- หน้าแรก
- ข้าเปล่าเป็นจอมมาร ก็แค่ลูกศิษย์ข้ามันเลว
- บทที่ 22 - ราวกับได้วัยหนุ่มกลับคืนมา
บทที่ 22 - ราวกับได้วัยหนุ่มกลับคืนมา
บทที่ 22 - ราวกับได้วัยหนุ่มกลับคืนมา
บทที่ 22 - ราวกับได้วัยหนุ่มกลับคืนมา
ลู่โจวมองดูหน้าต่างระบบด้วยความตกตะลึง
ยิ่งไม่คาดหวังกับการสุ่มรางวัล ก็ยิ่งถูกรางวัลใหญ่ซะงั้น
ลู่โจวพยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังตื่นเต้น แล้วเพ่งมองดูไอเทมรางวัลที่ได้จากการสุ่มในครั้งนี้
กำไรมหาศาล!
หากต้องซื้อสามบุปผารวมกระหม่อมจากในร้านค้า ก็ต้องใช้ถึงสามพันแต้มบุญ ส่วนการ์ดทวนกระแสชีวิตสิบใบ ก็ต้องใช้ห้าพันแต้มบุญ
นอกจากนี้ ยังได้รับเคล็ดวิชาคัมภีร์สวรรค์สามม้วนมาอีกด้วย!
เขาสังเกตเห็นว่าทางด้านขวาของหน้าต่างระบบ ในหมวดเคล็ดวิชา รูปสัญลักษณ์ของ 《คัมภีร์สวรรค์สามม้วน》 สว่างขึ้นมาจริงๆ เมื่อเขาเพ่งความสนใจไปที่มัน
คัมภีร์สวรรค์ทั้งสามม้วนก็ค่อยๆ เปิดออกทีละม้วน
หนังสือเล่มแรกคือ 《คัมภีร์สวรรค์ม้วนมนุษย์》
"จุดเริ่มต้นของคัมภีร์มนุษย์สามม้วน หรือมีอีกชื่อว่า คัมภีร์ปรโลกสามชาติ! หากฝึกฝนจนถึงขั้นสุดยอด จะสามารถทำลายล้างวัฏสงสารแห่งความเป็นความตาย และกุมชะตาแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้"
"..."
ลู่โจวขมวดคิ้วเล็กน้อย
เนื้อหาในหน้าถัดๆ ไป ดูเหมือนอักขระที่ถูกวาดขึ้นมาอย่างยุ่งเหยิง... อ่านไม่ออกเลยสักตัวเดียว!
นี่มัน...
แค่ม้วนแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นยังอ่านไม่ออกเลย ไม่ต้องพูดถึงม้วนถัดๆ ไปแล้ว ลู่โจวลองพลิกดูคร่าวๆ ระบบก็ทำหน้าสีเทาจางๆ ปิดทับเนื้อหาด้านหลังไว้เสียสนิท
"เอาเถอะ สมชื่อจริงๆ คัมภีร์สวรรค์ที่อ่านไม่รู้เรื่อง"
ลู่โจวมองไปที่การ์ดทวนกระแสชีวิตทั้ง 10 ใบ... เมื่อคำนวณจากการ์ดหนึ่งใบที่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตได้ประมาณ 300 วัน การ์ดสิบใบนี้ก็เท่ากับว่าเขาจับฉลากได้อายุขัยมาเกือบสิบปีเลยทีเดียว
รางวัลนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
"ใช้งาน"
การ์ดทวนกระแสชีวิตทั้งสิบใบ เริ่มเลือนหายไปทีละใบ
เหนือศาลาพักผ่อน มวลอากาศม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น ก้อนเมฆเคลื่อนคล้อยไปมา
พลังงานอันมหาศาลรวมตัวกันเป็นวังวน และพุ่งเป้าไปที่ลู่โจวอย่างต่อเนื่อง
ลู่โจวสัมผัสได้ถึงการฟื้นฟูพลังชีวิต ซึ่งเปี่ยมล้นและทรงพลังกว่าครั้งไหนๆ
ผิวหนังที่เคยเหี่ยวย่น เริ่มเต่งตึงขึ้นมาอีกครั้ง
การเคลื่อนไหวที่เคยเชื่องช้า ก็ดูเบาสบายขึ้นกว่าเดิม
อายุขัย 3000 วัน ราวกับเป็นการฉีดพลังแห่งความเยาว์วัยอันแข็งแกร่งเข้าสู่ร่างกาย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ลู่โจวดื่มด่ำอยู่กับความรู้สึกอันแสนสบายนี้ ตั้งแต่ทะลุมิติมา เขายังไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกที่สุขสบายเท่านี้มาก่อนเลย... มันคือความรู้สึกของการเป็นวัยรุ่น
เส้นผมสีเงินยวงที่เต็มหัว ก็เปลี่ยนเป็นสีดอกเลา
ลู่โจวสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตในทะเลปราณและจุดตันเถียน... พลังที่มาจากกายาธรรมสามบุปผารวมกระหม่อม อัดแน่นเต็มเปี่ยมอยู่ในจุดตันเถียน
แม้ว่าพลังปราณนี้จะเทียบไม่ได้กับพลังมหาศาลจากการ์ดสถานะจุดสูงสุด แต่มันก็แข็งแกร่งกว่าตอนปกติมากนัก
และกายาธรรมสามบุปผารวมกระหม่อม ก็ช่วยยกระดับพลังบ่มเพาะของเขาให้ก้าวเข้าสู่ขั้นรวมจิตระดับสอง นั่นก็คือระดับหลอมปราณแปรวิญญาณ
——
ชื่อ: ลู่โจว
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ระดับพลังบ่มเพาะ: ขั้นรวมจิต ระดับหลอมปราณแปรวิญญาณ
แต้มบุญ: 54
กายาธรรม: สามบุปผารวมกระหม่อม
อายุขัยคงเหลือ: 4509 วัน
ไอเทม: การ์ดสถานะจุดสูงสุดของจีเทียนเต้า2, ป้องกันการโจมตีถึงตาย3 (ติดตัว), ไป๋เจ๋อ
เคล็ดวิชา: 《คัมภีร์สวรรค์สามม้วน》 (หมายเหตุ: การฝึกฝนคัมภีร์สวรรค์นั้นแตกต่างจากเคล็ดวิชาใดๆ ในแวดวงผู้ฝึกตน ขณะที่อ่าน โฮสต์จะได้รับพลังวิเศษตามระดับการหยั่งรู้ของตนเอง)
"การหยั่งรู้งั้นรึ? คัมภีร์สวรรค์ใช้วิธีฝึกฝนแบบนี้เองหรือ?"
แม้ว่าลู่โจวจะไม่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาทั้งหมดที่มีอยู่ในความทรงจำได้ แต่ประสบการณ์และความรู้เหล่านั้นยังคงอยู่ ทว่านี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินวิธีฝึกฝนแบบคัมภีร์สวรรค์นี้
ในโลกต้าเหยียนแห่งนี้ ผู้ฝึกตนจะเริ่มต้นจากการหล่อหลอมกายา เข้าสู่ขั้นหล่อหลอมกายา ฝึกฝนกล้ามเนื้อและกระดูก เมื่อทะลวงผ่านระดับเก้า ก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นรู้แจ้ง เมื่อเปิดทวารทั้งห้าคือ ใจ ปาก จมูก ตา และหู ได้สำเร็จ ก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นรวมจิต ทะลวงผ่านขั้นรวมจิตทั้งสามระดับ ก็จะบรรลุขั้นทะเลพรหม และเมื่อเปิดเส้นชีพจรทั้งแปดได้ จึงจะถือว่าก้าวเข้าสู่ขั้นเสินถิงได้สำเร็จ!
ตั้งแต่ขั้นเสินถิงเป็นต้นไป ถึงจะนับว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับมหาอำนาจอย่างแท้จริง
ผู้ฝึกตนระดับมหาอำนาจมีเพียงสามระดับเท่านั้น คือ ขั้นเสินถิง ขั้นทัณฑ์วิญญาณ และขั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียน
ตั้งแต่โบราณกาลมา ผู้ที่สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนได้อย่างแท้จริง ล้วนเป็นบุคคลที่มีอยู่แต่ในตำนาน ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน ว่ากันว่ามีเพียงการบรรลุถึงขั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเทียนเท่านั้น จึงจะสามารถทำลายขีดจำกัดของอายุขัย และมีชีวิตเป็นอมตะคู่ฟ้าดินได้
ส่วนจีเทียนเต้านั้น ขาดอีกเพียงแค่ก้าวเดียว... เขาก็ต้องมาสิ้นใจตายอย่างกะทันหันในศาลาพักผ่อนแห่งนี้
ช่างน่าเสียดายจริงๆ
แต่มาลองคิดดูดีๆ การได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ ก็ดูเหมือนจะไม่เลวร้ายสักเท่าไหร่นะ
"เปิดหน้าต่างภารกิจ"
【ภารกิจหลักปัจจุบัน: สั่งสอนศิษย์ชั่ว】
【ภารกิจรองที่หนึ่ง: สั่งสอนศิษย์คนที่แปด จูหงก้ง】
【ภารกิจรองที่สอง: สืบสวนโจวจี้เฟิง ผู้ปฏิบัติภารกิจ: ตวนมู่เซิง】
"เช่นนั้น การสั่งสอนศิษย์ชั่วและการมอบหมายภารกิจ ก็คือช่องทางหลักในการได้รับแต้มบุญในตอนนี้สินะ" ลู่โจวพึมพำ
เขากำลังคิดหาวิธีที่จะได้รับแต้มบุญให้มากขึ้น
นอกเหนือจากวิธีนี้แล้ว ก็ยังมีการฆ่าศิษย์ชั่วอีกด้วย
แต่ว่า จะมีใครที่ไหนมายืนรอให้ฆ่ากันง่ายๆ ล่ะ...
โชคดีที่ลู่โจวสามารถรับแต้มบุญจากภารกิจที่ลูกศิษย์ทำสำเร็จได้
ขืนให้เขาไปทำภารกิจเอง มีหวังได้ตายหยั่งเขียดแน่ๆ
ลู่โจวพลันนึกถึงลูกศิษย์เหล่านี้ขึ้นมา
"ศิษย์คนที่แปด จูหงก้ง ค่อนข้างทึ่ม ตามหลักแล้ว เขาน่าจะเป็นคนที่สั่งสอนง่ายที่สุด... ทำไมป่านนี้ถึงยังไม่มีระดับความภักดีเลยนะ?" ลู่โจวรู้สึกแปลกใจ
จากรายงานที่หมิงซื่ออินส่งกลับมา
คนที่อยู่เบื้องหลังศิษย์คนที่แปด น่าจะเป็นการยุยงจากศิษย์คนที่เจ็ด
เจ้าเจ็ดนั้นเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย หากต้องการจะยืนหยัดในแวดวงผู้ฝึกตน ก็ต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รองไว้
การจะสั่งสอนศิษย์เพียงคนเดียวนั้น ไม่เพียงพอแน่ๆ
การเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองต่างหาก ถึงจะสามารถข่มขวัญศิษย์ชั่วและผู้ฝึกตนฝ่ายธรรมะได้ แต่ปัญหาคือ ระดับพลังของเขาในตอนนี้... ยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไป
"รับมือยากจริงๆ แฮะ" ลู่โจวส่ายหน้า
ภูเขาจินถิงก็ยังคงเป็นเป้าหมายใหญ่ที่เตะตาเกินไป
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่โจวก็ตัดสินใจว่าจะลองพยายามทำความเข้าใจคัมภีร์สวรรค์ดูก่อน
สองวันผ่านไป ลู่โจวเก็บตัวอยู่ในหอมารฟ้า เพื่อทำความเข้าใจคัมภีร์สวรรค์
ยวนเอ๋อร์ก็คอยเฝ้าอยู่หน้าหอมารฟ้า เพื่อรอท่านอาจารย์ออกจากการเก็บตัว
ในเวลาเดียวกัน
ณ ตำหนักเหยี่ยนเยว่
ภายในม่านพลังที่สวยงามราวกับผ้าขาวบาง ประมุขตำหนักเหยี่ยนเยว่ เยี่ยเทียนซิน เอนกายพักผ่อนอยู่บนเตียงไม้ไผ่พลางโบกพัดขนนกในมือเบาๆ
รูปร่างอันเย้ายวน ผิวพรรณขาวเนียน และใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มสดใส ทำให้ยากที่จะจินตนาการได้ว่า ประมุขตำหนักผู้นี้ ก็คือเยี่ยเทียนซิน ศิษย์คนที่หกของจอมมารเฒ่า ผู้ครองอันดับเก้าในทำเนียบดำ
นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปที่ร่างๆ หนึ่งที่อยู่นอกม่านพลัง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม "ศิษย์พี่หญิง ท่านควรจะออกจากภูเขาจินถิงตั้งนานแล้ว ไยต้องรอมาจนถึงป่านนี้ด้วย"
ผู้ที่ยืนอยู่ด้านนอก ก็คือเจาเยวี่ย ศิษย์คนที่ห้าของจอมมารเฒ่า ผู้ครองอันดับที่ 28 ในทำเนียบดำ
"เฮ้อ... ศิษย์น้อง ข้าไม่มีโชคอย่างเจ้าหรอก ข้าก็นึกว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาจากตาเฒ่านั่นบ้าง ไม่คิดเลยว่าตาแก่นั่นจะไม่ยอมใจอ่อนเลยสักนิด ตั้งแต่ที่เจ้าจากมา เขาก็ไม่เคยไว้ใจพวกเราอีกเลย" เจาเยวี่ยกล่าว
"ตอนนั้นข้าก็เคยเตือนท่านแล้ว... ศิษย์พี่หญิง ถึงแม้ท่านจะเข้าสำนักมาก่อนข้า แต่เรื่องบางเรื่อง ท่านก็ยังมองไม่ทะลุปรุโปร่งอยู่ดี" เยี่ยเทียนซินหัวเราะเบาๆ
"ตาเฒ่าคนนี้ไม่รู้ว่าซ่อนของวิเศษเอาไว้ตั้งเท่าไหร่ น่าเสียดายที่ของพวกนี้ คงจะต้องถูกฝังลงหลุมไปพร้อมกับตาแก่นั่นแน่ๆ"
คิกคิกคิก...
เสียงหัวเราะของเยี่ยเทียนซินช่างสดใส นางพูดว่า "ข้าพอจะมีแผนดีๆ แนะนำศิษย์พี่หญิงนะ"
"โอ๊ะ? แผนอะไรล่ะ?"
"ตาเฒ่านั่นรักและเอ็นดูศิษย์น้องเล็กมาตลอด ศิษย์พี่หญิงสามารถใช้ศิษย์น้องเล็กทดสอบขีดจำกัดของเขาได้ ศิษย์พี่สามกับศิษย์พี่สี่เริ่มมีใจออกห่าง ตาเฒ่าคงไม่ไว้ใจพวกเขาเต็มร้อยหรอก มีแต่ศิษย์น้องเล็กเท่านั้นที่เขาไว้ใจให้อยู่ข้างกาย คอยปกป้องคุ้มครองเขา ตาเฒ่าถึงแม้จะมียาวิเศษหรือไพ่ตายซ่อนอยู่ แต่ของพวกนี้ก็เทียบไม่ได้กับคนที่มีชีวิตหรอกนะ"
"เรื่องนี้..."
เมื่อได้ยินข้อเสนอชี้แนะนี้ เจาเยวี่ยก็แอบสะดุ้งในใจ
พูดตามตรง ต่อให้ให้ความกล้านางอีกสิบเท่า นางก็ไม่กล้าเอาศิษย์น้องเล็กไปข่มขู่ท่านอาจารย์หรอก
หากไปยั่วโมโหเขากระทั่งเขายอมใช้ไพ่ตายออกมา เหมือนตอนที่ฆ่าลั่วฉางเฟิงเพื่อเชือดไก่ให้ลิงดู นางก็คงต้องตายสถานเดียว
"ศิษย์พี่หญิง ท่านกลัวแล้วสิ"
"เปล่าสักหน่อย" เจาเยวี่ยปฏิเสธ
"ไม่หรอก ท่านกลัวจริงๆ... ศิษย์พี่หญิง ท่านลองคิดดูสิว่า ตาเฒ่านั่นเมื่อก่อนเคยทำกับพวกเรายังไงบ้าง? ท่านต้องใจแข็งเข้าไว้ ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด"
เจาเยวี่ยพูดว่า "ที่เจ้าพูดมาข้าเข้าใจดี แต่ปัญหาคือ... แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่ก็ยังไม่กล้าทำแบบนี้เลย ถ้าข้าขืนทำลงไป แล้วไปยั่วโมโหเขาเข้า มันก็ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตายไม่ใช่หรือ?"
"ศิษย์พี่หญิง ท่านอยู่บนเขานานเกินไปจนเริ่มโง่แล้วหรือไง..."
เยี่ยเทียนซินลุกจากเตียง ใบหน้าที่เย็นชาของนางบวกกับเครื่องหน้าที่จิ้มลิ้ม กลับดูงดงามอย่างประหลาด
"ใครบอกให้ท่านลงมือเองล่ะ?"
"เจ้า..." เจาเยวี่ยเบิกตากว้าง มองศิษย์น้องหกที่ก้าวออกมาจากหลังม่านพลัง
(จบแล้ว)