เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 - แก๊งหลินหู

บทที่ 31 - แก๊งหลินหู

บทที่ 31 - แก๊งหลินหู


บทที่ 31 - แก๊งหลินหู

คำประจบสอพลอแบบนี้ก็ยังกล้าพูดออกมาอีกรึ?

พรืด

ยวนเอ๋อร์สุดจะกลั้นหัวเราะ นางหัวเราะพรืดออกมา

เมื่อเห็นสีหน้าที่เคร่งขรึมและจริงจังของท่านอาจารย์ นางก็รีบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้

ด้วยความกลัวว่าจะโดนดุ นางจึงหันหลังกลับ เอามือปิดปาก... แต่ก็กลั้นไม่อยู่ สุดท้ายก็หลุดหัวเราะก๊ากออกมา จากที่ปิดปากก็เปลี่ยนมาเป็นกุมท้องหัวเราะแทน

มู่หรงไห่ทำหน้าเจื่อนๆ อย่างขัดเขิน

ในใจก็เต็มไปด้วยความสงสัย

หัวข้อสนทนากำลังซีเรียสแท้ๆ จะมาหัวเราะอะไรกันเนี่ย?

"ไม่ต้องไปสนใจนาง พูดต่อสิ" ลู่โจวเอ่ยเสียงเรียบ

มู่หรงไห่ถูกยวนเอ๋อร์ขัดจังหวะ ก็เลยลืมไปเลยว่าจะต้องแกล้งทำเสียงสะอื้นยังไง น้ำเสียงของเขาจึงกลับมาเป็นปกติ "แก๊งหลินหูที่ว่านี่ เป็นแก๊งที่ไม่มีอยู่จริงเลยขอรับ สองวันก่อนที่จะลักพาตัวคนตระกูลฉือ พวกมันมาดูลาดเลากันที่เมืองอันหยาง มีคนมากันถึงสามสิบกว่าคนเลยทีเดียว"

"เจ้ารู้ได้อย่างไร?"

ในเมื่อเป็นสำนักที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตบตาคน เป้าหมายก็คือไม่อยากให้ใครรู้ถึงตัวตนที่แท้จริง

แต่กลับปล่อยให้ตระกูลมู่หรงรู้เรื่องได้ง่ายๆ ขนาดนี้ มันไม่ดูย้อนแย้งไปหน่อยหรือ?

มู่หรงไห่ชะงักไปเล็กน้อย

ใบหน้าปรากฏแววตาอึดอัดใจ

"พูดมา"

"พูดตามตรงเลยนะขอรับ ในบรรดาตัวประกันที่ถูกจับไป ก็มีคนของตระกูลมู่หรงรวมอยู่ด้วยขอรับ"

ยวนเอ๋อร์ตะโกนด่า "หน้าไม่อาย!"

ลู่โจวยกมือขึ้นปราม แล้วพูดว่า "ดีมาก เจ้าตอบได้ดี"

"ขอความกรุณานายท่านผู้เฒ่าโปรดยกโทษให้ด้วย ข้าขอสาบานเลยว่า ต่อจากนี้ไป ข้าจะไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับตระกูลฉืออีกแล้วขอรับ" มู่หรงไห่ค้อมตัวลงกราบ

ลู่โจวค่อยๆ หันหลังกลับ

"คำถามสุดท้าย เจ้าสามารถแกะรอยตามหาตัวประกันได้ใช่ไหม?"

เมื่อมู่หรงไห่ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

นี่หมายความว่า ชายชราตรงหน้าผู้นี้ ต้องการจะไปเอาเรื่องกับคนกลุ่มนั้นจริงๆ น่ะสิ!

"เอ่อ... คือ... คือ..."

"หืม?"

"ได้ขอรับ!" มู่หรงไห่ก้มหน้าลง จำต้องยอมรับออกมาตามตรง

วิธีการตามรอยด้วยตราประทับวิญญาณแบบกากๆ เช่นนี้ พวกผู้ฝึกตนระดับมหาอำนาจแทบจะไม่มีใครใช้กันแล้ว ในเมื่อแก๊งหลินหูมีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งคอยหนุนหลังอยู่ ก็ไม่มีทางที่จะดูไม่ออกถึงลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้หรอก

พูดอีกอย่างก็คือ ฝ่ายตรงข้ามจงใจปล่อยข่าวให้รู้ต่างหาก

พวกโจรภูเขาลักพาตัวไปเพื่อเรียกค่าไถ่ แล้วแก๊งหลินหูวางกับดักแบบนี้ ต้องการอะไรกันแน่?

"กลับกันเถอะ" ลู่โจวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ท่านปู่ ข้าประคองท่านนะเจ้าคะ" ยวนเอ๋อร์กระโดดไปอยู่ข้างๆ ลู่โจว

ลู่โจวเดินไปได้สองก้าว ก็หยุดชะงัก ชี้ไปที่มู่หรงไห่แล้วพูดว่า "พาเขาไปด้วย อย่าลืมป้ายคำสั่งราชวงศ์ล่ะ"

มู่หรงไห่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

เขาอยากจะคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา แต่เมื่อเห็นลู่โจวหันหลังกลับไปอย่างเด็ดขาด ดูเหมือนว่าจะไม่มีพื้นที่ให้ต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น

เขาจะกล้าขัดขืนได้หรือ? เขามีสิทธิ์ที่จะขัดขืนด้วยหรือ?

ก็ได้แต่เดินตามลู่โจวไปอย่างว่าง่ายพร้อมกับหวังฟู่กุ้ย

"ท่านปู่ ป้ายคำสั่งราชวงศ์เจ้าค่ะ"

"เก็บไว้ให้ดี"

"ลวดลายมังกรนี่สวยจังเลยนะเจ้าคะ" ยวนเอ๋อร์ลูบคลำป้ายคำสั่งเล่นไปมา

ลู่โจวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "นี่คือลวดลายมังกรที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของป้ายคำสั่งราชวงศ์ เป็นเครื่องหมายเดียวที่ใช้แยกระหว่างของจริงกับของปลอม เก็บมันซะ อย่าเอาออกมาอวดให้มันเตะตามากนัก"

ตุบ!

มู่หรงไห่ทรุดตัวลงกองกับพื้น ขาสองข้างอ่อนเปลี้ยไปหมด

หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ สองมือสั่นเทาไม่หยุด

ยวนเอ๋อร์หันกลับมามองด้วยความสงสัย "เอ๊ะ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ?"

"ป้าย... ป้ายคำสั่งนั่น... ของ... ของจริงหรือขอรับ?"

"ก็แหงสิ"

ยวนเอ๋อร์เก็บป้ายคำสั่งเข้าอกเสื้อ แล้ววิ่งตามลู่โจวไป

จากนั้นก็มีเสียงของหวังฟู่กุ้ยดังตามมาติดๆ: "นายท่านมู่หรง รีบลุกขึ้นเถอะ พื้นที่ท่านนั่งอยู่ตรงนั้น มันมีน้ำเน่าขังอยู่นะ!"

...

ระหว่างทางที่เดินกลับ

จู่ๆ ลู่โจวก็หยุดชะงัก แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ยวนเอ๋อร์ ส่งจดหมายแจ้งศิษย์พี่ของเจ้า ให้ระวังพวกผู้ฝึกตนแปลกหน้าที่เข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ภูเขาจินถิงเอาไว้ให้ดี"

"รับคำสั่งเจ้าค่ะ" ยวนเอ๋อร์พยักหน้ารับ

ตลอดทางที่เดินตามท่านอาจารย์มา นางกระโดดโลดเต้น มองซ้ายมองขวาไปทั่ว

การได้ลงมาข้างล่างนี่มันสนุกกว่าอยู่บนเขาเยอะเลย ทำเอายวนเอ๋อร์ละลานตาไปหมด

"พรุ่งนี้เช้า พาตัวมู่หรงไห่ไปด้วย ไปช่วยครอบครัวของเจ้ากัน"

เมื่อยวนเอ๋อร์ได้ยินดังนั้น ก็รีบประสานมือคารวะ "ขอบพระคุณ... ท่านปู่เจ้าค่ะ!"

...

จวนตระกูลฉือ

ยามค่ำคืนมาเยือน

ลู่โจวทำตัวเหมือนทุกที ด้วยความเคยชิน เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา เพื่อตรวจสอบแต้มบุญที่เหลืออยู่

"สุ่มรางวัล"

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ได้รับการ์ดทวนกระแสชีวิต*3】

"การ์ดทวนกระแสชีวิตมันไร้ค่าขนาดนี้เลยรึ?"

ลู่โจวรู้สึกเหมือนโดนระบบหลอกเข้าให้แล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่ซื้อจากร้านค้า การ์ดทวนกระแสชีวิตตกใบละตั้ง 500 แต้มบุญ แต่ตอนนี้ใช้แค่ 50 แต้ม ก็สุ่มได้มาตั้ง 3 ใบ แบบนี้มันไม่ได้เรียกว่าหลอกลวง แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ?

"สุ่มรางวัล"

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ได้รับการป้องกันการโจมตีถึงตาย*5】

"สุ่มรางวัล"

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ขอบคุณที่ใช้บริการ แต้มโชคดี +1】

"สุ่มรางวัล"

【ติ๊ง การสุ่มรางวัลครั้งนี้ใช้ 50 แต้มบุญ ขอบคุณที่ใช้บริการ แต้มโชคดี +1】

ลู่โจวส่ายหน้า

จบกัน ของมีพิษนี่หว่า

ความรู้สึกที่ถูกครอบงำด้วยคำว่า 'ขอบคุณที่ใช้บริการ' กลับมาอีกแล้ว

ต้องหักห้ามใจ ไม่สุ่มต่อแล้ว

ขืนสุ่มไปสิบครั้งแล้วยังไม่ได้การ์ดทวนกระแสชีวิตสักใบ ก็เท่ากับขาดทุนย่อยยับเลยทีเดียว

"ใช้งาน"

ลู่โจวใช้การ์ดทวนกระแสชีวิตทั้งสามใบไป

พร้อมกับเหลือบมองหน้าต่างระบบ:

【อายุขัยคงเหลือ: 5507 วัน】

"สามใบเพิ่มมาหนึ่งพันวันงั้นรึ?"

ลู่โจวยังจำได้ดีว่าการ์ดทวนกระแสชีวิตใบแรกที่ใช้ เพิ่มอายุขัยมาได้ 310 วัน ส่วนใบต่อๆ มาก็เพิ่มได้แค่ประมาณ 300 วัน แต่ตอนนี้กลับเพิ่มได้ถึงใบละ 333 วัน

"น่าสนใจดีแฮะ"

เขารู้สึกได้เลยว่าระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้นกว่าเดิมมาก

แม้ว่าพลังบ่มเพาะจะยังต่ำอยู่ แต่พื้นฐานของร่างกายเนื้อชุดนี้ ก็ถือว่ายังแข็งแกร่งอยู่

ในระหว่างที่กำลังสงสัยอยู่นั้น

ลู่โจวก็รู้สึกว่าสายตาของเขามองเห็นได้ชัดเจนกว่าเมื่อก่อนมาก แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ดูระยิบระยับราวกับแสงแดดตกกระทบผิวน้ำเลยทีเดียว

หืม?

เขาลองขยี้ตาดู

ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

"หรือว่านี่คือพลังอัศจรรย์ของคัมภีร์สวรรค์สามม้วนที่ว่า?"

ถ้าใช่ แล้วจะเอามาใช้งานได้อย่างไรล่ะ? เพราะระบบเคยแจ้งเตือนไว้ว่า วิธีการฝึกฝนคัมภีร์สวรรค์สามม้วนนั้นแตกต่างจากวิชาอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ซึ่งนั่นหมายความว่า ประสบการณ์และความรู้เดิมๆ จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไปเลย

คงต้องคลำทางหาคำตอบเอาเองสินะ

ลู่โจวเปิดหน้าต่างคัมภีร์สวรรค์ขึ้นมา แล้วเริ่มอ่านต่อไป

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

ลู่โจว ยวนเอ๋อร์ มู่หรงไห่ และหวังฟู่กุ้ย มารวมตัวกันที่ลานบ้าน

"ท่านปู่ ท่านดูเด็กลงอีกแล้วนะเจ้าคะ"

"ปากหวานเสียจริง"

ยัยหนูนี่ช่างหาคำชมอื่นไม่เป็นเลย เอาแต่ชมแบบนี้อยู่ได้

ลู่โจวเอามือไพล่หลังพลางกล่าว "มู่หรงไห่ นำทางไป"

มู่หรงไห่ทำสัญลักษณ์มือ พลังงานจางๆ เส้นแล้วเส้นเล่าพันรอบท่อนแขน ก่อนจะกระจายตัวออกไป และกลืนหายไปในอากาศ

"มุ่งหน้าไปทางเหนือจากที่นี่ประมาณสิบลี้ขอรับ"

"สิบลี้รึ?"

การที่กล้าจับตัวคนตระกูลฉือไปไกลถึงสิบลี้ ก็แสดงให้เห็นว่า พวกผู้ฝึกตนกลุ่มนี้ไม่ได้เกรงกลัวเลยว่าจะมีคนมาช่วย

ถ้าหากว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกลูกศิษย์ชั่วจริงๆ การที่จะปล่อยให้ยวนเอ๋อร์ไปคนเดียว ก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก

หรือว่าจะแอบซุ่มดูลาดเลาไปก่อนดี?

"ท่านปู่ กำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?"

"ไม่มีอะไร ออกเดินทางกันเถอะ"

"อื้อ"

หวังฟู่กุ้ยไม่มีพลังบ่มเพาะ ลู่โจวจึงให้เขาอยู่เฝ้าจวนตระกูลฉือไป

ส่วนลู่โจว ยวนเอ๋อร์ และมู่หรงไห่ ก็มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ

...

สิบลี้ทางเหนือของเมืองอันหยาง

ค่ายภูเขาชิงหยาง

"น่าจะเป็นที่นี่แหละขอรับ" มู่หรงไห่ชี้ไปยังทิวเขาที่อยู่เบื้องหน้า

ทั้งสามคนยืนอยู่ที่เชิงเขา แหงนหน้ามองขึ้นไปยังภูเขาชิงหยาง

"ที่นี่คือค่ายภูเขาชิงหยาง ร่องรอยไม่ผิดเพี้ยนแน่ พวกผู้ฝึกตนของแก๊งหลินหู ก็น่าจะตั้งค่ายกันอยู่ที่นี่แหละขอรับ"

ลู่โจวลูบเคราพลางเอ่ย "ยวนเอ๋อร์ ไปช่วยคนสิ"

"เจ้าค่ะ"

ยวนเอ๋อร์เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

นางก้าวเดินไปทีละก้าว มุ่งหน้าขึ้นสู่ภูเขาชิงหยาง

"ขั้นทะเลพรหมแปดชีพจร... อายุแค่นี้แต่กลับประสบความสำเร็จได้ถึงเพียงนี้ ช่างหาตัวจับยากในยุคนี้จริงๆ" มู่หรงไห่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชมออกมาจากใจจริง

และในวินาทีนั้นเอง——

ผู้ฝึกตนทีละคนๆ ก็พุ่งพรวดออกมาจากป่าบนภูเขาชิงหยาง

พวกเขาเหาะเหินมาบนกระบี่บิน จัดกระบวนทัพกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับมารอคอยอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว

ฟึ่บ!

ฟึ่บ!

เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็มีผู้ฝึกตนกว่าสิบคนปรากฏตัวขึ้นขวางทางพวกเขาเอาไว้

"รอพวกเจ้ามาตั้งนานแล้ว"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 31 - แก๊งหลินหู

คัดลอกลิงก์แล้ว