนึบผ่านพ้นไปชั่วครู่ ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ทิ่มแทงเข้าไปถึงกระดูกดำก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ทรมานจนแทบจะทนไม่ไหว

เพียงชั่วพริบตาเดียว เหงื่อก็แตกพลั่กเต็มหน้าผาก

เยี่ยเทียนซินแค่นหัวเราะอย่างน่าเวทนา พยายามฝืนเงยหน้าขึ้นมา ความหวาดกลัวที่เคยมีอยู่เต็มอก กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น

รอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะร้องไห้แต่ก็เหมือนจะหัวเราะ ชวนให้รู้สึกเวทนายิ่งนัก

"ตา... ตาเฒ่า ฆ่าข้าซะเถอะ... หึหึหึ..."

ลู่โจวสังเกตเห็นว่า ค่าความแค้นของเยี่ยเทียนซิน พุ่งพรวดขึ้นไปถึง 60% แล้ว

เขาเริ่มสงสัย

แม้ว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ จีเทียนเต้าจะมีนิสัยอารมณ์ร้าย ทำเรื่องชั่วร้ายสารพัด และมักจะดุด่าทุบตีลูกศิษย์อยู่เสมอ แต่ก็ไม่เคยทำเรื่องอะไรที่รุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังได้มากมายขนาดนี้เลยนี่นา

ทำไมเยี่ยเทียนซิน ถึงได้เกลียดชังจีเทียนเต้ามากมายขนาดนี้ล่ะ?

แต่ช่างเถอะ... มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปหาคำตอบหรอก

สิ่งที่ลู่โจวทำไปทั้งหมด ก็เพื่อปกป้องตัวเองทั้งนั้น

"ดื้อด้านไม่ยอมรับผิด" ลู่โจวยกมือขึ้น สร้างพายุพลังปราณ ฟาดเพียะ เข้าที่แก้มของนาง

บนแก้มที่ซีดเซียว ปรากฏรอยนิ้วมือสีแดงห้าเส้นอย่างชัดเจน

"จะต้มยำทำแกงยังไงก็ตามใจเจ้าเลย หึหึหึ... หึหึ..." เยี่ยเทียนซินแค่นหัวเราะอย่างน่าสมเพชอีกครั้ง สายตาเหม่อมองลงพื้น "น่าสงสารศิษย์พี่สี่ น่าสงสารศิษย์พี่สาม... พวกเขาอุตส่าห์รอดพ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้มาได้แท้ๆ ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ด้วย?"

"ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเจ้า เป็นเพราะเจ้า ที่ทำให้พวกเขาต้องตาย! ตั้งแต่นี้ต่อไป จะไม่มีภูเขาจินถิงอีกแล้ว" เยี่ยเทียนซินพูดไปหัวเราะไป นางหวังจะใช้คำพูดเหล่านี้ยั่วโมโหลู่โจว

แต่น่าเสียดาย ที่ลู่โจวยังคงรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยได้ดังเดิม

ลู่โจวเหลือบมองดูเวลาที่เหลืออยู่ของการ์ดสถานะจุดสูงสุดในหน้าต่างระบบ

เหลืออีกแค่ห้านาทีเท่านั้น

ต่อให้เขาใช้วิชามหาเทวะท่องพันลี้ตอนนี้ ก็คงจะกลับไปไม่ทันแน่ๆ

แต่ระบบก็ไม่ได้มีการแจ้งเตือนใดๆ ว่าเจ้าสามและเจ้าสี่เกิดเรื่องร้ายขึ้น ซึ่งก็แสดงว่า ตอนนี้พวกเขายังไม่ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต

เจ้าสี่เป็นคนฉลาด คงไม่โง่ไปสู้ยิบตาจนตัวตายหรอกมั้ง?

ลู่โจวเอ่ยขึ้นว่า:

"นังโง่"

"เจ้าด่าข้างั้นรึ?" เยี่ยเทียนซินชะงักไป จอมมารเฒ่าเมื่อก่อนเวลาด่าคนไม่ใช่แบบนี้นี่นา

"ตราบใดที่ข้ายังอยู่ จะไม่มีใครกล้ามาขึ้นคร่อมหัวภูเขาจินถิงได้หรอก"

เมื่อเห็นท่าทีที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของลู่โจว เยี่ยเทียนซินก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลันนึกถึงคำพูดของศิษย์พี่ห้าเจาเยวี่ยขึ้นมาได้—— ท่านอาจารย์เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก แต่นางคิดไม่ถึงเลยว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นจะทำให้ท่านยากจะคาดเดา และดูลึกล้ำมากยิ่งขึ้น

ลู่โจวใช้มือเพียงข้างเดียว คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเยี่ยเทียนซิน

เยี่ยเทียนซินร้องอุทานด้วยความตกใจ หลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว...

ไม่ตายรึ?

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศ

ทิวทัศน์อันงดงาม ยอดเขาลูกแล้วลูกเล่าพุ่งผ่านไปเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว

มีม่านพลังปราณใสๆ ห่อหุ้มพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ เพื่อป้องกันพายุลมแรง

ฟึ่บ!

"อ๊าก..."

วิชามหาเทวะ ท่องพันลี้

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ล่ะ?

ทำไมตาแก่คนนี้ถึงสามารถใช้วิชามหาเทวะได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน?

ไม่ต้องใช้พลังปราณเลยหรือไง?

เขาทำได้อย่างไรกัน?

นี่มันไม่ใช่ยาวิเศษสกัดมาร และก็ไม่ใช่ยาวิเศษชนิดไหนๆ ในโลกนี้เลย

ต่อให้นางสูญเสียพลังบ่มเพาะไปแล้วในตอนนี้... แต่ประสบการณ์ของนางก็บอกนางได้ว่า รอบๆ ตัวลู่โจวไม่มีร่องรอยของการรวมตัวของพลังปราณเลย และมันก็ขัดกับกฎเกณฑ์การใช้ยาวิเศษประเภทที่ระเบิดพลังออกมาด้วย

นี่แสดงให้เห็นว่า พลังปราณทั้งหมดนั้น มาจากตัวเขาเองล้วนๆ

แต่ทว่า... เขาก็แก่ปูนนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถกักเก็บพลังปราณไว้ได้มากขนาดนั้นอีกแล้วนี่นา!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 38 - เรียกคืนทุกสิ่งที่เป็นของเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว